เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - มิติสองด้าน

บทที่ 5 - มิติสองด้าน

บทที่ 5 - มิติสองด้าน


บทที่ 5 - มิติสองด้าน

วันที่ 11 กันยายน 2033 ท้องฟ้าโปรยปรายหิมะสีแดงลงมา เกล็ดสีแดงปลิวว่อนไปทั่วท้องนภา ดูโรแมนติกและน่าขนลุกไปพร้อมๆ กัน

เสิ่นหนานชิงรู้สึกเหมือนตัวกำลังจะไหม้ ลำคอแห้งผากเหมือนถูกฉีกทึ้ง เธออยากลุกขึ้นมากินน้ำ แต่ขยับตัวไม่ได้เลย

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เสิ่นหนานชิงรู้สึกเบาสบายตัวขึ้น เธอลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนลานว่างแห่งหนึ่ง รอบๆ ลานว่างมีแต่หมอกสีขาวโพลน ตรงกลางเป็นพื้นที่โล่งประมาณสองร้อยตารางเมตร

เธอเดินสำรวจไปรอบๆ พบว่าสามด้านของพื้นที่ล้อมรอบด้วยหมอกขาว มีเพียงด้านเดียวที่เหมือนมีม่านน้ำกั้นอยู่

เสิ่นหนานชิงลองเอามือแตะม่านน้ำเบาๆ แรงดูดมหาศาลก็ดึงเธอกลืนเข้าไป หลังม่านน้ำนั้นกลับกลายเป็นพื้นที่โล่งอีกสองร้อยตารางเมตร!

ที่แตกต่างจากด้านเมื่อกี้คือ พื้นที่ตรงนี้ถูกล้อมรอบด้วยหมอกสีดำทมิฬทั้งสามด้าน

เสิ่นหนานชิงอยากจะลองเดินเข้าไปดูในหมอกดำ แต่พอก้าวขาจะเข้าไป ความเจ็บปวดรุนแรงก็แล่นปราดเข้ามาจนเธอสะดุ้งตื่น

นอกหน้าต่าง ฟ้าเริ่มสางแล้ว เสิ่นหนานชิงคว้ากระบอกน้ำเก็บความร้อนมากระดกน้ำอึกใหญ่

ที่เห็นในฝันมันคืออะไรกันแน่

ทันใดนั้น ภาพในฝันก็ปรากฏขึ้นในหัวอีกครั้ง เสิ่นหนานชิงดีดตัวลุกขึ้นนั่ง หายใจหอบถี่

มิติ! เธอปลุกพลังพิเศษสายมิติขึ้นมาแล้ว!

เสิ่นหนานชิงหยิบกระบอกน้ำมาลองดู ปรากฏว่ากระบอกน้ำหายวับไปกับตา ในมิติสีขาวในจิตนาการมีกระบอกน้ำวางอยู่ พอกำหนดจิตอีกที กระบอกน้ำก็กลับมาอยู่ในมือ

เสิ่นหนานชิงดีใจจนเนื้อเต้นกับมิติที่จู่ๆ ก็โผล่มา เธอรองเอาแก้วน้ำใส่เข้าไปในมิติสีดำบ้าง แต่ล้มเหลว แก้วน้ำไม่ขยับเลยสักนิด

"หรือว่ามิติดำจะใส่ของไม่ได้ แล้วมิติดำมีไว้ทำอะไรล่ะ"

เธอต้องลองทดสอบอีกหน่อย

คราวนี้เธอรินน้ำร้อนใส่แก้วสองใบ แก้วหนึ่งใส่ไว้ในมิติขาว อีกแก้วพยายามยัดใส่มิติดำ แต่ก็ยังไม่ได้ผล

เสิ่นหนานชิงอยากลองว่าใส่สิ่งมีชีวิตได้ไหม แต่ในบ้านนอกจากตัวเธอเองแล้ว อย่าว่าแต่สัตว์เลย แม้แต่ต้นไม้สักต้นก็ไม่มี

เธอลองเอาตัวเองเข้าไปในมิติ แต่ก็เข้าไม่ได้ทั้งสองฝั่ง เลยต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน

สามชั่วโมงผ่านไป เสิ่นหนานชิงเอาน้ำแก้วนั้นออกมาจากมิติขาว ปรากฏว่าน้ำยังร้อนจี๋อยู่เลย

ความประหลาดใจครั้งใหญ่ทำเอาเธอแทบกรีดร้อง เวลาในมิตินี้มันหยุดนิ่ง!

