เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ของกลางหายไปไหน?!

บทที่ 18 - ของกลางหายไปไหน?!

บทที่ 18 - ของกลางหายไปไหน?!


บทที่ 18 - ของกลางหายไปไหน?!

☆☆☆☆☆

ภายในเมืองปีศาจราตรี

เล่อซ่านสั่งเลื่อนวันจัดงานเทศกาลปีศาจราตรีในปีนี้ให้เร็วขึ้น

ความจริงจะเรียกว่าเลื่อนก็ไม่ถูกซะทีเดียว

เทศกาลปีศาจราตรีมันเป็นแบบนี้ เนื่องจากเวลาที่เจ้าหน้าที่ลงมาจุติแต่ละครั้งมันไม่แน่นอน นอกเหนือจากรอบใหญ่ทุกสิบปีแล้ว วันที่จัดงานจริงๆ ก็มักจะขยับปรับเปลี่ยนไปเรื่อย

ทุกสิบปีจะยึดตามวันที่ 'ท่านทูตจากเบื้องบน' ลงมาจุติเป็นหลัก แล้วค่อยปรับเปลี่ยน

จากการบริหารจัดการของเล่อซ่านตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทศกาลปีศาจราตรีสำหรับเมืองนี้ก็แทบจะเหมือนวันตรุษจีนไปแล้ว... หรือจะพูดว่า นอกจากเทศกาลปีศาจราตรีแล้ว เมืองนี้ก็ไม่มีเทศกาลอื่นเลยก็ว่าได้

แน่นอน ถ้าตัดขั้นตอน 'การถวายเลือดเนื้อ' ออกไป จะเรียกว่าเป็นวันปีใหม่ก็ไม่ผิดนัก

พอถึงเวลานี้ ชาวเมืองปีศาจราตรีก็จะร้องรำทำเพลง กินดื่มกันอย่างสนุกสนาน รื่นเริงกันทั้งเมือง

...

บนกำแพงเมือง

เล่อซ่านมองลงไปดูความครึกครื้นในเมืองด้วยสายตาจากเบื้องสูง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เจ้าหน้าที่ไป๋เวิ่นคนนั้น... ยังไม่ออกมาอีกเหรอ?"

"ยัง"

เงาอริกระเพื่อมไหว ก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์แล้วตอบเสียงเย็นชา "พวกสาวใช้บอกว่าเจ้านั่นเลือกคนปรนนิบัติไปแปดคน ตอนเดินเข้าไปยังกระอักเลือดอยู่เลย... ตอนนี้ข้างในเงียบกริบ จะให้ข้าเข้าไปดูไหม?"

เล่อซ่านครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนส่ายหน้า "ไม่จำเป็น สงสัยจะโดนบำรุงจนน็อคไปหน่อย แต่ก็น่าจะยังพอรับไหว ตอนนี้คงสนุกจนหมดแรงหลับไปแล้วมั้ง"

"หมอนั่นคงยังไม่รู้ว่าภารกิจของตัวเองความแตกแล้ว พวกเราก็อย่าไปแหวกหญ้าให้งูตื่นเลย... รีบทำพิธีวิวัฒนาการให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องวุ่นวายแทรกซ้อน"

เงาอริคิดตามแล้วถาม "มั่นใจแค่ไหน?"

"เมื่อก่อนอาจจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่" เล่อซ่านแค่นหัวเราะ "พิธีวิวัฒนาการเถาเถี่ยตัวน้อยไม่ได้ยากมาก แต่ขั้นตอนมันจุกจิกวุ่นวาย"

"การเตรียมการตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าก็มั่นใจแค่ห้าส่วน แต่ในเมื่อตาแก่เล่ยเหวินส่งเจ้าหน้าที่ไป๋เวิ่นมาแล้ว งั้น... ข้าก็มั่นใจถึงแปดส่วน!"

เงาอริฟังแล้วก็ทำท่าครุ่นคิด "สงสัยจะเป็นเพราะพวกเจ้าหน้าที่มือใหม่ที่พวกเราเคยต้อนรับกลับไปส่งมอบเสบียง แล้วตาแก่นั่นดันจับพิรุธได้... ทางฝั่งนั้นเทคโนโลยีล้ำหน้า เครื่องไม้เครื่องมือครบครัน คงจะตรวจเจออะไรที่เราคาดไม่ถึง แล้วอนุมานได้ว่าแผนของพวกเราใกล้จะสำเร็จแล้ว... เลยอยากจะมาขอแบ่งเค้กด้วยสินะ!"

"ถูกต้อง ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" เล่อซ่านพยักหน้า

เงาอริในตอนที่ยังไม่คุ้มคลั่งถือว่าใช้งานได้ดีทีเดียว ตัวตนของมันก็เหมือนกับอีกบุคลิกหนึ่งของผู้ใช้พลัง

เงาอริมีความรู้ ความทรงจำ และการรับรู้เหมือนกับร่างต้นทุกอย่าง เพียงแต่มีความคิดที่สุดโต่งและดำมืดกว่า

ดังนั้นเงาอริจึงสามารถมองปัญหาเดียวกันในมุมมองที่ต่างออกไปได้

ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนและถกเถียงกัน

แต่ก็เพราะเหตุนี้ บางครั้งมันก็มีความเห็นไม่ตรงกับร่างต้น จนนำไปสู่การคุ้มคลั่งและทรยศ

ทว่าการทรยศแบบคุ้มคลั่งนี้ก็ใช่ว่าจะควบคุมไม่ได้ โบราณว่าไว้ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ถ้าลูกดื้อก็แสดงว่าตามใจจนเคยตัว กระทืบสักทีเดี๋ยวก็หายซ่า...

ขอแค่เอาชนะเงาอริตอนที่มันคุ้มคลั่งให้ได้ มันก็จะกลับมาสงบเสงี่ยมไปได้สักพักใหญ่

แต่เนื่องจากความรู้ความทรงจำมันเหมือนกับร่างต้นเปี๊ยบ พอโดนซ้อมจนหายซ่า มันก็จะค่อยๆ กลับมา 'เอาใจเขามาใส่ใจเรา' เริ่มคิดในมุมของร่างต้น... แล้วก็วนลูปเดิม จำแต่เรื่องกินไม่จำเรื่องเจ็บ คุ้มคลั่งซ้ำซากไม่จบไม่สิ้น

"เอาล่ะ ให้คนคอยจับตาดูไอ้คนที่ชื่อไป๋เวิ่นไว้ก็พอ ส่วนที่เหลือตรวจสอบแล้ว เป็นมือใหม่ซิงๆ แน่นอน ไม่ต้องไปสนใจ"

เล่อซ่านสั่งการ "ช้าไม่ได้แล้ว ข้าจะลงไปเป็นประธานในพิธี เจ้าไปปล่อยเถาเถี่ยตัวน้อยออกมา แล้วไปเตรียมพร้อมที่แท่นบูชา... ดำเนินการตามแผน"

"จัดไป"

เงาอริรับคำ ก่อนจะสลายร่างแล้วเลื้อยหายไปตามกำแพงเมือง

...

เนินฝังศพไร้ญาติ

ไป๋เวิ่นดูดซึมน้ำยาสกัดทั้งสี่ไหจนเกลี้ยง ค่าสเตตัสรวมทะลุ 1000 แต้มไปเรียบร้อย เทียบกับ 'ชาติก่อน' แล้ว พัฒนาขึ้นเกือบสิบเท่า!

และในจังหวะที่ค่าสเตตัสรวมทะลุ 1000 แต้มนั่นเอง พื้นที่ทางจิตอันเป็นเอกเทศของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น!

ขอบเขตของมันขยายกว้างขึ้น คุณสมบัติบางอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปแบบอธิบายไม่ถูก

"นี่มัน..."

ไป๋เวิ่นลองตั้งสมาธิสัมผัสดู ก่อนจะทดลองยกไหเปล่าสูงท่วมหัวตรงหน้าขึ้นมา แล้วเอาหัวมุดเข้าไปใกล้ๆ

เรื่องมหัศจรรย์ก็บังเกิด ส่วนของไหเปล่าที่สัมผัสกับหัวของไป๋เวิ่นเกิดการบิดเบี้ยวและหดตัว เหมือนกระเป๋ามิติที่สี่ของโดราเอมอนที่เขาเคยดูในห้องทดลองโลกยุคปัจจุบันไม่มีผิด มันดูดไหเหล้าทั้งใบเข้าไปในหัว... ไม่สิ ต้องบอกว่าดูดเข้าไปในพื้นที่ทางจิตต่างหาก!

"เชรดดด ช่องเก็บของ?!"

ไป๋เวิ่นตะลึงตาค้าง

พอยัดไหเหล้าใบเบ้อเริ่มเข้าไป เขาแค่รู้สึกขมับบวมตุ่ยๆ นิดหน่อย รู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย แต่ก็ถือว่ารับได้

"ฉันขนเสบียงออกไปแบบนี้ได้เหรอเนี่ย? เดี๋ยวสิ ตามคุณสมบัติของพื้นที่ทางจิตนี้ เครื่องมือของบริษัทตรวจสอบค่าพลังจิตที่ซ่อนอยู่ข้างในไม่ได้... ก็แปลว่าของที่ฉันยัดเข้าไปข้างใน ก็จะไม่ถูกตรวจเจอด้วยสิ?"

ห้วงลึกตั้งอยู่ในแดนจิตวิญญาณ ในทางทฤษฎีแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างข้างในโดยเนื้อแท้ก็คือรูปแบบหนึ่งของพลังจิต

การเก็บเข้าไปในพื้นที่ทางจิตได้ ก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่

เพียงแต่ว่า...

"พื้นที่ทางจิตนี่มีขีดจำกัดในการเก็บของด้วยแฮะ... หรือเป็นเพราะตอนนี้ฉันยังกากเกินไป?"

ไป๋เวิ่นครุ่นคิดสักพัก ก็ดึงเอาไหเปล่าที่ดูไม่มีราคาค่างวดอะไรออกมา แล้วหันไปเริ่มโกย 'เนื้อเถาเถี่ยตากแห้ง' ที่แขวนอยู่ข้างๆ เข้าไปแทน

ตามมาตรฐานของบริษัท ในทางทฤษฎีแล้ววัตถุดิบที่เพิ่มหรือเทียบเท่าค่าสเตตัสรวม 1 แต้ม จะมีมูลค่าเท่ากับแต้มความมั่งคั่ง 1 แต้ม

ไป๋เวิ่นเคยลองคำนวณในห้องเจ้าหน้าที่มาก่อนแล้ว เลยพอจะรู้คร่าวๆ ว่าสเตตัส 1 แต้มแปลงเป็นพลังจิตได้เท่าไหร่ ตอนนี้เขาโกยเนื้อตากแห้งพวกนี้เข้าพื้นที่ทางจิต แค่ปรับความรู้สึกนิดหน่อยก็กะเกณฑ์ได้คร่าวๆ ว่า เนื้อเถาเถี่ยตากแห้งประมาณ 5 ชั่ง มีสารอาหารเทียบเท่าแต้มความมั่งคั่ง 1 แต้ม!

"สารอาหารสู้แบบน้ำยาสกัดไม่ได้แฮะ... แต่ดีที่มีเยอะ"

ไป๋เวิ่นเก็บกวาดอย่างสนุกสนาน ยัดของเข้าพื้นที่ทางจิตจนเต็มเอี๊ยด ขมับสองข้างปูดโปนออกมาอย่างเห็นได้ชัด!

เนื้อเถาเถี่ยตากแห้งเจ็ดตัน ประเมินต่ำๆ ก็มีมูลค่า 2800 แต้มความมั่งคั่ง!

"เสียดายที่ร่างกายนี้พรสวรรค์ห่วยแตก ดูดซึมเร็วเกินไปแต่ประสิทธิภาพต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่งั้นถ้าฉันกินหมดนี่ ประเมินต่ำๆ สเตตัสคงพุ่งอีกสองพันห้าร้อยแต้ม!"

ไป๋เวิ่นกวาดของจนเกลี้ยง แล้วหยิบเนื้อตากแห้งชิ้นหนึ่งมาแทะกินพลางนึกเสียดาย

ได้กำไรขนาดนี้ เขาเริ่มคิดเรื่องกลับบริษัทแล้ว

แต่พื้นที่ทางจิตของเขาไม่สามารถย่อยสลายเนื้อเถาเถี่ยตากแห้งเจ็ดตันหรือรวมๆ แล้วหมื่นสี่พันชั่งได้โดยตรง ต้องอาศัยร่างกายช่วยย่อยผ่านการกินเข้าไปเท่านั้น

ภารกิจที่บริษัทมอบหมายให้ก็แค่เอาของที่มีมูลค่า 10 แต้มความมั่งคั่งกลับไป ส่วนเกินพวกนี้พอกลับไปแล้ว เขาจะดูดซึมในห้องเจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ได้ ขืนปล่อยให้พื้นที่ทางจิตบวมตุ่ยตลอดเวลาก็ทรมานแย่

คิดไปคิดมา ไป๋เวิ่นเลยกะว่าจะอยู่ต่ออีกสักพัก รอให้ย่อยเนื้อเถาเถี่ยตากแห้งไปได้สักหน่อยค่อยว่ากัน...

ถือโอกาสดูไอ้เทศกาลปีศาจราตรีอะไรนั่นด้วยเลย...

ทันใดนั้นเอง—

"ไอ้เวร!!! ทำไมแกมาอยู่ที่นี่?!! แล้วเสบียงที่ข้าตุนไว้หายไปไหนหมด!?"

เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวดังสนั่นหวั่นไหว ไป๋เวิ่นเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ที่ปากถ้ำเหนือหัวซึ่งเขาเป็นคนต่อยจนทะลุเอง ร่างเงาสีดำทมิฬที่สั่นระริกราวกับคลื่นคลั่งปรากฏตัวขึ้นตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้...

ด้วยสัญชาตญาณ ไป๋เวิ่นชูเนื้อเถาเถี่ยตากแห้งในมือขึ้น แล้วยิ้มแห้งๆ "เอ่อ... บังเอิญจัง กินมั้ย?"

ไป๋เวิ่นยิ้มเจื่อน "นั่นสิ เสบียงหายไปไหนหมดนะ?"

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - ของกลางหายไปไหน?!

คัดลอกลิงก์แล้ว