- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 277 ฉินเยี่ยกลับบ้าน
บทที่ 277 ฉินเยี่ยกลับบ้าน
บทที่ 277 ฉินเยี่ยกลับบ้าน
ถึงแม้ก่อนหน้านี้อี้เหยียนจะเกรงกลัวชายอ้วนมาโดยตลอด แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เธอก็ไม่อาจถอยหนีได้อีกต่อไป เพราะหากเซ็นชื่อลงไปจริงๆ ท่านผู้เฒ่าก็จะถูกชายอ้วนบีบคั้นจนตายในไม่ช้า
มือของท่านผู้เฒ่าถูกอี้เหยียนกุมไว้แน่น แต่ชายอ้วนที่อยู่ข้างๆ กลับผลักเธอออกไปอย่างแรง
“ไม่มีที่ให้เด็กอย่างแกสอดปาก ถึงจะเป็นคนรุ่นต่อไป แต่บริษัทของพวกเราก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแก อย่าลืมสิว่าแกเป็นแค่ผู้หญิงที่สักวันต้องถูกขายออกนอกตระกูล”
คำพูดประโยคหนึ่งราวกับค้อนหนักพันชั่งทุบลงกลางใจของอี้เหยียน ถึงแม้ตัวเองจะเป็นผู้หญิง แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับบริษัท และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมเอาไว้มากมาย
แต่ตอนนี้ ชายอ้วนกลับใช้คำพูดเพียงประโยคเดียวปัดความพยายามทั้งหมดของเธอทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
เมื่อจนหนทาง เธอจึงทำได้เพียงกลับไปหาฉินเยี่ยอีกครั้ง
“อาจารย์ฉินคะ ตอนนี้ตระกูลของพวกเราเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น ฉันต้องการความช่วยเหลือจากท่านจริงๆ ฉันไม่รู้ว่าคุณลุงของฉันเป็นอะไรไป เอาแต่คิดจะแย่งชิงบริษัทของตระกูลเรา ฉันสงสัยว่าเขาอาจจะไปสมคบคิดกับบริษัทอื่นไว้นานแล้ว”
ความสงสัยนี้ไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นมาลอยๆ เพียงแต่ช่วงนี้อี้เหยียนพบว่าคุณลุงสนิทสนมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอื่นเป็นพิเศษ ราวกับเป็นเพื่อนสนิทกัน
ประกอบกับช่วงนี้คุณลุงยังเอาแต่คิดจะยึดอำนาจควบคุมตระกูลนี้มาโดยตลอด จึงทำให้อี้เหยียนเกิดความสงสัยขึ้นมา
แต่คาดไม่ถึงว่าตอนที่โทรศัพท์ติดต่อฉินเยี่ย เขาอยู่ระหว่างเดินทางกลับไปแล้ว
“ต้องขอโทษจริงๆ ครับ คุณอี้เหยียน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผมควรจะเข้าไปยุ่ง หากตระกูลของคุณมีข้อพิพาทภายใน ก็ไม่ควรจะดึงผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”
ถึงแม้ฉินเยี่ยจะไม่โกรธ แต่น้ำเสียงก็เผยความรู้สึกห่างเหินต่ออี้เหยียนออกมาเล็กน้อย
อี้เหยียนก็ลำบากใจ ตอนนี้คนเดียวที่เธอสามารถพึ่งพาได้ก็คือฉินเยี่ย แต่ตอนนี้เขาดันจากไปแล้ว อี้เหยียนจึงรู้สึกเหมือนกับฟ้าดินถล่มลงมา เพราะคุณลุงของเธอไม่ใช่คนที่มีความสามารถอะไร
“แต่คุณไม่ต้องกังวลไปนะครับ ถ้าหากมีเรื่องด่วนอะไรจริงๆ คุณสามารถเชื่อมต่อไลฟ์สดของผมได้ตลอดเวลา ผมจะพยายามช่วยเหลือคุณอย่างสุดความสามารถ”
