เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 กลิ่นหอมลอยฟุ้ง จนคนทั่วลานลำบากใจ!

บทที่ 45 กลิ่นหอมลอยฟุ้ง จนคนทั่วลานลำบากใจ!

บทที่ 45 กลิ่นหอมลอยฟุ้ง จนคนทั่วลานลำบากใจ!


บทที่ 45 กลิ่นหอมลอยฟุ้ง จนคนทั่วลานลำบากใจ!

ที่เรือนสี่ประสาน ส่วนกลางของลาน

เหออวี่จู้กำลังอยู่ในครัว หยิบเนื้อหมูสามชั้นออกมาจากพื้นที่เก็บของในระบบ แล้วเริ่มลงมือทำหมูตุ๋นทันที !

พูดถึงหมูตุ๋น แน่นอนว่าหลายคนต้องนึกถึงบุคคลผู้ยกระดับอาหารจานนี้ไปสู่จุดสูงสุดอย่าง ซูตงโพ ถึงขนาดที่หมูตุ๋นจานนี้ ได้อีกชื่อว่า ตงโพโหย่ว กันเลยทีเดียว

เพราะความพยายามของเขา ทำให้อาหารพื้นบ้านอย่างหมูตุ๋น กลายเป็นอาหารที่ปรากฏอยู่บนโต๊ะของนักปราชญ์ และคนมีชื่อเสียงในสมัยนั้น

แม้ว่าเราจะไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่า หมูตุ๋นมีต้นกำเนิดมาจากที่ใดและเมื่อใด แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ ตั้งแต่ยุคของซูตงโพ หมูตุ๋นก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในเมนูที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ

ซูตงโพเคยแต่งบทกลอนชื่อว่า “กินหมู” เพื่อสรรเสริญเมนูนี้ไว้ว่า

“หมูที่หวงโจวดีเหลือเกิน ราคาถูกยิ่งกว่าดิน คนรวยไม่ยอมกิน คนจนทำไม่เป็น ใช้ไฟอ่อน เติมน้ำน้อย พอไฟถึงเนื้อก็จะอร่อยเอง ทุกเช้าตักกินสักถ้วย อิ่มแล้วอย่าไปสนใคร !”

และการทำหมูตุ๋นให้อร่อยนั้น นอกจากขั้นตอนเตรียมเบื้องต้นแล้ว ระหว่างปรุงก็ต้องใช้ไฟอ่อน ใส่น้ำน้อย แล้วรอให้ถึงจังหวะพอดี กลิ่น รส และสัมผัสถึงจะออกมาอย่างสมบูรณ์

จะว่าไป บรรพบุรุษของพวกเรา ศึกษาเรื่องการกินอย่างลึกซึ้งจริง ๆ

แต่ในปัจจุบัน อาหารชั้นสูงหลายอย่างจากยุคโบราณ กลับค่อย ๆ เลือนหายไป มีคนจำนวนไม่น้อยที่พยายามฟื้นฟูอาหารเหล่านั้น แต่คนที่ทำได้จริงกลับมีเพียงไม่กี่คน !

สำหรับมื้อนี้ นอกจากหมูตุ๋นแล้ว เขายังทำเมนูผัดสามเส้น แบบเบา ๆ อีกจานด้วย

เพราะถ้ากินแต่หมูตุ๋นอย่างเดียว มันก็จะเลี่ยนเกินไปหน่อย ยิ่งช่วงกลางคืน ไม่ควรกินของมัน ๆ มากเกิน เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ

คนอ้วนหลายคนก็มักจะมาจากนิสัยกินอาหารมันช่วงเย็น แต่ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย

กินไปกินมา ก็อ้วนจนหยุดไม่ได้

แต่อย่างว่า ยุคนี้จะกินเลี่ยนทุกวันก็ไม่ไหวหรอก เพราะไม่มีเงินมากพอจะซื้อของมัน ๆ กินทุกมื้อ !

เขาเริ่มจากการจัดการหมูสามชั้น นำหนังไปย่างไฟเพื่อกำจัดขน แล้วเอาไปลวกในน้ำร้อนเพื่อเอาเลือดและสิ่งสกปรกออก

จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ตั้งกระทะ เจียวน้ำตาลให้สีเข้ม ค่อย ๆ ใส่หมูสามชั้นลงไปผัด

จากนั้นก็ใส่ขิง ต้นหอม กระเทียม โปะด้วยโป๊ยกั๊กและอบเชย ปิดท้ายด้วยเหล้าขาวเล็กน้อย เพื่อดับกลิ่นคาว

แล้วก็หรี่ไฟลง เติมน้ำอีกนิด เคี่ยวต่ออย่างใจเย็น

หลังจากตั้งหมูตุ๋นไว้แล้ว ก็หันไปหุงข้าว พร้อมกับเตรียมวัตถุดิบสำหรับผัดสามเส้น

พอมีเวลาว่าง เขาก็หยิบหนังสือภาษาอังกฤษมาอ่าน ฝึกทักษะเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ไปด้วย

เพราะสุดสัปดาห์นี้ จะต้องรับงานจากบรรดาเจ้าของกิจการ แม้ว่าเงื่อนไขคือวันละหนึ่งเล่ม แต่ถ้าเขาทำเสร็จเร็วและงานไม่ยาก แน่นอนว่าเขาก็อยากจะรีบทำ รีบได้เงินก้อนไปก่อน !

ยังไม่พอ วันหยุดนี้ยังมีนัดเลี้ยงแขกอีกด้วย เวลาไม่พอ แต่งานเพียบ

ดังนั้นช่วงนี้จึงต้องใช้เวลาว่างให้คุ้มที่สุด เร่งเก็บเลเวลให้พัฒนา

เวลาไหลผ่านไปทีละวินาที เมื่อหมูสามชั้นในหม้อเริ่มเปื่อย กลิ่นหอมเข้มข้นก็ลอยกระจายไปทั่ว

“พี่ กลิ่นหอมมากเลย !”

“อีกนานไหมกว่าจะได้กินน่ะ ?”

เสียงของอวี่สุ่ยดังขึ้นจากหน้าประตูครัว เธอรีบวิ่งเข้ามาหาเขา ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองไปที่หม้ออย่างตื่นเต้น

เหออวี่จู้หัวเราะ “รออีกหน่อย ใกล้เสร็จแล้วล่ะ”

“หมูตุ๋นต้องนุ่มละลายในปากถึงจะอร่อย !”

“อวี่สุ่ย อดใจอีกนิดนะ ของอร่อยต้องใช้เวลา”

“อดทนหน่อยแล้วเดี๋ยวจะได้กินเยอะ ๆ เลย โอเคไหม ?”

อวี่สุ่ยพยักหน้าตาม แต่ก็ไม่ยอมออกจากครัว ย่อตัวนั่งลงข้าง ๆ เขา สูดกลิ่นหอมของหมูตุ๋นที่โชยออกมา รออย่างตั้งใจ ดวงตาเปล่งประกาย

เวลานี้เองชาวบ้านในลานหลายคนก็กำลังทำอาหารเย็นเช่นกัน

บ้านที่ฐานะไม่ค่อยดี อาหารเย็นก็ง่าย ๆ แค่นำข้าวต้ม ขนมปังข้าวโพด และผักดองมาวางบนโต๊ะ ก็ถือว่าจบมื้อแล้ว

แต่พอได้กลิ่นหมูตุ๋นที่ลอยมาตามลม คนที่กำลังกัดขนมปังข้าวโพดอยู่ จากที่เคยรู้สึกว่าอร่อย ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนกำลังกินดินเข้าไป !

เคี้ยวไม่ลง กลืนไม่ไหว ทรมานจนแทบอยากลุกหนีจากโต๊ะเลยทีเดียว…

“นี่มันบ้านใครอีกแล้ว ?”

“ไม่กี่วันก่อนบ้านเหอเพิ่งกินขาหมู วันนี้ดันมากินหมูอีก ! จะให้คนอื่นเขามีชีวิตอยู่ยังไงกันเนี่ย ! !”

“ยังจะเป็นบ้านใครได้ล่ะ ก็ต้องบ้านเหอนั่นแหละ ฉันเห็นเจ้าโง่ซื้อหมูก้อนใหญ่มาตอนเย็นกับตาเลย !”

“วันนี้มันโคตรจะสุดยอดเลย ไม่ใช่แค่กล้าด่าอี้จงไห่ต่อหน้าจนพูดไม่ออก ยังชี้หน้าด่าว่าเป็นพวกสิ้นวงศ์สกุลอีก โคตรเจ๋งจริง ๆ ว่ะ !”

“นั่นมันแค่ไอ้เวรคนนึงแหละ ! เหมือนพ่อมันไม่มีผิด ทั้งพ่อทั้งลูกมันก็พวกสันดานแย่นั่นแหละ อย่าไปยุ่งกับมันเลย !”

“แต่จะว่าไป อาหารบ้านไอ้เหอนี่โคตรจะน่าอิจฉาจริง ๆ แม้มันจะเป็นแค่เด็กฝึกงาน แต่ก็ฝึกมาตั้งสามปี ฝีมือทำอาหารไม่ธรรมดาเลย กลิ่นหมูนั่นหอมฉิบหาย อยากลองกัดสักคำจริง ๆ !”

“……”

ชาวบ้านในลานต่างพากันได้กลิ่นหอมของหมูที่ลอยออกมาจากบ้านของเหออวี่จู้ ต่างคนต่างน้ำลายสอ ไม่สามารถกินข้าวที่อยู่ในมือได้อีกต่อไป

ตอนแรกยังรู้สึกว่าโจ๊กกับซาลาเปาร้อน ๆ ก็ใช้ได้อยู่หรอก แต่พอได้กลิ่นนี้เข้าไป มันก็เหมือนกำลังกินดินยังไงยังงั้น เคี้ยวไม่ลง กลืนไม่ไหว

คืนนี้ คนในลานหลายคนคงต้องนอนท้องร้อง เพราะกลิ่นหอมของหมูนั้นมันทรมานใจเกินไป คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างบ้านตระกูลเจี่ยกับบ้านของอี้จงไห่ ก็บรรยากาศอึมครึมไม่ต่างกัน

ฝั่งบ้านเจี่ย เจี่ยจางซื่อได้แต่พ่นคำสาปแช่งออกมาไม่หยุด

“ไอ้โง่นั่นมันชั่วจริง ๆ ไอ้เวรเอ๊ย !”

“พ่อมันหนีไปกับแม่ม่าย มันยังมีหน้ามากินหมูได้อีก ไอ้โง่นี่ไร้ยางอายจริง ๆ !”

“ขอให้หมูติดคอตายไปซะให้เข็ดเถอะ ! !”

เจี่ยตงซวีกับฉินหวยหรูได้แต่นั่งเงียบ ไม่มีใครกล้าเถียงอะไร ในห้องนั้น นอกจากฉินหวยหรูที่ยังคงกินซาลาเปาอยู่ คนอื่น ๆ อย่างเจี่ยจางซื่อกับเจี่ยตงซวีต่างก็เคี้ยวไม่ลง

ฝั่งบ้านอี้จงไห่ ก็บรรยากาศไม่ได้ต่างกันนัก ก็เอาแต่บ่นด่าเหออวี่จู้เหมือนกัน

“ฉันว่าคุณไม่ควรไปมีเรื่องกับเหออวี่จู้เลยนะ !”

“คุณก็รู้ว่าพ่อเขานิสัยยังไง เขากับพ่อก็เหมือนกันเป๊ะ ! คนแบบนั้นจะยอมใครง่าย ๆ ได้ยังไง ?”

“วันนี้ถ้าฉันไม่เห็นว่าเรื่องมันไม่ดี รีบไปพาหญิงชรามาช่วยแก้หน้าให้ คุณคงเสียหน้าหนักกว่านี้แน่ !”

“ต่อไปนี้เลิกคิดจะรังแกเขาเถอะ !”

“อยู่กันอย่างสงบไม่ได้หรือไง ?”

หลิวฮุ่ยเจวียนพูดเตือนสามีอย่างหวังดี เธอเป็นคนใจเย็น ไม่เคยทะเลาะกับใคร แม้แต่การดูแลอี้จงไห่กับหญิงชราหูหนวกมาหลายปี ก็ไม่เคยบ่นซักคำ

แต่อี้จงไห่กลับตอกกลับเสียงแข็ง “ผู้หญิงผมยาวปัญญาสั้น เธอจะรู้อะไร !”

“เธอคิดว่าฉันมีเรื่องกับไอ้โง่นั่นเพราะอยากหาเรื่องมันเหรอ ?”

“ก็เพราะมันเคยซ้อมเจี่ยจางซื่อกับตงซวี ฉันถึงออกตัวปกป้องพวกนั้นไง !”

“ถ้าฉันจัดการมันได้ ตงซวีจะยิ่งซาบซึ้งใจในตัวฉัน !”

ได้ยินแบบนั้น หลิวฮุ่ยเจวียนก็ไม่พูดอะไรอีก เพราะสุดท้ายต้นเหตุก็เพราะพวกเขาไม่มีลูก เลยต้องพึ่งพาคนอื่นให้มาดูแลยามแก่เฒ่าแทน…

……

ที่บ้านเหอ พี่น้องสองคนมองจานหมูตุ๋นกับผัดสามเส้น และข้าวสวยขาวร้อน ๆ บนโต๊ะ ยังไม่ทันที่เหออวี่จู้จะเอ่ยอะไร เสียงของเหออวี่สุ่ยก็ดังขึ้นก่อน

“พี่ ! กินได้ยังอะ ?”

“ฉันหิวมากเลยยย”

“หมูตุ๋นนี่น่ากินสุด ๆ ไปเลย !”

เธอทำหน้าราวกับแมวหิวข้าว ตาโตเป็นประกายจ้องจานกับข้าวไม่วางตา เหออวี่จู้หัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดเตือน

“กินได้เลยจ้ะ แต่ค่อย ๆ กิน เคี้ยวให้ละเอียดนะ ไม่งั้นเดี๋ยวปวดท้องตอนกลางคืน !”

“เข้าใจไหม ?”

เหออวี่สุ่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย จากนั้นก็ตะลุยกินไม่ยั้ง หมูหนึ่งคำ ข้าวหนึ่งคำ หมูอีกหนึ่งคำ แล้วก็...ไม่แตะผัดผักแม้แต่นิดเดียว ! เล่นเอาเหออวี่จู้ถึงกับส่ายหัว

เจ้าเด็กตะกละเอ๊ย ! !

จบบทที่ บทที่ 45 กลิ่นหอมลอยฟุ้ง จนคนทั่วลานลำบากใจ!

คัดลอกลิงก์แล้ว