เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 หึ! ถือว่าคุณเก่ง

บทที่ 31 หึ! ถือว่าคุณเก่ง

บทที่ 31 หึ! ถือว่าคุณเก่ง


บทที่ 31 หึ! ถือว่าคุณเก่ง

ในมุมมองของศาสตราจารย์เจียง วัสดุแคโทดแบตเตอรี่โซลิดสเตตระดับท็อปขนาดนี้ บวกกับโพลิเมอร์กลุ่มโบรอนที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสุดวิเศษ แบตเตอรี่สถานะก๊าซที่ผลิตออกมาได้ก็ควรจะน่าทึ่งในตัวมันเองอยู่แล้ว

ความเร็วในการชาร์จที่ไม่มีใครเทียบได้ นั่นก็เป็นเรื่องที่สมควรจะเป็น

เปรียบเสมือนคนอื่นเอาก้อนหินเล็กๆ ใส่ขวด แล้วเติมน้ำ แต่คุณกลับอัดอากาศเข้าไปตรงๆ ความเร็วในการชาร์จจะไม่เร็วได้ยังไงล่ะ?

แต่ความหนาแน่นของพลังงานของแบตเตอรี่ลิเธียมสถานะก๊าซนี้ กลับไม่ถึงครึ่งของแบตเตอรี่ลิเธียมกึ่งของเหลวที่พัฒนาจนสมบูรณ์แล้วในท้องตลาดด้วยซ้ำ

ชั่วขณะหนึ่ง ศาสตราจารย์เจียงยังคิดไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมสวี่หมิงหย่วนถึงไม่ตั้งใจวิจัยแบตเตอรี่ลิเธียมโซลิดสเตตที่ตัวเองถนัด แต่กลับไปทุ่มเทให้กับแบตเตอรี่ลิเธียมสถานะก๊าซที่เป็นสาขาใหม่แกะกล่องทำไม?

หรือว่าจะเป็นแค่เพื่อชื่อเสียงของการเป็นผู้ประดิษฐ์แบตเตอรี่ลิเธียมสถานะก๊าซคนแรกเท่านั้น?

"กริ๊งกริ๊ง~ กริ๊งกริ๊งกริ๊ง~"

ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ส่วนตัวของศาสตราจารย์เจียงก็ดังขึ้น เขาถึงได้หลุดออกจากภวังค์ที่จมดิ่งอยู่กับข้อมูลแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสถานะก๊าซฉบับนี้ แล้วพบว่าไฟในออฟฟิศดับไปเพราะเบรกเกอร์ทริปจากการที่ปล่อยให้เตาไฟฟ้าเซรามิกทำงานเปล่าๆ

ดวงอาทิตย์นอกหน้าต่างลับไปแล้ว ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง

ศาสตราจารย์เจียงหยิบโทรศัพท์มาดูเบอร์โทรเข้า เป็นตาเฒ่าหลินโทรมาอีกแล้ว สงสัยจะโทรมาอวดลูกศิษย์ตัวเองให้ฟังอีกแน่ๆ!

เขาสับเบรกเกอร์ในออฟฟิศขึ้น แล้วเปิดไฟ ก่อนจะเริ่มบทสนทนาอัน "เป็นกันเอง" กับตาเฒ่าหลิน

"ฮ่าๆ! ตาเฒ่าหลิน แกอย่าเพิ่งได้ใจไป พรุ่งนี้แกมาหาฉันสิ ฉันจะพาแกไปเปิดหูเปิดตาดูแบตเตอรี่รุ่นใหม่ของศิษย์รักฉัน..."

ศาสตราจารย์เจียงได้ทีคุยโวใหญ่โต

"ไม่ใช่... ไอ้พวกกระบวนการปรับปรุง หรือแบบจำลองการแพร่กระจายความเครียดของรอยแตกตามขอบเกรนของโซเดียมไอออนอะไรนั่น การพัฒนาเล็กๆ น้อยๆ แบบนั้นฉันไม่อยากจะเอามาคุยกับแกหรอก มันไม่เข้าตาฉันเลยสักนิด..."

"แกเป็นประธานคณะกรรมการมาตรฐานเทคโนโลยีการเก็บพลังงานแห่งชาติไม่ใช่เหรอ? ปีนี้ถ้าแกอยากจะสร้างสถานีเก็บพลังงานขนาดใหญ่อีกสักสองแห่ง เพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานใหม่ในประเทศ เผลอๆ แกอาจจะต้องมาขอร้องฉันก็ได้นะ!"

