- หน้าแรก
- ศิษย์พี่...ท่านพูดถูก!
- บทที่ 8 วิชาแปลงสิ่งของ? เปลี่ยนหินเป็นทอง!
บทที่ 8 วิชาแปลงสิ่งของ? เปลี่ยนหินเป็นทอง!
บทที่ 8 วิชาแปลงสิ่งของ? เปลี่ยนหินเป็นทอง!
บทที่ 8 วิชาแปลงสิ่งของ? เปลี่ยนหินเป็นทอง!
เจ้าหมอนี่มันบ้า...
อย่าไปปะทะซึ่งหน้าเด็ดขาด ต้องหลอกล่อให้ตายใจ แล้วค่อยหาทางหนีลงเขา ไปให้ไกล แล้วไม่กลับมาอีกเลย...
จางเฟยเสวียนเพิ่งจะตั้งสติได้ ก็ได้ยินศิษย์คนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาว่า "สะ... ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านบอกให้ทำความสะอาดครั้งใหญ่ แต่พวกเราไม่มีอุปกรณ์ จะทำได้อย่างไรขอรับ"
"ไม่มีอุปกรณ์? อืม..."
ซ่งอินชะงักไปครู่หนึ่ง กวาดตามองรอบๆ แล้วทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือออกไป นิ้วทั้งห้าเกร็งโค้งทำท่าเหมือนจะดูดอะไรบางอย่าง
เศษหินรอบๆ หลุมใหญ่กลางลานกว้างลอยวูบขึ้นมา แล้วพุ่งเข้ามาหาซ่งอินอย่างรวดเร็ว
"จงเปลี่ยน!"
สิ้นเสียงตวาด เศษหินแข็งๆ เหล่านั้นก็ยืดออกราวกับสายน้ำที่สั่นไหว แล้วเปลี่ยนสภาพกลายเป็นผ้าผืนยาว
ส่วนก้อนหินที่ยาวหน่อย ก็ยืดออกกลายเป็นไม้กวาด ที่ตักผง และอุปกรณ์อื่นๆ
"เอาล่ะ ทีนี้ก็มีอุปกรณ์แล้ว เข้ามารับไป แล้วเริ่มทำความสะอาดกันได้ ทุกคนต้องช่วยกัน ขัดถูให้สำนักของเราสะอาดเอี่ยมอ่องไร้ฝุ่นผง"
ซ่งอินหยิบผ้าขี้ริ้วใส่มือซ้าย มือขวาถือไม้กวาด ยิ้มอย่างพอใจ
"หือ? พวกเจ้ายังยืนนิ่งทำไม"
เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าไม่มีใครขยับเข้ามารับของ
เหล่าศิษย์ในลานกว้างต่างจ้องมองอุปกรณ์ข้างกายซ่งอินตาค้าง อ้าปากหวอราวกับไม่เคยพบเคยเห็น
โดยเฉพาะศิษย์น้องรองจางเฟยเสวียน ตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
"ศิษย์... ศิษย์พี่ ทะ... ท่าน..."
จางเฟยเสวียนชี้ไปที่อุปกรณ์เหล่านั้น นิ้วสั่นระริก นัยน์ตาฉายแววตื่นตระหนกสุดขีด
เขารีบเดินเข้าไป ก้มลงหยิบผ้าขี้ริ้วที่กองอยู่แทบเท้าซ่งอินขึ้นมา
สัมผัสนี้... ของจริง!
เขาลองฉีกมันดู เสียงดังแคว่ก ผ้าขาดเป็นสองท่อน
เนื้อผ้าก็ของจริง!
อะไรวะเนี่ย!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
จางเฟยเสวียนตกอยู่ในภวังค์แห่งความตื่นตะลึง
เขาไม่เข้าใจ เขาไม่เก็ท!
นี่มันข้ามขั้นไปไกลโขแล้ว
เขาอยู่ระดับรวบรวมปราณขั้นห้า 'ย่งจื้อ' (ใช้ปัญญา) ซึ่งเป็นขั้นที่เริ่มใช้คาถาอาคมได้ ไม่นับวิชาที่อาจารย์สอน เขายังแอบไปเรียนวิชาประหลาดๆ ตอนลงเขามาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นวิชาไหนที่เปลี่ยนสิ่งของได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนี้!
นี่ไม่ใช่วิชาลวงตา แต่มันคือการเปลี่ยนวัตถุจริงๆ เปลี่ยนหินให้กลายเป็นของใช้ ทั้งรูปร่าง ทั้งสัมผัส ของจริงทุกอย่าง!
