เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124 นายกับฉันเคียงใกล้ใจแนบใจ ยินดีให้คุณครอบครอง!

บทที่ 124 นายกับฉันเคียงใกล้ใจแนบใจ ยินดีให้คุณครอบครอง!

บทที่ 124 นายกับฉันเคียงใกล้ใจแนบใจ ยินดีให้คุณครอบครอง!


บทที่ 124 นายกับฉันเคียงใกล้ใจแนบใจ ยินดีให้คุณครอบครอง!

สาวน้อยผู้แอบลิ้มรสผลไม้ต้องห้าม…

ก็ราวกับแมวแสนซนที่ได้ลิ้มรสกลิ่นปลาสดใหม่ เพียงครั้งเดียว ก็ยากจะลืมเลือน

เวลานี้…แม้ร่างกายยังคงหอบแผ่วเบา

แต่ในที่สุดหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ก็สะบัดตัวหนีจากอ้อมแขนของเหออวี่จู้ หนีห่างทันที ไม่กล้าเข้าใกล้แม้เพียงครึ่งก้าว รีบจัดเสื้อผ้าด้วยความลุกลี้ลุกลนและเขินอาย ก่อนจะถลึงตาใส่เขาน้ำเสียงทั้งขุ่นเคือง ทั้งประหม่า

“ฉันรู้อยู่แล้วว่านายมันตัวแสบ ! ไม่มีวันทำอะไรดี ๆ หรอก ! แต่ฉันยังบ้าเชื่อนาย ว่านายจะนวดให้ฉันจริง ๆ ด้วย !”

หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ยกมือปิดหน้าอกที่ยังเต้นแรง ปากก็บ่นไม่หยุด แต่ในดวงตากลับยังคงฉ่ำชื้น ความรู้สึกจากเมื่อครู่...ยังไม่จางหาย

เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้นได้ ถ้ามีเพียงฝ่ายเดียวหรือ ? หากอีกฝ่ายไม่ยินยอม… ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว

เพราะงั้น เหออวี่จู้รู้ทันทีว่า… ถึงแม้เธอจะเอ่ยถ้อยคำตำหนิ แต่ในใจของเธอไม่ได้โกรธเลยสักนิด

ตรงกันข้าม ดูเหมือนเธอจะ “ชอบใจ” เสียด้วยซ้ำ

เรื่องแบบนี้… ครั้งแรกยังไงก็ยากหน่อย

แต่เมื่อมีครั้งที่หนึ่งแล้ว ครั้งที่สองจะตามมาไม่ช้า แล้วครั้งที่สามล่ะ ? จะขาดไปได้อย่างไร ?

เหออวี่จู้มั่นใจอย่างยิ่งว่า… ชีวิตของเขาหลังจากนี้ จะเต็มไปด้วยสีสันไม่รู้จบ

เมื่อร้านอาหารเปิดเมื่อไหร่ เขาจะต้องจัดเตรียมห้องพักอย่างดีไว้สักห้อง ที่สำคัญต้องเก็บเสียงได้ดีด้วย ! เพราะเขายังไม่เคยลองทำอะไรแบบนั้นในที่ทำงานเลยสักครั้ง แต่พอมีร้านเป็นของตัวเองแล้ว… จะไม่ลองดูหน่อยหรือ ?

เขาจะพาหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ไป “เปิดโลกใบใหม่” ให้เธอได้ลิ้มรส “ทิวทัศน์” ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ท่าที ท่วงท่า และกลยุทธ์ของสองคน…

ก็ต้องหมุนเวียนเปลี่ยนกันบ้างตามโอกาส “มีวิชาอยู่ติดตัว ยังไงก็ไม่อดตาย สิบแปดท่าไม้ตาย ต้องฝึกให้ชำนาญทุกท่า !”

“ดูสิ ฉันหวังดีกับเธอ เธอก็ยังไม่เข้าใจ ! ไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูดี ๆ ตอนนี้ยังแน่นท้องอยู่ไหมล่ะ ?”

“พูดจริงนะ นอกจากวิธีนวดเมื่อกี้ วิธีที่ฉันใช้ก็ถือเป็นศาสตร์บำบัดอีกรูปแบบหนึ่ง !”

