- หน้าแรก
- ศิษย์พี่...ท่านพูดถูก!
- บทที่ 49 อดทนอดกลั้นต่อไป
บทที่ 49 อดทนอดกลั้นต่อไป
บทที่ 49 อดทนอดกลั้นต่อไป
บทที่ 49 อดทนอดกลั้นต่อไป
การหลอมภูเขาหินทั้งลูกให้กลายเป็นทองคำ เงิน ทองแดง และเหล็ก ย่อมอยู่เหนือขอบเขตของวิชา 'แปลงสิ่งของ' ไปไกลโขแล้ว ส่วนจะเป็นวิชาอะไรนั้น... จินกวงเองก็จนปัญญาจะรู้ได้
เขารู้อยู่อย่างเดียว... ชาตินี้เขาคงหนีไปไหนไม่พ้นแล้ว
"ท่านอาจารย์ เตาหลอมใบนี้ใช้ได้หรือไม่ขอรับ?" ซ่งอินเอ่ยถาม
จินกวงยังคงยืนเหม่อลอย พอเสียงซ่งอินดังขึ้น เขาก็สะดุ้งเฮือก มุมปากกระตุกเหมือนกำลังบังคับกล้ามเนื้อปากให้ยกขึ้นอย่างยากลำบาก จนกลายเป็นรอยยิ้มที่ประหลาดพิกล: "ดี... ดีมาก..."
ซ่งอินเผยสีหน้าดีใจ ท่านอาจารย์ดูท่าทางพอใจมากทีเดียว ตื่นเต้นจนตัวสั่นเลยเชียว
ดูท่าจะทำออกมาได้ดี
"มีเตาหลอมยักษ์แล้ว ก็สามารถหลอมยาบำรุงให้ท่านอาจารย์ได้แล้ว!" ซ่งอินกล่าวอย่างตื่นเต้น
จินกวงที่กำลังตัวสั่นงันงก พอได้ยินประโยคนี้ก็พลันฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
จริงด้วย!
วัตถุดิบยา!
เขาเหลือบมองซ่งอินแวบหนึ่ง แล้วถามอย่างหวาดระแวงว่า "ศิษย์รัก... เจ้าคงไม่ได้เสกวัตถุดิบยาออกมาได้ด้วยหรอกนะ?"
ซ่งอินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะประสานมือคารวะ "ศิษย์ไร้ความสามารถ วัตถุดิบยานั้นกำเนิดจากธรรมชาติ แฝงด้วยสรรพคุณและหัวใจของยา ไม่ใช่โลหะธาตุทั่วไป หากจะแปลงออกมาก็คงได้แต่รูปทรง สรรพคุณยาย่อมสู้ของจริงที่ไปเก็บมาไม่ได้ขอรับ"
"อย่างนั้นก็ดี... อย่างนั้นก็ดี..." จินกวงถอนหายใจอย่างโล่งอก
"หือ?" ซ่งอินเลิกคิ้ว
"ไม่ ๆ อาจารย์หมายความว่า น่าเสียดายจัง!"
จินกวงรีบปั้นหน้าขึงขัง แสร้งถอนหายใจ "หากเจ้าเสกวัตถุดิบยาออกมาได้ รากฐานที่เสียหายของอาจารย์คงหายเร็วขึ้น แต่น่าเสียดาย เจ้ายังต้องลำบากออกไปตามหาวัตถุดิบยา"
"นี่เป็นหน้าที่ของศิษย์อยู่แล้วขอรับ พูดถึงวัตถุดิบยา..."
