- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 110 แม่ลูกจินตนาการ ร้านอาหารเสร็จเรียบร้อย !
บทที่ 110 แม่ลูกจินตนาการ ร้านอาหารเสร็จเรียบร้อย !
บทที่ 110 แม่ลูกจินตนาการ ร้านอาหารเสร็จเรียบร้อย !
บทที่ 110 แม่ลูกจินตนาการ ร้านอาหารเสร็จเรียบร้อย !
หลังเดินออกจากบ้านหญิงชรา อี้จงไห่ก็กลับมายังบ้านตนเอง สีหน้าของเขามืดดำคล้ำคล้ายโดนตบจนชา ใจหม่นมัว อารมณ์ย่ำแย่เต็มที
“พอได้แล้ว ยังดีนะที่หญิงชราไปช่วยเจรจาให้ ไม่งั้นถ้าพวกนั้นโดนเหออวี่จู้ยั่วยุ แล้วพากันรุมกระทืบคุณขึ้นมาจริง ๆ จะไปฟ้องใครได้ล่ะ ?” หลิวฮุ่ยเจวียนพยายามเกลี้ยกล่อมเขา
“ถึงตอนนี้จะเสียหน้า เสียเงิน แต่ว่าคนก็ยังปลอดภัยอยู่ เมื่อมีชีวิตก็ยังเริ่มต้นใหม่ได้ไม่ใช่หรือ ?”
อี้จงไห่กระแทกเสียงใส่ “ไม่ต้องมาปลอบเลย ! หญิงชราหูหนวกนั่นน่ะ ก็แค่ไม่อยากมีเรื่องยุ่งยาก ดูเธอทำเข้าเหอะ แค่เหออวี่จู้เสนอเงื่อนไขนิดเดียว เธอก็ตอบตกลงทันที ! ก็แน่ล่ะ ไม่ใช่เงินเธอเองนี่ จะไปเจ็บใจอะไร ? ตั้งสามพันหกร้อยนะ ! ฉันอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาตั้งนาน ยังไม่ถึงห้าพันด้วยซ้ำ ทีนี้พอหมดไปกว่าครึ่ง แล้วจะอยู่กันยังไงต่อ ?”
เขาเจ็บใจเสียยิ่งกว่าโดนตบกลางสี่แยก เดิมทีกะให้หญิงชรามาช่วยไกล่เกลี่ย ให้เรื่องมันจบแบบไม่ต้องควักกระเป๋า ใครจะคิดว่า หล่อนจะตอบตกลงแบบง่ายดายราวกับแจกขนม เสียหน้าคนทั้งซื่อเหอหยวนแล้วยังต้องจ่ายเงินอีก เป็นใครจะไม่เจ็บใจ ?
“แล้วคุณจะให้ทำยังไง ? หรืออยากโดนพวกนั้นรุมกระทืบจริง ๆ ค่อยสบายใจ ? โดนซัดคนละหมัด เตะคนละที แล้วใครล่ะจะกล้าออกหน้ารับผิด ? ตอนนี้มีหญิงชราช่วยพูดให้ ถึงจะต้องจ่ายเงิน แต่ก็ไม่มีใครคิดจะขุดเรื่องเก่า ๆ มาจิกกัดอีก” หลิวฮุ่ยเจวียนพยายามลากกลับสู่เหตุผล คนสำคัญกว่าเงิน เธอพูดซ้ำไปซ้ำมา
แต่ตอนนี้อี้จงไห่ไม่มีอารมณ์ฟัง
“ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดมาก ! ต่อให้พวกมันมีสิบใจ ก็ไม่กล้าแตะฉันหรอก อย่าลืมนะ ว่าฉันไม่ได้เป็นแค่ผู้ดูแลชุมชนซื่อเหอหยวนนี้ แต่ยังเป็นช่างฝีมือระดับสูงของโรงงานเหล็กด้วย ! อีกอย่าง ฉันเพิ่งได้ยินจากศิษย์ว่าฝ่ายบริหารกำลังจะพิจารณาเลื่อนขั้นให้ฉัน ! ใครกล้าหือกับฉัน ฉันจะทำให้มันโดนไล่ออกแบบเหออวี่จู้เลย !”
