- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 135 หลงอำนาจ หลงใจคน แผนขอเงินเริ่มขึ้นแล้ว !
บทที่ 135 หลงอำนาจ หลงใจคน แผนขอเงินเริ่มขึ้นแล้ว !
บทที่ 135 หลงอำนาจ หลงใจคน แผนขอเงินเริ่มขึ้นแล้ว !
บทที่ 135 หลงอำนาจ หลงใจคน แผนขอเงินเริ่มขึ้นแล้ว !
หลังจากได้ยินคำพูดของหลิวไห่จง สีหน้าของฉินหวยหรูก็เปลี่ยนทันที ทำหน้าแตกตื่น ใจเสีย ทั้งแววตาและท่าทางเต็มไปด้วยความสับสน
“ลุงรอง แต่ฉันยังหายี่สิบหยวนไม่เจอเลยค่ะ ! พี่ ๆ น้า ๆ ใครก็ได้ ใจดีให้ฉันยืมยี่สิบหยวนเถอะนะคะ ! ฉันกราบก็ได้ !”
พูดจบก็ทรุดตัวลงกับพื้น แล้วโขกหัวดัง “ปัง ๆ” โดยไม่ลังเล
คนที่อยู่ในบ้าน เจอฉากนี้เข้า ถึงกับสะเทือนใจอยู่บ้าง บางคนถึงกับคิดว่า ถ้าเป็นเงินแค่ไม่กี่หยวน อาจจะพอช่วย ๆ กันรวมให้ได้
แต่พอได้ยินว่า “ยี่สิบหยวน” ทั้งหมดก็ถอดใจแทบจะพร้อมกัน !
ยุคนี้ เงินมันหายากจะตาย ! เงินยี่สิบหยวนสำหรับครอบครัวธรรมดา ไม่ใช่เงินเล็ก ๆ ตรงกันข้าม มันคือ “เงินก้อนโต” เลยต่างหาก
เว้นเสียแต่เป็นพวกอี้จงไห่ หลิวไห่จง หรือเหออวี่จู้ ที่พอจะมีปัญญาหยิบออกมาแบบไม่สะเทือน แต่กับคนทั่วไปแล้ว ? ไม่ไหวจริง ๆ
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ฉินหวยหรูนั่งอยู่ตรงนั้น น้ำตาไหลพราก แต่ในใจ... กลับกำลังหัวเราะสะใจ !
ยิ่งไม่มีใครให้เงิน ยิ่งดี ! ยิ่งไม่มีเงิน ก็ยิ่งไม่ต้องไปโรงพยาบาล ถ้าไม่ไปโรงพยาบาล เจี่ยตงซวีกับแม่เขาก็ไม่มีทางได้รักษา สุดท้ายก็จะต้องตายแน่นอน !
ถ้าใครใจดี ยื่นมือมาช่วยในตอนนี้ นั่นแหละ... ศัตรูตัวจริงของเธอ เพราะมันคือศัตรู “ระหว่างความเป็นกับความตาย”
คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าแม่ลูกเจี่ยโดนวางยาพิษ แต่สองคนที่นอนอยู่โรงพยาบาลนั่น ต่อให้ไม่มีหลักฐาน ก็จะต้องคิดว่าเป็นฝีมือของเธอแน่นอน
เพราะฉะนั้น ถ้าเธอพลาดแม้แต่นิด ชีวิตเธอก็พังได้ในทันที อาจโดนจับขึ้นศาลทหาร หรือไม่แน่… อาจถึงกับโดนประหาร ! เพราะนี่มันคือ "คดีวางยาฆ่าคน" ชัด ๆ !
