เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104 ละครใหญ่เปิดฉาก นักแสดงเข้าประจำที่

บทที่ 104 ละครใหญ่เปิดฉาก นักแสดงเข้าประจำที่

บทที่ 104 ละครใหญ่เปิดฉาก นักแสดงเข้าประจำที่


บทที่ 104 ละครใหญ่เปิดฉาก นักแสดงเข้าประจำที่ !

ในโลกแห่งพันธะที่ผูกไว้ด้วยผลประโยชน์ สุดท้ายแล้วการแตกร้าวก็หนีไม่พ้นเพราะผลประโยชน์เช่นกัน สาเหตุที่ทุกวันนี้ยังคงเดินร่วมทาง ก็เพียงเพราะการแบ่งผลประโยชน์ยังอยู่ในขอบเขตที่แต่ละฝ่ายยอมรับได้

แต่หากเมื่อใดเกิดความไม่เท่าเทียม หรือมีผลตอบแทนที่สูงกว่าล่อใจ รอยร้าวย่อมปรากฏอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่เป็นสัจธรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

เหมือนกับความสัมพันธ์ของ เจี่ยตงซวีกับอี้จงไห่ที่เริ่มจากเป้าหมายในการพึ่งพายามแก่ จนกลายเป็นศิษย์และอาจารย์ แต่หากมีแรงดึงดูดที่มากกว่าเข้ามา สายสัมพันธ์นั้นก็พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

เช่นตอนนี้ เจี่ยตงซวีรับบุหรี่ที่เหออวี่จู้ส่งมาอย่างอารมณ์ดี สูดกลิ่นรสบุหรี่พิเศษเฉพาะอย่างชื่นใจ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความสุข

“งั้นก็ตกลงตามนี้ ! กลับไปแล้วระวังตัวหน่อย อย่าให้อี้จงไห่สงสัยเข้า ถึงเวลาที่ต้องให้แกออกโรง ฉันจะส่งสัญญาณให้”

“แค่พูดตามที่ฉันสั่งทุกคำต่อหน้าคนก็พอแล้ว แล้วฉันรับรองกับแกเลยว่า พอเรื่องนี้จบ อี้จงไห่ไม่มีทางอยู่ทำงานที่โรงเหล็กต่อได้แน่นอน”

“ปลายทางของเขาคือโดนไล่ออก ไม่มีทางอื่น ! ส่วนแก… จะได้เป็นผู้ช่วยหัวหน้าในโรงงาน จากนั้นคนในซื่อเหอหยวน ใคร ๆ ก็จะยอมรับฟังแก ไม่มีใครกล้าขัดอีกต่อไป !” เหออวี่จู้พูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ตกลง ฉันรับปาก แกวางใจได้เลย ! แต่ที่แกสัญญาฉันไว้ ก็อย่าลืมล่ะ ! ถ้าฉันผิดใจกับอาจารย์ แล้วแกไม่ทำตามล่ะก็ ฉันไม่มีที่ยืนแน่ ๆ !” เจี่ยตงซวีมองอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง ย้ำเตือน

“ไม่ต้องห่วง !” เหออวี่จู้ยิ้มกว้าง “คำพูดของฉัน คำไหนคำนั้น ! พูดแล้วทำแน่นอน ! อีกอย่าง ถึงฉันไม่รักษาคำพูด แต่แกก็ได้ยินไม่ใช่เหรอ ว่าท่านหลัวยังชมแกอยู่เลย บอกว่าแกเป็นหนุ่มรุ่นใหม่ที่ไม่เลว !”

“ตั้งใจทำให้ดี เผลอ ๆ ตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าก็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นนะ ถ้าฉันช่วยดันให้ อนาคตขึ้นเป็นรองหัวหน้าแผนกก็ไม่ไกลเกินฝัน !”