คำพูดแฝงความแค้นถูกปล่อยออกมารัว ๆ หลิวฮุ่ยเจวียนได้แต่มองแล้วถอนหายใจ เธอรู้ดี ต่อให้พูดอีกกี่คำ อี้จงไห่ก็ไม่ฟัง ไม่มีทางสำนึก ไม่มีวันยอมถอย ในใจเขายังคิดอยากเอาคืนเหออวี่จู้ แต่นั่นก็เหมือนหญิงชราหูหนวกว่าไว้ เหออวี่จู้ไม่ใช่คนธรรมดา อำมหิต เจ้าคิดเจ้าแค้น มองการณ์ไกล คนอย่างอี้จงไห่เทียบไม่ติดฝุ่น
“ตามใจละกัน ฉันไปต้มน้ำก่อน” หลิวฮุ่ยเจวียนพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้อี้จงไห่นั่งซึมโดดเดี่ยวในห้อง เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและคับแค้นใจ สิ่งที่เดือดดาลยิ่งกว่าเหออวี่จู้ คือศิษย์รักของตนเองอย่างเจี่ยตงซวี เขาอยากจะขย้ำมันให้แหลกคามือ
…
ทางด้านบ้านเจี่ยก็ประชุมกันเคร่งเครียด แม่ลูกสะใภ้พร้อมหน้า นั่งอยู่หน้าตั่ง
เจี่ยจางซื่อพูดขึ้นด้วยความมึนงง “ตงซวี แกเป็นอะไรไป ? ดี ๆ อยู่ ไปหาเรื่องอี้จงไห่ทำไม ? ยังไงเขาก็เป็นอาจารย์ของแก ต่อไปที่โรงงานเหล็ก แกก็ยังต้องพึ่งพาเขาเรียนรู้เทคนิคอีกเยอะนะ ตอนนี้แกไปทำให้เขาโกรธแค้นแบบนี้ แล้วจะอยู่กันยังไง ?”
ไม่ใช่แค่เธอที่ไม่เข้าใจ แม้แต่ฉินหวยหรูก็รู้สึกงงเช่นกัน เมื่อสองวันก่อน ยังรักกันปานจะกลืนกิน แล้วอยู่ ๆ พลิกผันราวกับคนแปลกหน้า
“แม่ ผมมีเหตุผลของผม ! แม่ก็รู้จักลูกแม่ดีไม่ใช่เหรอ ผมเคยเสียเปรียบใครไหม ? อี้จงไห่ทำดีกับผมก็จริง เขายังจะให้ผมเลี้ยงดูยามแก่ แลกกับบ้านกับเงินเก็บตอนเขาตาย แต่…นั่นมันเมื่อไหร่ ? แล้วพวกแม่รู้ไหมว่าเหออวี่จู้เป็นใคร ?”
เจี่ยตงซวีหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ถามแม่
เจี่ยจางซื่อหน้าบูด “จะเป็นใครก็ช่าง ตอนนี้ก็โดนไล่ออกจากร้านอาหารแล้วนี่ ! จะเปิดร้านอาหารเองแล้วยังไง ใครจะรู้ว่าจะรวยหรือเจ๊ง ? ดูจากหน้าโง่ ๆ ของมัน ก็รู้แล้วว่าไม่เหมาะจะทำธุรกิจ !”
แต่คำพูดของฉินหวยหรูนั้นสะกิดใจ “ตงซวี่ อย่าบอกนะว่า…เรื่องที่ทำกับอี้จงไห่ เป็นแผนร่วมมือกับเหออวี่จู้ ? พวกนายวางแผนตลบหลังเขาใช่ไหม ? แล้วเหออวี่จู้ให้อะไรตอบแทนนาย ?”
เธอพูดจบ เจี่ยตงซวีก็เลิกคิ้ว เหมือนแปลกใจที่เธอเดาถูก แต่ตอนนี้กำลังอยู่ในอารมณ์ที่เคลิ้ม เลยไม่คิดจะปิดอะไรอีก
“ใช่เลย ! ทั้งหมดนี้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น อี้จงไหไม่มีทางชนะได้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจอกับใคร ! บอกตรง ๆ เลยนะว่า เหออวี่จู้ไม่ธรรมดา เขาคือลูกเขยของประธานโรงงานเหล็กเอง ! ฉันได้ยินกับหูว่าจะแต่งงานกันปลายปีนี้ !”
“ที่สำคัญ เหออวี่จู้สัญญาว่า ถ้าฉันช่วยเขาล้มอี้จงไห่ได้ เขาจะขึ้นเงินเดือนให้ฉันเป็น 100 หยวนต่อเดือน ! ยังจะเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้รองหัวหน้าแผนกอีก ! ต่อไปอาจได้เป็นรองหัวหน้าแผนกก็ได้ ! แบบนี้ ฉันมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ตกลงอีกล่ะ ? รอดูเลย อีกไม่นาน ครอบครัวเราจะกลายเป็นครอบครัวเบอร์หนึ่งในซื่อเหอหยวนนี้ ! ใคร ๆ ก็ต้องประจบประแจง !”
เจี่ยตงซวีเริ่มจินตนาการว่าจะโชว์อำนาจอย่างไร ยังไม่ทันได้เป็นหัวหน้า ก็คิดถึงการใช้อำนาจล้นฟ้าแล้ว
ช่างน่าเสียดาย… แต่มันก็แค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ
“ตงซวี่ ไม่ใช่ฉันไม่เชื่อคุณนะ…แต่คำพูดของเหออวี่จู้ มันเชื่อได้เหรอ ? คนอย่างมันโหดเหี้ยม จะฆ่าให้ตายก็ยังไม่พอใจ ถ้ามันหลอกคุณขึ้นมา แล้วไม่ทำตามสัญญา คุณก็เสียทั้งอาจารย์ เสียทั้งอนาคตไปฟรี ๆ นะ !”
ฉินหวยหรูเทน้ำเย็นราดกลางใจ
ยังไม่ทันที่เจี่ยตงซวีจะตอบโต้ เจี่ยจางซื่อก็ยกมือตบเพี๊ยะ !
“นังสารเลว ! ปากดีนักนะ ! อิจฉาสามีตัวเองหรือไง หา ? อยากกินแต่ข้าวเปล่ากับเกลือใช่ไหม ? ถ้าพูดอีกคำเดียว ฉันฉีกปากเธอแน่ ! กลับห้องไป๊ แค่เห็นหน้าก็หงุดหงิดแล้ว !”
ฉินหวยหรูโดนตบจนมึน เธอพูดความจริงแท้ ๆ ทำไมถึงโดนตบไปได้ ?
เธอหันไปมองเจี่ยตงซวี ก็เห็นแค่ความเฉยชา ไม่แม้แต่จะพูดปกป้อง เธอเลยได้แต่เดินกลับห้องเงียบ ๆ มือกุมแก้ม น้ำตาตกใน
แต่ในใจกลับโกรธแค้น “ยังแก รอฉันก่อนเถอะ ! สักวันฉันจะทำให้แกเจ็บยิ่งกว่านี้อีก !”
ส่วนแม่ลูกเจี่ยที่อยู่ข้างนอกก็นั่งจินตนาการถึงอนาคตอันสวยหรู บ้านจะรวย ชีวิตจะปัง สถานะจะยิ่งใหญ่
“ลูกชายแม่เก่งที่สุดในโลกเลย ! ลูกแม่เก่งที่สุดในซื่อเหอหยวนนี้เลย ! ตั้งใจทำงานเข้าไว้ แม่จะได้สบายช่วงบั้นปลายชีวิตกับลูกนี่แหละ !” เจี่ยจางซื่อยิ้มแก้มปริ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง
เจี่ยตงซวีรีบพยักหน้า “ไม่ต้องห่วงครับแม่ ! ผมรับรองเลยว่า แม่จะไม่ต้องลำบากอีกต่อไป ! ต่อไปบ้านเราจะไม่มีคำว่าอด ไม่มีคำว่าไม่มีเสื้อผ้าใส่ ผมจะให้แม่กินเนื้อทุกวัน !”
สองแม่ลูกฝันกลางวันต่ออีกครู่ กระทั่งเจี่ยจางซื่อเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ลูกเอ๊ย ถ้าลูกรวยเมื่อไหร่ แม่ว่า…หาเมียใหม่เถอะ ? ยัยเด็กบ้านนอกนั่น ไม่คู่ควรกับลูกแม่จริง ๆ แต่งเข้าบ้านมาตั้งนานแล้ว ท้องก็ยังไม่โตสักที !”
“แม่ว่ามีแววเป็นหมันนะ เชื่อแม่เถอะ ลูกมีทั้งเงินทั้งตำแหน่งเมื่อไหร่ เราไปหาสาวเมืองกรุงดี ๆ ซักคน จะได้มีหลานชายอ้วน ๆ ให้แม่อุ้มด้วย !”
ขึ้นตำแหน่งแล้วเปลี่ยนเมีย นี่มันฝันกลางวันในเวอร์ชันเต็มรูปแบบ !
เจี่ยตงซวีฟังแม่แล้วก็ใจหวั่นไหวขึ้นมา แต่เขายังมีสติพอจะรู้ว่ายังไม่ถึงเวลาชูคบไฟ คิดทบทวนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตอบกลับเบา ๆ “เอางี้แม่ แม่ลองมองหาดูไปก่อนก็ได้ ถ้ามีคนที่เหมาะสมจริง ๆ เดี๋ยวผมค่อยตัดสินใจอีกที”
ได้ยินลูกชายตอบรับ เจี่ยจางซื่อถึงกับยิ้มแก้มแทบฉีก พยักหน้าเป็นพัดลม บอกว่า "ได้เลยลูกแม่ ! "
……
เหตุการณ์ในซื่อเหอหยวนวันนี้ เรียกได้ว่าเขย่าวงการ หลายคนยังจำภาพเหออวี่จู้ยืนเฉย ๆ แต่คว้าเงินจากอี้จงไห่กับหลิวไห่จงรวมกว่า 4,100 หยวนได้อยู่เลย
ไม่มีใครคาดคิดว่าอี้จงไห่ ซึ่งปกติเป็นคนไม่ออกหน้าก็มีเงินขนาดนี้ แค่จ่ายไป 3,600 หยวนก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดด้วยซ้ำ !
ครอบครัวอื่น ๆ ที่มีเงินเก็บแค่ร้อยสองร้อย ต่างก็อ้าปากค้าง ไม่ว่าจะเป็นความอิจฉา ความอับอาย หรือแม้แต่ความโกรธ โดยเฉพาะกับอี้จงไห่ เรื่องที่เจี่ยตงซวีแฉออกมา ทำให้หลายคนรู้ตัวว่าเคยโดนเขาหลอกมาก่อน
ที่แย่ไปกว่านั้น คือคำพูดปิดท้ายของเหออวี่จู้ ที่เผยว่าอี้จงไห่เคยเป็นต้นเหตุทำให้หลายคนพลาดโอกาสได้ทำงาน
แน่นอน ไม่มีใครยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิด แต่นั่นแหละ มันคือ “มนุษย์” ไงล่ะ !
……
ฝั่งเหออวี่จู้พอกลับถึงบ้าน ก็จุดบุหรี่ จิบชา แล้วก็กลับมานั่งแปลเอกสาร ไม่มีอารมณ์แปรปรวนใด ๆ ทั้งสิ้น
เขารู้ดีว่าเรื่องของอี้จงไห่ จบลงยังไง ในสายตาเขา อี้จงไห่คือ "จบสิ้นแล้ว" ไม่มีค่าให้สนใจอีก
ส่วนหลิวไห่จง ถ้าไม่มาหาเรื่องเขาก็จะปล่อยผ่านไป แมลงวันแมลงสาบ ใครอยากจะเอามือไปเปื้อน ?
แต่ไอ้คนที่ต้องจัดการต่อแน่ ๆ ก็คือเจี่ยตงซวี ลูกศิษย์อกตัญญู กล้าหักหลังอาจารย์ตัวเอง แล้วฝันว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือน ? ฝันไปเถอะ !
เหออวี่จู้ลูบคาง คิดในใจ “รอบหน้าคุยกับลุงหลัวสักหน่อย เดินหมากให้ครบชุด จะไล่ก็ต้องไล่ให้หมด !”
……
เช้าวันถัดมา เหออวี่จู้ตื่นแต่เช้า ออกกำลังกาย ล้างหน้าแปรงฟัน ทำอาหาร ก่อนจะออกไปตลาดสด ซื้อวัตถุดิบสำหรับทำเมนูเด็ดอย่างพระกระโดดกำแพง
เขาคัดของสดที่ดีที่สุด ในเมื่อจะทำของอร่อย ก็ต้องเริ่มจากวัตถุดิบที่ไร้ที่ติ
เขายังเดินดูวัตถุดิบใหม่ ๆ เผื่อเอาเข้าคลังในระบบ หลังจากวนตลาดอยู่พักหนึ่ง ก็กลับบ้าน เหลืองานแปลอยู่อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว
เขาตั้งใจจะเอาเอกสารไปให้หลัวปั้นเฉิง เพื่อให้ทางโรงงานส่งต่อให้พนักงานอีกที ไม่ต้องไปส่งเองให้เหนื่อย
เวลานี้ เขาอยากใช้ช่วงว่าง ๆ ที่ยังไม่มีร้านอาหาร เพื่อสานสัมพันธ์กับหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ตอนนี้ทั้งคู่ถือว่าเป็นแฟนกันแล้ว เขายังมีเวลา เพราะถ้าร้านเปิดเมื่อไหร่ บอกเลยว่า จะวุ่นจนไม่มีเวลาหายใจเลยทีเดียว !
ดังนั้น ตอนนี้ต้องเร่งช่วงเวลาหวานให้ได้มากที่สุด รอบก่อนก็จูบไปแล้ว รอบหน้าก็คงต้องไปไกลกว่านั้น แม้ว่า "ด่านสุดท้าย" จะต้องรอคืนแต่งงาน
แต่สุดท้ายแล้ว "ครั้งแรก" ของเขาและเธอก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี แล้ว…จะเก็บไว้ทำไมล่ะ !
“ตราบใดที่ความคิดยังไม่ถอย ทางก็ย่อมมีมากกว่าปัญหา” เขาอมยิ้มกับความคิดบ้าบอ ก่อนจะทุ่มสมาธิลงไปในงานแปลเต็มที่
จนถึงสิบโมงครึ่ง เขาวางปากกาลง ตรวจทานทุกอย่างเรียบร้อย จัดเก็บบ้านช่องเล็กน้อย แล้วเวลาราวสิบเอ็ดโมง ก็ขี่จักรยานมุ่งตรงไปยังโรงงานเหล็ก
หลัวปั้นเฉิงเพิ่งว่างพอดี ทั้งคู่จึงนั่งคุยกันบนโซฟา เหออวี่จู้ยื่นเอกสารให้ หลัวปั้นเฉิงหัวเราะเบา ๆ พลางชมเปาะ
“เสี่ยวจู้ ภาษาอังกฤษของนายสุดยอดจริง ๆ ! หัวหน้าฝ่ายเขารายงานมาว่า เอกสารที่นายแปลแม่นยำมาก ใช้งานได้สุดยอด ! แค่เริ่มใช้ประโยชน์จากมัน ผลิตภัณฑ์ของโรงงานก็เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว !”
“เครื่องจักรเดินเต็มสูบ ไม่ต้องกลัวพัง ! แบบนี้ล่ะ ปีนี้กำไรโรงงานเราพุ่งแน่ ! มันเป็นการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
เหออวี่จู้เพียงยิ้มเบา ๆ “ดีแล้วล่ะครับลุงหลัว ผมก็แค่กลัวจะแปลผิด แล้วทำให้เครื่องพัง พังทีหนึ่ง ขายผมไปก็ไม่พอซื้อเครื่องใหม่ซะด้วย !”
หลัวปั้นเฉิงหัวเราะ “ไม่ถึงขนาดนั้น ! จริงสิ เรื่องร้านอาหารกับบ้าน ฉันจัดการให้แล้วนะ พรุ่งนี้ก็ไปทำสัญญาได้เลย ฉันยังซื้อร้านเล็ก ๆ ข้าง ๆ มาให้อีกหนึ่งห้อง เผื่อนายอยากเปิดบริษัทแปลภาษาไง สองร้านติดกัน เหมาะเลยใช่ไหม ?”