- หน้าแรก
- ศิษย์พี่...ท่านพูดถูก!
- บทที่ 37 ศิษย์พี่ ข้าไม่เจ็บเลยสักนิด!
บทที่ 37 ศิษย์พี่ ข้าไม่เจ็บเลยสักนิด!
บทที่ 37 ศิษย์พี่ ข้าไม่เจ็บเลยสักนิด!
บทที่ 37 ศิษย์พี่ ข้าไม่เจ็บเลยสักนิด!
คนทั้งสองนั้นคือจางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้ง
ยามนี้สภาพของพวกเขาดูไม่ได้เลย ทั้งตัวเต็มไปด้วยคราบเลือดและสิ่งสกปรก ขาข้างหนึ่งของจางเฟยเสวียนบิดงอผิดรูป เห็นได้ชัดว่าหักไปแล้ว ส่วนแขนทั้งสองข้างของหวังฉีเจิ้งก็เหวอะหวะ บาดแผลลึกจนเห็นกระดูกขาวโพลน
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
ที่นอกถ้ำ เหลียนถิงหัวเราะร่าเดินเข้ามา หัวสิงโตที่หน้าอกยังคงอ้าปากค้าง ตามจังหวะการก้าวเดิน ปากสิงโตค่อยๆ หุบลง และที่แผ่นหลังของเขาก็มีข้อต่อแมลงจำนวนนับไม่ถ้วนงอกออกมาอีกครั้ง
"ต่อสิ! มาสู้กันต่อให้ตายไปข้างหนึ่ง!"
พูดไม่ทันจบ เขาก็เหลือบไปเห็นซ่งอินที่ยืนรออยู่อย่างสบายอารมณ์ ยิ่งทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นไปอีก "โอ้? ผู้แข็งแกร่ง การต่อสู้ของเจ้าจบแล้วรึ? แล้วพี่ใหญ่ข้าล่ะ... ช่างเถอะ ไม่สำคัญแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็มาสู้กับข้าด้วยเลย!"
"ศิ... ศิษย์พี่..."
จางเฟยเสวียนเพิ่งจะสังเกตเห็นซ่งอินที่ยืนอยู่ด้านหลัง รวมถึงเศษหินและหลุมบ่อที่เกลื่อนกลาด แต่เขาไม่สนใจสิ่งใดแล้ว รีบยื่นมือตะโกนเรียก "ศิษย์พี่ช่วยข้าด้วย!"
"หือ? ยังรอดอยู่อีกเรอะ?!"
หวังฉีเจิ้งมองไปด้านหลังบ้าง แววตาเปี่ยมด้วยความยินดี ตะโกนลั่น "ศิษย์พี่ ช่วยข้าด้วย!"
เมื่อครู่พวกเขายังมีความคิดเล็กคิดน้อย แต่พอรับการโจมตีของเหลียนถิงไม่ไหว ความคิดเหล่านั้นก็ปลิวหายไปหมดสิ้น
อยู่ระดับห้าเหมือนกันแท้ๆ แต่พลังการต่อสู้กลับน่าขายหน้าสิ้นดี
แต่ตอนนี้ซ่งอินยังอยู่...
"มาสู้กัน!"
เหลียนถิงกระโดดตัวลอย พุ่งเข้าใส่ซ่งอินจากกลางอากาศ ส่งเสียงคำรามบ้าคลั่ง กางกรงเล็บและข้อต่อเตรียมขย้ำ
จางเฟยเสวียนเห็นศัตรูพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว รีบร้อนกล่าว "ศิษย์พี่ มันมีแค่คนเดียว พวกเรามีสามคน สามารถ..."
ตูม!
พูดยังไม่ทันจบ ซ่งอินก็ก้มตัวลงอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งกระแทกพื้นจนแตก แล้วจิกนิ้วทั้งห้าลงไปในดินลึก สูดหายใจลึก ดวงตาสาดแสงสีขาวเจิดจ้า
"เปลี่ยน"
ราวกับคว้าจับบางสิ่งไว้ได้ ซ่งอินยืดตัวขึ้นอย่างแรง ยกแขนขึ้นสูง
"ขึ้นมา!"