ขณะที่เธอกำลังภาวนาให้ทุกคนเฉย ๆ อยู่นั้น เสียงของหลิวไห่จงก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เอาเถอะ! เดี๋ยวฉันกลับไปดูที่บ้าน ว่ามีเงินไหม เรื่องคนจะเป็นจะตายแบบนี้ ฉันเป็นผู้ดูแลรอง ยังจะนั่งเฉยได้ยังไง ! หวยหรู ลุกขึ้นก่อนนะ อย่าเพิ่งกังวล เดี๋ยวฉันไปดูให้เอง !”
ได้ยินคำพูดนี้ ฉินหวยหรูถึงกับนิ่งอึ้ง ! ในใจแทบระเบิด “แก ! ตอนอยู่โรงพยาบาลยังบอกไม่มีเงินอยู่เลย ! ! ตอนนี้มาทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวอะไรอีก !”
ถึงจะฉุนแทบจะตบพื้น แต่สีหน้าเธอก็ยังต้องทำเป็นซาบซึ้งใจ จนคนรอบข้างก็พากันเข้าใจผิด คิดว่าเธอซึ้งจนน้ำตาไหล ไม่รู้เลยว่าในใจเธอกำลังสาปแช่งหลิวไห่จง ด่าทุกคำในหัว
ไม่นาน ร่างอ้วน ๆ ของหลิวไห่จงก็โผล่มาอีกครั้ง พร้อมเงินยี่สิบหยวนในมือ
“นี่ หวยหรู ! เอาไป รีบไปโรงพยาบาล ! รถเข็นยังจอดรออยู่ รีบไปให้ทัน ! ไม่ต้องกังวลนะ เราอยู่ลานเดียวกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน เพื่อนบ้านย่อมดีกว่าญาติห่างไกล ! ฉันเป็นผู้ดูแลรอง ยังไงก็ต้องช่วย ! รีบไป อย่าชักช้า !”
พูดไปก็หอบไป แต่ก็ยังคงเร่งเร้าให้เธอรีบออกเดินทาง
เห็นท่าแบบนี้ ฉินหวยหรูก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจาก ฝืนยิ้ม ฝืนขอบคุณ ฝืนจับมือหลิวไห่จง ขอบคุณยืดยาว เพื่อประวิงเวลา
จนในที่สุด ก็ต้องเดินออกจากบ้าน เดินผ่านเรือนใหญ่ ไปขึ้นรถเข็นอย่างที่ใคร ๆ เห็นกันอยู่
คนขับก็รู้ว่านี่คือเรื่องชีวิตคน จึงปั่นเต็มแรงจนรถเข็นสะเทือนยิ่งกว่าเรือโยก ฉินหวยหรูแทบจะอาเจียนเป็นเลือด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะบ่นก็ไม่ได้ เพราะถ้ามีใครถามขึ้นมา ทุกอย่างก็จะโป๊ะแตกทันที !
ถึงจะเจ็บแค่ไหน ก็ต้องกลั้นไว้ !
ยี่สิบกว่านาทีต่อมา ก็มาถึงโรงพยาบาล
“ถึงแล้ว ไปจ่ายเงินเลย ! ฉันเหนื่อยจนจะเป็นลมแล้วเนี่ย ! ไม่ต้องจ่ายค่ารถนะ พี่ชายคนนั้นจ่ายไว้ให้แล้ว !”