ซ่งอินชำเลืองมองไปทางพวกปุถุชนที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน แล้วกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ พวกเรากลับกันก่อนเถอะ เรื่องวัตถุดิบยา ศิษย์ยังมีเรื่องอยากขอคำชี้แนะจากท่านอาจารย์"
"อ้อ... ได้สิ ได้" จินกวงรับคำอย่างจำยอม
"ท่านอาจารย์ เชิญทางนี้"
ซ่งอินยิ้มบาง ๆ เดินไปที่ข้างเตาหลอมยักษ์ ใช้มือข้างเดียวรองรับฐานเตา แล้วยกขึ้นโดยไม่แสดงอาการออกแรงแม้แต่น้อย ราวกับกำลังถือของเบาหวิว เขาชูเตาหลอมขึ้นเหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
ภาพนี้ทำเอาทุกคนหนังหัวชา โดยเฉพาะจินกวง เขาเคยสัมผัสมาแล้ว มั่นใจว่าวัสดุเป็นของจริง
เตาหลอมยักษ์ของจริง น้ำหนักย่อมปาเข้าไปเป็นหมื่นชั่ง แม้ผู้ฝึกตนระดับสามจะพอยกไหวถ้าออกแรงหน่อย แต่พวกเขาเป็นสายปรุงยา ไม่ใช่พวกสายบ้าพลังอย่างสำนักอู๋เลี่ยง จะมายกของหนักขนาดนี้สบาย ๆ ได้ยังไง
หลังจากยกเตาหลอมขึ้น ซ่งอินก็หันไปสั่งจางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้ง:
"ศิษย์น้องรอง ศิษย์น้องสาม พวกเจ้าอยู่ที่นี่ ภูเขาหายไปแล้ว น่าจะมีวัสดุเหลืออยู่ไม่น้อย ต้นไม้พวกนั้นเอาไปทำฟืนได้ ส่วนรากไม้ ผักป่า และสมุนไพร พวกเจ้าก็ช่วยกันหา อันไหนมีประโยชน์ก็เก็บรวบรวมไว้ แล้วช่วยสอนพวกปุถุชนแยกแยะด้วย"
"ขอรับศิษย์พี่"
จางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้งได้แต่ประสานมือรับคำอย่างโง่งม แล้วมองดูซ่งอินที่มือข้างหนึ่งชูเตาหลอมยักษ์ อีกข้างหิ้วปีกจินกวง... ไม่สิ เหมือนหิ้วลูกไก่มากกว่า พาเดินกลับขึ้นเขาไป ท่ามกลางสายตาน่าสงสารและน้อยใจของจินกวง จนกระทั่งทั้งสองหายลับไปในเส้นทางขึ้นเขา
ยืนอึ้งกันอยู่พักใหญ่ หวังฉีเจิ้งก็ได้สติกลับมา "เอาไง? หนีไหม?"
ถ้าหนีตอนนี้ ทันแน่นอน
"หนีพ่องสิ"
จางเฟยเสวียนถ่มน้ำลายลงพื้น "วิชาโอสถมนุษย์ก็ยังไม่ได้ ผลประโยชน์จากศิษย์พี่ก็ยังไม่ได้กอบโกย ขืนหนีตอนนี้ มีหวังได้ไปกินลมกินแล้งแน่"
ไม่รู้ทำไม พอพูดจบ เขากลับเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเสียเอง และดูเหมือนจะได้ยินเสียงถอนหายใจของหวังฉีเจิ้งด้วย
หวังฉีเจิ้งหันมามอง จางเฟยเสวียนเองก็หันไปสบตา ทั้งคู่ต่างรู้ใจกันและกัน แล้วรีบเบือนหน้าหนี
"มารดาเถอะ เอ็งพูดถูก หนีตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรติดมือ ถ้าอย่างนั้นก็..."
"อดทนอดกลั้นต่อไป!"
จางเฟยเสวียนกัดฟันพูดเสริม แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในดงซากต้นไม้ เริ่มมองหาของที่พอจะเก็บได้ "ต้องมีสักวันที่พวกเราพี่น้องจะได้ผงาด!"
...
กลับมาถึงประตูสำนัก เข้าสู่ตำหนักใหญ่ ซ่งอินแบกเตาหลอมยักษ์เดินตรงดิ่งไปที่ห้องปรุงยา วางเตาหลอมลงดัง ตึง! จนพื้นสะเทือน จากนั้นจึงหันมาหาจินกวงที่ถูกเขาหนีบเอวหิ้วมาจนตัวอ่อนปวกเปียก:
"ท่านอาจารย์ เมื่อครู่อยู่ตีนเขาพูดไม่สะดวก กลัวพวกปุถุชนจะเป็นห่วง ตอนนี้พูดได้แล้วขอรับ"
"ศิษย์... ศิษย์รักมีอะไรจะพูดรึ..."
จินกวงที่เพิ่งถูกปล่อยเป็นอิสระ ขยับแขนขาที่ปวดเมื่อยเบา ๆ เขาไม่กล้าขยับตัวแรง กลัวซ่งอินจะจับพิรุธได้ สายตาก็ลอกแลกไม่กล้าสบตาซ่งอิน
ซ่งอินประสานมือโค้งคำนับ สีหน้าจริงจังขึงขัง "ท่านอาจารย์เริ่มสอนสั่งข้าตั้งแต่ตอนให้ยาวิเศษ ข้าเข้าใจเพียงผิวเผิน แต่หลังจากไปเยือนสำนักพีเจี่ย ข้าถึงได้ตระหนักถึงความชั่วร้ายและความสิ้นหวังของโลกใบนี้ ท่านอาจารย์ช่างมีเมตตาและมองการณ์ไกล ศิษย์ซาบซึ้งจนไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร!"
ข้าไปสั่งสอนอะไรเอ็งตอนไหนวะ!
จินกวงมุมปากกระตุก ฝืนยิ้ม "เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว"
"ท่านอาจารย์ ปุถุชนที่ถูกพวกมารนอกรีตดูดกลืนไปแล้ว ไม่มีทางรักษาได้จริงหรือขอรับ? ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ข้าเห็นมากที่สุดคือคนที่ถูกช่วยเหลือมาได้ เอาแต่กินดื่มขับถ่าย ไร้ซึ่ง 'จิตวิญญาณ' เหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอดพื้นฐาน งุนงงสับสนราวกับหุ่นเชิด"
ซ่งอินกล่าวเสียงขรึม "ยังมีปุถุชนที่ถูกมารบุกรุกสำนักเราจับตัวมาก่อนหน้านี้ ตอนแรกข้านึกว่าพวกเขาป่วย แต่พอดูดี ๆ แล้วไม่ใช่ป่วย เหมือนขาดลมปราณบางอย่างไป ทำให้พวกเขาถ้าไม่ไอก็ต้องคากเสมหะ ยาผักป่าที่ข้าปรุงทำได้แค่ระงับอาการ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้"
ระหว่างเดินทางครึ่งเดือน ซุนจิ่วเปยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เขาฟังมากมาย ทำให้เขาเข้าใจว่าคนปกติควรเป็นเช่นไร
ซุนจิ่วเปยไม่ถูกพวกมารดูดกลืน ย่อมเป็นคนปกติ แต่คนอื่น ๆ... ก็คือ 'กากเดน'
ดังนั้นตอนเพิ่งกลับมา เขาจึงใช้เนตรธรรมมองดูอย่างละเอียด ก็พบว่าซูโหย่วเกินและคนอื่น ๆ ไม่ได้ป่วย แต่ถ้าเทียบกับซุนจิ่วเปยแล้ว พวกเขาขาดลมปราณชนิดหนึ่งไปจริง ๆ
"ข้าถามมาแล้ว คนที่ตีนเขาบอกข้าว่า พวกเขาเคยบูชา 'ปาก' ใบหนึ่ง ท่านอาจารย์พอจะทราบไหมว่าเป็นสำนักใด?"
ดูดกลืนจิตวิญญาณ?
บูชาปาก?
จินกวงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโพล่งออกมา "หอเฟยสือ? นิกายมีเสียงไร้เสียง?"
"ท่านอาจารย์รู้จักจริงด้วย!" ซ่งอินตื่นเต้น "โปรดชี้แนะศิษย์ด้วยว่าต้องใช้วัตถุดิบยาชนิดใด ถึงจะรักษาพวกเขาให้หายขาดได้"
ของแบบนี้มันรักษาได้ด้วยเรอะ?!
ความรู้สึกแรกของจินกวงคือความไร้สาระ
ปุถุชนทำไมต้องรักษา? นั่นมันก็แค่กากเดนไม่ใช่หรือไง?
หน้าที่ของมันก็มีแค่นั้น
กฎเกณฑ์ที่เป็นจริงมานับพันหมื่นปี
จินกวงยังนึกอิจฉาพวกฝ่ายธรรมะอยู่เลย ที่มีทรัพยากรให้ใช้สอยไม่ขาดมือ ไม่เหมือนสำนักเล็ก ๆ อย่างพวกเขา ที่ต้องคอยเก็บตกหลังจากสำนักใหญ่สูบกินจนหมดประโยชน์แล้ว ถึงจะกล้าไปลักพาตัวมาเพื่อใช้บำเพ็ญเพียร
ต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนหนูข้ามถนน เผลอหน่อยก็อาจโดนฝ่ายธรรมะเจอตัวแล้วฆ่าทิ้ง
ตอนนี้สิ่งที่ซ่งอินพูด ในสายตาจินกวงมันไร้สาระพอ ๆ กับมีคนมาบอกว่า 'กินข้าวไม่ดีหรอก ไปกินขี้กันเถอะ'
แถมยัง... เจ้าจ้าวยวนฮว่า ศิษย์เนรคุณ ตายไปแล้วก็ยังทิ้งปัญหาไว้ให้อีก ปุถุชนที่ลักพาตัวมาดันเป็นคนของนิกายมีเสียงไร้เสียง... เจ้าหวังฉีเจิ้งก็เกินไป ไปแย่งคนมาจากจมูกหอเฟยสือ
เรื่องนี้ถ้าความแตก ต่อให้หนีไปซ่อนในเทือกเขาซูมีก็คงไม่รอด
แต่ทว่า... นี่ก็เป็นโอกาสเหมือนกัน
สมองของจินกวงแล่นเร็วปรู๊ด ประกายตาเจิดจ้า เขาเอามือลูบเคราที่คาง แสร้งทำท่าพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ศิษย์มีความคิดเช่นนี้ อาจารย์ดีใจมาก ไม่ใช่ว่ารักษาไม่ได้หรอกนะ"
"โปรดชี้แนะด้วยขอรับ!" ซ่งอินก้มศีรษะลงต่ำ