เสิ่นหนานชิงรีบกวาดเสบียงทั้งหมดในบ้านเข้ามิติ แล้วคว้ากุญแจไปห้อง 1201 กวาดของที่เหลือในห้องนั้นเก็บเข้ามิติด้วย

ถ้าเกิดน้องชายของจางหลานซินมาจริงๆ เธอค่อยแกล้งทำเป็นหยิบของออกมาจากห้องตัวเองก็แล้วกัน

ตกดึก ในที่สุดเสิ่นหนานชิงก็นึกออกว่าจะหาสิ่งมีชีวิตมาจากไหน

เธอไปหยิบถั่วเขียวในครัวมากำหนึ่งใส่ชาม ลวกด้วยน้ำร้อนรอบหนึ่งก่อน แล้วเทน้ำอุ่นใส่ วางไว้ข้างเตาผิง

ถั่วงอกก็น่าจะนับเป็นสิ่งมีชีวิตแหละมั้ง

เสิ่นหนานชิงนอนตื่นเต้นจนหลับไม่ลง มีมิติแล้ว ทีนี้ก็ออกไปหาเสบียงได้แล้ว ไม่ต้องกลัวโดนปล้น แถมถ้าเจอคนไม่ดี ก็ยังใช้มิติขโมยของหรือลอบโจมตีได้อีก

แต่ว่า หิมะสีแดงรอบนี้ คงไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่ได้พลังพิเศษแน่ๆ

แล้วเหวินเหวินล่ะจะได้พลังไหม

เธอมีลางสังหรณ์ว่าโจวเจ๋ออวี่ต้องได้พลังแน่ๆ ก็เขาเป็นถึงลูกรักพระเจ้านี่นาตามที่เหวินเหวินบอก

คิดไปคิดมาเสิ่นหนานชิงก็ผล็อยหลับไป เธอหารู้ไม่ว่า ลูกรักพระเจ้าที่เธอพูดถึงอย่างโจวเจ๋ออวี่ ตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย

ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแถววงแหวนรอบสองฝั่งตะวันตกของเมืองซาซื่อ ฝูงหนูตาแดงกำลังไล่ล่าเหยื่อของพวกมัน

"วิ่งเร็ว... พวกเราต้องฝ่าออกไป..."

"มันตามมาแล้ว... เร็วเข้า..."

ขาของโจวเจ๋ออวี่หนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ร่างกายที่อ่อนล้าถูกคนลากให้วิ่งไปข้างหน้า

ฝูงหนูมหาศาลกำลังจะตามทัน เสียงร้องจี๊ดๆ ของพวกมันฟังดูน่าขนลุก อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย

ทันใดนั้นโจวเจ๋ออวี่ก็สะดุดขาตัวเอง ร่างกายเสียสมดุลล้มกระแทกพื้นอย่างแรง

"เสี่ยวอวี่!"

จางหลานซินกรีดร้องลั่น เธอพยายามจะหันกลับไปดึงลูกชาย แต่คนที่ลากเธออยู่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรอ

"รีบไปช่วยเสี่ยวอวี่สิ... เสี่ยวอวี่..."

"ไม่ทันแล้ว... วิ่ง!"

จางหลานซินพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่อีกฝ่ายแรงเยอะเกินไป เธอถูกลากให้วิ่งต่อไปข้างหน้า

"ไม่ต้องห่วงฉัน ไปช่วยลูกฉันเดี๋ยวนี้..."

"ภารกิจอันดับหนึ่งของพวกเราคือคุ้มกันคุณ"

"ไม่จริง... นั่นลูกชายเขานะ... ขอร้องล่ะช่วยแกด้วย..."

"ฮือๆ... เสี่ยวอวี่..."

โจวเจ๋ออวี่กัดฟันลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด วิ่งโซซัดโซเซต่อไป เขาหมดแรงแล้ว พอเห็นแม่ถูกลากขึ้นรถไปได้ เขาก็เริ่มถอดใจ เขาเหนื่อยเหลือเกิน

เสี้ยววินาทีตัดสินใจ โจวเจ๋ออวี่หักเลี้ยวพุ่งเข้าห้องน้ำทางซ้ายมือ ถึงจะต้องตาย เขาก็ไม่อยากโดนหนูรุมทึ้งตาย

ทันทีที่ประตูปิดลง ฝูงหนูก็ทะลักเข้ามากลบหน้าห้องน้ำจนมิด

เที่ยงวันต่อมา ถั่วเขียวที่เสิ่นหนานชิงเพาะไว้เริ่มงอกแล้ว แต่อากาศหนาวจัด มันเลยยาวออกมาได้แค่สองเซนติเมตร

เธอลองโบกมือวูบ ถั่วงอกยังอยู่ที่เดิม ดูเหมือนมิติขาวจะใส่สิ่งมีชีวิตไม่ได้จริงๆ เสิ่นหนานชิงผิดหวังเล็กน้อย

แต่พอลองโบกมืออีกที ถั่วงอกหายไปแล้ว

"มิติดำใส่สิ่งมีชีวิตได้!"

เสิ่นหนานชิงส่องดูถั่วงอกในมิติดำผ่านจิต เห็นถั่วงอกเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว เธอรีบเอาถั่วงอกออกมา

สภาพตอนนี้ไม่เรียกว่าถั่วงอกแล้ว แม้แต่เม็ดถั่วก็กลายเป็นผุยผงไปแล้ว

"มิติดำนี่... ฆ่าสิ่งมีชีวิตได้เหรอเนี่ย"

เสิ่นหนานชิงลองเอาถั่วงอกที่เหลือใส่เข้าไปในมิติดำ ผลออกมาเหมือนกันหมด ทุกต้นแห้งเหี่ยวตายเรียบ

หัวใจเต้นรัวแรงแทบจะทะลุออกมานอกอก

"นี่แปลว่า... มิติดำ... ฆ่าคนได้งั้นสิ"

เสิ่นหนานชิงตกใจกับความคิดนี้ แต่ลึกๆ ก็อดดีใจไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เธอก็มีไม้ตายไว้ป้องกันตัวแล้ว

แต่ยังไม่รู้ว่ามิติดำจะใส่สัตว์ได้ไหม หรือจะฆ่าสัตว์ได้หรือเปล่า

ถ้ามิติดำฆ่าสิ่งมีชีวิตได้ทุกชนิด พลังนี้มันจะโกงเกินไปไหมเนี่ย มันจะเป็นไปได้เหรอ

เสิ่นหนานชิงอยากทดลองเพิ่ม แต่ไม่มีสัตว์ให้ลอง เธอตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะออกไปหาเสบียง ถือโอกาสทดสอบพลังไปด้วย

ตกดึก เงาดำร่างหนึ่งย่องขึ้นมาที่ชั้น 12 เขาซุ่มดูมาสองวันแล้ว ไอ้เด็กที่มีปืนนั่นไม่กลับมาอีกเลย แสดงว่าชั้น 12 เหลือแค่ผู้หญิงห้อง 1203 คนเดียว

พอนึกถึงผู้หญิงห้อง 1203 ชายคนนั้นก็ยิ้มอย่างหื่นกระหาย นังนั่นหน้าตาสวย หุ่นก็ดี ปกติชอบทำท่าหยิ่งยโส เดี๋ยวรอดูตอนตกอยู่ในมือเขาเถอะ...

"ฮี่ฮี่..."

เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังลอดไรฟัน

"ทำอะไรน่ะ"

เสิ่นหนานชิงยืนอยู่หลังประตู จ้องมองชายคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา

ตั้งแต่ได้พลังมิติ สายตาและการได้ยินของเธอก็ดีขึ้นมาก เธอได้ยินเสียงคนงัดแงะประตูมาสักพักแล้ว พอเห็นว่ามาคนเดียว เธอเลยอยากลองวิชามิติสักหน่อย

"ฮี่ฮี่... คุณเสิ่นใช่ไหมครับ ผมมาขออาศัยด้วยน่ะ"

"คุณคือ... รปภ. หมู่บ้านเหรอ"

พอเห็นอีกฝ่ายจำได้ ชายคนนั้นยิ่งได้ใจ

"รีบเปิดประตูเถอะ ไม่งั้นถ้าให้พี่พังเข้าไป น้องจะเจ็บตัวเปล่าๆ นะจ๊ะ"

ชายคนนี้เชี่ยวชาญเรื่องสะเดาะกุญแจอยู่แล้ว ประตูแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก ก่อนหน้านี้แค่กลัวปืนของห้อง 1201 ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว

"ก็ได้"

เห็นหญิงสาวยอมอ่อนข้อ จะมาเปิดประตูให้จริงๆ ชายคนนั้นตื่นเต้นจนตัวสั่น เขาสอดมือผ่านช่องว่างประตูเหล็กจะไปคว้ามือหญิงสาว

จังหวะนี้แหละ!

เสิ่นหนานชิงกำหนดจิต ทันใดนั้นความวิงเวียนรุนแรงก็จู่โจมจนเธอแทบจะอาเจียน

ล้มเหลว!

"อ้าว เป็นลมไปซะแล้ว เดี๋ยวพี่ชายเข้าไปอุ้มนะจ๊ะ..."

ชายคนนั้นเร่งมืองัดกุญแจ เสิ่นหนานชิงนอนนิ่งอยู่กับพื้น พยายามข่มความเวียนหัว

ในที่สุดประตูก็เปิดออก ชายคนนั้นเดินเข้ามา ก้มลงจะอุ้มหญิงสาว

"มามะ เดี๋ยวพี่อุ้ม..."

เสิ่นหนานชิงอาศัยทีเผลอ เรียกมีดทำครัวออกจากมิติ ฟันฉับเข้าที่คอของอีกฝ่ายเต็มแรง

"อ๊ากกก..."

ฟันไม่เข้าจุดตาย แต่เลือดก็พุ่งกระฉูด เลือดอุ่นๆ สาดกระเซ็นเต็มหน้าเสิ่นหนานชิง

"นังสารเลว..."

"อย่าเข้ามานะ... อย่าเข้ามา..."

เสิ่นหนานชิงลุกขึ้นเดินเข้าหาชายคนนั้นทีละก้าว ไอ้คนที่ปากดีเมื่อกี้ ตอนนี้ฉี่ราดกางเกงไปเรียบร้อยแล้ว

มีดในมือเปลี่ยนเป็นท่อเหล็ก เธอต้องทำให้แน่ใจว่ามันหมดทางสู้ ถึงจะทดลองต่อได้

"โอ๊ย... อ๊าก..."

เสียงร้องโหยหวนดังลั่นตึก ท่อเหล็กฟาดลงบนตัวชายคนนั้นไม่ยั้ง เว้นส่วนหัวเอาไว้ ร่างกายของมันชักกระตุก เสิ่นหนานชิงเห็นว่าได้เวลาแล้ว โบกมือวูบหนึ่ง ร่างของชายคนนั้นก็หายวับไป

สำเร็จ!

ในมิติดำ ศพของชายคนนั้นไม่ได้แห้งกรังเหมือนที่คิด แค่ไร้ลมหายใจไปเฉยๆ

ผ่านไปประมาณห้านาที ศพนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

เสิ่นหนานชิงถอนหายใจโล่งอก เธอเองก็ไม่อยากเห็นศพแห้งๆ เหมือนกัน

แต่ทำไมศพถึงหายไปล่ะ โดนมิติดูดกลืนไปเหรอ แล้วถ้าถั่วงอกพวกนั้นไม่รีบเอาออกมา จะโดนดูดกลืนเหมือนกันไหม

เริ่มปวดหัวตุบๆ เสิ่นหนานชิงเลิกคิดเรื่องนี้ ตัวเธอเหนียวเหนอะหนะไปหมด ต้องรีบไปล้างตัว

ในห้องน้ำ เสิ่นหนานชิงมองตัวเองในกระจก ใบหน้าซีดเผือดเปรอะเปื้อนคราบเลือด เส้นผมยุ่งเหยิงจับตัวเป็นก้อนเพราะเลือดที่เริ่มแห้ง ใบหน้าที่เคยเย็นชาดูน่าสยดสยองพิลึก

ความคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนกลั้นไม่อยู่ ของเก่าในท้องพุ่งออกมา

"อ้วก... อ้วก..."

เสียงอาเจียนก้องสะท้อนในห้องน้ำ จนกระทั่งไม่มีอะไรจะให้ออก

เธอฆ่าคนแล้ว!

ตอนนี้เสิ่นหนานชิงเพิ่งจะตระหนักได้จริงๆ ว่าเธอได้ฆ่าคนไปแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - มิติสองด้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว