เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17: ไม่ใช่คน แต่เป็นหมาจริงๆ

ตอนที่ 17: ไม่ใช่คน แต่เป็นหมาจริงๆ

ตอนที่ 17: ไม่ใช่คน แต่เป็นหมาจริงๆ


ตอนที่ 17: ไม่ใช่คน แต่เป็นหมาจริงๆ

ฉินเจี้ยนจวินและภรรยาแทบไม่อยากเชื่อสายตา แต่มันคือเรื่องจริง

ไม่อย่างนั้นทำไมผู้อำนวยการหวังผู้ทรงเกียรติแห่งโรงพยาบาลประจำเมือง ถึงได้นอบน้อมกับลูกชายของพวกเขาขนาดนี้?

ดูท่าทีของผู้อำนวยการหวังแล้ว แทบจะอยากอัญเชิญฉินเฟิงไปบูชาเป็นสมบัติล้ำค่าเสียให้ได้

"ผอ.หวังครับ ผมเป็นแค่กุ๊ก ไม่ใช่หมอ ผมไม่สนใจงานที่โรงพยาบาลหรอกครับ ขอโทษด้วย"

ฉินเฟิงล้วงกระเป๋ากางเกง ปฏิเสธคำเชิญของผู้อำนวยการหวังต่อหน้าทุกคนอย่างไม่ลังเล

นี่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

ตำแหน่งหัวหน้าแผนกแพทย์แผนจีนโรงพยาบาลประจำเมือง ไม่ใช่ตำแหน่งที่ใครจะมานั่งก็ได้ง่ายๆ

แต่เรื่องที่น่าตกใจที่สุดไม่ใช่การปฏิเสธของฉินเฟิง

แต่มันคือตัวตนของฉินเฟิงต่างหาก!

"ไอ้หนุ่มนี่บอกว่าเป็นกุ๊กเหรอ?"

"คุณพระ! ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย!"

"กุ๊กที่ไหนจะมีวิชาแพทย์สูงส่งขนาดนี้?"

"แต่ฉันไม่เคยได้ยินชื่อหมอคนนี้ในวงการแพทย์เลยนะ หรือว่าเขาจะเป็นกุ๊กจริงๆ..."

บรรดาแพทย์ในเหตุการณ์ต่างซุบซิบกันเซ็งแซ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

กุ๊กที่มีวิชาแพทย์ขั้นเทพ

บ้าเอ๊ย!

แบบนี้คนอื่นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!

ผู้อำนวยการหวังสูดหายใจเฮือก พินิจพิเคราะห์ฉินเฟิงใหม่อีกครั้ง แล้วถามอย่างไม่ยอมแพ้ "คุณ... คุณเป็นเชฟจริงๆ เหรอคะ?"

"ถูกต้องครับ ส่วนเรื่องวิชาแพทย์ ผมก็แค่รู้งูๆ ปลาๆ"

ฉินเฟิงตอบเสียงเรียบ "เป้าหมายของผมไม่ได้อยู่ที่การเป็นหมอ ส่วนตำแหน่งหัวหน้าแผนกแพทย์แผนจีน ผอ.หวังคงต้องไปหาคนที่เหมาะสมกว่าผมแล้วล่ะครับ"

ผู้อำนวยการหวังร้อนใจทันทีที่ได้ยิน

ถ้ายอดคนระดับนี้ยอมอยู่ที่โรงพยาบาลเมืองชิงโจว มันจะเป็นกุศลผลบุญต่อผู้คนนับล้านมหาศาลขนาดไหน!

แถมโรงพยาบาลเมืองชิงโจวก็จะพลอยมีชื่อเสียงโด่งดังไปด้วย

ถึงตอนนั้น ในฐานะผู้อำนวยการ เธอก็จะพลอยได้หน้า สถานะในวงการแพทย์ก็จะพุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น!

ไม่ได้การ!

ต้องรั้งตัวฉินเฟิงไว้ให้ได้!

"ท่านหมอเทวดาน้อย อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิคะ ด้วยฝีมือระดับคุณ เงินเดือนเริ่มต้นอย่างน้อยๆ ก็ปีละล้าน ลองเก็บไปคิดดูอีกทีเถอะค่ะ!"

เงินเดือนปีละล้าน?

ฉินเฟิงได้แต่หัวเราะในใจ

เงินล้านแค่นี้มีค่าแค่ไหนกัน?

