เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: เสียงคำรามสะท้านป่า

บทที่ 11: เสียงคำรามสะท้านป่า

บทที่ 11: เสียงคำรามสะท้านป่า


บทที่ 11: เสียงคำรามสะท้านป่า

บนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok ทันทีที่กระแสของสวนสัตว์ซีหงเริ่มเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ คลิปวิดีโอที่ติดแท็กหัวข้อเกี่ยวข้องก็ได้รับการโปรโมตจากระบบของแพลตฟอร์มอย่างมหาศาล

ในขณะนั้นเอง คลิปวิดีโอหนึ่งที่เพิ่งถูกอัปโหลดโดยผู้ใช้งานรายหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตจำนวนมากได้ในทันที

ตัวเอกในคลิปวิดีโอนั้นคือ 'หลี่ฮัว' เสือโคร่งไซบีเรียแห่งสวนสัตว์ซีหงที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ

ผู้ถ่ายคลิปนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกๆ ที่เข้าไปในโซนกรงเสือ ในมุมมองผ่านเลนส์ของเธอ หลี่ฮัวดูราวกับสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

ดังนั้น เพียงไม่กี่นาทีหลังจากวิดีโอถูกอัปโหลด ยอดการเข้าชมก็พุ่งทะลุเกือบล้านวิว และช่องคอมเมนต์ด้านล่างก็แทบจะระเบิดแตกด้วยความคิดเห็นมากมาย

"เชี่ย เจ้าของคลิปเตี้ยแค่ไหนเนี่ย? ทำไมถ่ายเสือออกมาดูตัวใหญ่ได้ขนาดนี้?"

"เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าของคลิปไม่ได้เตี้ย แต่เสือมันตัวใหญ่ผิดปกติเอง?"

"จะเป็นไปได้ไง? ถ้าสัดส่วนตามนี้จริง เสือตัวนี้มันรถถังชัดๆ ต่อให้เป็นเสือโคร่งไซบีเรียก็ไม่น่าจะโตได้ขนาดนี้นะ"

"อย่าว่าแต่เสือโคร่งไซบีเรียเลย ต่อให้เป็นสิงโตเจ้าป่าจากทุ่งหญ้าสะวันนาก็ใหญ่ไม่เท่านี้หรอก นี่มันตัวเกือบเท่าช้างแล้วมั้ง"

"เดี๋ยวนะ ทุกคนดูไก่ตัวเมียในปากมันสิ นั่นน่าจะเป็นไก่โตเต็มวัยนะ แต่พออยู่ในปากเสือตัวนี้ กลับดูเล็กเหมือนลูกเจี๊ยบเลย ถ้าเทียบสัดส่วนดูแล้ว ขนาดตัวจริงของเสือตัวนี้น่าจะมหึมาแบบนี้จริงๆ นั่นแหละ"

"ไม่ใช่แค่ไก่นะ ไม่เห็นภูเขาจำลองข้างๆ เหรอ? ภูเขานั้นน่าจะสูงกว่าสองเมตร แต่เสือตัวนี้ยืนแล้วไหล่เกือบจะเท่าภูเขาเลย นี่มันเสือยักษ์ชัดๆ!"

"อุ้งเท้านั่น ท่อนขานั่น กล้ามเนื้อนั่น... นี่วิวัฒนาการตามธรรมชาติแน่เหรอ?"

"เสือปกติปัดทีเดียวผู้ชายตัวโตยังปลิว เสือตัวนี้ปัดทีเดียว ไมค์ ไทสัน คงได้บินข้ามโลกแน่"

"ไทสันบอก: ขอบใจนะที่เป็นห่วง แต่นี่คงไม่ใช่แค่บิน น่าจะส่งผมไปเฝ้ายมบาลเลยมากกว่า!"

"เสือโหดขนาดนี้ ถ้าปล่อยสุนัขทิเบตันสัก 10 ตัวเข้าไปสู้ คิดว่าจะยืนระยะได้นานแค่ไหน?"

