- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 82 เงินและข้อเสนอของหร่านชิวเย่
บทที่ 82 เงินและข้อเสนอของหร่านชิวเย่
บทที่ 82 เงินและข้อเสนอของหร่านชิวเย่
บทที่ 82 เงินและข้อเสนอของหร่านชิวเย่
เหออวี่จู้พาน้องสาวอวี่สุ่ยกลับมาที่ซื่อเหอหยวน แต่ระหว่างทางนั้นเอง อวี่สุ่ยก็เอ่ยคำถามหนึ่งขึ้นมาอย่างไร้เดียงสา ทว่าแทงใจพี่ชายจนต้องจมอยู่ในห้วงคิดครู่ใหญ่
“พี่ชาย... พี่ทำงานจนดึกทุกวันเลยเหรอคะ ?”
“ครูหร่านยังถามฉันเลย ว่าทำไมพี่ไม่ซื้อบ้านอยู่ใกล้โรงเรียนอนุบาลเสียที... หรือว่าที่บ้านเราหมดเงินแล้ว ?”
“พี่ชาย ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไม่เรียนแล้วก็ได้ เอาเงินไปซื้อบ้านเถอะ !”
คำพูดของน้องสาวประหนึ่งมีดบางที่กรีดลงกลางใจ ทำให้เหออวี่จู้ตกตะลึง
เขาไม่เคยนึกเลยว่า เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ จะคิดได้ไกลถึงเพียงนี้
ในเรื่องการซื้อบ้าน เขาก็เคยมีความคิดอยู่บ้าง แต่ถึงแม้ราคาบ้านในเวลานี้จะตกลงมาแล้ว ทว่าเขาก็ยังต้องใช้เงินหลักพันถึงจะพอควักจ่ายได้
ขณะที่เงินในกระเป๋าของเขาขณะนี้ เหลือเพียงพันกว่าหยวน
หากไม่ใช่เพราะคราวก่อนหลัวปั้นเฉิงให้ค่าตอบแทนมามาก ก็อาจมีไม่ถึงห้าร้อยหยวนด้วยซ้ำ
ฉะนั้นความฝันเรื่องบ้านจึงยังคงต้องเลื่อนออกไปก่อน
เขาหยุดยืนลง ลูบศีรษะน้องสาวเบา ๆ กล่าวเสียงอ่อนว่า “อวี่สุ่ย... จดจำเอาไว้นะ คนเราต้องเรียนหนังสือให้จบ แม้ที่บ้านจะไม่มีเงิน พี่ก็จะดิ้นรนหาให้ได้ ส่วนเรื่องบ้าน... พี่จะหาทางซื้อให้เอง”
“หน้าที่ของเธอมีเพียงอย่างเดียว คือเรียนหนังสือให้ดี แค่นั้นก็ถือเป็นการช่วยพี่ที่สุดแล้ว เข้าใจไหม ?”
อวี่สุ่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย ในสายตาของเด็กหญิงนั้น การเรียนหนังสือดูเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องใช้เงินมหาศาล
แต่ความจริงมันก็ไม่ได้มากมายถึงเพียงนั้น
เเละที่น่าหนักใจยิ่งกว่า คือสถานการณ์ของพี่ชายเธอในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะมีเงินเดือนประจำเดือนละร้อยหยวน แต่ยังไม่แน่ว่าเดือนหน้าจะได้รับหรือไม่
การที่หลัวหมิงอี้ถึงกับไปหาอาจารย์หลี่เว่ยกั๋วเพื่อพูดคุยเรื่องเขา ก็แสดงให้เห็นชัดว่า อีกฝ่ายเริ่มไม่พอใจเขาแล้ว
บางที... อาจเตรียมการไล่เขาออกไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ความเกี่ยวข้องกับเซลีน่ากลายเป็นปัญหาให้เฟิงเจ๋อหยวน
แต่เขาไม่คิดจะกลัว เพราะมนุษย์นั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ยอมจำนนต่อโชคชะตาได้ง่าย ๆ “เรือถึงท่าแล้วย่อมมีทางขึ้นฝั่ง คนเป็น ๆ จะตายเพราะขี้ไม่ได้หรอก !”
อวี่สุ่ยพยักหน้า ยิ้มกว้าง “เข้าใจแล้วพี่ชาย ฉันจะตั้งใจเรียนกับครูหร่าน !”
เหออวี่จู้ยิ้มเอ็นดู ลูบหัวน้องสาวอีกครั้งก่อนจะพาเข้าบ้าน
ในลานกลาง เหยียนปู่กุ้ยนั่งรออยู่แต่หัวค่ำ
เมื่อได้ยินเสียงประตูดังขึ้น ก็ก้าวออกมารับทันทีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“เสี่ยวจู้ กลับมาแล้วเรอะ ! ฉันรอนายตั้งหลายชั่วโมงแน่ะ !”
เหออวี่จู้ยกมือคารวะตามมารยาทก่อนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ลุงสาม เตรียมเงินไว้แล้วหรือยังครับ ?”
“เรียบร้อย เราจะแลกเปลี่ยนกันที่นี่ หรือในบ้านนายดี ?”
“ไปบ้านผมจะดีกว่าครับ ทำต่อหน้า มือหนึ่งส่งของ มือหนึ่งส่งเงิน จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย”
แล้วเขาก็พาเหยียนปู่กุ้ยไปยังห้องพัก เปิดตู้เสื้อผ้าราวกับกำลังค้นหาอะไร
แต่แท้จริงแล้ว เขากำลังหยิบใบโควต้าที่ประธานหลัวออกให้จากช่องเก็บของในระบบ
“นี่ไงครับลุงสาม ใบโควต้าจากประธานหลัวที่ออกให้โดยตรง เพียงแค่เขียนชื่อ ใครในครอบครัวลุงก็เอาไปสมัครงานที่โรงงานรีดเหล็กได้”
“บ้านผมไม่มีญาติ ถ้ามี ของดีแบบนี้ผมคงไม่ปล่อยขายแน่ !”
เหยียนปู่กุ้ยรับไว้ มองดูใบโควต้าอย่างถี่ถ้วน เมื่อเห็นว่ามีตราประทับของโรงงานรีดเหล็ก พร้อมข้อความ “โควต้าทำงาน” ระบุชัดเจนว่าเป็นใบโควต้าสำหรับสมัครงาน ก็ยิ้มกว้าง พยักหน้ารัว
แล้วควักธนบัตรสองร้อยหยวนส่งให้เหออวี่จู้ “นี่เงินที่ตกลงกันไว้ สองร้อยหยวน ลองนับดูเถอะ !”
เหออวี่จู้นับอย่างไม่อ้อมค้อม “พอดีครับ สองร้อยหยวนเป๊ะ”
“งั้นก็เรียบร้อยครับลุงสาม !”
เหยียนปู่กุ้ยกลับไปยังลานหน้าบ้าน ยิ้มละไมถือใบโควต้าไว้ในมือแน่น
ในบ้าน เหยียนเจี่ยเฉิงไม่ได้หลับเลยแม้แต่นิด เขานั่งรอพ่ออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเห็นพ่อเดินเข้ามา ก็รีบถามด้วยความตื่นเต้น
“พ่อ ! ได้มาแล้วหรือยัง ?”
“ได้มาแล้วลูกชาย เข้าไปในบ้านก่อน !”
สองพ่อลูกเดินเข้าบ้าน เหยียนปู่กุ้ยหยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมายื่นให้ “เจ้าใหญ่ พ่อขอพูดชัด ๆ ตำแหน่งงานนี้ พ่อต้องจ่าย 200 หยวน แลกมากับสัญญาที่แกต้องให้เงินเดือน 80% ในสองปีแรกแก่พ่อ”
“นี่คือลายลักษณ์อักษร จะได้ไม่ต้องมีปัญหากันในอนาคต แม้จะเป็นพ่อลูกกันก็ต้องชัดเจน”
เหยียนเจี่ยเฉิงฟังแล้วถึงกับพูดไม่ออก
แต่ก็เข้าใจดีว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตของตน สุดท้ายจึงเซ็นชื่อและกดลายนิ้วมือลงไป จากนั้นใบโควต้าก็ถูกส่งถึงมือเขาในทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น
เหออวี่จู้ตื่นแต่เช้า ทำอาหาร อาบน้ำ ปลุกอวี่สุ่ย จากนั้นก็จูงมือน้องสาวไปโรงเรียนอนุบาลด้วยกัน
ที่ประตูโรงเรียน หร่านซิวเย่ยืนรอรับเด็ก ๆ เช่นเคย พอเห็นสองพี่น้องก็ยิ้มรับอย่างอ่อนโยน
หลังจากส่งอวี่สุ่ยเข้าโรงเรียนแล้ว เธอก็หันมาพูดกับเหออวี่จู้ “คุณพาอวี่สุ่ยกลับบ้านไกลทุกคืน ไม่เคยคิดจะซื้อบ้านหรือเช่าบ้านแถวนี้บ้างหรือคะ ?”
“สมัยนี้ การอยู่ชุมชนเเออัดนาน ๆ ไม่เหมาะกับเด็กจริง ๆ”
เหออวี่จู้ยิ้มเจื่อน “ตอนนี้ยังไม่มีเงินพอครับ แต่เดือนหน้าถ้าทำงานเสร็จเรียบร้อย อาจจะมีหกเจ็ดพันหยวน ถึงตอนนั้นคงซื้อบ้านได้”
หร่านซิวเย่เบิกตาเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดเช่นนั้นออกมา
“เงินแค่พันกว่ายังบอกว่าจน... นี่มันชัดเลยว่าหยิ่ง !”
เธอคิดในใจแต่ไม่กล้าถามออกมา สุดท้ายเพียงกล่าวเบา ๆ ว่า “ก็แล้วแต่คุณ ถ้ามีแผนไว้แล้วก็ดี อีกครึ่งเดือนโรงเรียนจะปิดเทอม คุณจะดูแลอวี่สุ่ยยังไงล่ะ ?”
เหออวี่จู้ตอบยิ้ม ๆ “ผมจะหาทางเอง บางที... อาจต้องรบกวนคุณอีกครั้งก็ได้นะครับครูหร่าน”
หร่านซิวเย่ยิ้มนิด ๆ ไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
กลับถึงเฟิงเจ๋อหยวน เหออวี่จู้ก็เริ่มลงมือทำงานทันที ไม่ว่าหลัวหมิงอี้จะคิดอย่างไร วันนี้เขายังมีหน้าที่ก็จะทำให้ดีที่สุด
ทุกจาน ทุกเมนูที่ถูกยื่นมา ล้วนถูกเขาทำด้วยฝีมือเต็มที่ เพราะเขารู้... ว่าทุกหยดเหงื่อที่ไหลลง ไม่ได้สูญเปล่า แต่มันคือประสบการณ์ คือทักษะที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในเงามืด
วันหนึ่ง เขาจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสายอาชีพ เป็นเทพแห่งอาหารอย่างแท้จริง !
เมื่อล่วงถึงเวลาอาหารกลางวัน ใบสั่งอาหารที่มีชื่อเขาก็ถูกส่งเข้ามา
อาจารย์หลี่เว่ยกั๋วส่งให้เขาพร้อมย้ำเสียงเข้ม
“เสี่ยวจู้ ใบสั่งนี้ส่งชื่อแกมาโดยตรง คงเป็นลูกค้าประจำแน่ ฝีมือต้องไม่ตก อย่าให้เสียชื่อ !”
เหออวี่จู้รับมา ยิ้มอย่างมั่นใจ
“รับทราบครับ อาจารย์ !”