เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - ชาวเมืองผู้เว้าแหว่ง และกลีบดอกไม้

บทที่ 15 - ชาวเมืองผู้เว้าแหว่ง และกลีบดอกไม้

บทที่ 15 - ชาวเมืองผู้เว้าแหว่ง และกลีบดอกไม้


บทที่ 15 - ชาวเมืองผู้เว้าแหว่ง และกลีบดอกไม้

☆☆☆☆☆

เล่อซ่านฟังคำบอกเล่าของนกเพนกวิน พลางซักถามแทรกเป็นระยะ พร้อมกับเปิดอ่าน 《คัมภีร์เสี่ยวเฉิน》 ในมือเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

เขานานมากแล้วที่ไม่ได้ลงมือสังหารเจ้าหน้าที่ของบริษัท

เพราะเจ้าหน้าที่พวกนี้ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท อีกอย่างคนที่ถูกส่งมาทำภารกิจที่นี่ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกหน้าใหม่ถอดด้าม แถมมักจะเป็นภารกิจแรกในชีวิตด้วย

เจ้าหน้าที่แบบนี้ เพิ่งจะหลุดพ้นจากสนามทดลองที่ตัวเองตื่นรู้ ต้องมาเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย

สภาพจิตใจย่อมย่ำแย่ โดยมากมักจะยืนอยู่ปากเหวแห่งความสติแตก

มูลค่าในตัวพวกเขายังไม่สูงนัก ฆ่าไปก็ได้แค่สมุดบันทึกความทรงจำพื้นๆ ข้อมูลข้างในก็ไม่ครบถ้วนแถมไม่มีรายละเอียด ไม่มี 'ทักษะ' อะไรติดมาด้วย ต่อให้เล่อซ่านจะเลี้ยง 'ปีศาจกินหนังสือ' ไว้ ก็ยังรู้สึกว่าไม่คุ้มที่จะเอาสมุดบันทึกความทรงจำของพวกไก่อ่อนพวกนี้ไปให้มันกิน

แต่การที่คนคนหนึ่งจะกลายเป็นปัจเจกวิญญาณเหนือมนุษย์ได้ นั่นหมายความว่าเขาเคยถูก 'เทพมารดวงสุดเฮง' เลือกสรรมาก่อน

ใครจะไปรู้ว่าเจ้าพวกไก่อ่อนพวกนี้ในอนาคตจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน

ดังนั้น เล่อซ่านจึงไม่รังเกียจที่จะผูกมิตรสร้างบุญคุณไว้บ้าง ยังไงเขาก็ไม่ต้องเสียอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันอยู่แล้ว แค่ต้องใช้ความหวังดีจอมปลอมเพียงเล็กน้อย...

นับตั้งแต่เขาเกษียณมาจนถึงตอนนี้ มีเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนที่ได้รับ 'ความหวังดี' จากเขาไปแล้ว

เล่อซ่านไม่มีความจำเป็นต้องฆ่าคนพวกนี้

แต่ทว่า ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

ตามบันทึกที่ขาดๆ หายๆ ใน 《คัมภีร์เสี่ยวเฉิน》 และคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่นกเพนกวิน เจ้าหน้าที่ที่ถูกไป๋เวิ่นฆ่าตายมีโค้ดเนมว่าราชันย์ทหาร เป็นเด็กใหม่ที่มีค่าข้อมูลรวมถึงหกแต้ม

เพียงแค่เพราะการโต้เถียงหยอกล้อเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ไป๋เวิ่นก็ลงมือสังหารเขาทันทีที่จุติลงมา

แถมเจ้าหน้าที่ที่ชื่อไป๋เวิ่นคนนี้ ยังเข้ามาในห้องพักก่อนหน้าเริ่มภารกิจตั้งสองวัน นิสัยหยิ่งยโสเก็บตัว ไม่ยอมสุงสิงกับใคร พวกเขาพยายามจะผูกมิตรด้วยความกระตือรือร้น แต่ไป๋เวิ่นดูเหมือนจะดูถูกพวกเขา...

ใช่แล้ว นกเพนกวินไม่ได้ใส่สีตีไข่ แต่จงใจละเว้นวีรกรรมที่พวกตัวเองทำไว้... เขาไม่อยากตาย

ความจริงของโลกที่ได้รับรู้ทำเอาเขาแทบสติแตก สภาพแวดล้อมในสนามทดลองก็น่าหวาดหวั่นไม่แพ้กัน

ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย สมาชิกก็ตายไปแล้วสองคน แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นคนที่เก่งที่สุดในห้องรองจากไป๋เวิ่นอีกต่างหาก!

ภารกิจบริษัทมันอันตรายขนาดนี้เชียวหรือ?!

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ คำพูดของเขานั่นแหละที่ทำให้เล่อซ่านมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์

ไป๋เวิ่น คือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจริง และมาพร้อมกับภารกิจเฉพาะเจาะจง!