ได้ยินแบบนี้ ฉินหวยหรูก็ได้แต่ขอบคุณ แล้วก็วิ่งเข้าตึกโรงพยาบาล
พอไปถึงช่องจ่ายเงิน เธอก็โน้มตัวลงไปที่ช่องรับบัตร เห็นว่าไม่มีใครอยู่ ก็เริ่มตะโกนแบบ พอเป็นพิธี
“สวัสดี ? มีใครอยู่ไหมคะ ? ฉันจะมาจ่ายเงินค่ะ ขอโทษนะคะ~”
แต่เธอก็จงใจ “ไม่กดกริ่ง” มัวแต่แกล้งตะโกนอยู่นั่น ลากเวลาให้ได้นานที่สุด
จนผ่านไปเกือบสิบห้านาที ถึงจะมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง เดินงัวเงียออกมาจากหลังห้อง
“ทำไมไม่กดกริ่งล่ะ ? โชคดีนะที่ฉันเป็นคนตื่นง่าย ได้ยินเสียง ไม่งั้นรอถึงพรุ่งนี้เช้า ก็ไม่มีใครมาเลย !” เจ้าหน้าที่บ่นพลางขยี้ตา
ฉินหวยหรูก็รีบยิ้มแหย ๆ แบบอาย ๆ “ขอโทษค่ะ ฉันไม่เคยเข้าโรงพยาบาลมาก่อน...ไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องกดกริ่ง”
อีกฝ่ายได้ยินก็แค่มองหน้า แล้วพยักหน้า เพราะเรื่องแบบนี้ ก็เกิดบ่อย เธอไม่ใช่รายแรกแน่
“ยี่สิบหยวน ! จ่ายเงินแล้วรับใบเสร็จ !”
ฉินหวยหรูก็ล้วงกระเป๋า แกล้งล้วงอยู่นาน ก่อนจะหยิบเงินยี่สิบหยวนที่หลิวไห่จงเพิ่งให้ออกมา ส่งให้ไป
เมื่อชำระเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็ปั๊มตรา ส่งใบเสร็จพร้อมสำเนาให้
“เอาใบนี้ให้หมอ ใบนั้นเก็บไว้ให้ดี ตอนออกจากโรงพยาบาลก็ต้องใช้”
ฉินหวยหรูก็ยิ้มขอบคุณ ก่อนจะเดิน... ช้า ๆ ลากเท้าเหมือนอยากให้เวลาหยุดเดิน
จนเกือบถึงห้องฉุกเฉิน ถึงค่อยวิ่งเข้าไป
“หมอ ๆ ๆ ! ฉันจ่ายเงินแล้วค่ะ ! ! ช่วยสามีฉันเถอะนะคะ ! ขอร้องละค่ะ ฮือ ๆ ๆ …”
เธอร้องไห้ฟูมฟาย ทำให้แพทย์เวรรับใบเสร็จอย่างเร่งรีบ พอเห็นข้อมูลครบถ้วน ก็สั่งทันที
“เร็ว ! พาเข้าห้องผ่าตัด ! รีบล้างท้องด่วน ! !”
หมอกับพยาบาลช่วยกันเข็นเตียง
เจี่ยตงซวีกับแม่ของเขาถูกพาเข้าห้องฉุกเฉิน ฉินหวยหรูก็วิ่งตามไปด้วย
ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความกังวล แต่ความกังวลนี้… ไม่ได้มาจากใจหรอก
คนอื่นอาจจะกลัวว่ารักษาไม่ทัน แต่เธอนั้น... กลัวว่า “มันจะรักษาทัน !”
“ขอร้องล่ะ... อย่าให้พวกมันรอดเลยนะ…ให้มันตาย ๆ ไปเถอะ ! ! ฉันขอร้องพระเจ้าทุกองค์...ให้ฉันรอด และให้พวกมันพินาศ ! !”
แล้วเธอก็คุกเข่าหน้าห้องผ่าตัด พนมมือ น้ำตาคลอ ยกมือไหว้สั่น ๆ แต่ข้างในใจกลับเต็มไปด้วยแผนร้าย
หมอกับพยาบาลที่เดินผ่าน เห็นภาพนี้ก็ได้แต่เหลียวมอง ไม่รู้เลยว่าคนที่ร้องขอความเมตตาอยู่นี้กำลังภาวนาให้คนตาย... ด้วยมือตัวเอง
ความเสียสละของเธอ ทำให้ใครหลายคนรู้สึกนับถือในใจจริง ๆ
คืนนั้นที่มีคนถูกส่งมาแผนกฉุกเฉินก็ไม่ได้มากนัก ดังนั้นเรื่องของฉินหวยหรูจึงกลายเป็นหัวข้อที่หมอและพยาบาลหลายคนต่างพูดถึง
จากปากของคนที่พาเจี่ยตงซวีกับแม่ของเขามาโรงพยาบาล พวกเขาก็พอรู้ได้ว่า ฉินหวยหรู ในฐานะสะใภ้บ้านเจี่ย ชีวิตของเธอในบ้านนั้นไม่ได้ง่ายเลย
ทั้งแม่สามีและสามีต่างก็ชอบตีชอบด่าเธอเป็นกิจวัตร แต่กระนั้น... ตอนนี้ เธอก็ยังทำหน้าที่ของเธอ ยังเลือกที่จะตอบแทนความแค้นด้วยความดี ใครได้เห็นก็ต้องยอมรับว่าเธอเป็นผู้หญิงที่จิตใจงดงาม... อย่างหายาก
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
เจี่ยตงซวีกับเจี่ยจางซื่อยังไม่ออกจากห้องผ่าตัด แต่คนที่กลับมาแทน คือ หลิวไห่จง เขามาถึงโรงพยาบาลอีกครั้ง รีบตรงมาหาฉินหวยหรู
“หวยหรู ! นี่เธอทำอะไรเนี่ย ! จะคุกเข่าทำไม ! ลุกเร็ว ๆ แบบนี้ไม่ดีเลยนะ ! เดี๋ยวถูกใครแจ้งจับว่ากำลังงมงายพวกไสยศาสตร์เข้า จะซวยเอาเปล่า ๆ !”
“ว่าแต่ เข้าห้องผ่าตัดไปนานแค่ไหนแล้ว ? หมอว่ายังไง ?” พูดพลางก็รีบเข้ามาดึงแขนฉินหวยหรูให้ลุกขึ้น
เธอก็ไม่ขัดขืน ลุกขึ้นแล้วนั่งลงที่ม้านั่งในห้องรอ สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความเศร้า เหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ
“เข้าไปนานพอสมควรแล้วค่ะ…แต่จะเท่าไหร่ ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน…”
เสียงเริ่มสั่นเครือ
“ลุงรอง... ตงซวีกับแม่... พวกเขาจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม…ฮือ ๆ … ถ้าพวกเขาเป็นอะไรไป ฉันจะอยู่ยังไง…”
พูดยังไม่ทันจบ เธอก็เอามือปิดหน้า ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
แต่หลังฝ่ามือนั้นกลับมีแววตาเจ้าเล่ห์ มุมปากยกขึ้นแผ่วเบาอย่างไม่มีใครทันสังเกต
นานขนาดนี้แล้ว ถ้ายังรอดอยู่ คงออกมาตั้งนานแล้ว ดูจากเวลาแบบนี้... สถานการณ์คงเลวร้ายมากแน่ ๆ
หลิวไห่จงเองก็พยายามปลอบ “อย่าคิดมากนะ หวยหรู ! คนดีฟ้าคุ้มครอง แม่กับสามีเธอต้องไม่เป็นไรแน่นอน ! พ่อสามีของเธอที่อยู่บนสวรรค์ จะต้องช่วยคุ้มครอง ! ไม่ต้องกังวล ! ยังไม่มีข่าวร้ายอะไรทั้งนั้น !”
ถึงจะพูดปลอบใจ แต่สายตาของเขากลับมองไปทางห้องผ่าตัดอย่างกังวล
ตอนเขาออกไป หมอก็บอกไว้แล้วว่า ถ้าไม่รักษาทันที อาจถึงขั้นเสียชีวิต และต่อให้รักษาได้ ก็อาจกระทบกระเทือนสมอง
ตอนนี้ดันช้าไปอีกตั้งครึ่งชั่วโมง... แล้วจะเหลืออะไร !