ตอนนี้เขาไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน

ต่อให้ตอนนี้ยังไม่มีเงินล้าน แต่มันก็แค่เรื่องของเวลา

แผนเอาเงินฟาดหัวของผู้อำนวยการหวังล้มเหลวไม่เป็นท่า

แต่ฉินเฟิงไม่สน ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่สน

ฉินเจี้ยนจวิน หลี่ซิ่วผิง และฉินเสี่ยวอวี่ ต่างยืนอึ้งเมื่อได้ยินคำว่า "เงินเดือนปีละล้าน"

เกิดมาสามคนพ่อแม่ลูกเคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้ที่ไหน?

แค่ฝันยังไม่กล้าฝันเลย

"พี่คะ! เงินเดือนปีละล้าน พี่จะปฏิเสธงานดีๆ แบบนี้ไม่ได้นะ!"

ฉินเสี่ยวอวี่พุ่งเข้ามาเขย่าแขนฉินเฟิง พูดด้วยความตื่นเต้น

"น้องเล็ก เงินเดือนปีละล้านนี่เยอะมากเหรอ?"

ฉินเฟิงพูดหน้าตาย

แต่ประโยคนี้เหมือนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางใจทุกคนในที่นั้น

โดยเฉพาะพวกหมอ สายตาที่มองฉินเฟิงเปลี่ยนไปทันที

เงินเดือนปีละล้านเยอะไหม?

ไอ้บ้าเอ๊ย!

ขนาดนั้นยังไม่เยอะอีกเหรอฟะ?!

โลภมากไปแล้วไอ้หนู!

"ฉินเฟิง ลูกจะไม่ลองคิดดูหน่อยเหรอ?"

หลี่ซิ่วผิงขมวดคิ้วถาม เธอไม่คิดว่าลูกชายจะมีอนาคตไกลขนาดนี้ และไม่คิดด้วยว่าฉินเฟิงจะปฏิเสธเงินเดือนปีละล้าน

"แม่ครับ ไม่ใช่ผมจะอวดนะ แต่ผมไม่ได้สนเงินแค่นี้จริงๆ"

"ไอ้ลูกไม่รักดี! ทำไมเดี๋ยวนี้แกถึงทำตัวเหมือนพวกแก๊งหยางเอ้อร์โก่วปฏิเสธงานดีๆ แล้วเอาแต่โม้ไปวันๆ แบบนี้ห้ะ? อยากให้ฉันอกแตกตายหรือไง!"

ฉินเจี้ยนจวินถลึงตาคำรามลั่น

"พ่อครับ เชื่อผมเถอะน่า งานนี้มันไม่ได้ดีเด่อะไรขนาดนั้นหรอก"

ฉินเฟิงยิ้มเจื่อน

"แกนี่นะ! เฮ้อ ลูกโตแล้ว ปีกกล้าขาแข็งแล้ว คำพูดพ่อมันคงไม่มีความหมายสินะ!"

ฉินเจี้ยนจวินดูเหนื่อยหน่าย แต่ก็รู้ดีว่าฉินเฟิงโตแล้ว มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง เขาคงไปบงการชีวิตลูกตลอดไปไม่ได้

เลยได้แต่หันหน้าหนี ไม่พูดอะไรอีก

"ท่านหมอเทวดาน้อย ไม่ลองพิจารณาดูจริงๆ เหรอคะ?"

"ส่วนเรื่องเงินเดือน ถ้าคิดว่าน้อยไป ฉันคุยกับเบื้องบนให้ได้นะคะ!"

ผู้อำนวยการหวังร้อนรน

เธอไม่อยากปล่อยให้หมอเทวดาอย่างฉินเฟิงหลุดมือไปง่ายๆ แบบนี้จริงๆ

ทว่า ท่าทีของฉินเฟิงยังคงหนักแน่น "ผอ.หวังครับ ฝืนใจไปก็ไม่มีความสุข คุณคงเข้าใจหลักการนี้ดีใช่ไหมครับ?"

ได้ยินดังนั้น ผู้อำนวยการหวังก็เหมือนลูกโป่งแฟบ เหี่ยวเฉาลงทันที

แต่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความเสียดาย

ครู่หนึ่ง เธอก็เงยหน้าขึ้น ฝืนยิ้มออกมา "ในเมื่อท่านหมอเทวดาน้อยยืนยันแบบนั้น ดิฉันก็คงไม่บังคับ แต่ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ โทรหาดิฉันได้ตลอดเวลานะคะ"

พูดจบ ผู้อำนวยการหวังก็ยื่นนามบัตรให้ฉินเฟิง

"ได้ครับ"

ถึงฉินเฟิงจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ แต่เขาก็รับนามบัตรไว้และเก็บใส่กระเป๋าอย่างลวกๆ

ผู้อำนวยการหวังพร้อมด้วยกัวเหวินซิงและคณะเดินจากไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจ

"พ่อ แม่ รอตรงนี้แป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวผมไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้"

ฉินเจี้ยนจวินกับหลี่ซิ่วผิงหายดีแล้ว ถึงจะยังเพลียๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลต่อ

ในเวลาสั้นๆ เพียงสิบกว่านาทีระหว่างที่ฉินเฟิงไปดำเนินการเรื่องเอกสาร

ทั่วทั้งโรงพยาบาลเมืองชิงโจวก็เกิดกระแสฮือฮาขึ้นมาอย่างรุนแรง

ทุกคนต่างพูดคุยถึงหัวข้อเดียวกัน

"ได้ยินไหมว่ามีหมอเทวดามาที่โรงพยาบาลเรา?"

"หมอเทวดา? หมอเทวดาของโรงพยาบาลเราก็มีแต่ผอ.หวังไม่ใช่เหรอ?"

"เหอๆ ผอ.หวังเทียบไม่ติดฝุ่นหมอเทวดาคนนั้นหรอก!"

"เฮ้ยพี่ เวอร์ไปไหม ผอ.หวังนี่มือหนึ่งของชิงโจวเลยนะ!"

"เหอๆ มือหนึ่งของชิงโจวกำลังจะเปลี่ยนมือแล้วต่างหาก!"

"เขาเล่ากันว่าหมอเทวดาคนนั้นอายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ แต่ดึงคนไข้ไอซียูสองคนที่ใกล้ตายกลับมาได้!"

"คนไข้สองคนนั้น ขนาดผอ.หวังยังถอดใจ แล้วนายคิดว่าหมอเทวดาคนนั้นเจ๋งกว่าไหมล่ะ?"

"นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้วมั้ง?"

"ไม่ได้การ หลานของลูกพี่ลูกน้องของลุงของพ่อฉันป่วยหนักนอนโรงพยาบาลมาสองวันแล้ว ฉันต้องรีบไปขอร้องให้หมอเทวดาคนนั้นไปดูอาการหน่อย!"

"ไม่ทันแล้ว ได้ข่าวว่าหมอเทวดาคนนั้นเพิ่งออกจากโรงพยาบาลไป"

"เสียดายชะมัด!"

... เรื่องราวของ "หมอเทวดาน้อย" ยังคงเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงแม้จะดึกดื่น

ทว่า ตัวละครหลักของเรื่องกลับเดินทางถึงอ่าวหยางซู่พร้อมกับพ่อแม่แล้ว

ส่วนฉินเสี่ยวอวี่ก็กลับเข้าโรงเรียนอย่างว่างง่าย เพราะขาดเรียนไปหลายวันในช่วงที่ผ่านมา จึงต้องรีบไปเรียนตามให้ทัน

หลังจากผ่านไปหนึ่งบ่าย ฉินเจี้ยนจวินและหลี่ซิ่วผิงก็ทำใจยอมรับได้แล้วว่าฉินเฟิงจะกลับมาเปิดร้านอาหารฟาร์มเฮาส์ที่บ้านเกิด

และพอมารู้ว่าค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดฉินเฟิงเป็นคนจ่าย ทั้งสองก็ยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก

รีบซักไซ้ไล่เลียงยกใหญ่ กลัวว่าลูกชายจะไปทำเรื่องผิดกฎหมายมา

แน่นอนว่าฉินเฟิงก็แถจนสีข้างถลอกว่าถูกลอตเตอรี่

ฉินเจี้ยนจวินคิดดูแล้วก็เห็นว่ามีเหตุผล นอกจากถูกหวยแล้ว จะมีอะไรทำให้ฉินเฟิงรวยขึ้นมาปุบปับได้อีกล่ะ?