"ศิษย์พี่ นี่มันวิชาอะไรขอรับ?!" จางเฟยเสวียนถามเสียงสั่น
เขานึกขึ้นได้ว่าตอนที่คนป่าสำนักพีเจี่ยบุกเข้าไปในห้องหลอมโอสถ เจ้าตัวประหลาดนี่ยังแก้ผ้าล่อนจ้อนอยู่เลย แต่พริบตาเดียวก็เสกเสื้อผ้ามาใส่ได้
นั่นก็ไม่ใช่วิชาลวงตา เป็นเสื้อผ้าจริงๆ!
"หือ? ก็ วิชาแปลงสิ่งของ ไง" ซ่งอินตอบหน้าซื่อ
"วิชาแปลงสิ่งของ?"
จางเฟยเสวียนชะงัก ชื่อนี้คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน...
เขามองของในมือ แววตาเริ่มมีความโลภ "ถ้าเป็นวิชาแปลงสิ่งของ งั้นเปลี่ยนหินเป็นทองก็ได้สิ?"
ซ่งอินโบกมืออย่างรังเกียจ "วิชามารพรรค์นั้นจะมีประโยชน์อันใด รังแต่จะทำให้ค่าเงินในโลกปั่นป่วนเปล่าๆ"
"แสดงว่าทำได้จริงๆ?! ศิษย์พี่ สอนข้าหน่อยได้ไหมขอรับ?!" จางเฟยเสวียนรีบถาม
ซ่งอินขมวดคิ้วเล็กน้อย มองจางเฟยเสวียนแล้วกล่าวอย่างจริงจัง "ศิษย์น้อง แม้ข้าจะเพิ่งเป็นศิษย์พี่ แต่ข้าต้องขอตำหนิเจ้าหน่อย ในฐานะศิษย์พี่รอง เจ้าควรทำตัวเป็นแบบอย่าง ไม่ควรมาถามคำถามตื้นเขินเช่นนี้"
"ตะ... ตื้นเขิน?" จางเฟยเสวียนอ้าปากค้าง
เปลี่ยนหินเป็นทองเนี่ยนะตื้นเขิน!
ถ้าเขามีวิชานี้ เขาจะมาทนนั่งบำเพ็ญเพียรหาพระแสงอะไร หนีออกจากเทือกเขาซูมีไปเสวยสุขในเมืองมนุษย์นานแล้ว!
ซ่งอินกล่าวต่อ "ในบทศิลาโอสถของ คัมภีร์มหาโอสถจินเซียน มีระบุไว้อย่างชัดเจนว่า 'ใช้วัตถุสร้างรูปวัตถุ ทำลายวัตถุเพื่อซ่อมแซมวัตถุ' เจ้าไม่ได้เรียนหรือ"
"ระ... เรียน เรียนแล้ว..."
จางเฟยเสวียนแย้ง "แต่นั่นมันหมายถึงการแยกแยะสมุนไพร สกัดตัวยา ใช้หลักการยาแลกเปลี่ยนยา ไม่ใช่หรือขอรับ มันจะไปเกี่ยวกับการแปลงร่างสิ่งของได้ยังไง"
เคล็ดวิชานี้พูดง่ายๆ คือการเจอสมุนไพรแล้วสกัดพิษออกเปลี่ยนเป็นยารักษา หรือทำกลับกัน ซึ่งทั้งยุ่งยากและกินแรง ไม่คุ้มค่าเหนื่อย และไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับสิ่งที่ซ่งอินทำเลยสักนิด
"ก็เหมือนกันนั่นแหละ ความจริงมันคือการเปลี่ยนแก่นแท้ของสิ่งหนึ่ง ลบล้างแก่นแท้เดิม แล้วใส่แก่นแท้ใหม่เข้าไป พูดง่ายๆ คือ การสลับแก่นแท้"
ซ่งอินพยักหน้า "หนึ่งวิชาแตกฉานร้อยวิชา พอเข้าใจหลักการนี้ จะเปลี่ยนเป็นอะไรก็ง่ายนิดเดียว"
"มะ... มันเป็นแบบนั้นหรือขอรับ" จางเฟยเสวียนงงเป็นไก่ตาแตก "มันตีความแบบนี้ได้ด้วยเหรอ"
"ใช่สิ ข้าลองตรึกตรองดูแล้ว ในเมื่อเป็นการสลับแก่นแท้ ข้าก็เอาพลังวัตรของข้าเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าก็ได้นี่นา ข้าก็เลยเสกเสื้อผ้าออกมา ส่วนที่เอาหินมาทำเป็นผ้าเป็นไม้กวาด ก็ใช้หลักการเดียวกัน ถ้าจะเปลี่ยนหินเป็นทองก็ทำได้ แต่ต้องใช้หินเยอะมาก และพลังวัตรข้ายังไม่พอ ตอนนี้ยังทำไม่ได้"
ซ่งอินตบไหล่จางเฟยเสวียน สอนสั่งด้วยความหวังดี "คำสอนของท่านอาจารย์ต้องใส่ใจให้มาก แม้ระดับพลังข้าจะสู้เจ้าไม่ได้ แต่ข้ามีพรสวรรค์ระดับมหาเซียน ท่านอาจารย์ก็ถ่ายทอด คัมภีร์มหาโอสถจินเซียน ให้ข้าแล้ว วันหลังถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ก็มาถามข้าได้"
ไม่... ต่อให้ถามไป ข้าก็ทำไม่ได้อยู่ดี...
วิชาที่อาจารย์สอนมันไม่ใช่แบบที่เจ้าพูดเลยสักนิดโว้ย!
"ศิษย์พี่ช่างเป็นยอดคน ตีความได้ลึกซึ้ง ข้าน้อยมิอาจเทียบ..." จางเฟยเสวียนยิ้มแห้งๆ
แค่พลังกายสูงส่งก็แย่พอแล้ว ไอสีขาวประหลาดที่กดข่มพลังเขาก็หนักหนาพอแล้ว นี่มันยังจะฝึกวิชาได้เก่งกาจขนาดนี้อีก...
ต้องรีบหนี!
"ศิษย์พี่ ข้าขอตัวไปกวาดพื้นก่อนนะขอรับ"
จางเฟยเสวียนคว้าไม้กวาดกับที่ตักผง ทำท่าจะเดินหนี
"เดี๋ยวก่อน ข้าเพิ่งมาใหม่ ไม่คุ้นเคยกับศิษย์น้องคนอื่นๆ เจ้ามาช่วยข้ากวาดตรงนี้แหละ พอดีข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าด้วย จะได้ไม่ไปทำตัวเปิ่นๆ ให้เสียหน้า" ซ่งอินยิ้ม
จางเฟยเสวียนตัวแข็งทื่อ มองรอยยิ้มของซ่งอินแล้วฝืนยิ้มตอบ "อ่า... เป็นเกียรติอย่างยิ่งขอรับ"
จากนั้น ภายใต้การกำกับดูแลของซ่งอิน ศิษย์คนอื่นๆ ก็จำใจเดินเข้ามารับอุปกรณ์ไปทำความสะอาดลานกว้าง ส่วนซ่งอินยืนอยู่กลางลาน คอยกวาดพื้นพร้อมกับจางเฟยเสวียน
"คนตรงนั้นน่ะ กวาดอะไรของเจ้า แตะพื้นเบาๆ แบบนั้นเรียกว่ากวาดหรือไง!"
"แล้วเจ้า เช็ดเสาเหมือนคนไม่ได้กินข้าว เจ้าเป็นผู้ฝึกตนที่เข้าสำนักแล้วนะ มีปราณในกาย พลังกายต้องหมุนเวียนไม่สิ้นสุดสิ ทำไมไม่มีแรงเลย!"
"รีบกวาดให้เสร็จ แล้วไปซ่อมแซมตึกต่อ เร่งมือเข้า พวกเราเป็นผู้บำเพ็ญเพียรนะ พระอาทิตย์ตกดินจะยังทำไม่เสร็จเชียวรึ!"
เสียงตะโกนสั่งงานของซ่งอินดังก้องไปทั่วลาน
จางเฟยเสวียนที่อยู่ข้างๆ ได้แต่ก้มหน้าก้มตากวาดพื้นอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
ไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว...
เขาเป็นถึงศิษย์พี่รองแห่งสำนักจินเซียน วางก้ามใหญ่โตอยู่ตีนเขาซูมี มองมนุษย์เป็นแค่ผักปลา ไม่ใช่มาเป็นทาสรับใช้แบบนี้
ต้องหนี ข้าจะหนี ข้าจะ...
"ข้าทนไม่ไหวแล้วโว้ย!"
เสียงตะโกนดังมาจากศิษย์คนหนึ่งที่กวาดพื้นอยู่ เขาปาไม้กวาดทิ้ง ตาแดงก่ำ ตะคอกลั่น "คุณชายอย่างข้ามาที่นี่เพื่อเรียนวิชา เพื่อเรียนการปรุงโอสถมนุษย์ มีแต่พวกมนุษย์ธรรมดาเท่านั้นที่ต้องทำงานงกๆ เงิ่นๆ คุณชายอย่างข้าไม่มีวันลดตัวลงมาทำเองหรอก! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร แค่มีพลังเยอะกว่าหน่อย คิดจะมาสั่งข้าเหรอ ฝันไปเถอะ ข้ายอมตายดีกว่า!"
พูดจบ เขาก็ระเบิดพลังปราณสีเขียวออกมา พุ่งตัวหนีไปทางประตูสำนักทันที
เขาฉีกตัวหลบซ่งอิน วิ่งไปทางประตูอย่างรวดเร็ว
ความเร็วระดับนี้แทบจะกลายเป็นเงาสีเขียว พริบตาเดียวก็ถึงหน้าประตู
เขาไม่ได้โง่ ใครจะบ้าอยู่สู้กับสัตว์ประหลาด หนีสิดีที่สุด
ซ่งอินแค่นเสียงในลำคอ ขยับเท้าเพียงนิดเดียว ไอสีขาวก็ระเบิดออก ร่างของเขากลายเป็นเงาสีขาว พริบตาเดียวก็ไปโผล่ด้านหลังศิษย์ผู้นั้น ยื่นมือออกไปคว้าคอเสื้อหิ้วขึ้นมา
ตูม!
ไอสีขาวระเบิดใส่ร่างศิษย์ผู้นั้น จนเขาร้องโหยหวน ดิ้นพราดๆ แต่ไม่นานก็แน่นิ่งไป ร่างอ่อนปวกเปียกเหมือนโคลนเลนห้อยต่องแต่งอยู่ในมือซ่งอิน
"ฮึ จิตใจใฝ่ธรรมไม่มั่นคง!"
ซ่งอินเหวี่ยงร่างนั้นทิ้งไปกองที่ลานกว้างราวกับโยนผ้าขี้ริ้ว
"แค่งานเบ็ดเตล็ดนิดหน่อยก็ทนไม่ไหว แล้วจะบำเพ็ญเพียรได้ยังไง?! เสียแรงที่อาจารย์ถ่ายทอดวิชาให้ อกตัญญูสิ้นดี!"
ซ่งอินปรายตามองร่างนั้น แล้วหันมายืนขวางประตู จ้องมองทุกคนด้วยสายตาดุร้าย ตวาดลั่น "พวกเจ้าก็เหมือนกัน อย่าคิดว่าข้าดูไม่ออกนะว่าพวกเจ้าคิดอะไรอยู่! ถ้าไม่ใช่เพราะท่านอาจารย์รับพวกเจ้าไว้แล้ว ข้าคงไล่ตะเพิดไปนานแล้ว!"
อย่าห่วงเลย ปล่อยพวกข้าไปเถอะ!
จางเฟยเสวียนกรีดร้องในใจ
"แค่กวาดพื้นแค่นี้ยังไม่อดทน ใช้ไม่ได้! ข้าจะยืนคุมอยู่ตรงนี้ ห้ามใครอู้งานเด็ดขาด กวาดเข้าไป!" ซ่งอินทำหน้ายักษ์
ได้ยินดังนั้น ศิษย์คนอื่นๆ รีบก้มหน้าก้มตาทำงานกันมือเป็นระวิง
เทียบกับเมื่อกี้ ตอนนี้ขยันขันแข็งขึ้นผิดหูผิดตา
"ศิษย์... ศิษย์พี่ช่างเก่งกาจ ลงมือเพียงครั้งเดียวก็ปลิดชีพได้ทันที" จางเฟยเสวียนเดินเข้าไปหา ฝืนยิ้มประจบ
"หือ? เจ้าพูดเรื่องอะไร"
ซ่งอินมองจางเฟยเสวียนอย่างแปลกใจ แล้วหันไปมองศิษย์ที่นอนกองอยู่ "ข้าจะไปทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักได้ยังไง เขาแค่โดนปราณแห่งมรรควิถีชะล้างร่างกายนิดหน่อย นอนพักเดี๋ยวก็หาย แต่ห้ามบอกใครนะ ตอนนี้ศิษย์น้องจิตใจอ่อนแอ ต้องกระตุ้นกันบ้าง รอทำความสะอาดเสร็จค่อยว่ากัน"
"ปะ... ปราณแห่งมรรควิถี?"
ไอ้ที่ซัดคนป่าตายคาที่เมื่อกี้อ่ะนะ? จะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?
จางเฟยเสวียนกลืนน้ำลาย หันไปมองศิษย์คนนั้น เห็นร่างกายกระตุกเป็นพักๆ ดูเหมือนยังไม่ตาย แต่สภาพดูไม่จืดเลย
เขารู้สึกสลดหดหู่ขึ้นมาจับใจ
เมื่อก่อนถ้าศิษย์ร่วมสำนักตาย เขาก็ไม่สนใจหรอก แต่ตอนนี้...
จางเฟยเสวียนก้มหน้าก้มตา กวาดฝุ่นบนพื้นอย่างขะมักเขม้น
ช่างหัวมันเถอะ ทำความสะอาดไปก่อน อย่าไปขัดใจไอ้สัตว์ประหลาดนี่เด็ดขาด!