- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 279 มองความตายดุจกลับบ้าน
บทที่ 279 มองความตายดุจกลับบ้าน
บทที่ 279 มองความตายดุจกลับบ้าน
ผู้ชมจำนวนไม่น้อยในไลฟ์สดเริ่มลงมือช่วยกันแล้ว และยังมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญคนดังบางส่วนที่เริ่มค้นหาที่อยู่ IP ที่ถูกแก้ไขนี้
ภารกิจของฉินเยี่ยในตอนนี้คือการตรึงฆาตกรโรคจิตที่อยู่ตรงหน้านี้ไว้ ดังนั้นเขาจึงนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์แล้วไลฟ์สดอย่างสงบ
สิ่งที่ผู้คนไม่เข้าใจคือ ฆาตกรโรคจิตคนนี้กลับจะเอาแต่นั่งจ้องมองฉินเยี่ยผ่านไลฟ์สดอยู่อย่างนี้งั้นหรือ?
พอฉินเยี่ยได้ยินว่าอีกฝ่ายจะให้ตนประเมินราคาหัวคน เขาก็ส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด
“เรื่องนี้ผมทำไม่ได้ครับ ถ้าหากพูดออกไป ผมก็จะมีความผิดไปด้วย ดังนั้นคุณก็จัดการเองเถอะ”
หลังจากฉินเยี่ยพูดจบ เขายังไลฟ์สดต่อไป พลางมองดูภาพในจอซึ่งฆาตกรโรคจิตอีกด้านหนึ่งกำลังจัดการกับของในมือ ส่วนบนร่างกายของเขาเริ่มอาบไปด้วยเลือด
ทันใดนั้น ฉินเยี่ยก็ตระหนักขึ้นมาได้ หากไม่รีบจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้น คาดว่าอีกฝ่ายคงจะอยู่ในไลฟ์สดนี้ต่อไปเรื่อยๆ
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว ตอนนี้ทางตำรวจ รวมถึงเหล่าเทพในโลกไซเบอร์ต่างก็กำลังตรวจสอบที่อยู่ IP ของอีกเพียง เพียงแต่สิ่งที่ทำให้ฉินเยี่ยคาดไม่ถึงคือ คนมากมายขนาดนั้นกลับไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้เลยสักคน
“ฉันไม่สน วันนี้ต้องบอกราคามาให้ฉัน ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ไลฟ์สดต่อไป”
พูดตามตรง ตอนนี้ผู้ดูแลระบบของแพลตฟอร์มสังเกตเห็นไลฟ์สดนี้แล้ว เพียงแต่ฉินเยี่ยยังไม่ได้เอ่ยปาก พวกเขาจึงไม่กล้าสั่งให้ปิดไลฟ์สด
ในตอนนี้เอง เพราะตำรวจถูกท้าทาย ทางการจึงรีบปล่อยภาพของชายหัวโล้นคนนี้ออกมาทันที
ภายหลังฉินเยี่ยได้เห็นก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพราะเขามองเห็นว่าที่อีกฝั่งของการเชื่อมต่อ มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านหลัง
“เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ดูน่ารักน่าชังดีนี่?”
ฉินเยี่ยจงใจใช้น้ำเสียงแบบนี้เพื่อควบคุมอารมณ์ของฆาตกร แต่คาดไม่ถึงว่าด้วยจุดประสงค์ที่เรียบง่ายขนาดนี้ ฆาตกรกลับมองไม่ออก เขาคิดว่าฉินเยี่ยกำลังชมเด็กคนนั้นจริงๆ
“น่ารักแน่นอน นี่คือลูกสาวของฉันเอง”
ฉินเยี่ยเพียงเหลือบมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกสาวของฆาตกรอย่างแน่นอน ถึงแม้บนใบหน้าของเด็กสาวจะมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา แต่ฉินเยี่ยกลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นรอยยิ้มที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ฉินเยี่ยแอบเหลือบมองใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นอีกครั้ง กลับพบว่าปากของเธอดูผิดรูป และไม่เคยอ้าออกเลยสักครั้ง
“ไม่ทราบว่านักเดินทางท่านนี้พอจะอธิบายได้ไหมครับ เด็กสาวข้างหลังนั่น บอกว่าเป็นลูกสาวไม่ใช่หรือครับ ทำไมปากของเธอถึงถูกปิดไว้ล่ะครับ นี่มันเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากนะ”
ชายหัวโล้นพอได้ฟังประโยคนี้แล้วก็พอใจและหัวเราะลั่น
“ใช่แล้ว นี่คือผลงานชิ้นเอกของฉัน ไม่คิดว่าแบบนี้มันดีเหรอ ทั้งเงียบทั้งไม่ทำผิด ทำได้เพียงอยู่ข้างกายฉัน ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีข้าวกิน”
ฉินเยี่ยคุ้นเคยกับการฟังคำพูดที่วิปริตของชายคนนี้แล้ว พอได้ฟังคำพูดแบบนี้อีกครั้ง ก็ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
แต่ฉินเยี่ยรู้ว่า หากตัวเองไม่ลงมือโดยตรงในตอนนี้ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้
จากหน้าผากของฆาตกรต่อเนื่องคนนี้ ฉินเยี่ยมองเห็นไอสีดำสายหนึ่ง ราวกับถูกของที่ไม่สะอาดบางอย่างครอบงำอยู่
“ในเมื่อพวกเราได้มาพบเจอกัน และไม่มีของอะไรมานำเสนอให้ประเมิน งั้นก็มาเล่นเกมกันเถอะ”
“ดังทราบว่าในไลฟ์สดของผมมักจะเล่นเกมกับผู้ชมอยู่บ่อยครั้ง ผมจะวาดสัญลักษณ์อะไรบางอย่างก่อน หากว่าคุณวาดได้ งั้นวันนี้ผมจะปล่อยคุณไป”
ฉินเยี่ยพูดกับฆาตกรต่อเนื่องคนนั้นจบ ก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา
“ก็ได้ ฉันวาดก็ได้ แกก็ต้องวาดด้วยเหมือนกัน ดูสิว่าจะออกมาเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าเหมือน แกก็ชนะ แต่ถ้าไม่ ฉันก็ชนะ ตกลงตามนี้”
ไม่มีใครรู้ว่าทำไมฆาตกรต่อเนื่องคนนี้ถึงได้สงบนิ่งขนาดนี้ พอได้ฟังคำพูดของฉินเยี่ยแล้วถึงกับตอบตกลงอย่างง่ายดาย
แน่นอนว่าฉินเยี่ยไม่ได้ต้องการจะเล่นเกมกับฆาตกรต่อเนื่องตรงหน้าจริงๆ พอได้ยินว่าอีกฝ่ายรับปากแล้ว เขาก็เริ่มวาดรูปยันต์แผ่นหนึ่งออกมาบนกระดาษ
“เอาล่ะ วาดตามลำดับขีดที่ผมวาด ถ้าวาดออกมาได้ ผมจะยอมรับว่าคุณเก่งจริง”
ภายหลังพูดจบ ฆาตกรต่อเนื่องอีกด้านหนึ่งดูเหมือนจะสนุกกับเกมนี้จริงๆ เขารีบนำกระดาษและปากกาออกมา แล้ววาดภาพที่คล้ายกับของฉินเยี่ยลงบนกระดาษ
“ถึงแม้จะไม่ค่อยเหมือน แต่ก็น่าจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง”
ฉินเยี่ยเปลี่ยนคำพูดและพูดกับฆาตกร
“ก็ได้ ในเมื่อคุณวาดได้ขนาดนี้ งั้นผมก็คงต้องยอมรับว่าแพ้แล้ว”
พูดถึงตรงนี้ ฉินเยี่ยกลับนำหน้ากากอันหนึ่งมาสวมบนใบหน้าของตัวเองทันที
“อย่างอื่นก็ไม่ต้องพูดมากแล้ว รูปวาดแผ่นนี้ถือว่าฉันให้ยืม จะแปะไว้ที่ไหนในบ้านก็ได้ ต่อให้จะแปะไว้บนหน้าผากก็ไม่มีปัญหา”
ภายหลังฉินเยี่ยพูดจบ ฆาตกรต่อเนื่องคนนั้นก็ไม่รู้ตัว ว่าฉินเยี่ยดูเหมือนจะไม่อยากคุยกับตนแล้ว เขานำยันต์แผ่นนั้นขึ้นมาแปะไว้บนหน้าผากของตัวเอง พลางเผยรอยยิ้มออกมา ราวกับว่าแผนการอะไรบางอย่างสำเร็จแล้ว
ฉินเยี่ยเห็นคนอีกด้านหนึ่งของไลฟ์สดแปะยันต์แล้ว ก็รีบถอดหน้ากากของตัวเองออก
“ดูท่าว่าคนคนนี้ถูกผีเข้าแล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะไม่โรคจิตขนาดนี้ กระทั่งปากของเด็กผู้หญิงก็ยังปิดไว้ เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเสียจริง”
เพียงได้ฟังประโยคนี้แล้ว คนอีกด้านหนึ่งของไลฟ์สดก็เหมือนกับคลุ้มคลั่งขึ้นมา
“ฉันจะทำอะไรแล้วมันเกี่ยวกับใครหน้าไหน ถ้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวก็ปิดไลฟ์สดนี่ไปซะสิ ฉันเชื่อมต่อเข้ามาตามช่องทางที่ถูกต้อง ถ้าแกคิดอยากจะหนีก็ต้องชดใช้ค่ายเสียหาย”
ถึงแม้ฆาตกรต่อเนื่องคนนี้จะอารมณ์ร้ายมาตั้งแต่แรก แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นแบบนี้ จนกระทั่งยันต์ที่เขาวาดตามฉินเยี่ยถูกแปะไว้บนหน้าผาก ก็เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน อารมณ์พลันระเบิดขึ้นมาทันที
โชคดีที่ยันต์กระดาษแผ่นนั้นแปะอยู่บนหน้าผากของฆาตกรต่อเนื่องแล้ว ฉินเยี่ยแอบนำยันต์กระดาษอีกแผ่นหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก แล้วใส่ลงไปในน้ำที่เพิ่งจะใช้เผายันต์เมื่อครู่อีกครั้ง
ทันใดนั้นฆาตกรต่อเนื่องคนนั้นพลันต้องกุมท้องของตัวเอง
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงปวดขนาดนี้ได้?”
ไม่นานนัก ฆาตกรต่อเนื่องคนนี้ก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหว จนคุกเข่าลงกับพื้น
บังเอิญเหลือเกินที่ในตอนนี้ตำรวจมาถึงพร้อมกันพอดี ภายหลังได้เห็นคนร้ายคุดคู้อยู่กับพื้น พวกเขาก็รีบเข้าควบคุมตัวทันที
“ไอ้เด็กเหลือขอ คิดจะเล่นลูกไม้พวกนี้กับฉัน แกคิดว่าตัวเองจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวได้จริงๆ หรือไง?”
ตำรวจพูดกับฆาตกรบนพื้น และในตอนนี้เอง ฆาตกรเพียงหันกลับไปยิ้มแล้วมองดูเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้า
คนในไลฟ์สดเมื่อครู่ยังคงส่งเสียงดังจอแจอยู่เลย แต่เมื่อเห็นว่าคนร้ายถูกจับได้ภายในวันเดียว ก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