หลัวเสี่ยวเอ๋อร์เบิกตากลมโต มองเขาทีหนึ่งก่อนจะกรอกตาอย่างแรง เธอเองก็ยอมรับอยู่ในใจว่า อาการแน่นท้องเมื่อกี้… เหมือนจะหายไปจริง ๆ

แต่จะให้เชื่อว่า นั่นเป็น “การนวดบำบัด” ก็บ้าแล้ว ! ถ้าเชื่ออีกก็โง่เต็มขั้นแล้วสิ !

“เลิกพูดมั่ว ๆ ได้แล้ว ! นึกว่าฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง ถึงจะเชื่อนาย ? นายคิดว่าฉันจะโดนหลอกอีกเหรอ ? ฝันไปเถอะ ! ถ้ามีอีกครั้งนะ… ฉันจะไม่มาเจอนายอีกเลย !”

เธอขู่เสียงแข็ง แต่คนอย่างเหออวี่จู้ ไม่ใส่ใจคำขู่พรรค์นี้หรอก ก็เหมือนประโยคยอดฮิตของผู้ชายบางคน…

"ฉันแค่กอดเองนะ ไม่ทำอะไรหรอก ! " ใครเชื่อ… นั่นแหละโง่ของแท้ !

ปากผู้ชายก็ไม่ต่างจากปีศาจลวงโลก

แต่ระหว่างเขากับเสี่ยวเอ๋อร์… ก็ใช่ว่าจะโกหกกันเสียทีเดียว ทุกอย่างเป็นเรื่องของใจตรงกัน ต่างหาก

ถ้าเธอไม่ยินยอมจริง ๆ ทำไมถึงไม่ห้ามตอนเขานวดด้วยวิธีนั้น ? แถมยังดู… เพลิดเพลินอีกต่างหาก

ระหว่างนั้นยังเผลอครางเสียงนุ่ม ๆ ออกมา แค่คิดถึงตอนนั้น หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ก็หน้าแดงก่ำ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า… เธอจะเผลอครางต่อหน้าเขาแบบนั้น ! ช่างน่าอายยิ่งนัก !

“โอเค ๆ ฉันสัญญาแล้ว!ต่อไปจะไม่ทำอะไรตามใจชอบอีกเด็ดขาด ! ถ้าจะนวดก็จะถามเธอก่อน ถ้าเธอไม่ยินยอม ฉันจะไม่แตะต้องเลย ดีไหม มานี่สิ มานั่งคุยกันบ้าง เราสองคนรู้จักกันมาตั้งนาน ยังไม่เคยนั่งคุยกันดี ๆ เลยนะ !”

เหออวี่จู้กวักมือเรียก หลัวเสี่ยวเอ๋อร์แม้จะเดินมานั่งใกล้ แต่ก็ยังนั่งห่างจากเขาเหมือนยังมีกำแพงกลางใจ “อย่าเข้ามานะ ! นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ !”

“เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ… ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ชีวิตนายเป็นยังไงบ้าง นายเก่งขนาดนี้ ทั้งทำอาหาร ทั้งรู้ภาษา ทั้งรู้เรื่องโภชนาการ”

“ถ้าไปเรียนจริง ๆ จะติดมหา'ลัยดี ๆ ได้ไม่ยากเลย แล้วทำไมถึงเลือกไปเป็นเด็กฝึกงานในร้านอาหารล่ะ ?”

เหออวี่จู้ฟังแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ

จริงสิ… ไม่ใช่แค่หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ แม้แต่ “หลัวปั้นเฉิง” เองก็คงอยากรู้ว่า ชายหนุ่มผู้นี้มีอดีตแบบไหน ถึงได้กลายเป็น “ยอดคนสารพัดทักษะ” แบบนี้

ดังนั้นเขาก็เริ่มเล่า ตั้งแต่ตอนช่วยพ่อขายซาลาเปา แล้วโดนหลอกเอาแบงก์ปลอม ถึงจะขายหมด แต่กลับขาดทุนยับเยิน เรื่องมันทั้งขำ ทั้งน่าสงสาร

เสี่ยวเอ๋อร์ฟังแล้วน้ำตาแทบไหล

ใครจะคิดว่าเด็กน้อยในวันนั้น ต้องแบกรับภาระครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก

ผิดกับเธอที่เกิดมาก็มีพ่อรวย จะเงินจะของ… แค่นั่งอยู่เฉย ๆ ก็มีคนเอามาถวายถึงมือ

เธอไม่เคยเข้าใจหรอก… ว่าเงินมันหายากแค่ไหน

จากนั้น เหออวี่จู้เล่าว่า เขาเริ่มตั้งเป้าจะเปลี่ยนชีวิต เคยได้ยินคุณครูพูดว่า “ความรู้เปลี่ยนชีวิตได้” เลยเริ่มอ่านหนังสือทุกเล่มที่หาได้ โดยเฉพาะตำราอาหาร

ต่อมาก็ได้แรงบันดาลใจจากล่ามในร้าน เพราะเห็นว่าแค่พูดกับแขกต่างชาติไม่กี่คำก็ได้เงินเยอะ เลยหันไปเรียนภาษาอังกฤษกับรัสเซีย !

เรื่องราวที่เล่าออกมา ค่อย ๆ เติมเต็มภาพของ “เหออวี่จู้” ในใจของหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ จากชายหนุ่มธรรมดา กลายเป็นชายในฝัน ผู้ชายที่ทั้งเก่ง ทั้งพยายาม และรู้ว่าจะก้าวข้ามชะตาชีวิตได้อย่างไร

เธอคิดถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาในหัว...“อัจฉริยะคือคนที่ใช้เหงื่อ 99% และพรสวรรค์แค่ 1%”

ความสำเร็จไม่เคยได้มาง่าย ๆ

มันมาจากการพยายามในยามที่ไม่มีใครเห็น จากน้ำตาและหยาดเหงื่อนับไม่ถ้วน

หลัวเสี่ยวเอ๋อร์พูดด้วยความซาบซึ้ง

จนเหออวี่จู้ต้องยิ้มเจื่อน จะให้บอกความจริงว่า ภาษาเขาเรียนจากการ “เปิดตำราแล้วจำได้หมดในครั้งเดียว” ก็ไม่ได้

ใครจะเชื่อกันล่ะ ? พูดออกไปคงโดนหาว่าบ้า งั้นให้เธอเข้าใจว่าเขามาถึงจุดนี้ด้วยความขยัน ก็ไม่เสียหายอะไร

“จริง ๆ มันก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรขนาดนั้นหรอก ฉันว่าอ่านหนังสือสนุกจะตาย ได้รู้อะไรใหม่ ๆ เยอะเลย”

“ช่วยเปิดมุมมอง เพิ่มปัญญา ทำให้คนฉลาดขึ้น… เหมือนที่ท่านผู้นำเคยว่าไว้ เรียนรู้ไปจนแก่ !”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่กลับทำให้ภาพของเขาในสายตาเสี่ยวเอ๋อร์

กลายเป็น “บุรุษผู้เปล่งแสง”

“โอเค… เรื่องของฉันบอกเธอไปหมดแล้ว ตอนนี้ถึงตาเธอเล่าบ้าง…”

หลัวเสี่ยวเอ๋อร์พยักหน้า แต่ไม่พูดทันที

เธอใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหออวี่จู้ไม่ได้เร่ง เขาจุดบุหรี่พิเศษที่พ่อของเธอมอบให้ เปลี่ยนใบชาในกาน้ำ เป็นชาต้าหงเผาของแท้

รสชาตินั้น… หอมละมุน กลิ่นชาลอยเต็มห้อง เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมใคร ๆ ถึงอยากรวย

ความสุขของคนมีเงิน… มันยิ่งใหญ่กว่าที่คิดไว้มากจริง ๆ

หลัวเสี่ยวเอ๋อร์เริ่มเล่าเรื่องของเธอ “เทียบกับนายแล้ว ชีวิตฉันช่างจืดชืดเหลือเกิน… ตั้งแต่เด็กก็มีพ่อแม่ดูแล คิดแทนทุกอย่าง”