การหว่านล้อมแบบนี้ เหออวี่จู้ไม่เคยใช้ในชาติก่อน แต่เขาก็รู้วิธี พอได้ลองทำดู... อือฮึ ใช้ได้ทีเดียวเชียว

ดูจากสีหน้าตื่นเต้นดีใจของเจี่ยตงซวีแล้ว นับว่าได้ผลเกินคาด

“อวี่จู้ ฉันซึ้งใจจริง ๆ ! เมื่อก่อนฉันยังเด็ก ไม่รู้จักคิด เผลอไปล่วงเกินแกหลายอย่าง หวังว่าแกจะไม่ถือสา !”

“เขาว่ากันว่า ญาติห่างยังไม่เท่าเพื่อนบ้านใกล้ ! ต่อไปนี้ เราสองคนต้องรักใคร่กลมเกลียว !” เจี่ยตงซวีพูดด้วยความร่าเริง ตบอกตัวเองดังปั้ก ๆ

แต่เขาไม่รู้เลยว่า ทั้งหมดนี้เหออวี่จู้ทำเพื่อล่อให้เขากับอาจารย์แตกคอกัน เขาจะได้ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์เข้าตัว

ส่วนคำสัญญาทั้งเรื่องเงินเดือนหนึ่งร้อยหยวน กับตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้า ไม่มีทางได้จริงแม้แต่เสี้ยวเดียว

ต่อให้วันหลังเจี่ยตงซวีมาตามทวง เหออวี่จู้ก็แค่ปัดความรับผิดชอบ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่มีหลักฐานอะไร พูดไปก็ไร้ความหมาย

นี่แหละ... ข้อดีของการมี “ผู้ใหญ่” หนุนหลัง แค่คำพูดของหลัวปั้นเฉิงตอนจากลา ก็ทำให้คำพูดของเหออวี่จู้ดูมีน้ำหนักพอ จนทำให้เจี่ยตงซวีเชื่อเขาอย่างสนิทใจ ยอมตกลงทุกอย่างโดยไม่ลังเล

เพราะอย่างที่เขาว่า “คนตายเพราะเงิน นกตายเพราะอาหาร”

“โอเค งั้นก็กลับไปเตรียมตัวเลิกงานได้แล้ว ! ถ้าอี้จงไห่ถามว่าท่านหลัวเรียกไปทำไม”

“แกก็บอกไปว่า ท่านหลัวเรียกไปสอบถามเรื่องเขาเอง เป็นการเตรียมข้อมูลเพื่อประเมินตำแหน่งงาน !”

“ได้ยินแบบนั้น เขาจะได้ไม่สงสัยอะไรแน่นอน !”

ก่อนจาก เหออวี่จู้ยังไม่ลืมกำชับอีกครั้ง เมื่อเห็นเจี่ยตงซวีพยักหน้า เขาก็ปล่อยให้กลับไปยังโรงงาน

ส่วนเขา ก็ไม่อยู่ต่อให้เสียเวลา ปิดประตูห้องหลัวปั้นเฉิง หยิบจักรยาน แล้วมุ่งหน้ากลับซื่อเหอหยวนอย่างว่องไว เตรียมตัวให้พร้อมกับละครค่ำคืนนี้ !

...

เมื่อกลับถึงบ้าน เหออวี่จู้ก็ไม่ลืมสิ่งสำคัญ “ท้องอิ่มก่อน ค่อยดูละครถึงจะมัน !”