"เม้นบนน่ารักจัง ด้วยความตะกละของเสือตัวนี้ ผมว่าอยู่ได้เป็นวันนะ กว่าจะย่อยสุนัขทิเบตันพวกนั้นหมดคงใช้เวลาสักพัก"

"ไหนล่ะพวกติ่งสิงโต พวกที่ชอบอวยสิงโตหายไปไหนหมด? กล้าพูดเลยว่าต่อให้โยนสิงโตตัวผู้โตเต็มวัยลงไป ก็อยู่ได้ไม่ถึงสามนาทีหรอก"

"อะไรนะ? อยู่ได้ตั้งสามนาที? แสดงว่ากระดูกสิงโตตัวนั้นคงเคี้ยวยากน่าดู"

"นี่ใช่เสือแบบที่อู่ซงเคยสู้ด้วยหรือเปล่าเนี่ย?"

"อู่ซงอะไรกัน! ถ้าอู่ซงมาเจอตัวนี้ รับรองได้กลายเป็นรูปโปรไฟล์สีเทา ขึ้นสถานะว่าเสียชีวิตทันทีแหละ"

"ทุกคนอย่าห้ามผมนนะ คอยดูท่าสไลด์ตัวเข้าไปเสียบของผม... เข้าไปเป็นไม้จิ้มฟันให้เสือ"

"เสือตัวนี้อยู่ที่สวนสัตว์ซีหงเหมือนกันเหรอ?"

"ดูจากสภาพกรงโทรมๆ แบบนั้น สวนสัตว์ซีหงแน่นอน กรงของสวนสัตว์เมืองหนิงหนานไม่พังยับเยินขนาดนี้หรอก"

"พูดถึงกรง เพิ่งสังเกตแฮะ กรงผุๆ นั่นจะขังเสือโคร่งไซบีเรียตัวนี้อยู่จริงเหรอ?"

"นั่นสิ ขนาดผมยังกั้นไม่อยู่เลยมั้ง เอาคีย์บอร์ดฟาดทีเดียวกรงคงแตก"

"ผมว่าเสือมันคงมองนักท่องเที่ยวข้างนอกว่าน่ารักน่ากินมากกว่า"

"ใช่ไหมล่ะ? เนื้อนุ่มๆ ทั้งนั้น เคี้ยวคำเดียวกลืน ไม่ติดฟันแน่นอน"

"ถ้าติดฟัน แสดงว่าคนคนนั้นต้องเป็นยอดมนุษย์แน่ๆ"

...ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ยอดความคิดเห็นใต้คลิปนี้ก็ทะลุห้าแสนข้อความ

และคลิปวิดีโออื่นๆ ที่ถ่ายติดหลี่ฮัว เสือโคร่งไซบีเรียตัวนี้ ก็มียอดวิวและยอดไลก์ถล่มทลายในลักษณะเดียวกันแทบทั้งสิ้น

ส่งผลให้ชาวเน็ตจำนวนมากเริ่มรับรู้ว่า สวนสัตว์ซีหงแห่งนี้ นอกจากจะมี 'คู่หูตัวตึง' อย่างลิงชิมแปนซีและสุนัขจิ้งจอกแล้ว ยังมีสัตว์ร้ายระดับตำนานแบบนี้อยู่อีกด้วย

และในขณะที่หลี่ฮัวกำลังโด่งดังเป็นพลุแตกในโลกออนไลน์ นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ภายในสวนสัตว์เองก็เริ่มรู้ถึงการมีอยู่ของหลี่ฮัว ต่างพากันทยอยเดินจากโซนอื่นๆ มารวมตัวกันที่บริเวณหน้ากรงเสือ

นอกจากเสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึงแล้ว พวกเขายังไม่ลืมที่จะให้อาหารโยนลงไปในกรงเสืออีกด้วย

เมื่อเห็นความกระตือรือร้นอย่างล้นหลามของนักท่องเที่ยว หยางหลินจึงรีบปลีกตัวไปด้านข้างและกดโทรศัพท์ออกทันที

"ฮัลโหล ผู้จัดการโรงงานหลี่ใช่ไหมครับ? ผมเสี่ยวหยางจากสวนสัตว์ซีหงนะ รบกวนส่งไก่มาเพิ่มอีกสัก 500 ตัวครับ"

"ใช่ครับ เอาลงที่ประตูเล็กนะ อย่าให้นักท่องเที่ยวเห็น ผมบอกพวกเขาว่าเป็นไก่บ้านเลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ"

"ส่วนราคา คิดตัวละ 30 หยวนเหมือนเดิมครับ"

"ไม่เอากำไร? ผมจะไปเอากำไรอะไรล่ะครับ แหม..."

หลังจากวางสาย มุมปากของหยางหลินก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

เดิมทีหลี่ฮัวต้องกินไก่ 5 ตัวและเนื้อหมูอีก 10 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตสำหรับเขา

แต่ตอนนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เขาแทบไม่ต้องควักเนื้อจ่ายเองเลย ตราบใดที่นักท่องเที่ยวยังเห่อกันขนาดนี้ หลี่ฮัวก็จะมีไก่กินไม่ขาดปาก

คิดได้ดังนั้น หยางหลินก็นึกถึงพรสวรรค์ 'จอมตะกละ' ที่เขาเคยสุ่มได้ก่อนหน้านี้

ตอนแรกเขาคิดว่าพรสวรรค์นี้ไร้ประโยชน์สิ้นดี แต่ตอนนี้พอมองดูแล้ว มันช่างเข้ากับหลี่ฮัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา หลี่ฮัวที่กำลังสวาปามไก่ทีละตัวๆ ในกรงก็หยุดชะงักลงกะทันหัน

ดูจากสีหน้าพึงพอใจของมันแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะอิ่มแล้ว

นักท่องเที่ยวที่อยู่นอกกรงเองก็สังเกตเห็นสิ่งนี้เช่นกัน

"โอ้ พี่เสือใหญ่ดูเหมือนจะอิ่มแล้วแฮะ"

"ไม่อิ่มสิแปลก เมื่อกี้ฉันนับดู รวมๆ แล้วน่าจะโยนไก่ลงไปกว่าสามสิบตัวได้มั้ง"

"กินจุขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ถ้าไม่กินจุขนาดนี้ จะตัวโตขนาดนี้ได้ยังไงเล่า?"

"ได้ยินไหมเสี่ยวเป่า? ต้องกินเยอะๆ ถึงจะตัวโตนะ ดูพี่เสือใหญ่ตัวนี้สิ เพราะกินเยอะถึงได้ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทึ่มขนาดนี้"

ชายคนหนึ่งในฝูงชนที่อุ้มลูกสาวตัวน้อยอยู่ พูดสอนลูกสาวในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อ ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กหญิงก็แสดงอาการครุ่นคิดทันที

วินาทีถัดมา เธอก็พูดขึ้นด้วยความไร้เดียงสา:

"งั้นปะป๊ากับพี่เสือใหญ่ ใครเก่งกว่ากันคะ?"

"แน่นอนว่าต้องเป็นปะป๊าสิลูก!"

ทันทีที่ชายคนนั้นพูดจบ หลี่ฮัวที่อิ่มและนอนหมอบอยู่บนพื้นจู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้น

ท่ามกลางสายตาสงสัยของทุกคน มันกระโจนขึ้นไปบนภูเขาจำลองสูงสองเมตรที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็อ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยเขี้ยวคม เงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า

โฮก!!!

เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วป่า แม้แต่ต้นไม้ทั่วทั้งสวนสัตว์ยังอดไม่ได้ที่จะสั่นไหว

แม้แต่นักท่องเที่ยวที่เตรียมใจมาบ้างแล้ว ก็ยังต้องตัวแข็งทื่อ สีหน้าตกตะลึงไปตามๆ กัน

แน่นอนว่า ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทุกคนจะหวาดกลัวต่อบารมีของหลี่ฮัว นักท่องเที่ยวหลายคนที่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพจังหวะที่หลี่ฮัวคำรามขึ้นฟ้าได้พอดี ต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจระคนดีใจ

โดยเฉพาะชายชราวัยห้าสิบกว่าปีที่สวมเสื้อกั๊กสีเขียวคนหนึ่ง

เขากำลังก้มมองภาพในกล้องที่เพิ่งถ่ายได้ด้วยสีหน้าตื่นเต้น ราวกับได้เห็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ

และนอกจากคุณลุงมาดช่างภาพคนนี้แล้ว ยังมีชายชราอีกคนข้างๆ ที่สวมชุดออกกำลังกายสีขาว ก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นไม่แพ้กัน

จบบทที่ บทที่ 11: เสียงคำรามสะท้านป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว