- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 102 แผนเปลี่ยนลำดับ เก็บกวาดเจ้าหมาลายคราม!
บทที่ 102 แผนเปลี่ยนลำดับ เก็บกวาดเจ้าหมาลายคราม!
บทที่ 102 แผนเปลี่ยนลำดับ เก็บกวาดเจ้าหมาลายคราม!
บทที่ 102 แผนเปลี่ยนลำดับ เก็บกวาดเจ้าหมาลายคราม!
เมื่อเดินออกจากบ้านของหลี่เว่ยกั๋ว ก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มแล้ว แม้เขาจะไม่ตอบรับการลงทุน และยังไม่ได้ตกลงรับข้อเสนอของเขา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียทีเดียว
หลี่เว่ยกั๋วบอกตรงๆ ว่า หากวันหลังตัวเขาเองเกิดสงสัยในตัวหลัวหมิงอี้ขึ้นมาเมื่อใด วันนั้นก็จะไม่อยู่ที่เฟิงเจ๋อยวนอีกต่อไป และจะเลือกไปทำงานกับร้านอาหารของเขาแทน
นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นก็คือ หลี่เว่ยกั๋วเปิดไฟเขียวให้เขา “แอบดูด” ทีมงานในครัวของเฟิงเจ๋อยวนได้ตามสบาย ใครอยากจะไปก็ไป ไม่มีการห้าม
บอกเลยว่า แค่ข้อนี้ข้อเดียว ก็พอให้เขาอุทานออกมาว่า “สุดยอดเลยครับอาจารย์!”
เพราะต้องเข้าใจว่า ทีมพ่อครัวของเฟิงเจ๋อยวนแต่ละคนคือมือเก๋าที่พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องสอนงาน ทำงานกับหลี่เว่ยกั๋วมานาน มีวินัย เข้าใจระบบ ไม่ต้องกลัวเรื่องความไม่ลงตัว ยิ่งบางคนเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี จะให้เขาเลือกใครมาเสริมทัพ ยังไงก็อุ่นใจ
ตอนเขาจะกลับ หมูป่าสิบชั่งที่เขาหิ้วมาเป็นของฝากก็ถูกยกออกมา หลี่เว่ยกั๋วแรกๆ ก็ไม่อยากรับ เพราะเข้าใจว่าเขาต้องใช้เงินอีกมาก ไหนจะเปิดร้าน ไหนจะหาคน ต้องประหยัดให้มากที่สุด แต่พอฟังว่าเขากับหลัวปั้นเฉิงเพิ่งล้มหมูป่าตัวโตๆ มาได้ และแบ่งไว้หลายส่วน ถึงกับยิ้มแป้น รับไว้โดยไม่เกรงใจ
ก่อนกลับ หลี่เว่ยกั๋วยังไม่วายกำชับวันหลังถ้าลำบาก โดยเฉพาะเรื่องเงิน ถ้าไม่อยากรบกวนหลัวปั้นเฉิงก็ให้มาหาเขาก็ได้
เขายิ้มขอบคุณอีกครั้ง แล้วค่อยกลับซื่อเหอหยวนไป
เมื่อถึงบ้าน ก็เกือบสี่ทุ่ม เด็กน้อยอวี่สุ่ยก็หลับไปเรียบร้อยแล้ว เขาจึงจัดแจงอุ้มเธอมานอนในห้องให้เรียบร้อย แล้วจึงกลับเข้าห้องใหญ่ เปิดเอกสารออกมา จุดบุหรี่ แล้วเริ่มงานแปลต่อทันที
ยังเหลืออีกสี่ชุด เขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเคลียร์ให้หมดภายในสองวันนี้ เพราะอีกไม่นานเรื่องร้าน ทางหลัวปั้นเฉิงก็น่าจะมีความคืบหน้า
ไม่ใช่แค่งานแปล ยังมีเรื่องที่เขาต้องไปส่งเอกสารให้กับหัวหน้าจากโรงงานทั้งหลายก่อนหน้านี้ เขาแปลเสร็จแล้วแค่บางโรงงาน วันนี้เขาต้องเคลียร์ให้หมด เพื่อจะได้ไปรับเงิน
ถ้าเป็นไปตามแผน ยอดรวมเงินสดในมือตอนนั้นก็จะใกล้เคียงกับราคาซื้อหน้าร้าน หากขาดอีกหน่อย ค่อยไปขอยืมที่หลัวปั้นเฉิงอีกที ลูกสาวยังยกให้แล้ว เงินจะไม่ให้ได้อย่างไร?
คิดถึงตรงนี้แล้ว เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าถ้ามีพ่อตาแบบนี้แล้วไม่ใช้ให้คุ้ม ก็โง่แล้ว!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เขาก็หยุดคิด แล้วลุยงานต่อจนถึงตีสามครึ่ง ค่อยวางปากกา แล้วเก็บเอกสารเข้าไปในพื้นที่มิติ
แม้จะไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ เพราะระดับภาษาอังกฤษของเขาแทบไม่มีข้อผิดพลาด แต่เพราะความเป็นมืออาชีพ เขาก็ตั้งใจว่า พรุ่งนี้ก่อนเริ่มงานจะตรวจอีกรอบหนึ่ง ใช้เวลาไม่มาก
ทุกบาทที่คนจ่ายมา ต้องคุ้ม!
หลังจากนั้นก็ขึ้นเตียงหลับไป เช้าตรู่วันต่อมา เขาก็ตื่นตามความเคยชินโดยที่ไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก
กิจวัตรายวันของเขาก็ไม่ต่างจากวันก่อนๆ นั่นคือ ออกกำลังกาย อาบน้ำ ทำอาหาร ปลุกอวี่สุ่ยมาล้างหน้าแปรงฟัน แล้วนั่งกินข้าวด้วยกัน
หลังอาหารเสร็จ เขาก็ปั่นจักรยานไปส่งอวี่สุ่ยที่โรงเรียน ครูหร่านชิวเยว่ก็มารับตัวไปทันที
แม้จะเพิ่งห่างกันแค่วันเดียว แต่หนูน้อยอวี่สุ่ยก็วิ่งเข้าไปกอดครูทันที
“คุณครูหร่าน ฉันคิดถึงคุณครูมากเลย! คุณครูคิดถึงกันไหมคะ?”
ครูหร่านยิ้มกว้าง “คิดถึงสิ อวี่สุ่ยมานี่เลย ให้ครูกอดที!”
เธอกอดเด็กน้อย แล้วหันมาทักเขา “สวัสดีค่ะ คุณเหอ!”
“สวัสดีครับครูหร่าน ฝากอวี่สุ่ยด้วยนะครับ วันนี้ผมมีธุระต้องรีบไปแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงเลย ถ้าวันนี้คุณไม่ว่างมารับกลับตอนเย็นจริงๆ เดี๋ยวให้อวี่สุ่ยนอนกับฉันที่บ้านก็ได้”
“ได้เลยครับ ถ้าจำเป็นคงต้องฝากครูหร่านอีกครั้งนะครับ”
กล่าวขอบคุณเสร็จ เขาก็ขึ้นจักรยานมุ่งหน้าไปยังโรงงานอาหาร เพื่อไปส่งเอกสารให้ผู้อำนวยการซุน
การส่งเอกสารไม่ใช่ว่าส่งใครก่อนก็ได้ แต่ต้องดูจาก “ค่าจ้าง” ที่ตกลงกันไว้ เรียงลำดับส่งตามค่าตอบแทนที่ตกลงกันไว้แล้ว
หนึ่งเช้าเต็มๆ เขาปั่นจักรยานตระเวนทั่วปักกิ่ง เจอกันทีไร ก็ต้องเจอทั้งความตกใจ ชื่นชม และ…คำเชิญชวน
เรื่องที่เขาถูกไล่ออกจากเฟิงเจ๋อยวน จึงไม่ใช่ความลับ แต่ถ้าเป็นแค่พ่อครัวฝีมือกลางๆ ก็คงไม่มีใครสนใจ ทว่า เขาไม่ใช่แค่พ่อครัว แต่เขาคือนักแปลสองภาษาบวกกับการเป็นพ่อครัวฝีมือดีระดับสูง!
ใครได้เขาไปช่วยงาน ทั้งงานเลี้ยงและแปลเอกสารก็จะราบรื่นหมดจด จึงไม่แปลกที่ทุกโรงงานอยากจะได้ตัว
เสียดาย ที่เขากลับตอบปฏิเสธทุกเจ้า แถมยังประกาศว่า จะเปิดร้านอาหารของตัวเอง และอยากให้ทุกโรงงานจ้างร้านอาหารของเขาจัดเลี้ยงแทน
แน่นอน ทุกคนตอบตกลงทันที แถมยังยินดีช่วยแนะนำลูกค้าแปลให้เพิ่มเติมอีกด้วย
พอส่งงานครบทุกที่ เขาก็ถูกเชิญให้อยู่ทานข้าวที่โรงงานสุดท้าย และเพราะเห็นว่ามีทั้งเนื้อทั้งเหล้า จึงตอบรับ
แต่พอทานอิ่ม ก็รีบขอตัวกลับทันที ไม่มีดื่มให้เสียเวลา
หลังจากแยกย้าย ผู้บริหารโรงงานก็ส่งเอกสารให้ทีมวิศวกรตรวจสอบทันทีตามคำแนะนำของเขา
……
เมื่อกลับถึงซื่อเหอหยวน เหออวี่จู้ก็เหงื่อตกไปทั้งตัว รีบเดินไปที่อ่างน้ำกลางลาน ตักน้ำใส่ถังเตรียมกลับเข้าห้องไปเช็ดตัว
แต่พอดีช่วงนั้น ทุกบ้านเพิ่งกินข้าวเที่ยงเสร็จ ต่างคนต่างก็ออกมาซักล้างตรงอ่างน้ำรวม รวมถึง ฉินฮวยหรูด้วย
เธอทำได้แค่เงียบๆ มองเขาตักน้ำ แบกถังน้ำเต็มถังด้วยแขนข้างเดียว กล้ามเป็นมัดชัดเจน เดินจากไปด้วยท่าทีสบายๆ
เธอเองก็ได้แต่กลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ
อยากได้…แบบนี้จริงๆ
ตั้งแต่ที่ได้แต่งงานกับเจี่ยตงซวีมา ทุกอย่างก็ไม่มีอะไรเหมือนตอนก่อนแต่งอีกเลย
มันเร็วเกินไป ทั้งที่เธอยังไม่ทันได้รู้สึก เขาก็เสร็จแล้ว
เธอเคยคิดจะให้เขาไปหาหมอ หรือลองสมุนไพร แต่เธอก็ไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะรู้ว่ามันแตะศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายเต็มๆ ถ้าเอ่ยปากเมื่อไหร่ มีหวังได้ถูกด่าไม่เหลือชิ้นดี และอาจจะถูกมองว่า “เป็นหญิงใจแตก” อีกต่างหาก
เธอจึงได้แต่มองเหออวี่จู้หายเข้าไปในห้อง ด้วยทั้งเจ็บใจ ทั้งขมขื่น
“ไอ้บ้า! ฉันยั่วขนาดนี้แล้ว ยังไม่เล่นด้วยอีก! นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เธอพยามคิดหาเหตุผลในหัว ทั้งในตรอกแห่งนี้ ผู้ชายทุกคนต่างก็แอบมองเธอ แม้แต่อี้จงไห่ก็ยังไม่เว้น
“หรือว่า…เขาชอบผู้ชาย !แต่ก็ไม่น่าจะใช่นะ! เขาพาผู้หญิงมาเที่ยวที่บ้านบ่อยๆ! แต่คงเพราะฉันแต่งงานแล้ว เขาเลยรังเกียจ?”
สุดท้าย เธอก็สรุปได้ว่า เขาคง “ไม่อยากกินของเหลือ”
คิดแล้วก็ยิ่งเจ็บปวด
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่มีวันแต่งกับเจี่ยตงซวีเด็ดขาด! แต่ก็นั่นแหละ เวลามันเดินหน้า ไม่ได้เดินถอยหลัง
……
ทางด้านเหออวี่จู้ หลังจากเช็ดตัวเรียบร้อยแล้วก็ออกไปล้างถัง แล้วกลับมานั่งตรวจเอกสารอีกครั้ง
ก่อนเริ่ม เขาก็ลองนับยอดเงินสดที่อยู่ในมือดูอีกครั้ง
หลัวหมิงอี้: 2,600 หยวน
หลิวเฟิง: 900 หยวน
ชิวจ่างหมิง: 600 หยวน
ห้าคนวันนี้รวม: 1,900 หยวน
ค่ามัดจำจากอีกสี่คนที่เหลือ: 1,800 หยวน
ค่าจ้าง+สวัสดิการที่ได้มา: 400 หยวน
เงินเก็บเดิม: 1,200 หยวน
รวมแล้ว: 9,400 หยวน
ถ้าแปลอีกล็อต ก็จะได้อีก 1,800 หยวน ยอดเงินในมือก็จะทะลุ 11,200 หยวน พอดี
“โอ้โห! จริงๆ ด้วยเว้ย เป็นหมื่นแน่ๆ! นี่มันยังไม่ครบเดือนเลยนะ ถ้าให้เวลาอีกสักเดือนหนึ่ง ฉันอาจจะมีสองสามหมื่นไปแล้ว!”
เขายิ้ม ภูมิใจสุดขีด เพราะทั้งหมดนี่ คือสิ่งที่เขาทำไม่ได้ในชาติที่แล้ว
ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากระบบที่ติดตัวมา และเขาก็ตัดสินใจแล้วว่า จะอัปเกรดทุกสกิลให้สุด!
คนอื่นทำงานเพื่อเงินเดือน แต่เขาทำเพื่อ พลังของตัวเอง พลังที่เห็นผลชัดเจนทุกวัน!
…
ช่วงบ่าย เขาแปลเพิ่มอีกสองชุด พอใกล้เลิกเรียน ก็เก็บของเตรียมตัวออกไปรับอวี่สุ่ย
แต่พอเปิดประตู กลับเจอลูกชายคนรองของหลิวไห่จงเดินมา
“เจ้า...เอ่อ…ไม่ใช่สิ! พี่จู้ พ่อผมบอกว่า วันนี้ตอนเย็นจะมีประชุมใหญ่ทั้งซื่อเหอหยวนนะ! ให้พี่กลับมาให้ทัน ไม่งั้นพ่อผมกับอี้จงไห่จะ ‘จัดการ’ พี่แน่!”
พูดจบก็วิ่งป่าราบออกไปอย่างไว เหออวี่จู้ก็ได้แต่ส่ายหัว
“ไอ้พวกนี้…นิสัยเหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก” เขายังจำได้ดี ว่าตอนหลังหลิวไห่จงเคยเป็นหัวหน้ากลุ่มในช่วงปั่นป่วน แล้วก็คิดจะรวมคนมารังแกเขาอีกครั้ง
ถ้าเขาไม่เอาจอบเหล็กขู่ไว้ก่อน คงถูกพวกนั้นยำเละไปแล้ว
คนอย่างหลิวไห่จง ไม่ได้แค่อยากมีตำแหน่ง แต่ยังชอบใช้อำนาจรังแกคนรู้จัก โดยเฉพาะคนใกล้ตัว จะลงไม้ลงมือแรงกว่าปกติ
วันนี้ที่มันจะเปิดประชุมใหญ่ เขาเดาได้ไม่ยาก ว่าคงต้องการรุมเขาแน่ๆ
คิดว่าเขาเพิ่งโดนไล่ออก ยังไม่มีที่ไป เลยถือโอกาสจะกดเขาให้จม
แต่…พวกมันคงยังไม่รู้ ว่าเขาเป็นลูกเขยของหลัวปั้นเฉิง และกำลังจะย้ายออกเร็วๆ นี้แล้ว
ไม่ต้องรอให้พวกมันลงมือหรอก เขาจะ ‘เล่นงาน’ พวกมันก่อนเอง!
“งั้นเย็นนี้ให้อวี่สุ่ยอยู่กับครูหร่านไปก่อนแล้วกัน ไม่อยากให้เด็กเห็นเรื่องไม่ดี”
เขายิ้มเย็นแล้วหันหลัง ขึ้นจักรยาน มุ่งหน้าไปหาหลัวปั้นเฉิงทันที!
คืนนี้ จะเป็นคืนแห่งบทเรียนสำหรับพวกสุนัขแก่ในชุมชนนี้!