พอได้ฟังดังนั้น ในใจของอี้เหยียนก็พอจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง ตอนนี้อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งที่อยู่ข้างเดียวกับตนและสามารถช่วยเหลือตนได้
“ถ้างั้นก็ขอบคุณท่านมากค่ะ ส่วนหยกเทพมังกร ฉันจะส่งไปให้ท่าน วางใจได้ค่ะ นี่คือเรื่องที่ฉันรับปากท่านไว้แล้ว”
พอพูดถึงตรงนี้ ฉินเยี่ยก็นึกขึ้นมาว่าก่อนหน้านี้ตัวเองก็เคยรับปากว่าจะต้องรักษาปู่ของอี้เหยียนให้หาย และตอนนี้ก็ช่วยไปแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ครอบครองตระกูล แต่ก็ได้หยกเทพมังกรมาก้อนหนึ่ง ซึ่งราคาของมันก็มหาศาล
อาจกล่าวได้ว่าการเดินทางไปบ้านของอี้เหยียนครั้งนี้ของฉินเยี่ย ก็ไม่นับว่าขาดทุนซะทีเดียว
“ไม่ต้องแล้วครับ ตอนนั้นผมก็นำติดตัวมาแล้ว ในเมื่อเป็นสิ่งที่เราตกลงกันไว้ ผมก็ต้องนำมันไปอย่างแน่นอน”
ตอนที่ฉินเยี่ยนำไป เขาไม่ได้บอกอี้เหยียนเลยแม้แต่น้อย เพราะการได้หยกเทพมังกรมา ถึงแม้สำหรับคนภายนอกแล้วจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก แต่สำหรับฉินเยี่ยแล้วกลับง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
อีกอย่าง หยกก้อนนี้ก็เป็นของที่ฉินเยี่ยซื้อมาเอง พูดตามตรงแล้วคือไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้ที่บ้านตระกูลอี้
“ค่ะ ท่านนำไปแล้วก็ดีที่สุดแล้ว ของสิ่งนี้ถ้าทิ้งไว้ที่นี่ก็เป็นเพียงแค่ต้นเหตุแห่งภัยพิบัติ มีแต่จะทำให้คนในตระกูลของเราขัดแย้งกันเอง”
ฉินเยี่ยฟังอี้เหยียนพูดถึงเรื่องตระกูลของตัวเองไม่หยุด ในที่สุดก็ทนฟังต่อไปไม่ไหว
“การที่คุณทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับตระกูลของคุณขนาดนี้กลับไม่มีประโยชน์ ตระกูลของคุณถูกกำหนดให้ต้องล่มสลายแล้ว”
คำพูดประโยคนี้ของฉินเยี่ย ถึงแม้จะทำร้ายจิตใจหนักมาก แต่ทั้งหมดก็ออกมาจากใจจริง
นับตั้งแต่ตอนที่เขาเข้าไปในบ้านของอี้เหยียน เขาก็รู้สึกเย็นยะเยือกอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าทำเลที่ตั้งของสถานที่แห่งนี้ไม่ดี ตรงกันข้าม ไม่เพียงแต่จะไม่แย่ แต่ยังได้รับแสงสว่างอย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย
สิ่งเดียวที่ไม่ดีคือบรรยากาศบางอย่างภายในบ้าน ที่มักจะทำให้คนรู้สึกกดดันอย่างประหลาด หลังจากที่ฉินเยี่ยสืบสวนเป็นการส่วนตัวถึงได้รู้ว่า ใต้คฤหาสน์ที่อี้เหยียนอาศัยอยู่ในตอนนี้เคยเป็นโรงเรียนมาก่อน
โรงเรียนโดยทั่วไปมักจะสร้างขึ้นที่ไหน ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
พออี้เหยียนรู้ข่าวนี้ ทั้งร่างก็ตกใจจนตัวแข็งทื่อ ทันใดนั้นพลันรู้สึกว่าการยืนอยู่บนสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ของตัวเองทำให้รู้สึกขนลุกขึ้นมา
“เรื่องแบบนี้น่าจะไม่ส่งผลกระทบอะไรใช่ไหมคะ ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องงมงายเลย ฉันรู้สึกว่านี่เป็นเพียงแค่คิดไปเอง”
เธอไม่เพียงแต่จะบอกฉินเยี่ย แต่ขณะเดียวกันก็กำลังบอกตัวเองด้วย แต่ฉินเยี่ยกลับไม่ได้ตอบ เพียงแต่ทำให้คนในไลฟ์สดเริ่มถกเถียงกันขึ้นมา
“พูดตามตรง เรื่องครั้งก่อนฉันยังไม่เข้าใจเลย ครั้งนี้กลับเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก ฉันรู้ว่าอาจารย์ฉินต้องรู้อะไรบางอย่าง และต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอน”
ภายหลังผ่านเรื่องราวครั้งก่อน ผู้ชมเหล่านั้นในไลฟ์สดก็เริ่มจะสงสัยในเรื่องความเชื่อเรื่องงมงาย
หากความเชื่อเรื่องงมงายเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทำไมครั้งก่อนถึงยังเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ แล้วคนที่มีบารมีอย่างฉินเยี่ย ตามปกติแล้วย่อมไม่กล้าที่จะบอกเรื่องแบบนี้กับคนอื่นส่งเดช แน่นอนว่าต้องมีเหตุผลรองรับและมีร่องรอยให้สืบหาได้
“เรื่องอื่นๆ ก็ไม่ต้องคิดแล้วครับ เพราะถ้าหากภัยพิบัติมาถึง อย่างไรคุณก็ขวางไม่อยู่ แค่อยู่บ้านเฉยๆ ไปเถอะครับ ตราบใดที่ชายอ้วนคนนั้นไม่ได้มารบกวนและไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อคุณ ทางที่ดีที่สุดคืออย่าไปหาเรื่องเขา”
ฉินเยี่ยมองเห็นพลังชั่วร้ายที่รุนแรงสายหนึ่งออกมาจากร่างของชายอ้วน ชนิดที่ถ้าหากอยู่ใกล้เป็นเวลานาน จะต้องอันตรายมากอย่างแน่นอน กระทั่งยังจะติดพลังชั่วร้ายแบบนี้มาไม่มากก็น้อย ถึงตอนนั้นเกิดทั้งร่างจะกลายเป็นคนไม่ใช่คน ผีไม่ใช่ผี ก็คงจะไม่ดีแล้ว
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ อาจารย์ฉิน มีเรื่องอะไรฉันจะต้องมาขอความช่วยเหลือจากท่านแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ในเมื่อท่านกลับไปแล้ว ฉันก็ไม่รบกวนท่านแล้วค่ะ”
ในไลฟ์สด เมื่อเห็นอี้เหยียนวางสายไปแล้ว ก็เริ่มพากันสืบสวนเกี่ยวกับที่ดินของบ้านเธอ
“ที่ดินผืนนั้นมันไม่ธรรมดาเลยนะ บ้านที่อยู่บนนั้นถูกเรียกว่าบ้านผีสิง ช่วงนี้มีคนตายไปหลายคนแล้ว ดูท่าว่าสาวสวยคนนี้จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
“แบบนี้ไม่ดีมั้ง ถึงแม้คนในตระกูลของพวกเขาบางคนจะสมควรตาย แต่ฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณอี้เหยียน เธอคอยช่วยพูดแทนอาจารย์ฉินของพวกเรามาโดยตลอด”
“ใช่เลย นี่จะเป็นบ้านผีสิงหรือไม่ฉันไม่สน สรุปแล้วก็ให้คุณอี้เหยียนรีบออกมาเถอะ ไม่อย่างนั้นอาจอันตรายเกินแก้ไข”
ถึงแม้คนในไลฟ์สดจะคอยเตือนฉินเยี่ยอยู่ตลอด แต่เขาก็ยังคงไม่อยากจะสนใจ อย่างไรเสียความเป็นความตายขึ้นอยู่กับโชคชะตา ความร่ำรวยขึ้นอยู่กับฟ้าดิน เขาจึงไม่สะดวกที่จะเข้าไปยุ่งมากนัก
“จะว่าไป นี่ก็ไม่ได้เชื่อมต่อกับสหายนักสะสมคนอื่นมาวันสองวันแล้ว วันนี้ผมจะเปิดการเชื่อมต่ออีกครั้ง มาดูกันว่าใครจะถูกสุ่มขึ้นมา”