“ไม่ต้องไปเรียนโรงเรียนด้วยซ้ำ แค่มีอาจารย์มาสอนถึงบ้าน แต่ฉันกลับไม่เคยใส่ใจ เสียเวลาในช่วงวัยที่ดีที่สุดของชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย…”

เธอพูดไป น้ำตาก็ไหลไป เธอเข้าใจแล้วว่า ถ้าเหออวี่จู้มีต้นทุนชีวิตแบบเธอ เขาคงเก่งกว่านี้เป็นสิบเท่า

“ฉันเหมือนนกในกรงทอง… ไม่เคยต้องเผชิญลมฝน กินอิ่ม นอนหลับ แต่ไม่มีจุดหมายอะไรเลย…”

เหออวี่จู้เห็นเธอร้องไห้ ก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป กอดเธอไว้เบา ๆ แล้วปลอบ

“เสี่ยวเอ๋อร์… เธอไม่ใช่กระดาษเปล่า เธอคือหยกแท้ เพียงแต่ยังไม่มีช่างที่ชำนาญมาขัดเกลา ถ้าเธอเชื่อฉัน… ให้ฉันเป็นคนนั้นได้ไหม ?”

หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ซบไหล่เขา พยักหน้าอย่างมั่นใจ น้ำตายังไม่ทันหยุดไหล

“ดีมาก… ถ้าเธอเชื่อฉัน ฉันจะใช้ทุกสิ่งที่ฉันมี แกะสลักเธอให้เป็นหยกที่งดงามที่สุดในโลก”

“ให้โลกทั้งใบ… ส่องประกาย เพราะมีเธออยู่ !”

ไม่มีคำหวาน ไม่มีสัญญาเว่อร์วัง มีแต่ความจริงใจ ที่ทำให้เธอเชื่ออย่างหมดหัวใจ

“ฉันเชื่อนาย… เชื่อนายที่สุด !”

เธอกอดเขาแน่น แอบซุกหน้าลงบนอกเขา ไม่พูด ไม่ถามอะไรอีก ในหัวใจของคนทั้งคู่ มีเพียงความรู้สึกล้วน ๆ ที่กำลังเบ่งบาน

เมื่อถึงจุดหนึ่ง… ความรักก็ไม่ต้องการคำพูด ทันใดนั้น หลัวเสี่ยวเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น แก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากชุ่มฉ่ำ สบตาเขาอย่างมั่นใจ…

“จูบฉัน” เมื่อหญิงงามเอ่ยคำเช่นนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธ ? ใครจะอยากปฏิเสธ ?

แน่นอน… เหออวี่จู้ไม่ใช่คนแบบนั้น เขาก้มหน้าลงไปอย่างรวดเร็ว…

เสียงจูบแผ่วเบา ละมุนดังขึ้น…

ที่คฤหาสน์ตระกูลหลัว

“ยัยเสี่ยวเอ๋อร์นี่ก็แปลก…ยังไม่กลับอีกเหรอ นี่มันกี่โมงแล้วนะ !”

แม่ของเธอบ่นอุบกับแม่บ้าน สองคนรู้ดีว่าเธอไปหาใคร และรู้ดีว่า… สองหนุ่มสาวอยู่ด้วยกันโดยไม่มีใครดูแล อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้เสมอ

แม่บ้านหวงจึงพูดปลอบ “คุณผู้หญิงไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณเหอดูเป็นคนมีวุฒิภาวะ ไม่ใช่วัยรุ่นใจร้อนอะไร น่าจะรู้จักคิดน่ะค่ะ”

คุณนายหลัวถอนใจเบา ๆ “ก็ใช่น่ะสิ… แต่เรื่องแบบนี้ ใครจะไปแน่ใจได้ ! ความรักของเด็กหนุ่มสาว ใครจะห้ามได้ล่ะ…”

เธอพูดแล้วก็ลุกขึ้นไปพักผ่อน โดยหารู้ไม่ว่า… ในตอนนี้ลูกสาวตระกูลหลัว ได้อ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มเสียแล้ว ปล่อยให้เขาครอบครองอย่างเต็มใจ...

จบบทที่ บทที่ 124 นายกับฉันเคียงใกล้ใจแนบใจ ยินดีให้คุณครอบครอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว