- หน้าแรก
- ศิษย์พี่...ท่านพูดถูก!
- บทที่ 10 ไม่มีใครหนีรอดจากดวงตาของข้าได้
บทที่ 10 ไม่มีใครหนีรอดจากดวงตาของข้าได้
บทที่ 10 ไม่มีใครหนีรอดจากดวงตาของข้าได้
บทที่ 10 ไม่มีใครหนีรอดจากดวงตาของข้าได้
มือของซ่งอินจมลึกลงไปในลำคออวบอูมของหญิงชุดเขียว นิ้วทั้งห้าฝังแน่นจนแทบจะกลืนหายไปในชั้นไขมัน
"อึก... อึก..."
หญิงชุดเขียวพยายามใช้มือทุบตีมือใหญ่ของซ่งอิน พยายามจะเปล่งเสียง แต่ลำคอแหลกเหลวไปแล้ว จะมีเสียงเล็ดลอดออกมาได้อย่างไร นางทำได้เพียงใช้เท้าถีบซ่งอินไปมาอย่างสิ้นหวัง
"นางมารร้าย! เจ้าได้ยินหรือไม่ เสียงวิญญาณบริสุทธิ์ที่กรีดร้องโหยหวนในกายเจ้า มันช่างน่าสะอิดสะเอียน! รนหาที่ตาย!!"
ตูม!!
ซ่งอินเหวี่ยงร่างหญิงชุดเขียวฟาดลงกับพื้นเต็มแรง แผ่นหินสีเขียวแตกกระจาย เศษหินปลิวว่อน ฝุ่นคลุ้งตลบ
เมื่อฝุ่นจางลง ก็ปรากฏหลุมขนาดใหญ่คล้ายกับหลุมกลางลานกว้าง ภายในหลุมมีร่างที่บิดเบี้ยวจนดูไม่ออกว่าเป็นคนของหญิงชุดเขียว นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ
ซ่งอินหันขวับกลับมา จ้องมองจางเฟยเสวียนที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว นัยน์ตาของเขาส่องประกายแสงสีขาวเจิดจ้า
"ไม่มีใครหนีรอดจากดวงตาของข้าได้! ไม่มีวัน!!"
สายตาคู่นั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ขุดคุ้ยความผิดบาปทุกอย่างออกมาตีแผ่
จางเฟยเสวียนสะดุ้งสุดตัว เข่าอ่อนยวบยาบ ทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องโหยหวน "ศิษย์พี่ ข้าไม่ตลก ข้าไม่ขี้เหร่ ข้าออกจะหล่อเหลาด้วยซ้ำ ข้ายังไม่สมควรตายนะขอรับ!"
ตัวเขาสั่นเป็นเจ้าเข้า สมองขาวโพลนไปหมด
เมื่อกี้ยังคิดวางแผนจะหลอกถามวิชาหลอมโอสถแล้วหนีไป
แต่พอเห็นซ่งอินลงมือฆ่าคนในระยะเผาขน สมองเขาก็หยุดสั่งการ เหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอดเท่านั้น
มีที่ไหน เห็นคนหน้าตาไม่ดีก็ทุบตายคาที่?!
สำนักจินเซียนของพวกเขายังไม่โหดร้ายขนาดนี้เลย!
"เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร?"
ซ่งอินขมวดคิ้ว "อะไรขี้เหร่ไม่ขี้เหร่ ข้าถามว่าเจ้ารู้ไหมว่านางมารนี่มาจากสำนักไหน?"
พอได้ยินดังนั้น จางเฟยเสวียนก็ตะเกียกตะกายคลานไปที่หลุมศพ ไม่สนใจจะใช้เวทมนตร์ ใช้นิ้วมือเปล่าๆ ขุดคุ้ยเศษหินที่ทับถมร่างหญิงชุดเขียว ควานหาของอยู่พักหนึ่ง ก็เจอกับป้ายหยกชิ้นหนึ่ง ดวงตาเขาเป็นประกาย รีบคุกเข่าชูป้ายหยกขึ้นเหนือหัว ตะโกนลั่น
"ชิงเหลียนหยวนหมู่! ศิษย์พี่ นี่คือป้ายหยก ชิงเหลียนหยวนหมู่ (มารดาแห่งบัวเขียว) ขอรับ!"
"ชิงเหลียนหยวนหมู่?"
ซ่งอินยื่นมือออกไป ป้ายหยกก็ลอยวูบเข้ามาในมือ หยกสีเขียวมรกตแกะสลักฉลุลายเป็นรูปดอกบัว บนดอกบัวมีรูปสลักสตรีนั่งสมาธิ ใบหน้าดูเมตตาอารี ให้ความรู้สึกสงบสุข
แต่ซ่งอินกลับทำหน้าขยะแขยง "พวกมารนอกรีตสินะ... ฮึ!"
เขาจ้องมองป้ายหยกนั้นเขม็ง ราวกับจะจดจำลักษณะของมันให้ขึ้นใจ แล้วเก็บเข้าอกเสื้อ หันไปมองกลุ่มคนที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ด้านหลัง
"ท่านเซียนไว้ชีวิตด้วย! ท่านเซียนไว้ชีวิตด้วยเจ้าข้า!!"
คนธรรมดาสิบกว่าคนรีบคุกเข่าลง โขกศีรษะกับพื้นดังโป๊กๆ
"ทำอะไรกัน?"
ซ่งอินเคลื่อนไหวรวดเร็ว ดุจเงาสีขาว พริบตาเดียวก็ไปอยู่ตรงหน้าคนนำกลุ่ม ประคองแขนดึงให้ลุกขึ้น
"ไม่ต้องกลัว พวกเราเป็นสำนักฝ่ายธรรมะ ไม่ทำร้ายผู้คน" ซ่งอินรีบอธิบาย
"ท่านเซียนไว้ชีวิต ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย!"
ชายคนนั้นไม่กล้าเงยหน้ามองซ่งอิน ปากพร่ำบ่นแต่คำขอชีวิต
"หุบปาก ลุกขึ้นยืน!" ซ่งอินขมวดคิ้ว ตวาดเสียงเข้ม
คนทั้งกลุ่มรีบลุกขึ้นยืนตัวตรงแด่ว เงียบกริบไม่กล้าส่งเสียง
"ข้าจะพูดอีกครั้ง พวกเราเป็นฝ่ายธรรมะ มีหน้าที่กำจัดปีศาจพิทักษ์คุณธรรม พวกเจ้าคือคนที่พวกเราต้องปกป้อง มาอยู่ที่นี่ก็วางใจเถอะ ไม่มีใครเอาชีวิตพวกเจ้าหรอก!"
ซ่งอินย้ำอีกครั้ง ทำให้คนเหล่านั้นเริ่มคลายความหวาดกลัวลงบ้าง
คนเหล่านี้อายุอานามเพียงสิบกว่ายี่สิบปี บางคนยังเป็นเด็กอายุสิบสี่สิบห้าหน้าตายังดูอ่อนต่อโลก ทุกคนมีสีหน้ามึนงงสับสน
ซ่งอินถาม "พวกเจ้าเป็นใคร ทำไมถึงมาที่สำนักจินเซียน"
พอได้ยินคำว่า 'สำนักจินเซียน' ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง
แต่พอเห็นซ่งอินขมวดคิ้ว ทุกคนก็เงียบกริบ ชายคนนำกลุ่มรวบรวมความกล้าตอบว่า "ท่านเซียน พวกข้าน้อยมาเพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์ แต่ว่าผู้หญิงคนนั้น... ไม่สิ นางมารคนนั้น บอกว่าสำนักจินเซียนเป็นพรรคมาร คนที่พาพวกเรามาก่อนหน้านี้หลอกพวกเรามาเพื่อจะจับไปทำยา นางบอกว่าจะพาพวกเราหนี..."
ซ่งอินนิ่งคิดชั่วครู่ ชี้ไปที่ศพของจ้าวยวนฮว่าที่โดนกระบี่แทงทะลุ "คนที่พาพวกเจ้ามา คือคนนั้นใช่ไหม"
"ใช่ขอรับ..."
"งั้นก็ไม่ผิดแน่ เจ้านั่นก็เป็นมารนอกรีตเหมือนกัน คงแอบอ้างชื่อสำนักจินเซียนของข้าไปหลอกลวงพวกเจ้า ส่วนเรื่องขอฝากตัวเป็นศิษย์... พวกเจ้ามากันได้ยังไง" ซ่งอินซักไซ้
ทุกคนหันมองหน้ากัน เห็นซ่งอินดูท่าทางจริงใจ จึงเริ่มเล่าเรื่องราวให้ฟัง
คนเหล่านี้มาจากนอกเทือกเขาซูมี ส่วนใหญ่หนีภัยแล้งและความอดอยากมา จึงคิดจะขึ้นเขามาฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อหาทางรอด ส่วนเด็กๆ ที่เห็นก็หลงใหลในเรื่องราวปาฏิหาริย์ อยากเป็นเซียนเหาะเหินเดินอากาศ จึงตามพวกมารขึ้นเขามา
แต่ทว่า...
ซ่งอินมองดูพวกเขา แต่ละคนแววตาหม่นหมอง ไร้ประกายแห่งปัญญา ใช้วิชาดูโหงวเฮ้งมองแล้ว ไม่มีใครเหมาะที่จะบำเพ็ญเพียรเลยสักคน
"รอเดี๋ยว ข้าจะไปขอคำชี้แนะจากท่านอาจารย์ ศิษย์น้องรอง..."
"เอ้อ! อยู่ขอรับ! ศิษย์พี่มีอะไรให้รับใช้!" จางเฟยเสวียนสะดุ้งโหยง รีบขานรับ
"ดูพวกเขาให้ดี หน้าผาสูงลมแรง ระวังอย่าให้ใครพลัดตกลงไปล่ะ" ซ่งอินกำชับ
"ศิษย์พี่วางใจ ข้าจะดูแลอย่างดี" จางเฟยเสวียนพยักหน้าหงึกหงัก
ซ่งอินหันหลัง เดินดุ่มๆ ตรงไปยังตำหนักใหญ่
ส่วนภายในห้องหลอมโอสถ จินกวงมือไม้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและเศษเนื้อ พึมพำกับตัวเองอย่างคนเสียสติ
"พรวิเศษ ทำไมถึงหายไปได้ ไม่ใช่ฮุ่นหยวน (ความโกลาหล) แต่พรแห่งอู๋เลี่ยง (ไร้ประมาณ) ก็เป็นพรวิเศษเหมือนกัน ทำไมถึงกลายเป็นก้อนเนื้อไปได้..."
"ท่านอาจารย์!"
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมเสียงตะโกน กำแพงหินที่เพิ่งก่อขึ้นปิดทางเข้าแตกกระจาย เศษหินปลิวว่อน ตกลงไปในกองเนื้อตรงหน้าจินกวง ก้อนหนึ่งกระเด็นไปโดนหัวจินกวงอย่างจัง เรียกสติที่ล่องลอยให้กลับคืนมา
"โอ๊ย! ใครวะ กล้ามารบกวนการค้นคว้าของข้า เชื่อไหมข้าจะจับมาหลอมเป็น... เป็น..."
จินกวงลุกพรวดด้วยความโมโห ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอำมหิต เวลานี้ยังมีใครกล้ามารบกวนเขาอีก เบื่อชีวิตแล้วหรือไง!
ฝุ่นควันหน้าประตูจางลง เผยให้เห็นดวงไฟสีขาวสองดวงสว่างจ้า บาดตาบาดใจจนวิญญาณสั่นสะท้าน
ความรู้สึกคุ้นเคยนี้...
ซ่งอินยืนอยู่ที่ประตู ดวงตาส่องประกาย เดินตรงเข้ามา "ท่านอาจารย์!"
"อ้าว... เอ้อ!"
สีหน้าจินกวงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ยิ้มแห้งๆ "ศิษย์รัก อาจารย์กำลังวิจัยเจ้ามารร้ายนี่อยู่... เจ้ามาหาอาจารย์มีธุระอันใดรึ"
"ท่านอาจารย์ เรื่องมารร้ายที่บุกเข้ามาเมื่อครู่นี้ พวกมันแอบอ้างชื่อสำนักเราไปหลอกลวงคนธรรมดากลุ่มหนึ่ง หญิงชุดเขียวที่ข้าช่วยไว้ก่อนหน้านี้..."
ซ่งอินเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วยื่นป้ายหยกให้จินกวง "ศิษย์น้องรองบอกว่านี่คือ ชิงเหลียนหยวนหมู่ (มารดาแห่งบัวเขียว) มันคือลัทธิมารอะไรอีกหรือขอรับ"
"สำนักชิงเหลียน (สำนักบัวเขียว)?" จินกวงเบิกตากว้าง อึ้งไปชั่วขณะ
ชิงเหลียนหยวนหมู่เขารู้จักดี เป็นเทพที่สำนักชิงเหลียนนับถือ นั่นมันสำนักใหญ่ระดับบิ๊ก ไม่ใช่สำนักต๊อกต๋อยในซอกเขาอย่างเขาจะไปเทียบชั้นได้
ศิษย์สำนักนี้มักจะท่องเที่ยวไปทั่วภายนอก เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพวกสายมารอย่างพวกเขา เรียกได้ว่าเป็นสำนักฝ่ายธรรมะขนานแท้
จ้าวยวนฮว่าไปหลอกศิษย์สำนักชิงเหลียนขึ้นเขามาเหรอ?
มันทำไมถึงได้รนหาที่ตายขนาดนี้!
"ศิษย์รัก ทำไมเจ้าถึงคิดว่าสำนักชิงเหลียนเป็นพรรคมารล่ะ" จินกวงถามเสียงเบาหวิว
ถ้าสำนักชิงเหลียนเป็นพรรคมาร แล้วไอ้คนจับคนมาทำยาอย่างเขานี่คืออะไร
จอมมาร?
ซ่งอินขมวดคิ้ว "ในตัวผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของวิญญาณบริสุทธิ์ เห็นชัดว่ากลืนกินวิญญาณมามากมาย แบบนี้ไม่เรียกว่ามารแล้วจะเรียกว่าอะไรขอรับ!"
"เจ้า... เจ้ารู้ได้ยังไง" จินกวงอดถามไม่ได้
"ท่านอาจารย์ ท่านลืมไปแล้วหรือ ตอนที่ข้าสำเร็จกายแท้ไร้รั่วไหล ข้าได้รับความสามารถพิเศษมาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือดวงตาคู่นี้"
ซ่งอินชี้ที่ตาตัวเอง "มันสามารถมองทะลุภาพลวงตา ใครเป็นมารเป็นปีศาจ ข้ามองปราดเดียวก็รู้!"
บ้าไปแล้ว!
ไอ้เรื่องที่พูดมั่วซั่วพวกนั้น มันกลายเป็นความจริงไปหมดเลยเหรอ!
จินกวงอยากจะกรีดร้องระบายความอัดอั้น แต่ทำได้เพียงฝืนยิ้ม "ศิษย์รักช่างมีพรสวรรค์ระดับมหาเซียนจริงๆ!"