แม้จะต้องกินเต้าหู้เหวินซือต่อเนื่องหลายวัน แต่เพราะมันให้ค่าประสบการณ์สูง เขาก็ยังไม่เบื่อ คืนนี้จึงทำเมนูเดิมอีกครั้ง

นอกจากนั้นยังจัดเต็ม หมูทอดกรอบเปรี้ยวหวาน หูหมูแช่เย็นคลุกแตงกวา ข้าวหลักเป็น หมั่นโถว ปิดท้ายด้วยการเปิดขวดเหล้าเหมาไถที่หลัวปั้นเฉิงให้ไว้

กินดื่มอย่างสำราญ พออิ่มหนำ ผู้คนในซื่อเหอหยวนก็ค่อย ๆ ทยอยกลับมา กลางลานเริ่มคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากขึ้น

เหออวี่จู้เปิดประตูบ้าน นั่งอยู่ตรงประตู จุดบุหรี่ขึ้นหนึ่งมวน  ยิ้มมองบรรยากาศตรงหน้าอย่างเพลินใจ

“หลังอาหารมวนเดียว สุขดั่งเซียน !”

ระหว่างนั้น เหยี่ยนปู้กุ้ยก็พาครอบครัวเดินผ่านมา เห็นเขานั่งอยู่ ก็เดินเข้ามาใกล้ ๆ กระซิบเสียงเบา

“เสี่ยวจู้ คืนนี้ประชุมใหญ่ นายต้องระวังตัวดี ๆ นะ ! ได้ยินภรรยาฉันบอกว่า อี้จงไห่กับหลิวไห่จงเหมือนจะเล็งนายไว้ ! อย่าใจร้อนล่ะ ! พวกนั้นเคยชินกับการมีอำนาจในชุมชนนี้ ถ้าสู้ไม่ได้จริง ๆ นายก็ยอม ๆ ไปก่อนก็ได้ !”

“ฉันจะช่วยพูดให้ ไม่ปล่อยให้นายลำบากคนเดียวแน่นอน !”

เหออวี่จู้พยักหน้าช้า ๆ ตอบกลับเบา ๆ

“ขอบคุณมากนะลุงสาม ! ผมรู้หมดแล้ว ไม่ต้องห่วง ! หมาแก่สองตัวจะมาเล่นงานผมเหรอ... ฝันไปเถอะ ! แค่รอดูละครสนุก ๆ ก็พอ !”

ตอนนี้เหยี่ยนปู้กุ้ยหันมาอยู่ข้างเหออวี่จู้เต็มตัว ตัดขาดจากอี้จงไห่และพวก แม้จุดประสงค์จะหวังผลประโยชน์จากการเกาะกลุ่ม แต่ก็ถือว่ามีประโยชน์อยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็เป็นหูเป็นตาให้เขาได้

เมื่อเห็นว่าเหออวี่จู้มีแผนการในใจแล้ว เหยี่ยนปู้กุ้ยก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่ยิ้มรับ แล้วเอ่ยขึ้นว่า

“งั้นก็ดี นายรู้ตัวเองก็ดีแล้ว ฉันแค่กลัวว่านายจะพลาดพลั้งตกหลุมพราง ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวไปก่อนนะ !”

เหออวี่จู้พยักหน้า ตอบกลับเบา ๆ

“ครับ ลุงไปก่อนเลย”

เขามองตามเหยี่ยนปู้กุ้ยที่เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า...

คืนนี้ละครกำลังจะเริ่มแล้ว !

เหออวี่จู้ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างใจเย็น ดูสถานการณ์ที่เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปยี่สิบนาที ผู้คนในซื่อเหอหยวนก็มากันครบถ้วน และในที่สุด... อี้จงไห่กับหลิวไห่จงก็ปรากฏตัว ค่อย ๆ เดินมานั่งลงเหมือนราชสีห์ผู้หยิ่งทะนง

ยังไม่ทันนั่งอุ่นก้นดี หลิวไห่จงก็เริ่มเปิดฉากทันที

“เหออวี่จู้ ! ไม่รู้หรือไงว่ามีประชุมใหญ่ ! นั่งอยู่หน้าบ้านอย่างกับไม่รู้จักกาลเทศะ ! รีบลุกไปนั่งรวมกับคนอื่นเดี๋ยวนี้ !”

หลิวไห่จงนั้น…ทั้งชีวิตหมกมุ่นอยากเป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งสูง ๆ  แต่สูงสุดที่เขาเคยได้เป็นก็แค่หัวหน้ากลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น แถมยังอยู่ได้ไม่กี่วันก็โดนสอยโดยสวี่ต้าม่าว

หลังยุคปฏิรูปเปิดประเทศ เขาก็หันมาเอาดีด้านค้าขาย อาศัยลูกศิษย์ลูกหาช่วยทำเงินอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายก็พังไม่เป็นท่า เจ๊งจนแทบหมดตัว

หากไม่มีเหออวี่จู้ช่วยไว้ เขากับลูกชายทั้งสามก็ไม่แน่ว่าจะรอดจากความอดอยาก

แต่ตอนนี้เพียงเพราะตอนเหออวี่จู้เลี้ยงแขก ดันเชิญแค่เหยี่ยนปู้กุ้ย ไม่เชิญเขาที่เป็น "ลุงรอง" เขากลับเริ่มเก็บความแค้นไว้ในใจ ถึงขนาดร่วมมือกับอี้จงไห่ หวังจะเล่นงานเขาเสียให้ได้

พฤติกรรมแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับ “ถือโคมไปเข้าห้องน้ำ หาเรื่องตายชัด ๆ”

เหออวี่จู้หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน

“คุณจะสั่งให้ผมนั่งตรงไหน ? เปิดประชุมแล้วไง ทุกคนต้องนั่งเรียงกันฟังคุณบ่นเหรอ ? อีกอย่าง ที่ตรงนี้ก็ห่างกันแค่นิดเดียว ผมจะฟังไม่รู้เรื่องได้ยังไง ? ถ้าอยากเปิดก็พูดไป ผมจะนั่งตรงไหนก็เรื่องของผม ไม่ว่างมานั่งเล่นสงครามประสาทกับพวกคุณหรอก !”

“พวกคุณนี่ก็เหลือเกิน ถือขี้ไก่มาเป็นธง เห็นตัวเองเป็นผู้นำ ! เปิดประชุมเหมือนนักการเมือง แต่ฝีมือไม่ถึงสักนิด ! ลองส่องน้ำดูหน้าตัวเองบ้างสิ ว่ามีแววให้คนได้เชื่อถือไหม !”

ปากของเหออวี่จู้นั้น ขึ้นชื่อว่าเป็น “ปากกรรไกรแห่งซื่อเหอหยวน” พักหลังไม่ค่อยออกมาเจอใคร เพราะมัวแต่ทำงาน ตอนกลางคืนก็มัวแต่แปลเอกสาร ไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น จนคนทั้งลานบ้านเริ่มลืมไปแล้วว่า… เขาเคยกัดได้เจ็บขนาดไหน

“เฮ้ย ! เหออวี่จู้ ! ไม่รู้จักลำดับผู้ใหญ่เลยหรือไง ! ฉันเป็นลุงรองของซื่อเหอหยวน แกกล้าขัดคำสั่งฉัน ! เดี๋ยวฉันจะไปฟ้องคณะกรรมการทหาร ! ให้พวกเขามาจับแกฐานเป็นสายลับ !”

หลิวไห่จงขึ้นเสียงจนใบหน้าแดงก่ำ ถูกต่อว่ากลางที่ประชุมขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่จะอับอายและของขึ้น

แต่คนอื่นอาจจะกลัวคำว่า “คณะกรรมการทหาร” เพราะไม่รู้ว่ามันทำหน้าที่อะไรแน่ ได้ยินเข้าไปก็หนาว ๆ ร้อน ๆ แล้ว

แต่กับเหออวี่จู้… นี่มันชาติที่สองของเขา ! ผ่านอะไรมาเยอะกว่าคนอื่น คณะกรรมการทหารนี่เขารู้ไส้รู้พุงดี ไม่ได้กลัวสักนิด

“โอ้โห กลัวจะแย่เลยนะ ! คิดว่าคณะกรรมการทหารเป็นญาติคุณเหรอ ? ถึงสั่งได้ตามใจ ? คิดว่าพูดจับก็จับได้เลยหรือไง ? ดูสารรูปตัวเองหน่อยดีไหม ? ปากหมาแค่ไหนก็ยังฝันว่าเป็นผู้นำ ! ลองถามดูสิ ลุงใหญ่เขายังไม่กล้าพูดแบบนี้เลย !”

พูดจบ เขาก็จงใจลากอี้จงไห่เข้าวงด้วย ไม่ยอมให้นั่งชมอย่างเดียว ต้องดึงลงมาเล่นด้วย !

อี้จงไห่ที่คิดจะนั่งดูเฉย ๆ ถูกล่อให้ออกมาเล่นด้วยแบบไม่ทันตั้งตัว

“เหออวี่จู้ ! พูดจาเพ้อเจ้ออีกแล้ว ! ลุงรองเขาไม่ได้หมายความแบบนั้น ! แค่จะให้มานั่งรวมกันเฉย ๆ บ้านมีกฎของบ้าน ประเทศมีกฎหมายของประเทศ ในเมื่อแกอยู่ที่นี่ ก็ต้องเคารพกฎบ้าง ! เว้นเสียแต่… แกไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว !”

อี้จงไห่… สมฉายา "หมากลางเงา" คำพูดคำจาสร้างกับดักได้ในไม่กี่ประโยค

เหออวี่จู้ก็ปรบมือเบา ๆ ยิ้มยกมุมปาก แล้วพูดแซะเข้าเต็มแรง

“พูดได้มีคลาสจริง ๆ ลุงใหญ่ ! พูดจาเหนือกว่าบางคนเยอะเลยนะ ผมว่าในซื่อเหอหยวนเราน่ะ มีลุงใหญ่กับลุงสามพอแล้ว มีลุงรองนี่เกินความจำเป็น ! ใช่ไหมล่ะ ลุงสาม ?”

คำพูดนี้เหมือนมีดปลายแหลม แทงใส่หลิวไห่จงจนเดือดปุด ๆ แต่พอเห็นเหออวี่จู้หยิบเก้าอี้มา แล้วเดินลงไปนั่งรวมกับคนอื่น อี้จงไห่ก็ส่งสายตาให้หลิวไห่จงสงบใจไว้ก่อน สุดท้าย เขาก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทน ไม่พูดอะไรออกมาอีก

เมื่อทุกคนเริ่มนิ่ง อี้จงไห่จึงมองไปรอบลานบ้าน ก่อนจะเริ่มเปิดฉากด้วยเสียงนิ่งขรึม

“วันนี้ที่เราเรียกทุกคนมาประชุม ก็มีอยู่ไม่กี่เรื่องเท่านั้น ขอให้ทุกท่านฟังด้วยใจเปิดกว้าง หลังจากนั้นอยากเสนออะไรก็พูดได้เต็มที่ เพราะซื่อเหอหยวนของเรา เน้นความโปร่งใส ไม่ใช่เผด็จการ !”

เขายกแก้วน้ำขึ้นจิบชา แล้วสายตาก็มาหยุดอยู่ที่เหออวี่จู้

“เรื่องแรกเลยคือ… กรณีที่เหออวี่จู้ทำร้ายจางซื่อกับตงซวี ! จากการสอบสวนของพวกเราทั้งสาม ตอนนี้เรื่องราวเริ่มกระจ่างแล้ว ดังนั้นจะขอชี้แจงให้ทุกคนรับทราบ…”

แต่ยังไม่ทันพูดจบ เหยี่ยนปู้กุ้ยก็ลุกขึ้นโพล่งแทรกขึ้นมา

“เดี๋ยวก่อน ! เหล่าอี้ ! เรื่องนี้ฉันไม่รู้เรื่องเลย ! ฉันไม่ได้ร่วมสอบสวน แล้วไปสอบสวนกันตอนไหน ? ผลสอบก็ไม่บอกกัน แล้วฉันยังเป็นลุงสามผู้ดูแลชุมชนอยู่ไหม ? หรือว่าพวกแกกำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอยู่ ?”

คำพูดของเหยี่ยนปู้กุ้ยทำเอาอี้จงไห่หน้าชา ไม่คิดว่าจะมีขัดจังหวะกลางเวทีแบบนี้

แต่อี้จงไห่ก็ยังใจเย็น แค่ชะงักนิดเดียว ก่อนจะตอบด้วยท่าทีสุขุม

“เหล่าเหยี่ยน มันไม่ใช่อย่างที่คิด ! พูดอะไรให้มันฟังดูดีหน่อย อย่าเหมือนอยู่ในยุคโจรภูเขา ! นี่มันยุคใหม่แล้ว ! การสอบสวนเรื่องเหออวี่จู้ เราทำแบบลับ เพื่อความเป็นธรรม อีกอย่าง ช่วงนี้นายสนิทกับเขาเกินไป เราจึงขอเว้นไว้ก่อน เข้าใจนะ ? ถ้ายังไม่เข้าใจ เดี๋ยวเลิกประชุมแล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้ห้ามขัด !”

เขาส่งสายตาดุดันให้เหยี่ยนปู้กุ้ย จนอีกฝ่ายต้องกล้ำกลืนคำพูดลงคอ หันไปมองเหออวี่จู้ด้วยสีหน้าจำยอม เหมือนจะบอกว่า “ฉันพยายามแล้วนะ แต่มันเกินกำลังจริง ๆ”

เหออวี่จู้เพียงแค่ยิ้ม ก่อนจะหันไปมองอี้จงไห่ รอฟังว่าหมาแก่ตัวนี้ ยังมีไม้ตายอะไรอีก

อี้จงไห่เริ่มเล่าขึ้นช้า ๆ

“เรื่องมันเริ่มจากจางซื่อ เรียกชื่อเล่นเขาว่า ‘เจ้าโง่’ เหออวี่จู้เลยลุกขึ้นตบหน้าจางซื่อเข้าให้ นี่ถือว่าไม่ให้เกียรติผู้ใหญ่ ไม่รู้จักอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างสงบ จากนั้นตงซวีรู้เรื่อง ก็เลยมาคุยกับเขา แต่พอเรียกชื่อเล่นเข้าอีกครั้ง ก็โดนซัดเข้าให้อีก ! แบบนี้มันไม่เข้ากับจริยธรรมของซื่อเหอหยวนเราเลย !”

“ดังนั้น… หลังจากเราพวกเราผู้ดูแลประชุมกันแล้ว จึงตัดสินใจให้เหออวี่จู้ ขอโทษจางซื่อกับตงซวี่ต่อหน้าทุกคน”

“อีกทั้ง ตั้งแต่วันนั้น จางซื่อมีอาการปวดหัวข้างเดียว ไปหาหมอหลายรอบ เสียเงินค่ารักษาไปมาก เหออวี่จู้ต้องชดใช้ให้ ทั้งหมดแค่ 200 หยวนเท่านั้นเอง เงินเดือนแกตั้ง 100 หยวนต่อเดือน แบ่งเงินเดือนมาสองเดือนก็พอแล้ว !”

“เอาล่ะ ตอนนี้ขอเปิดโอกาสให้ทุกคนพูด ใครมีความเห็นอะไรก็เสนอมาได้ แต่ถ้าไม่มีใครค้าน ก็ให้เหออวี่จู้ทำตามมติของซื่อเหอหยวนทันที !”

พูดจบ ทั้งลาน... ก็เงียบกริบ !

จบบทที่ บทที่ 104 ละครใหญ่เปิดฉาก นักแสดงเข้าประจำที่

คัดลอกลิงก์แล้ว