ถึงเวลามื้อเย็น

ฉินเฟิงเชิญครอบครัวหวังทั้งสามคนมากินข้าวเย็นที่บ้านเป็นกรณีพิเศษ

ยังไงซะ ครอบครัวหวังสุ่ยเซิงก็ดีกับเขามาตลอด แถมคราวนี้ยังช่วยวิ่งวุ่นตอนพ่อแม่เขาเข้าโรงพยาบาลจนเหนื่อย เขาจึงควรตอบแทนน้ำใจบ้าง

มื้อเย็นแน่นอนว่าต้องเป็นฝีมือฉินเฟิง

วัตถุดิบทั้งหมดฉินเฟิงซื้อมาจากในเมืองตอนขากลับเมื่อช่วงบ่าย

ครอบครัวหวังสุ่ยเซิงรู้ฝีมือฉินเฟิงอยู่แล้วจึงไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก

แต่ฉินเจี้ยนจวินและหลี่ซิ่วผิงถึงกับตกตะลึงในรสชาติของ 'ผัดมะเขือเทศใส่ไข่ระดับเทพ' จนถอนตัวไม่ขึ้น

"อร่อยมาก นี่เป็นผัดมะเขือเทศใส่ไข่ที่อร่อยที่สุดในชีวิตพ่อเลย!"

"เก่งนี่หว่าไอ้ลูกชาย ไม่เสียแรงที่ไปทำงานข้างนอกมา!"

ฉินเจี้ยนจวินยิ้มร่า ตบไหล่ฉินเฟิงเบาๆ เขาคิดว่าวิชาพวกนี้ฉินเฟิงคงเรียนรู้มาจากโรงแรม

ฉินเฟิงได้แต่ยิ้ม ไม่ได้อธิบายอะไร

ขืนอธิบายไป เดี๋ยวจะยิ่งยุ่งยากไปกันใหญ่

"แต่ว่าอาเฟิง แกมั่นใจนะว่ากิจการที่อ่าวหยางซู่จะไปรอดจริงๆ?"

ฉินเจี้ยนจวินหุบยิ้ม สีหน้าเริ่มจริงจังขึ้นเล็กน้อย

ฉินเฟิงยิ้มตอบ "ไม่ต้องห่วงครับพ่อ ผม..."

"ติ๊ง!"

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังแทรกขึ้นมา

"【ภารกิจ】: ต้อนรับแขก 10 คนและได้รับคำชมเป็นเอกฉันท์ (ความคืบหน้า: 50%)"

อะไรวะเนี่ย?

พ่อกับแม่ก็นับเป็นแขกด้วยเหรอ?

จุ๊ๆ งั้นภารกิจนี้ก็หมูตู้เลยสิ?

พรุ่งนี้แค่จัดโปรโมชั่นฉลองเปิดร้าน แจกอาหารฟรี แป๊บเดียวก็เสร็จแล้วมั้ง?

ขณะที่ฉินเฟิงกำลังวาดฝันหวาน ระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"【ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์เพิ่งขาย (ทองแดง) ผัดมะเขือเทศใส่ไข่ระดับเทพไปหนึ่งจาน ยอดที่ต้องเรียกเก็บ 199 หยวน หากไม่มีลูกค้าชำระเงิน ระบบจะหักเงินจากบัญชีของโฮสต์โดยอัตโนมัติ】"

พอกระทบโสตประสาท คำพูดที่จ่ออยู่ที่ปากของฉินเฟิงก็เปลี่ยนไปทันที

"ไม่ต้องห่วงครับพ่อ ผม... ผมแม่งเอ๊ย!"

ฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา

"ไอ้ลูกเวร นี่แกด่าพ่อเหรอ?!"

หน้าของฉินเจี้ยนจวินดำทะมึนทันทีที่ได้ยิน

"เปล่าครับพ่อ ผมไม่ได้ว่าพ่อ อย่าเข้าใจผิดนะ..."

หลังจากแก้ตัวกับฉินเจี้ยนจวินเสร็จ ฉินเฟิงก็หันหน้าหนี กัดฟันด่าในใจอย่างดุเดือด

"เหอะๆ ระบบ พ่องงง!!!"

"แกอาจจะไม่ใช่คน แต่แกแม่งเป็นหมาจริงๆ!!!"

จบบทที่ ตอนที่ 17: ไม่ใช่คน แต่เป็นหมาจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว