- หน้าแรก
- เพิ่งจะได้เป็นที่หนึ่งในใต้หล้า เจ้ากลับบอกว่านี่คือคอกสัตว์ชั้นต่ำงั้นรึ
- บทที่ 22 - บ้าคลั่งถึงขีดสุด!
บทที่ 22 - บ้าคลั่งถึงขีดสุด!
บทที่ 22 - บ้าคลั่งถึงขีดสุด!
บทที่ 22 - บ้าคลั่งถึงขีดสุด!
☆☆☆☆☆
แม้จะเป็นสนามทดลองประเภทเดียวกัน หรือใช้เทมเพลตเดียวกันเป๊ะๆ แต่สภาพแวดล้อมภายในก็จะแตกต่างกันไปตามความคิดคำนึงที่ประกอบสร้างมันขึ้นมา
อย่างเช่นสนามทดลองที่ไป๋เวิ่นอยู่เมื่อ 'ชาติที่แล้ว' ก็เพราะการมีอยู่ของไป๋เวิ่น เถาเถี่ยตัวน้อยที่ควรจะถูกเพาะเลี้ยงขึ้นมา พอโผล่หัวมาก็โดนเก็บเรียบ กลายเป็นไป๋เวิ่นที่ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในแดนทดลองแทน...
สรุปง่ายๆ คือ พิธีวิวัฒนาการ เถาเถี่ยตัวน้อย -> อึ้งเอี๊ยะซือ นี้มีแค่สูตรสำเร็จคร่าวๆ เท่านั้น ต้องเอาไปปรับใช้ตามสถานการณ์จริงของแต่ละสนามทดลองเอาเอง
และตอนนี้ ขั้นตอนที่เล่อซ่านปรับปรุงมาใช้ก็คือ:
เล่อซ่านสู้ตาย -> เล่อซ่านสู้ไม่ได้ -> เล่อซ่านถูกกิน -> เล่อซ่านยังไม่ตาย เถาเถี่ยตัวน้อยปวดท้อง เดินไม่ได้ชั่วคราว ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด -> ชาวบ้านคลั่ง ไม่ห่วงชีวิตตัวเอง เข้าไปรุมทึ้งกัดกินเถาเถี่ยตัวน้อย...
จากนั้นบาดแผลของชาวบ้านก็จะหายดี พร้อมกับความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าท่านเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่ตาย และเถาเถี่ยตัวน้อยที่ถูกพวกเขารุมกินโต๊ะจนขยับไม่ได้ก็คือหลักฐานชั้นดี
ต่อจากนั้น 'อึ้งเอี๊ยะซือ' ก็อาจจะถือกำเนิดขึ้นจากซากของเถาเถี่ยตัวน้อย...
แน่นอนว่าเล่อซ่านไม่ได้สู้ไม่ได้จริงๆ เขาแค่เล่นละครตบตาชาวบ้าน หรือพูดให้ถูกคือตบตาพวก 'แรงงานสมอง' ที่ร่วมกันสร้างสนามทดลองนี้ขึ้นมาต่างหาก
เจ้าเถาเถี่ยตัวน้อยนั่นถูกเขาเลี้ยงมาหลายร้อยปี จนกลายเป็นหมาเชื่องๆ ไปนานแล้ว
สิ่งที่เล่อซ่านต้องการมาตลอด ก็แค่พลังแห่ง 'ความเชื่อ' เท่านั้นเอง...
เหตุผลที่เล่อซ่านต้องสร้างเมืองปีศาจราตรีขึ้นมาในนี้ หนึ่งคือเพื่อควบคุมประชากรได้ง่ายขึ้น สองคือ... เพื่อให้เหล่า 'แรงงานสมอง' ในสนามทดลองนี้ ต่อให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกกี่ร้อยปี ก็จะไม่มีวัน 'ลืม' การมีอยู่ของเถาเถี่ยตัวน้อย...
หลังจากบริหารจัดการมาหลายร้อยปี ตอนนี้เล่อซ่านมั่นใจถึงแปดส่วน เขาแอบซ้อมบทกับเถาเถี่ยตัวน้อยมาไม่รู้กี่รอบแล้ว!
"ท่านเจ้าเมืองเงา!"
"ดีจังเลย! ท่านเจ้าเมืองเงากลับมาแล้ว! ท่านเจ้าเมืองมีทางรอดแล้ว!"
"สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งเมืองปีศาจราตรี..."
ทันใดนั้น เสียงสวดภาวนาของชาวบ้านก็เปลี่ยนไป
เล่อซ่านชะงักไปเล็กน้อย แม้แต่เถาเถี่ยตัวน้อยที่กำลัง 'ล้มมวย' กับเขาก็เผลอชะลอความบ้าคลั่งลง ดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้รักแร้ฉายแววสงสัยใคร่รู้อย่างเป็นมนุษย์สุดๆ
"แกกลับมาทำบ้าอะไร!"
เล่อซ่านโกรธจัด ส่งกระแสจิตหาเงาอริ แต่แล้วก็พบว่า นอกจากเงาอริแล้ว คนที่มาด้วยยังมีไป๋เวิ่นอีกคน!
เล่อซ่านหน้าถอดสีทันที
"เดี๋ยวสิ ข้าให้แกเอาเสบียงไปแล้วจับตาดูมันไว้ไม่ใช่เรอะ ทำไมแกพามันมาที่นี่!"
เพื่อไม่ให้ไป๋เวิ่นรู้ตัว เล่อซ่านอุตส่าห์จัดฉากไว้ดิบดี ทั้งสั่งคนไปติดตั้งอุปกรณ์เก็บเสียงรอบบ้านพักของไป๋เวิ่น แถมยังเลือกมาแสดงละครฉากนี้ในโซนที่ไกลจากจวนเจ้าเมืองที่สุด...
ถึงจะเก็บเสียงได้ไม่หมด แต่ตามที่ลูกน้องกับเงาอริรายงาน สภาพไป๋เวิ่นที่กระอักเลือดปางตายเพราะร่างกายรับยาบำรุงไม่ไหว แถมยังเรียกสาวๆ ไปตั้งแปดคน...
"น้องไป๋ไม่ต้องกลัว ดูพี่จัดการมัน!"
เงาอริหัวเราะร่าเตรียมจะลงมือ
แต่เล่อซ่านที่อยู่ด้วยกันมาหลายร้อยปี มีหรือจะดูไม่ออกว่าไอ้บ้านี่เป็นอะไร?
มันคลุ้มคลั่งอีกแล้วแน่นอน!
แถมดูทรงแล้ว...
"นี่แกถึงขั้นเป่าหูเงาของข้าให้แปรพักตร์ได้เลยเหรอวะ?!"
เล่อซ่านสติแตกทันที แทบจะเล่นฉากบู๊ต่อไม่ไหว เจ้าเถาเถี่ยตัวน้อยมีสติปัญญาอยู่บ้างแต่มันยังไม่วิวัฒนาการ ยังมีความเป็นสัตว์ป่าอยู่เยอะ คือมีสมองแหละแต่ไม่มาก
พอมันเห็นเล่อซ่านเหม่อ มันก็ไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำตามแผนที่ซ้อมมาเป๊ะๆ ตบเล่อซ่านเข้าไปเต็มรัก!
เล่อซ่านไม่ทันระวัง โดนตบเข้าเต็มๆ หน้าซีดเผือด แต่สถานการณ์ตอนนี้ ลูกธนูขึ้นสายแล้ว... พิธีวิวัฒนาการดำเนินมาครึ่งทางแล้ว จะมาพังเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้!
เหลือบไปเห็นเงาอริทำท่าจะพุ่งเข้ามา เล่อซ่านที่คิดไปไกลก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า "สัสเอ๊ย!"
ม่านพลังสีเลือดขยายตัวออกคลุมสนามรบ บดบังสายตาชาวบ้าน
พร้อมกับคลื่นดาบอัดอากาศทรงจันทร์เสี้ยวถูกฟันออกไป เถาเถี่ยตัวน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่และกำลังอินกับบทบาท โดนแสงสีเลือดนี้ฟันเข้ากลางลำตัว ร้องโหยหวนขึ้นมาจริงๆ —
เถาเถี่ยตัวน้อย: นี่มันไม่เหมือนที่ซ้อมไว้นี่หว่า!!
แสงสีเลือดพุ่งต่อไปไม่หยุด มุ่งหน้าเข้าหาเงาอริ
เงาอริยกยิ้มเย็นชา "ลูกไม้ตื้นๆ วิชาที่แกเป็นข้าก็..."
"พี่เงาระวัง!!!"
ไป๋เวิ่นที่เตรียมตัวมานานแล้ว ตะโกนเสียงหลง ระเบิดความเร็วสูงสุดที่ร่างกายนี้จะทำได้ อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด พุ่งเอาตัวเข้าไปรับลำแสงสีเลือดนั่นก่อนจะถึงตัวเงาอริ หัวขาดกระเด็นทันที!
เล่อซ่าน "???"
เกิดเหี้ยอะไรขึ้นเนี่ย?!
ความโกรธจัดเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงสับสนในพริบตา
"น้องไป๋!!!"
เงาอริตาแทบถลน รีบยื่นมือจะคว้าหัวของไป๋เวิ่นที่ลอยละลิ่ว แล้วก็อยากจะรับร่างของไป๋เวิ่นไว้ด้วย แต่มือไม้พันกันยุ่งเหยิง รับอะไรไม่ทันสักอย่าง ได้แต่มองดูไป๋เวิ่นหัวหลุดออกจากบ่าไปต่อหน้าต่อตา
โชคดีที่เขาฝีมือไม่ธรรมดา พอตั้งสติได้ก็รีบรวบหัวรวบตัวไป๋เวิ่นมากองรวมกัน ทั้งที่มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ แต่ตอนนี้กลับตัวสั่นเทา มือไม้อ่อนแรง มองดูไป๋เวิ่นที่คอขาดเลือดพุ่งกระฉูด ความรู้สึกทำอะไรไม่ถูกถาโถมเข้ามาในจิตใจ
"พี่... เงา... ขอ... โทษ... น้อง... ขอ... ไปก่อน... ชาติหน้า... มีจริง... ขอเกิดเป็นน้อง... แค่ก"
คำสั่งเสียขาดๆ หายๆ ยังพูดไม่ทันจบ หัวของไป๋เวิ่นที่แยกจากร่างก็สิ้นลมหายใจ เหลือเพียงเลือดที่พุ่งจากรอยตัดที่ยังอุ่นๆ อยู่
"น้อง... ไป๋..."
เงาอริตาค้าง เหม่อลอย
เล่อซ่านในที่สุดก็ได้สติ รีบตะโกนว่า "เล่ออิ่ง! แกใจเย็นๆ ก่อน อย่าเพิ่งวู่วาม! ไอ้เจ้าหน้าที่ภาคสนามคนนี้มันไม่ได้หวังดี มัน..."
"หุบปาก!"
ดวงตาของเงาอริกลายเป็นสีดำสนิท หันขวับไปจ้องเล่อซ่านด้วยความอาฆาต
เล่อซ่านเห็นท่าไม่ดีก็ยิ่งร้อนรน "ไม่ใช่นะ แกเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว มันหลอกแกอยู่! รีบบอกมาว่ามันพูดอะไรกับแก ข้า..."
เล่อซ่านชาไปทั้งตัว
แค่คลาดสายตาไปแป๊บเดียว เงาของเขาโดนล้างสมองไปสมบูรณ์แบบขนาดนี้เลยเรอะ? แถมยัง... ดวงตาสีดำมืดนั่น มองแล้วขนลุกชิบหาย!
ไอ้เวรเจ้าหน้าที่นั่นมันทำอะไรลงไปวะเนี่ย!!
"หุบปากซะ!!!!"
เงาอริระเบิดโทสะถึงขีดสุด ไอทมิฬพวยพุ่งรอบตัวจนมองไม่เห็นรูปร่างคน "น้องไป๋ตายแล้ว! ข้าไม่สนผิดถูกอะไรทั้งนั้น! เงาคลั่งฝังนภา!! เล่อซ่านไอ้ชาติหมา! มึงตายซะเถอะ!!!"
เล่อซ่านหน้าถอดสี
เงาอริที่คลุ้มคลั่งเปิดฉากด้วยท่าไม้ตายก้นหีบ ความโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การสูญเสียการควบคุมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
เลือดของไป๋เวิ่นยังอุ่นอยู่ แต่เงาอริได้บ้าคลั่งไปอย่างสมบูรณ์แล้ว!
เล่อซ่านพูดไม่ออกสักคำเดียว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเงาอริในสภาพนี้ ต่อให้เขาเป็นร่างต้น ถ้าไม่เอาจริง ก็มีสิทธิ์ม่องเท่งได้เหมือนกัน!
ไอทมิฬที่ระเบิดออกมากลืนกินม่านพลังไปครึ่งหนึ่ง สีดำและสีแดงปะทะกันดุเดือด
ในมุมอับที่เงาอริจงใจกางม่านพลังป้องกันไว้ให้ ไป๋เวิ่นที่หัวหลุดออกจากบ่า ค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมาข้างหนึ่ง
"สมกับเป็นเจ้าหน้าที่เกษียณ นอกจากจะรวยแล้ว ฝีมือยังไม่ใช่เล่นๆ..."
เขาถีบขาเบาๆ อย่างแนบเนียน ดันร่างตัวเองให้ขยับขึ้นไปนิดหน่อย พอดีกับรอยตัดที่คอเป๊ะ
หนวดพลังจิตถักทอเข้าหากัน เชื่อมต่อเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว
จากนั้น ไป๋เวิ่นก็ควบคุมกล้ามเนื้อทั่วร่างให้สั่นสะเทือนด้วยความถี่สูง เลือดที่เปรอะเปื้อนตัวยังไม่ทันแห้ง ก็กลายเป็นละอองเลือดฟุ้งกระจายออกไป
แล้วไป๋เวิ่นก็อาศัยจังหวะนั้น ควบคุมกล้ามเนื้อหลัง กระดึ๊บๆ พาตัวเองหนีออกไปอย่างเงียบเชียบ...
...
[จบแล้ว]