ศาสตราจารย์เจียงกับตาเฒ่าหลินถือว่าเป็น "คู่ปรับเก่า" ที่รู้จักกันมานานหลายปี

ทั้งสองอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน อยู่ในเซินเฉิงเหมือนกัน และต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ระดับประเทศ

ศาสตราจารย์เจียงเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ สาขาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ และเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการหลักด้านพลังงานใหม่แห่งชาติ

เขาเป็นผู้บุกเบิกกระบวนการผลิตลิเธียมไอออนฟอสเฟต และเป็นที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ระดับสูงของสถาบันวิจัยบีทีดี

ส่วนตาเฒ่าหลินเป็นรองคณบดีคณะวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซินเฉิง ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในวงการแบตเตอรี่ลิเธียม และเป็นประธานคณะกรรมการมาตรฐานเทคโนโลยีการเก็บพลังงานแห่งชาติ

เขาเป็นนักบุกเบิกการผลิตลิเธียมไอออนฟอสเฟตในเชิงอุตสาหกรรม และเป็นที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์พิเศษของฝั่งหนิงเต๋อ

คนหนึ่งเป็นนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของชาติที่มีอุดมการณ์ อีกคนเป็นข้าราชการสายเทคนิคที่มีประสบการณ์สูง คอยประสานงานระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา

ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่หนุ่มๆ แข่งกันทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ผิดใจกันรุนแรง เป็นแค่การบลัฟกันเล่นๆ ตามประสาผู้ชายว่าใครจะแน่กว่ากัน

แน่นอน ถ้าจะให้ตัดสินว่าใครเก่งกว่ากัน มันก็เหมือนเอาเทพกวนอูมาสู้กับฉินโจนั่นแหละ เปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก!

สิ่งเดียวที่ยืนยันได้คือ ทั้งสองคนต่างก็มีอิทธิพลในประเทศไม่น้อยเลยทีเดียว

พวกเขาแข่งกันเรื่องเกียรติยศส่วนตัวมาค่อนชีวิต ตอนนี้เลยหันมาแข่งกันเรื่องลูกศิษย์แทน

เมื่อก่อนศาสตราจารย์เจียงมีลูกศิษย์น้อยกว่า เลยสู้รองคณบดีหลินที่มี "ลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง" ไม่ได้

แต่ตอนนี้... แค่ผลงานแบตเตอรี่ลิเธียมสถานะก๊าซของสวี่หมิงหย่วนคนเดียว ก็มีค่าเท่ากับลูกศิษย์ของตาเฒ่าหลินเป็นหมื่นคนแล้ว

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสถานะก๊าซ นี่มันของใหม่แกะกล่องระดับเปิดสำนักได้เลยนะ

ถ้าเปิดตัวออกไป ไม่รู้ว่าจะมีนักศึกษาปริญญาโทและเอกสายวิทย์-วิศวะอีกกี่คนที่จะได้หัวข้อทำวิทยานิพนธ์เพื่อตีพิมพ์ในวารสาร SCI

หึ! ตาเฒ่าหลินเอ๊ย! แกจะเอาอะไรมาสู้ฉัน!

อย่างมากก็... ถือว่าแกเก่งก็แล้วกัน!

ตาเฒ่าหลินไม่ใช่คนหัวดื้อที่ไม่ยอมรับความจริง ไม่งั้นคงไม่ได้นั่งเก้าอี้รองคณบดี และทำงานประสานงานระหว่างภาครัฐ ธุรกิจ และการศึกษาไม่ได้หรอก

กลางดึกในห้องแล็บของบริษัทหยวนถู จ้าวเถียจู้ที่เดินไปเดินมาเพื่อฉีดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าเตาปฏิกรณ์แรงดันสูงแล้วเพิ่มแรงดันอยู่ตลอดเวลา เสื้อยืดใต้ชุดป้องกันสีขาวชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ

ไม่ใช่ว่าบริษัทหยวนถูประหยัดค่าไฟจนไม่เปิดแอร์ส่วนกลาง แต่เป็นเพราะชุดป้องกันถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก เรื่องความสบายเลยแทบไม่มี!