ภารกิจที่พุ่งเป้ามาที่เขา!

"บัดซบ! ดูท่าจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว..."

แววตาของเล่อซ่านฉายรังสีอำมหิต เขาตัดสินใจจะเริ่มพิธีวิวัฒนาการของเถาเถี่ยตัวน้อยทันที!

เพราะไม่ว่าภารกิจของไป๋เวิ่นจะสำเร็จหรือไม่ แผนการของเขาก็ถูกเปิดโปงไปแล้ว... การเริ่มพิธีวิวัฒนาการตอนนี้ ต่อให้เถาเถี่ยตัวน้อยวิวัฒนาการไม่สำเร็จ แต่การบริหารและสั่งสมทรัพยากรมาหลายปีของเขา ก็ถือว่าทำให้สนามทดลองนี้ 'มีมูลค่าเพิ่ม' ขึ้นมาแล้ว ถึงตอนนั้นถ้าขายคืนให้บริษัท ก็น่าจะยังพอทำกำไรได้บ้าง...

ถึงปัญหาเรื่องเงาอริจะยังแก้ไม่ได้ แต่...

เงาอริใต้เท้าของเล่อซ่านเริ่มกระเพื่อมไหวอีกครั้ง เขาพยายามสูดหายใจลึกๆ แล้วเลิกสนใจเจ้าหน้าที่ที่เหลือทั้งห้าคน ยัดผ้ากระสอบกลับเข้าปากนกเพนกวิน แล้วเดินจากไป ปล่อยให้พวกเจ้าหน้าที่ถูกมัดกองรวมกันดิ้นขลุกขลักเหมือนหนอนแมลง

เล่อซ่านไม่คิดจะไปเปิดอกคุยกับไป๋เวิ่นตรงๆ ตามสายข่าวที่รายงานมา ไป๋เวิ่นหลังจากกินเนื้อเถาเถี่ยเข้าไป ก็ตัวเปื้อนเลือดเรียกสาวงามไปปรนนิบัติ ขอถังน้ำร้อนและสมุนไพรพื้นๆ

ดูท่าทางถึงจะกินเนื้อพวกนั้นเข้าไปได้ แต่ร่างกายคงรับภาระหนักน่าดู

เล่อซ่านวิเคราะห์สรรพคุณยาที่ไป๋เวิ่นขอไป คาดเดาว่าไป๋เวิ่นคงอยากใช้อาบน้ำยาเพื่อเร่งการย่อยสลายและฟื้นฟูร่างกาย และในสมุนไพรพวกนั้น ก็ยังมีตัวยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัดผสมอยู่ด้วย...

ในเมื่อตอนนี้เล่อซ่านยังไม่ได้ฉีกหน้ากากแตกหักกับไป๋เวิ่นอย่างเป็นทางการ การบุกไปเผชิญหน้าตอนนี้รังแต่จะทำให้เสียเรื่อง

...

ภายในเมืองปีศาจราตรี

ไป๋เวิ่นพรางกายมิดชิด อาศัยประสาทสัมผัสการดมกลิ่นที่เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นชั่วคราว ออกค้นหาเนื้อเถาเถี่ยตากแห้งที่อาจซ่อนอยู่ในเมือง

ตลอดทางที่ผ่าน เขาเห็นชาวเมืองปีศาจราตรีใช้ชีวิตอย่างยากจนข้นแค้น ร่างกายพิการเว้าแหว่ง แต่ทุกคนกลับมีใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขจนผิดวิสัยมนุษย์

จะเรียกว่าเมือง แต่สภาพที่นี่ก็ดีกว่าซากปรักหักพังแค่หน่อยเดียว

นอกเมืองเป็นดินแดนรกร้างกันดาร แม้แต่ในสายตาของไป๋เวิ่น นอกจากเนินฝังศพไร้ญาติที่เขาตื่นขึ้นมา ก็แทบจะไม่เห็นพื้นที่สีเขียวที่ไหนอีกเลย

ไป๋เวิ่นกำลังจะมุ่งหน้ากลับไปสำรวจที่เนินฝังศพอีกครั้ง แต่จู่ๆ หูเขาก็แว่วเสียงเพลงกล่อมเด็กดังลอยลมมา

"ปีศาจร้ายมา~ จอมยุทธ์ก็มา~ ปราบมารพิทักษ์ภัยพาล~ ปีศาจแกร่งกล้า~ เซียนฟ้าลงมา~ เมืองราตรีสุขสราญ~"

ไป๋เวิ่นชะงักฝีเท้า ร่างวูบไหวเพียงครั้งเดียวก็ไปโผล่ที่หน้าตรอกแห่งหนึ่ง

เด็กน้อยกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ที่นั่น

ต่างจากผู้ใหญ่ในเมือง เด็กพวกนี้ดูเจริญเติบโตดีทีเดียว เนื้อตัวขาวจั๊วะน่ากัด แถมดูจะ... 'เจ้าเนื้อ' หน่อยๆ ด้วย?

"น่าสนใจ อาหารการกินของชาวเมืองปีศาจราตรีมาจากไหนกัน?" ไป๋เวิ่นเริ่มสงสัย

ถ้าไม่นับเรื่องสภาพร่างกายและความเป็นอยู่จริง ประชากรในเมืองปีศาจราตรีก็ถือว่าไม่น้อย อย่างต่ำๆ ก็น่าจะมีสักแสนกว่าคน

แต่ดูจากสภาพแวดล้อมรอบเมือง ไม่น่าจะมีทรัพยากรพอเลี้ยงคนจำนวนขนาดนี้ได้เลย...

นอกจากเนินฝังศพตรงนั้น ที่อื่นแม้แต่หญ้าสักต้นยังหาแทบไม่เจอ

ไป๋เวิ่นกำลังครุ่นคิด ก็เห็นเด็กๆ เริ่มเล่นบทบาทสมมติกัน

พวกเขาแบ่งบทกันเล่นเป็น 'ปีศาจราตรี' 'จอมยุทธ์' และ 'เซียนผู้วิเศษ' แล้วก็เริ่มฉากต่อสู้จำลอง

เด็กที่รับบทเป็น 'ปีศาจราตรี' ตอนแรกก็ดูขาวอวบเหมือนเด็กคนอื่น แต่พอ 'เข้าถึงบทบาท' เขาก็ถอดเสื้อออก ผิวหนังบนตัวเขามีรอยแผลเป็นลักษณะคล้ายเกล็ดปลาเรียงรายอยู่ เวลาขยับตัว 'เกล็ด' พวกนั้นจะบานออก ขยับตามจังหวะร่างกาย ดูเหมือน 'กลีบดอกไม้' ที่น่าสยดสยอง!

ไป๋เวิ่นไม่ได้เผยตัว ออกได้แต่เฝ้ามองเงียบๆ

แล้วเขาก็พบว่า บนตัวเด็กคนอื่นๆ ก็มีรอยแผลคล้าย 'เกล็ด' แบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ของเด็กคนอื่นจะไม่บานออกเหมือนของคนเล่นบท 'ปีศาจราตรี'

และบนตัวเด็กที่รับบทปีศาจ ก็ยังมีร่องรอยการฟื้นฟูสภาพร่างกายที่ดูไม่ค่อยชัดเจนหลงเหลืออยู่...

"อย่างนี้นี่เอง เริ่มปรับสภาพกันตั้งแต่เด็ก ตัดเฉือนซ้ำๆ แล้วปล่อยให้ฟื้นฟู จนโตเป็นผู้ใหญ่ ให้ชาวบ้านชินชากับความเจ็บปวดจากการถูกแล่เนื้อ?"

ไป๋เวิ่นเข้าใจแจ่มแจ้ง

"เผลอๆ ดูจาก 'ห้องพักสมอง' ในโลกเดิมของข้า หน่วย 'เหมืองสมอง' ของสนามทดลองแบบนี้ก็น่าจะถูกกำหนดมาตายตัว

ก่อนที่สนามทดลองจะปิดตัวลง จิตวิญญาณของ 'เหมืองสมอง' ก็น่าจะเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสนามทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายร้อยปีผ่านไป การแล่เนื้อเลี้ยง... ไม่สิ ต้องเรียกว่ากฎเกณฑ์ 'แล่เนื้อแทนคุณ' ก็ค่อยๆ ถูก 'เหมืองสมอง' ทั้งหมดยอมรับไปโดยปริยาย..."

พูดกันตามตรง ถึงจะเข้าใจเหตุผลว่าทำไมเล่อซ่านถึงทำแบบนี้ แต่ไป๋เวิ่นก็ยังรู้สึกสะอิดสะเอียนอยู่ดี

ต่อให้ใน 'ชาติที่แล้ว' เขาจะเป็นผู้นำพันธมิตรที่เอาแต่ใจตัวเองแค่ไหน ก็ไม่เคยทำเรื่องบัดซบพรรค์นี้...

สาวงามประดิษฐ์ในจวนเจ้าเมือง ชาวเมืองที่ร่างกายเว้าแหว่ง เด็กน้อยที่มีผิวหนังเหมือนกลีบดอกไม้... ทุกอย่างทำให้ไป๋เวิ่นรู้สึกหนาวสะท้านในใจ

เขาจึงเลิกสังเกตการณ์ แล้วมุ่งหน้าออกจากเมืองปีศาจราตรี ตรงไปยังเนินฝังศพไร้ญาติทันที

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 15 - ชาวเมืองผู้เว้าแหว่ง และกลีบดอกไม้

คัดลอกลิงก์แล้ว