เมื่อหันกลับมามองฉินหวยหรู สายตาหลิวไห่จงก็เปลี่ยนไป กลายเป็นแววตาหื่นกระหายอย่างไม่ปิดบัง
รูปร่างหน้าตาของเธอในซื่อเหอหยวนนี้ ถือว่าเด็ดที่สุด ตอนก่อนยังมีเจี่ยตงซวีเป็นสามี ใคร ๆ ก็ไม่กล้าคิดอะไร แต่ถ้าวันนี้... เจี่ยตงซวี่กับแม่เขาตายไป ฉินหวยหรูก็จะกลายเป็นหญิงม่ายไร้ที่พึ่ง
ในฐานะ “ผู้ดูแลรอง” และ “ว่าที่ผู้ดูแลใหญ่” เขาก็ต้องช่วยเหลือเธอแน่นอน นี่มันหน้าที่ ! ความรับผิดชอบ !
เป็นเหตุผลที่ฟังดูชอบธรรมเหลือเกิน
“ขอบคุณมากนะคะ ผู้ดูแลรอง ! ถ้าไม่ได้ลุงช่วย ถ้าไม่ได้เงินที่ยืมมานั้น… ฉันไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตงซวีกับแม่ ฮือ ๆ … ชีวิตฉันมันช่างน่าสงสารอะไรแบบนี้ ! อยากจะเข้าไปนอนแทนพวกเขาด้วยซ้ำ…”
คำพูดแบบนี้ แน่นอนว่าเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีใครจริงจังกับมันนัก
ขณะนั้นเอง หลิวไห่จงก็มองซ้ายมองขวา เห็นว่าไม่มีคนอยู่ใกล้ เขาก็เลยใจกล้ามากขึ้น นั่งลงข้าง ๆ แล้ววางมืออ้วน ๆ ลงบนไหล่ของฉินหวยหรู
เสียงทุ้มนุ่มนวลออกจากปาก “ไม่ต้องห่วงนะ หวยหรู ! เดี๋ยวเรื่องทุกอย่างก็จะผ่านไป ฉันอยู่ตรงนี้ ยังไงก็ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ ! อย่าร้องไห้เลยนะ เดี๋ยวตาบวมหมด เงียบ ๆ ไว้นะ คนดี~”
พอโดนแตะตัว ฉินหวยหรูถึงกับตัวแข็ง หันขวับไปมองด้วยสายตาตกใจอย่างสุดขีด
นี่มัน... บ้าหรือเปล่า ! เขาคิดจะลวนลามเธอในโรงพยาบาลเนี่ยนะ ?
เขาคิดว่าถ้าเจี่ยตงซวีตายแล้ว เธอจะตกเป็นของเขางั้นเหรอ ?
“ลุงรอง ที่นี่มันโรงพยาบาลนะคะ ช่วยเอามือออกไปจากตัวฉันด้วย สามีกับแม่สามียังอยู่ในห้องผ่าตัด คุณอย่าทำอะไรไม่เหมาะสมเลยค่ะ ส่วนเรื่องเงิน... ฉันจะรีบหาใช้คืนให้แน่นอน !”
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นทันที เดินห่างออกมาอีกหลายก้าว
ถึงจะเคยมีแผนอะไรในใจอยู่บ้าง แต่พอเจอคนอ้วนลามกอย่างหลิวไห่จง ก็ถึงกับหมดอารมณ์ ต่อให้เอาทองคำมาล่อก็ไม่แล !
หลิวไห่จงก็พยายามเกลี้ยกล่อม “เธอเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่มีเจตนาแบบนั้น ! ก็แค่เห็นเธอร้องไห้แล้วรู้สึกสงสาร ต่อไปถ้ามีอะไรลำบาก ก็มาหาฉันได้ทุกเมื่อนะ ฉันจะช่วยเธอเต็มที่แน่นอน !”
แต่หลังจากนั้น ทั้งสองก็เงียบ นั่งห่างกันอย่างชัดเจน แค่หลิวไห่จงขยับเข้าใกล้ ฉินหวยหรู เธอก็จะถอยหนีทันที
จนสุดท้าย เขาก็ได้แต่นั่งอยู่กับที่ เลิกพยายาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก แพทย์ที่เดินออกมา สีหน้าหนักอึ้ง หันมามองฉินหวยหรู แล้วส่ายหัวเบา ๆ
“ขอโทษด้วยครับ พวกเราได้ทำเต็มที่แล้ว แต่คุณมาชำระเงินช้าเกินไปจริง ๆ เลยพลาดช่วงเวลารักษาที่ดีที่สุด ต่อให้เราพยายามแค่ไหน ก็ช่วยไว้ไม่ทัน คุณเข้าไปดูหน้าพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ... อีกเดี๋ยวเราจะพาไปห้องเก็บศพ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”
พูดจบ หมอก็หันหลังเดินจากไป
ทิ้งให้ฉินหวยหรูยืนตะลึงนิ่งงัน แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลพราก
เธอร้องเสียงหลง “ไม่ ! ! ตงซวี... แม่… ! !”
จากนั้น เธอก็พุ่งเข้าไปในห้อง เห็นร่างของเจี่ยตงซวีกับเจี่ยจางซื่อ นอนเรียงเคียงข้าง นิ่งสนิท
ตายสนิท…
เธอถลาตัวไปคุกเข่าข้างเตียง ร้องไห้สะอึกสะอื้น เสียงเรียกชื่อก้องไปทั้งห้อง
แต่ทั้งหมดนี้ คือ "โชว์การแสดง" ล้วน ๆ
หลิวไห่จงที่เดินตามเข้ามา ยังงง ๆ กับสถานการณ์ “เมื่อกี้ยังไม่เป็นอะไรมาก ทำไมอยู่ ๆ ตายหมด ?”
“เคราะห์กรรมของคน มันไม่เคยบอกล่วงหน้าเลยจริง ๆ”
เขาได้แต่ปลอบเธอเบา ๆ “หวยหรู เธออย่าเสียใจมากนะ…คนตายไปแล้ว ฟื้นคืนมาไม่ได้หรอก…”
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็มาย้ายศพ พาไปยังห้องเก็บศพ พร้อมแจ้งฉินหวยหรูว่าให้มาติดต่อจัดการเอกสารในวันรุ่งขึ้น เพื่อรับใบมรณะบัตร และดำเนินเรื่องฝังศพ
แต่เพราะการตายของทั้งสองเป็นการ "ถูกวางยา" จึงต้องแจ้งให้ “คณะกรรมการทหาร” ทราบ เพื่อตรวจสอบก่อน แล้วจึงดำเนินการฝังศพได้
ทั้งหมดนี้ ฉินหวยหรูฟังแล้วก็พยักหน้ารับ ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่... เชื่อฟังตามขั้นตอน
แต่ปัญหาคือ… มันต้องใช้เงิน !
เธอจึงหันไปหาหลิวไห่จง ทำหน้าสงสารสุดชีวิต
“ลุงรอง… ฉันยังหาเงินที่ตงซวีซ่อนไว้ไม่เจอเลยค่ะ… แต่หลังจากนี้ ทุกอย่างต้องใช้เงิน…ฉัน... จะขอยืมเพิ่มอีกหน่อย หรือถ้าจะช่วยคิดหาวิธีให้ฉันหน่อยก็ได้ ฉันจะปล่อยให้พวกเขาไร้ที่ฝังไม่ได้จริง ๆ …”
หลิวไห่จงฟังแล้วเงียบไปสักพัก ก่อนจะตาเป็นประกาย
“ไม่ยาก ! คืนนี้เลย เดี๋ยวกลับไปจัดประชุมที่ลานบ้าน…เราจะจัดงานระดมทุนเพื่อเธอโดยเฉพาะ !”