ส่วนเฉินโม่ที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นอกจากดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยแล้ว ก็แทบจะไม่มีเหงื่อออกเลย

กราฟคลื่นที่วิ่งอยู่บนพื้นหลังสีน้ำเงิน สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา เป็นภาพเส้นโค้งที่กำลังเคลื่อนไหวไปมา

"ฟู่!"

เตาปฏิกรณ์แรงดันสูงระบายก๊าซออก การจำลองเสร็จสิ้นไปอีกรอบ

จ้าวเถียจู้ใช้เข็มฉีดยาแบบวาล์วสามทางชนิดพิเศษดูดก๊าซออกมาเป็นครั้งที่ 137 แล้วฉีดเข้าไปใหม่ ก่อนจะกดปุ่มเพิ่มแรงดันที่เตาปฏิกรณ์...

จ้าวเถียจู้ที่เคยคึกคัก ตอนนี้ได้แต่นั่งเหม่ออยู่บนเก้าอี้หมุนตัวเล็ก จ้องมองตัวเลขบนหน้าปัดอย่างเลื่อนลอย

"ฟู่~"

การจำลองเสร็จสิ้นไปอีกรอบ

ขณะที่จ้าวเถียจู้กำลังจะทำตามขั้นตอนเดิมๆ อย่างเครื่องจักร คือ ดูดก๊าซ ฉีดก๊าซ เพิ่มแรงดัน เฉินโม่ก็ยืดตัวขึ้นกะทันหัน แล้วกดปุ่มบันทึกที่เมาส์อย่างแรง

"สำเร็จ!"

หลังจากพยายามมาตลอดทั้งวันบวกกับอีกครึ่งคืน ในที่สุดเฉินโม่ก็รวบรวมพารามิเตอร์ข้อมูลที่ใช้งานได้จริงครบ 100 ชุดแล้ว เขากดปุ่มแสดงผลอัตโนมัติ ภาพ 3 มิติของแบบจำลองการควบคุมค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโน้ตบุ๊กมือสองของเขา

จ้าวเถียจู้ยื่นหน้าเข้าไปดู ปลายจมูกแทบจะชนหน้าจอ "พี่เฉิน! นี่มันโมเดลอะไรเนี่ย ทำไมเหมือนรังต่อเลย?"

"นี่เรียกว่าโครงสร้างจุดยึดเหนี่ยวด้วยสนามแม่เหล็ก!"

เฉินโม่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพราะดูท่าทางเจ้าเด็กนี่คงไม่ได้ตั้งใจฟังหรอก

จากนั้นเขาก็ปิดเตาปฏิกรณ์แรงดันสูง ถอดถุงมือออก นวดคลึงหว่างคิ้วพลางแซวเล่น

"พรุ่งนี้เริ่มเตรียมวัสดุ มะรืนทำโครงสร้าง แกคงหมดสิทธิ์เป็นนักวิทยาศาสตร์แล้วล่ะ!"

จ้าวเถียจู้นั่งเอนหลังบนเก้าอี้หมุน ขาสองข้างพาดไปมาบนขาเก้าอี้

"ก็ดีสิ! ตอนนี้ผมเห็นไอ้เตาปฏิกรณ์แรงดันสูงนี่แล้วอยากจะอ้วก ต่อไปใครอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็เชิญเป็นไปเลย!"

จ้าวเถียจู้ไม่รู้หรอกว่ามีนักวิจัยกี่คนที่อิจฉาพวกเขา ที่สามารถสร้างแบบจำลองการควบคุมสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบออกมาได้ภายในวันเดียว มีคนอีกตั้งเท่าไหร่ที่อยากอดหลับอดนอนทำแทบตายแต่ก็ยังไม่มีโอกาส

"ความฝันสูงสุดในชีวิตของผมจ้าวเถียจู้คือ..." จ้าวเถียจู้พูดลากเสียงยาว

เฉินโม่หันไปมองเจ้าเด็กแสบ อยากรู้ว่าความฝันสูงสุดที่ว่านั่นคืออะไร

"รอผมรวยก่อนนะ ผมจะไปตั้งแผงขายปิ้งย่างที่หน้าโรงงานเรา ย่างเซี่ยงจี๊แกะสักร้อยแปดสิบไม้ไปเลย!"

"ห๊ะ???" เฉินโม่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามในหัว

"พี่เฉินไม่เคยได้ยินประโยคนี้เหรอ?" เจ้าเด็กแสบยิ้มร่า ส่ายหัวไปมาพลางฮัมเพลงที่ไปจำมาจากไหนก็ไม่รู้ "ชีวิตก็เหมือนเซี่ยงจี๊ย่าง ต้องกรอบนอกนุ่มในถึงจะเด็ด!"

เฉินโม่ฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ ตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ

"ไปเถอะ! เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว เราไปเปลี่ยนชุดป้องกันที่ร้อนเหมือนเตาอบนี่ออกก่อนดีกว่า ดึกมากแล้ว คืนนี้ก็นอนพักที่นี่แหละ"

จ้าวเถียจู้นวดเอวพลางเด้งตัวลุกจากเก้าอี้หมุน ทำหน้าเหยเกเกินจริง

"จัดไป! แต่พี่เฉิน พรุ่งนี้กับมะรืนนี้ไม่ต้องให้ผมช่วยจริงๆ เหรอ?"

เฉินโม่เดินเข้าห้องเปลี่ยนชุดพลางตอบยิ้มๆ "ฉันเข้าใจความหวังดีของแกนะ แต่ถามหน่อยเถอะ เลเซอร์สไลซ์กับเคมีกัดกร่อน แกทำเป็นสักอย่างไหม?"

เนื่องจากห้องแล็บของบริษัทหยวนถูไม่มีเครื่องแกะสลัก 3 มิติระดับไมครอน การสร้างโครงสร้างขั้วไฟฟ้าคอมโพสิตในขั้นตอนต่อไป จึงต้องใช้วิธีลูกทุ่งอย่างการใช้เลเซอร์สไลซ์บวกกับเคมีกัดกร่อน เพื่อสร้างโครงสร้าง MOF แบบหยาบๆ ด้วยมือ

ต้นแบบแบตเตอรี่ทำมือ โครงสร้างอาจจะหยาบไปหน่อย หน้าตาอาจจะขี้เหร่ไปบ้าง แต่ขอแค่ไม่กระทบต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

ในเมื่อสภาพห้องแล็บแบตเตอรี่ของหยวนถูมีเท่านี้ เฉินโม่ก็คงไปเรียกร้องให้เขาหาเครื่องแกะสลัก 3 มิติระดับไมครอนราคาเครื่องละเป็นล้านมาให้ใช้เพียงเพราะอยากทำโครงสร้าง MOF ไม่ได้หรอกจริงไหม!

"..."

จ้าวเถียจู้เงียบกริบ ทั้งเลเซอร์สไลซ์และเคมีกัดกร่อน สองคำนี้เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิต

"ก็ได้! พี่เฉิน ผมช่วยอะไรไม่ได้ แต่ผมก็อยู่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่ได้นะ จะได้ไม่เสียแรงที่พี่อุตส่าห์จะให้โบนัสผมตั้งสิบแปดเดือน!"

พัดลมเพดานในห้องเปลี่ยนชุดหมุนส่งเสียงดังหึ่งๆ เฉินโม่ถอดชุดป้องกันหนาหนักออก แล้วก็เข้าใจความคิดของเจ้าเด็กนี่ทันที เลยพูดดักคอยิ้มๆ ว่า

"แกไม่ต้องมาทำเป็นรู้มาก ไม่ต้องเตือนฉันหรอก ฉันไม่ลืมโบนัสของแกหรอกน่า!"

"พี่เฉิน! ผมจะเป็นคนแบบนั้นได้ยังไงเล่า!" จ้าวเถียจู้ทำหน้าตาน่าสงสาร "ผมไม่ได้สนใจโบนัสนั่นหรอก ผมแค่อยากอยู่เรียนรู้กับพี่เฉินให้มากขึ้นต่างหาก!"

เฉินโม่ยิ้มแต่ไม่ตอบ คิดในใจว่าใครจะไปเชื่อแก ไหนบอกว่าไม่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์แล้ว จะไปขายเซี่ยงจี๊ย่างไง?

วันแรกของการเช่าห้องแล็บแบตเตอรี่ของหยวนถู ทั้งสองคนถือว่าเริ่มต้นได้สวย สามารถสร้างแบบจำลองการควบคุมสภาพแวดล้อมสำหรับการสังเคราะห์อิเล็กโทรไลต์สถานะก๊าซออกมาได้สำเร็จ

เฉินโม่ยิ่งมีความมั่นใจในแผนงานแบตเตอรี่ลิเธียมสถานะก๊าซที่ระบบมอบให้มากขึ้นไปอีก

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 31 หึ! ถือว่าคุณเก่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว