- หน้าแรก
- เทพยุทธ์ไร้ตา
- บทที่ 40 - เสื้อผ้าชุดใหม่
บทที่ 40 - เสื้อผ้าชุดใหม่
บทที่ 40 - เสื้อผ้าชุดใหม่
บทที่ 40 - เสื้อผ้าชุดใหม่
"เจ้าแน่ใจนะ ว่าศิษย์น้องเจ้าให้เจ้ามาซื้อ?"
เถ้าแก่เเนี๊ยะร้านเสื้อผ้าวัยกลางคนที่ยังดูสวยสะพรั่งมองดูตัวอักษรสวยงามบนกระดาษ แล้วเงยหน้ามองสำรวจโหย่วซูผู้มีมาดสุภาพบุรุษตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ถูกต้องครับ รบกวนท่านช่วยห่อชุดสีเขียวอ่อน... ไม่สิ เอาชุดสีอ่อนทั้งหมดที่ตรงตามเงื่อนไขในกระดาษแผ่นนี้ ห่อให้ข้าทั้งหมด ข้าเหมาหมดครับ" โหย่วซูน้ำเสียงหนักแน่น แล้วเสริมว่า "ผ้าเกรดธรรมดาไม่เอา ข้าเอาแต่ของแพงๆ"
เถ้าแก่เเนี๊ยะทำหน้าลังเล นางใช่ว่าจะไม่รู้จักโหย่วซู อย่างไรเสียสิ่งที่นางสนใจที่สุดก็คือเหล่าหนุ่มรูปงามในเมือง และโหย่วซูก็จัดเป็นอันดับหนึ่งในใจนาง ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง ทุกครั้งที่เห็นโหย่วซูเดินผ่านหน้าร้านด้วยชุดซอมซ่อ นางก็รู้สึกเสียดาย คิดเพียงว่าเด็กหนุ่มตาบอดน่าสงสารที่ถูกอาจารย์ทิ้งคนนี้คงไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าดีๆ ที่คู่ควรกับรูปลักษณ์อันงดงามของเขา
หากไม่ใช่เพราะสามีที่บ้านยังอยู่ดี นางคงเอาเงินฟาดหัวลองเชิงเด็กหนุ่มคนนี้ดูแล้ว
แม้จะเคยเห็นคนทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อสาวงามมาไม่น้อย แต่นั่นล้วนเป็นเศรษฐีมีชื่อในเมือง ความใจป้ำกะทันหันของโหย่วซูทำให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่าโหย่วซูมีกำลังทรัพย์จริงหรือเปล่า:
"โหย่วซู น้าไม่ได้ไม่อยากขายให้เจ้านะ แต่เสื้อผ้าดีๆ พวกนั้นแพงมาก เจ้ามีเงินพอหรือ?"
โหย่วซูแสร้งทำหน้าไร้เดียงสา ล้วงถุงเงินใบใหญ่หนักอึ้งออกมาจากแขนเสื้อ:
"ก่อนอาจารย์จากไปทิ้งเงินไว้ให้ข้าก้อนหนึ่ง ข้ามองไม่เห็น ไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่ น้าช่วยดูให้หน่อยว่าแค่นี้พอไหม?"
เถ้าแก่เเนี๊ยะตาเป็นประกายทองทันที ยิ้มจนตาหยี:
"พอๆๆ! จะว่าไปโหย่วซูเจ้าตาบอดแต่ตาถึงนะเนี่ย! ซื้อเสื้อผ้าให้ผู้หญิง มาที่ร้านเสื้อผ้าไจ๋อวิ๋นของเราถือว่ามาถูกที่แล้ว!"
พูดพลางนางก็ลากแขนเสื้อโหย่วซูเข้าไปในห้องรับรองด้านใน แล้วเหลือบมองขนาดในกระดาษอย่างมีเลศนัย ตบไหล่โหย่วซูด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มว่า: "เจ้าหนู มีวาสนานะเนี่ย!"
ไม่รู้ว่าลูบคลำกระโปรงไปกี่ตัว ถึงจะเลือกเสร็จ เถ้าแก่เเนี๊ยะมีความประทับใจในตัวโหย่วซูดีมาก จึงไม่ได้เลือกกระโปรงให้ด้วยความคิดจะฟันกำไร สุดท้ายก็ซื้อมาทั้งหมดแปดตัว เงินถุงใหญ่นั้น ยังเหลืออยู่นิดหน่อย
"โหย่วซูเอ้ย เจ้าใจป้ำกับศิษย์น้องขนาดนี้ กับตัวเองก็อย่าขี้เหนียวนักสิ น้าแถมชุดคลุมให้เจ้าตัวหนึ่ง ใส่ไว้ในถุงผ้านี้ อย่าจำสลับกันล่ะ วันหลังจะซื้อเสื้อผ้าก็มาหาน้านะ จะลดราคาให้พิเศษ!"
เถ้าแก่เเนี๊ยะยื่นถุงผ้าใหญ่สองถุงเล็กสองถุงรวมสี่ถุงให้โหย่วซู ไม่ลืมที่จะฉวยโอกาสลูบมือที่แข็งแรงมีกระดูกของเด็กหนุ่ม
โหย่วซูขนลุกซู่ นึกขึ้นได้ว่าเดี๋ยวต้องหิ้วกล่องอาหารอีก ถุงเยอะแยะขนาดนี้ถือลำบาก จึงพูดว่า: "โหย่วซูขอบคุณท่านน้า วันหน้าต้องมาอุดหนุนแน่ครับ ข้ายังต้องไปซื้อของอย่างอื่นอีก รบกวนท่านช่วยเอาเสื้อผ้าในถุงเล็กสองถุงนี้รวมใส่ถุงเดียวกันให้หน่อยได้ไหมครับ ศิษย์น้องข้าไม่ถือสาหรอก"
เถ้าแก่เเนี๊ยะกลับทำหน้ามีความหมายแฝง "เชื่อน้าเถอะ นางถือสาแน่! เอาล่ะ เจ้ารีบเอาเสื้อผ้าใหม่กลับไปเถอะ"
โหย่วซูเดินจากไปอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าก็เป็นเสื้อผ้าใหม่เหมือนกัน ใส่รวมกันจะมีอะไรน่าถือสา? เถ้าแก่เเนี๊ยะมองแผ่นหลังของโหย่วซูที่เดินไกลออกไป เดาะลิ้นชมว่า: "เคยเห็นแต่ผู้หญิงให้ผู้ชายซื้อเสื้อผ้าให้ แต่ไม่เคยเห็นแม้แต่ชุดชั้นในก็ไหว้วานผู้ชายมาซื้อ จุ๊ๆ หรือนี่จะเป็นส่วนหนึ่งในการละเล่นของพวกเขา? เฮ้อ เสียดายแบบพวกนั้นฉันคงไม่มีหน้าใส่ ยกให้ศิษย์น้องเขาไปเถอะ..."
...
กินข้าวเย็นเสร็จ นัดแนะกับโหย่วซูว่าคืนนี้จะเรียนต่อ จีหลิงรั่วก็แทบรอไม่ไหวอุ้มเสื้อผ้าใหม่กลับห้องตัวเอง
แม้ภายนอกจะแสร้งทำเป็นเฉยๆ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ตื่นเต้นกับเสื้อผ้าใหม่ ต่อให้นางอาจจะไม่ค่อยถูกใจผ้าเนื้อหยาบของชาวบ้านพวกนี้ก็ตาม
นางเปิดห่อผ้าสามห่อจากใหญ่ไปเล็กตามลำดับ ที่เหนือความคาดหมายคือกระโปรงพวกนี้มีหลายตัวที่ถูกใจนาง เพียงแต่ยังมีสองตัวที่เนื้อผ้าบางเบามาก ไม่เหมือนชุดที่คนดีๆ เขาใส่เดินถนนกัน
จีหลิงรั่วด่าโหย่วซูว่าโง่เง่าในใจ ต้องโดนเจ้าของร้านหลอกขายแน่ๆ เพราะเสื้อผ้าเนื้อน้อยที่ดูไม่เรียบร้อยพวกนี้มักจะแพงเป็นพิเศษ
จีหลิงรั่วไม่ได้ใส่ใจ หยิบมันมาทาบกับตัวทีละตัวอย่างพอใจ ในใจหวานล้ำ คิดว่าศิษย์พี่ขี้งกคนนั้นก็นับว่ามีจิตสำนึกอยู่บ้าง ยอมควักเงินจ่าย
ทาบเสร็จก็ค่อยๆ หยิบเสื้อผ้าในห่อเล็กออกมาอย่างระมัดระวัง พอคิดว่านี่คือชุดชั้นในที่ให้โหย่วซูไปซื้อแทนก็หน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเจ้าของร้านจะคิดยังไงกับนาง
แต่ก็ช่วยไม่ได้ แม้แต่กระโปรงเก่าก็ใส่ไม่ได้แล้ว ชุดชั้นในก็ต้องเปลี่ยนเหมือนกัน
นางอาศัยแสงตะเกียงสว่างจ้าค่อยๆ คลี่ชุดชั้นในเหล่านี้ออกมา สองสามตัวบนสุดไม่ต่างจากที่นางขอไว้ในกระดาษเท่าไหร่ แต่ยิ่งจัดก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ ใต้แสงไฟใบหน้าหวานหยดของจีหลิงรั่วยิ่งแดงซ่าน ราวกับจะมีเลือดหยดออกมา
"เขาซื้ออะไรมาเนี่ย... เอี๊ยมตัวนี้ทำไมมันโปร่งแสงล่ะ? เกาะอกทำไมตรงกลางยังผ่าร่องอีก! ตามความต้องการของข้าเจ้าของร้านไม่มีทางหยิบชุดบัดสีบัดเถลิงแบบนี้ให้หรอก? ยังมีกระโปรงสองตัวนั่นอีก... มิน่าไอ้บอดนี่ถึงรับปากเร็วขนาดนี้ ที่แท้เขาก็ไม่ได้หวังดีแต่แรก!"
...
"วิชาวายุสมปรารถนา" เป็นคัมภีร์วิชาตัวเบาที่ลึกล้ำพิสดารจริงๆ เพียงแค่อ่านทำความเข้าใจเคล็ดลับบางอย่างในนั้น จิตสำนึกก็รู้สึกเบาสบายราวกับสายลม
จันทร์เสี้ยวแขวนอยู่บนยอดไม้ตง โหย่วซูดื่มด่ำไปกับวิชาจนถอนตัวไม่ขึ้น
จังหวะนั้นเอง เงาร่างอรชรสายหนึ่งก็ย่องเข้ามา จีหลิงรั่วเห็นโหย่วซูไม่สะทกสะท้านก็เริ่มโมโห
นางอุตส่าห์ใส่ชุดแบบนั้นมาตามความต้องการของเขาแล้ว ทำไมเขาถึงทำเหมือนลืมสัญญาที่จะสอนเดินปราณคืนนี้ไปแล้วล่ะ? จะเล่นตัวกับข้าหรือไง?
จีหลิงรั่วกระดกชาดื่มด้วยความโกรธ กระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังปัง
โหย่วซูสะดุ้งตื่นจากภวังค์ทันที ร้องทักว่า:
"ศิษย์น้อง มาแล้วหรือ?"
"ข้ามาตั้งนานแล้ว!" จีหลิงรั่วน้ำเสียงเย็นชา ไม่รู้ใครไปทำอะไรให้นางโกรธ
โหย่วซูงงเป็นไก่ตาแตก พูดขอโทษว่า "ให้ศิษย์น้องรอนาน งั้นเรามาเริ่มกันเถอะ"
"ท่านรีบมากหรือ?" จีหลิงรั่วมองเหยียดราวกับมองขยะ
"เอ่อ จะเริ่มเลยก็ดูจะรีบร้อนไปหน่อยจริงๆ" โหย่วซูลงจากเตียงมานั่งตรงข้ามจีหลิงรั่ว "ศิษย์น้องลองเดินปราณโดยไม่มีข้าช่วยดูก่อน ข้าจะดูว่าศิษย์น้องเชี่ยวชาญแค่ไหนแล้ว"
จีหลิงรั่วเห็นโหย่วซูทำหน้าตายเหมือนดูถูกนาง ก็อยากให้โหย่วซูเห็นความก้าวหน้าของนาง จึงตั้งท่ากระบี่ พยายามควบคุมปราณที่ไม่เชื่อฟังในร่างกาย
ที่น่าดีใจคือปราณเริ่มมีทิศทางการโคจรจริงๆ ที่น่าเศร้าคือเดินผิดทาง
"ตรงนี้ผิด ปราณจากท้องน้อยต้องเดินขึ้นก่อนแล้วค่อยลง"
โหย่วซูลุกขึ้นชี้จุดที่ผิดของจีหลิงรั่ว และยื่นมือไปกดที่หน้าท้องน้อยของจีหลิงรั่วอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อจะชักนำนาง
จีหลิงรั่วมองดูฝ่ามือของโหย่วซูที่ไม่มีความลังเลเพราะความขัดเขินเลย ทั้งโกรธทั้งตื่นเต้น รู้สึกเหมือนตัวจะไหม้จนเป็นลม
ในวินาทีที่สัมผัสโดนหน้าท้องน้อยของเด็กสาว โหย่วซูกลับเหมือนล้วงเจอคองูในกล่องสุ่ม รีบหดมือกลับแล้วพูดตะกุกตะกักว่า:
"ศิษย์น้อง ทะ ทะ ทำไมเจ้าไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ?!"
จีหลิงรั่วก็เหมือนถูกไฟดูด ตรงที่เพิ่งถูกโหย่วซูสัมผัสชาไปหมด นางหน้าแดงก่ำ อายจนน้ำตาแทบไหล:
"ใครบอกไม่ใส่? ก็แค่โชว์เอวเฉยๆ นี่ไม่ใช่กระโปรงที่ท่านซื้อให้ข้าหรือไง!"
"?"
(จบแล้ว)