ครืน!!
พื้นดินระหว่างจางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้งแยกออกจากกัน ทันทีที่ซ่งอินยกแขนขึ้น แส้หินขนาดยาวเหยียดก็ถูกดึงขึ้นมาจากใต้ดิน
ในขณะที่ถูกดึงขึ้นมา เศษหินรอบข้างก็หลอมรวมเข้ากับแส้นั้น แสงสีขาวสว่างวาบ สีของแส้หินเข้มขึ้นจนกลายเป็นแส้เหล็ก บนแส้เหล็กนั้นเต็มไปด้วยใบมีดคมกริบ!
พร้อมกันนั้น ซ่งอินกำมือแน่น ปราณสีขาวไหลผ่านฝ่ามือเข้าไปอัดแน่นอยู่ในแส้เหล็กใบมีดทั้งเส้น
วูบ!
แส้เหล็กใบมีดตวัดขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ฟาดผ่านร่างของเหลียนถิงที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ราวกับมีดร้อนตัดเนย แบ่งร่างของเหลียนถิงออกเป็นสองซีกจากล่างขึ้นบนอย่างง่ายดาย รอยตัดเรียบเนียนเสียจนเลือดยังไม่ทันไหลออกมา
ยังไม่ทันที่ร่างนั้นจะร่วงลงพื้น ปราณสีขาวที่แฝงอยู่ก็ลุกโชนราวกับไฟไหม้กระดาษ แผดเผาร่างกายนั้นจนสลายไปในอากาศ ไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผง
"ฮึ่ม!!"
ซ่งอินส่งเสียงคำรามต่ำ สะบัดแขนเปลี่ยนทิศทางของแส้เหล็กใบมีดจากการฟาดขึ้นเป็นการกวาดขวาง ปลายแส้อันแหลมคมปักเข้าที่ผนังถ้ำ แล้วลากยาวเป็นทาง ฉีกกระชากผนังถ้ำเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ กวาดไล่ไปยังเหล่าศิษย์สำนักพีเจี่ยรอบเวทีประลอง
ฉัวะ!!!
แส้เหล็กใบมีดเคลื่อนที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ กวาดไปตามผนังถ้ำรอบทิศทาง แล้ววกกลับมาที่จุดเดิม
ซ่งอินคลายมือ แส้เหล็กใบมีดกลายเป็นแสงสีขาว แล้วกลับคืนสู่สภาพก้อนหินยาวเหยียด ร่วงหล่นลงพื้นและแตกสลายไป
จางเฟยเสวียนตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง เขายังไม่ทันจะตั้งสติกับภาพที่เหลียนถิงถูกผ่าครึ่งได้ ก็เห็นแส้เหล็กใบมีดนั้นกวาดไปรอบเดียว ตัดหัวศิษย์สำนักพีเจี่ยทุกคนที่อยู่รอบๆ ขาดกระเด็น!
จากนั้นปราณสีขาวจำนวนมหาศาลก็ระเบิดออก แผดเผาหัวที่ขาดและร่างไร้หัวเหล่านั้นจนสลายไปจนหมดสิ้น!
แค่กวาดไปรอบเดียว ทุกอย่างก็หายวับไปกับตา!
จางเฟยเสวียนพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง ว่าเหตุใดเขาจึงไม่เห็นเหลียนเริ่น ประมุขสำนักพีเจี่ย...
ซ่งอินกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่เหลือใครรอดชีวิต จึงก้มมองจางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้ง "มารนอกรีตสมควรดับสูญเป็นเถ้าธุลี ใช่หรือไม่ ศิษย์น้องทั้งสอง..."
ตุบ!
ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว จนลืมความเจ็บปวดจากบาดแผล รีบพลิกตัวคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น
"ศิษย์พี่ ข้าไม่ได้คิดจะหนี ข้าไม่เคยคิดจะหนีเลย ข้าแค่คิดว่าจะจัดการเหลียนถิงให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาช่วยท่าน ข้าไม่มีความคิดจะหนีเลยแม้แต่น้อยขอรับศิษย์พี่!" จางเฟยเสวียนขาสั่นพั่บๆ
เมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงตาที่ทอแสงสีขาวคู่นั้น เขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก แขนขาชาหนึบ ราวกับความลับทั้งมวลถูกมองทะลุปรุโปร่ง พาลให้นึกย้อนไปถึงตอนเด็กที่แอบปีนหน้าต่างดูพี่สะใภ้บ้านข้างๆ อาบน้ำ...
เมื่อเทียบกับสายตาตอนที่ศิษย์พี่ขยี้คนของสำนักชิงเหลียน สายตาของศิษย์พี่ในยามนี้น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่านัก!
"ข้าก็เหมือนกัน! ข้าก็เหมือนกัน!"
หวังฉีเจิ้งโขกศีรษะรัวเร็วไม่กล้าหยุด
มารดาเถอะ เขาเองก็เป็นมารนอกรีตเหมือนกันนะ!
เจอเรื่องแบบนี้ ใครบ้างจะไม่กลัว!
"หนีอะไรกัน?"
ซ่งอินทำสีหน้าฉงน ยื่นมือจะไปพยุงศิษย์น้องทั้งสอง แต่ดึงไม่ขึ้น จึงตวาดเสียงเข้ม "ลุกขึ้น!"
ขวับ!
ทั้งสองคนเด้งตัวขึ้นมาราวกับหุ่นกระบอกที่ถูกเชิด จากที่คุกเข่าอยู่ จู่ๆ ก็ถูกดึงขึ้นมายืนตัวตรงแหนว์ในพริบตา
จางเฟยเสวียนขาหักไปข้างหนึ่ง ต้องยืนขาเดียวโงนเงน แต่ก็ยังพยายามทรงตัวให้มั่น
ยืนมั่นคง แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวจะไม่สั่น ซ่งอินมองดูพวกเขา แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ แววตาฉงนเปลี่ยนเป็นซาบซึ้งใจ กล่าวว่า
"ศิษย์น้องทั้งสองทำได้ดีมาก รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่ก็ยังกล้าเผชิญหน้า สมกับที่ท่านอาจารย์สั่งสอนมา สำนักจินเซียนได้รับการยกย่องว่าเป็นฝ่ายธรรมะ ก็เพราะมีคนอย่างพวกเรานี่แหละ!"
ซ่งอินกำหมัดแน่น ให้กำลังใจพวกเขา "ในใต้หล้านี้มีใครบ้างรบชนะตลอดกาล มีแต่ยิ่งแพ้ยิ่งสู้ ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ รักษาตัวให้ดี ยกระดับพลังแล้วค่อยกลับมาสู้ใหม่ ขอแค่ไม่เสียขวัญกำลังใจที่จะสู้ต่อ ก็ไม่มีอะไรในใต้หล้าขวางกั้นเราได้!"
สำนักพีเจี่ยนี้มีดีอยู่บ้าง แต่ละคนมีพลังชีวิตเปี่ยมล้น พวกศิษย์ทั่วไปถ้าไม่ตัดหัวในดาบเดียว โจมตีจุดอื่นอาจไม่ตายง่ายๆ ส่วนคนที่ศิษย์น้องทั้งสองรับมือ พลังชีวิตยิ่งมหาศาล จะสู้ให้ชนะย่อมไม่ง่ายดาย
ศิษย์น้องทั้งสองได้รับบาดเจ็บจึงเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศเหมือนเขาซ่งอิน
จางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้งจ้องมองกำปั้นที่ดูเหมือนจะบดขยี้พวกเขาได้ในพริบตานั้น แล้วสบตากัน ต่างคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบก้มหัวรับคำ "ศิษย์พี่กล่าวถูกต้องขอรับ!"
"อืม... นี่สิถึงจะสมเป็นศิษย์น้องที่ดี"
ซ่งอินพยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นแบมือออก ปราณสีขาววนเวียนอยู่บนฝ่ามือ "พวกเจ้าบาดเจ็บ ให้ข้าใช้ปราณแห่งมรรควิถีช่วยรักษาเบื้องต้นก่อน แม้จะไม่หายขาด แต่พวกเรายังต้องรีบเดินทาง..."
"ไม่ไม่ไม่ไม่!"
จางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้งส่ายหน้ารัวพร้อมกัน คนหนึ่งเสียงหลงด้วยความกลัว อีกคนหน้าตาบิดเบี้ยว
"ศิษย์พี่ ปราณแห่งมรรควิถีจะใช้รักษาได้อย่างไรขอรับ มันเอาไว้ฝึกกายไม่ใช่หรือ?!" จางเฟยเสวียนรีบร้อนกล่าว
"เรื่องนั้นน่ะหรือ ข้าเพิ่งจะบรรลุจากระดับสาม 'โต้วลี่' สู่ระดับสี่ 'รู่เฉี่ยว' เมื่อครู่นี้เอง ค้นพบความมหัศจรรย์หลายอย่าง ตอนนี้ข้าควบคุมปราณแห่งมรรควิถีได้ลึกซึ้งขึ้น มันใช้รักษาได้แน่นอน เชื่อข้าเถอะ มา..."
ซ่งอินพูดพลางยื่นมือเข้ามา
กร๊อบ!
หวังฉีเจิ้งกัดฟันกรอด สะบัดแขนอย่างแรง บังคับกระดูกแขนที่หักให้เข้าที่ ชูแขนที่แผลเหวอะหวะจนเห็นกระดูกให้ดู "ศิษย์พี่ดูสิ! ของข้าแค่แผลเล็กน้อย ขยับหน่อยก็หายแล้ว แผลพวกนี้ดูเหมือนลึกแต่จริงๆ แค่แผลถลอก ข้ากลับไปแปะกอเอี๊ยะหน่อย... ไม่ต้องกลับไปหรอก ข้าพกมาด้วย!"
เขาเป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก ล้วงกอเอี๊ยะแผ่นหนึ่งออกมาจากถุงผ้าที่เอว แปะลงบนแผลเหวอะหวะนั้นดังแปะ ทันทีที่ยาแปะลงไป หน้าของเขาบิดเบี้ยวเหงื่อแตกพลั่ก แต่ก็ยังกัดฟันฝืนยิ้มที่ดูน่าเกลียดกว่าร้องไห้ออกมา:
"ศิษย์พี่ ข้าหายแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เจ็บเลยสักนิด! ข้าเป็นถึงผู้ฝึกตน บาดแผลแค่นี้ไม่ระคายเคืองหรอกขอรับ!"
"อืม..."
ซ่งอินพิจารณาเขาครู่หนึ่ง เห็นเขาแกว่งแขนไปมาอย่างคล่องแคล่ว ก็พยักหน้า แล้วหันไปมองจางเฟยเสวียน
กร๊อบ!
จางเฟยเสวียนสะบัดขาอย่างแรง ดัดขาที่หักให้ตรง แล้วกระทืบเท้าลงพื้นดังตึงๆ สองสามที จากนั้นกระโดดเหยงๆ แล้วยิ้มร่า "ศิษย์พี่ ข้ายิ่งไม่เป็นไร ข้าสบายดี อย่าห่วงข้าเลย พวกเรามาช่วยปุถุชนไม่ใช่หรือขอรับ"
ซ่งอินหันไปมอง เห็นกลุ่มคนนั่งขดตัวด้วยความหวาดกลัวอยู่ที่มุมเวทีประลองที่พังทลาย
เขาหันหลังเดินตรงเข้าไปหาคนกลุ่มนั้น จังหวะนั้นเองจางเฟยเสวียนจึงหันไปถลึงตาใส่หวังฉีเจิ้ง
เจ้าโหดมากนะ!
หวังฉีเจิ้งถลึงตากลับอย่างไม่ยอมแพ้
พอกันนั่นแหละ!
การส่งสายตาของคนทั้งสองด้านหลัง ซ่งอินย่อมมองไม่เห็น เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มปุถุชน
"อย่ากลัว ข้าชื่อซ่งอิน เป็นศิษย์พี่ใหญ่สำนักจินเซียน ครั้งนี้..."
เขายิงฟันขาวสะอาด ยื่นมือไปหาคนเหล่านั้น น้ำเสียงหนักแน่นกังวาน: "ตั้งใจมาเพื่อช่วยพวกเจ้า!"