- หน้าแรก
- ทวงคืนโชคชะตาของธิดาผู้แท้จริง
- บทที่ 17: ยกกระโปรงตัวนั้นให้เธอเถอะ
บทที่ 17: ยกกระโปรงตัวนั้นให้เธอเถอะ
บทที่ 17: ยกกระโปรงตัวนั้นให้เธอเถอะ
บทที่ 17: ยกกระโปรงตัวนั้นให้เธอเถอะ
"พี่สาวไม่กินข้าวเช้าเหรอครับ?" หลี่เหวินฮว๋าถามขึ้น "พี่สาว" ในที่นี้ย่อมหมายถึงเหวินถิงโดยธรรมชาติ หลี่เหวินฮว๋าเรียกแบบนี้มาสิบกว่าปีแล้ว จะให้เปลี่ยนปุบปับคงไม่ได้ พูดจบเขาก็รู้ตัวว่าพลั้งปากไป จึงเหลือบมองหลี่เหวินซี แต่พบว่าแววตาของเธอยังคงนิ่งเรียบไม่ไหวติง
"พี่สาวลูกเข้านอนดึกเมื่อคืน ให้เขานอนต่ออีกหน่อยเถอะ" ฉินหลานพูดพลางหยิบชามใบหนึ่ง ใส่หมั่นโถวและปาท่องโก๋ลงไป แล้วนำไปวางรวมกับหม้อโจ๊กเพื่ออุ่นไว้
สำหรับมื้อเช้านี้ หลี่เหวินซีกินหมั่นโถวหนึ่งลูก ไข่ต้มหนึ่งฟอง และโจ๊กอีกหนึ่งถ้วย จริงๆ แล้วเธอรู้สึกว่ายังกินได้อีก แต่กลัวฉินหลานจะมองว่าเธอกินจุเกินไป จึงหยุดไว้แค่นั้น
หลังจากกินเสร็จ หลี่เหวินซีก็ช่วยเก็บล้างจานชาม เธอมักรู้สึกผิดที่กินเยอะแต่ไม่ได้ช่วยทำอะไรเลย
ทว่าฉินหลานกลับรู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อยทันที เธออยากเลิกทำงานบ้านมานานแล้ว แต่คนอื่นในบ้านก็ไม่มีใครทำ พอหลี่เหวินซีมาอยู่ด้วย เธอรู้สึกสบายขึ้นเป็นกอง
ช่วงสาย ฉินหลานพาหลี่เหวินซีไปที่สหกรณ์ร้านค้าบนเกาะ ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้าสำเร็จรูปและผ้าพับขาย
เสื้อผ้าสำเร็จรูปในสหกรณ์มีไม่มากนัก แต่ผ้าพับมีให้เลือกเยอะ ปกติฉินหลานตัดเย็บเสื้อผ้าไม่เป็น เธอจึงมักซื้อผ้าไปจ้างช่างตัดเย็บหรือวานให้พี่ซุนเพื่อนบ้านช่วยตัดให้ แต่เดี๋ยวนี้เสื้อผ้าสำเร็จรูปเริ่มแพร่หลาย เธอจึงเลือกซื้อแบบสำเร็จรูปแทน
ชุดกระโปรงลายสก็อตสีขาวตัวสวยแขวนเด่นอยู่ในร้าน พนักงานขายเห็นฉินหลานจ้องชุดนั้นตาไม่กะพริบ จึงเอ่ยทัก "พี่ฉินคะ นี่เป็นสินค้ามาใหม่เลยนะคะ ใส่แล้วสวยมาก ซื้อให้เหวินถิงเหรอคะ? น้องต้องใส่สวยแน่ๆ"
ฉินหลานใจกระตุกวูบเมื่อได้ยิน แต่พอนึกถึงคำพูดของหลี่หงปินเมื่อเช้า เธอก็สลัดความคิดนั้นทิ้ง แล้วสะกิดหลี่เหวินซีที่ยืนอยู่ข้างๆ "ซื้อให้เด็กคนนี้ต่างหาก เอาชุดนี้ให้เธอลองหน่อยสิ"
พนักงานขายยิ้มแก้มปริทันที "นี่คงเป็นหลานสาวจากฝั่งบ้านเดิมพี่ฉินใช่ไหมคะ หน้าตาเหมือนพี่ฉินเปี๊ยบเลย สวยจริงๆ ค่ะ น้องใส่ต้องขึ้นแน่ๆ" พูดพลางปลดชุดลงมา แล้วพาหลี่เหวินซีเข้าไปลองในห้องด้านใน
ฉินหลานได้แต่ยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไร
หลี่เหวินซีที่อยู่ในห้องลองได้ยินฉินหลานไม่แก้ต่างเรื่องที่เธอเป็นลูกสาว แต่กลับเบี่ยงประเด็นไปเรื่องเสื้อผ้า เธอได้แต่หัวเราะสมเพชตัวเองเบาๆ
วันนี้หลี่เหวินซีถักเปียสองข้างพาดมาด้านหน้า เปียของเธอสั้น ไม่ยาวถึงเอวเหมือนเด็กสาวคนอื่น เพราะหลี่เหวินซีมองว่าผมยาวสระยากและเสียเวลาถักเปีย เอาเวลานั้นไปอ่านหนังสือเพิ่มได้ตั้งอีกเล่ม
ดังนั้นสมัยเรียนอยู่ในเมือง เธอจึงตัดผมสั้นฉับเดียวจบ เพราะผมของเธอยาว ดำขลับ และสุขภาพดี จึงขายได้ถึงแปดสิบเซ็นต์ พอกลับบ้านไปโกหกหวังจูฮัวว่าตัดทิ้งไปแล้ว หวังจูฮัวก็ด่าทอว่าสิ้นเปลืองแล้วทุบตีเธอ
เมื่อหลี่เหวินซีในชุดกระโปรงลายสก็อตและผมเปียสองข้างเดินออกมา เธอดูบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างบอกไม่ถูก
พนักงานขายอุทานไม่หยุดปาก "ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งจริงๆ ค่ะพี่ฉิน หลานสาวพี่ใส่ชุดนี้แล้วดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย สมกับเป็นหลานหน้าเหมือนป้า ยืนคู่กันนึกว่าแม่ลูกซะอีก"
ฉินหลานฝืนยิ้มแล้วพูดว่า "เอาชุดนี้แหละค่ะ" จากนั้นเธอก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวสีดำขึ้นมา "แล้วก็เอาชุดนี้ด้วย คิดเงินรวมเลยนะคะ"
พนักงานขายยิ้มร่า "แหม พี่ฉินใจป้ำจังเลยค่ะ!" นิ้วมือดีดลูกคิดอย่างคล่องแคล่ว "ทั้งหมด 21 หยวนค่ะ รับรองเท้าไปด้วยไหมคะ?"
หลี่เหวินซีกำลังตกใจกับราคาเสื้อผ้า เมื่อสังเกตเห็นสายตาทั้งสองคู่จับจ้องมาที่เท้าของเธอ บนรองเท้าผ้าใบสีดำเก่าคร่ำคร่าที่มีรูโหว่ หลี่เหวินซีถอยหลังหนีโดยสัญชาตญาณ
ความอับอายฉายวาบขึ้นบนใบหน้าฉินหลาน เธอรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทางขลาดกลัวของหลี่เหวินซี จึงหันไปยิ้มให้พนักงานขาย "รองเท้าน้องขาดตอนเพิ่งมาถึงบ้านเราพอดี เลยต้องรีบพามาซื้อใหม่น่ะค่ะ"
พนักงานขายแอบขำในใจ รู้ทันว่าตัวเองเป็นคนทักเรื่องรองเท้า แต่ปากก็ชมเปาะว่าฉินหลานเป็นป้าที่แสนดี
"มีรองเท้าแตะไซส์เธอไหม?" ฉินหลานถาม
"มีค่ะ" พนักงานขายรีบไปหยิบรองเท้าแตะส้นเตารีดสีขาวประดับรูปผีเสื้อ ซึ่งเข้ากับชุดกระโปรงลายสก็อตของหลี่เหวินซีพอดิบพอดี
สุดท้าย ฉินหลานจ่ายเงินไปทั้งหมด 26 หยวน
หลี่เหวินซีไม่เคยคิดฝันว่าเสื้อผ้าแค่สองชุดของตัวเองจะมีราคาสูงขนาดนี้ เธอรู้สึกไม่สบายใจ มือม้วนชายเสื้อไปมาไม่หยุด
ขากลับ แดดเริ่มแรงจัด ไม่นานทั้งคู่ก็เหงื่อท่วมตัว หลี่เหวินซีไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่กับฉินหลานเหมือนตอนอยู่กับหลี่หงปิน เธอจึงเดินตามหลังเงียบๆ ฉินหลานเองก็ใจจดใจจ่ออยากกลับไปหาหลี่เหวินถิง จึงเร่งฝีเท้า ทั้งสองเดินเงียบกริบตลอดทาง
เมื่อกลับถึงบ้าน หลี่เหวินถิงนั่งรออยู่ที่โซฟา พอเห็นฉินหลานกับหลี่เหวินซีกลับมา สายตาของเธอก็จับจ้องไปที่หลี่เหวินซีเขม็ง
ทันทีที่ฉินหลานเห็นหลี่เหวินถิง ก็รีบเอ่ยทัก "เหวินถิง กินข้าวเช้าหรือยังลูก? แม่อุ่นไว้ในหม้อนะ"
"แม่ หนูไม่อยากกิน" หลี่เหวินถิงตอบเสียงเนือยๆ
"ได้ยังไงกัน เมื่อคืนลูกก็ไม่ได้กิน วันนี้จะไม่กินอีกได้ไง มาๆ แม่กินเป็นเพื่อนลูกเอง" ฉินหลานพูดพลางตักหมั่นโถวกับโจ๊กฟักทองออกจากหม้อ แล้วลากหลี่เหวินถิงมานั่งที่โต๊ะกินข้าว
หลี่เหวินถิงค่อยๆ จิบโจ๊กช้าๆ ฉินหลานมองดูด้วยรอยยิ้มพอใจ
จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ ฉินหลานหันไปสั่งหลี่เหวินซีที่กำลังจะเดินขึ้นบันได "หลี่เหวินซี ไปซักเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมาซะนะ เสื้อผ้าจากข้างนอกมันสกปรก ต้องซักก่อนถึงจะใส่ได้"
หลี่เหวินซีที่ถูกเรียกชื่อเต็ม รับคำสั้นๆ ว่า "ค่ะ" แล้วเดินขึ้นชั้นบนไป
"แม่... แม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้มันเหรอ?" หลี่เหวินถิงวางช้อนลง ความอยากอาหารหายไปทันที "แม่ ไม่รักหนูแล้วเหรอ? ไม่เห็นซื้ออะไรให้หนูบ้างเลย"
ฉินหลานรีบแก้ตัว "ก็เขาไม่มีเสื้อผ้าใส่ แล้วลูกก็ไม่ชอบให้เขาใส่เสื้อผ้าลูก แม่ก็ต้องซื้อใหม่ให้สิ ถ้าลูกอยากได้ใหม่ ไว้คราวหน้าแม่ซื้อให้นะ"
จังหวะนั้น หลี่เหวินซีเดินลงมาพร้อมกะละมังใส่เสื้อผ้าใหม่
หลี่เหวินถิงตาไวเห็นชุดกระโปรงลายสก็อตสีขาวทันที เธอเขย่าแขนฉินหลานยิกๆ "แม่ หนูชอบชุดนั้น"
ฉินหลานทำหน้าลำบากใจ หันไปบอกหลี่เหวินซี "หลี่เหวินซี เอาชุดนั้นให้เหวินถิงลองหน่อยสิ"
หลี่เหวินซีที่กำลังถือซักผ้าเดินไปที่ลานบ้านชะงักกึก แผ่นหลังของเธอเหยียดตรง ร่างบางนั้นดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน
เธอหันกลับมา หยิบชุดกระโปรงออกจากกะละมัง วางไว้บนเก้าอี้ว่างข้างๆ แล้วถามเรียบๆ "จะเอาเสื้อเชิ้ตกับกางเกงด้วยไหมคะ? ถ้าไม่เอา หนูจะเอาไปซัก" ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอไม่แม้แต่จะปรายตามองฉินหลานหรือหลี่เหวินถิง
พอได้ยินประโยคนั้น ฉินหลานก็เริ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เธอฝืนยิ้มแล้วตอบว่า "น้องแค่จะลองชุดกระโปรงน่ะ เสื้อเชิ้ตกับกางเกงน้องไม่ชอบหรอก"
หลี่เหวินซีหันหลังกลับ เดินออกไปที่ลานบ้าน และเริ่มซักผ้า
เห็นดังนั้น หลี่เหวินถิงก็ยิ้มมุมปาก คว้าชุดกระโปรงไปลองทันที
ฉินหลานเหลือบมองหลี่เหวินซีที่กำลังซักผ้าอยู่กลางแดดจ้าที่ลานบ้าน ไม่รู้ทำไมในใจเธอถึงรู้สึกร้อนรุ่มแปลกๆ
เมื่อหลี่เหวินถิงเดินออกมาในชุดกระโปรงลายสก็อตสีขาว ความสนใจของฉินหลานก็กลับมาอยู่ที่หลี่เหวินถิงอีกครั้ง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉินหลานคงคิดว่าเหวินถิงของเธอใส่อะไรก็สวย แต่ตอนนี้... ฉินหลานต้องยอมรับความจริงว่า ในชุดเดียวกัน หลี่เหวินซีใส่แล้วดูดีกว่าเหวินถิงมาก แม้แต่ชุดของเหวินถิงที่หลี่เหวินซีใส่เมื่อวาน ก็ยังดูดีกว่าตอนอยู่บนตัวเจ้าของเดิมเสียอีก