- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 24 สุภาพบุรุษล้างแค้น สิบปีก็ไม่สาย !
บทที่ 24 สุภาพบุรุษล้างแค้น สิบปีก็ไม่สาย !
บทที่ 24 สุภาพบุรุษล้างแค้น สิบปีก็ไม่สาย !
บทที่ 24 สุภาพบุรุษล้างแค้น สิบปีก็ไม่สาย !
เรือนสี่ประสาน บ้านของอี้จงไห่
“ขอบคุณนะครับ อาจารย์แม่” เสียงสุภาพของเจี่ยตงซวีเอ่ยขึ้น ขณะรับถ้วยน้ำชาจากมือของหลิวฮุ่ยเจวียน
“คืนนี้ก็กินข้าวที่บ้านฉันเถอะ มากินเหล้าด้วยกันหน่อย” อี้จงไห่ไม่พูดพร่ำทำเพลง หันไปสั่งภรรยาให้เตรียมกับแกล้มสองสามอย่างไว้เรียบร้อย
“ตามใจอาจารย์เลยครับ”
“ได้เลย เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง”
เจี่ยตงซวีกับหลิวฮุ่ยเจวียนตอบรับพร้อมกันแบบไม่ลังเล ใบหน้าของอี้จงไห่เผยรอยยิ้มพึงใจ เห็นลูกศิษย์ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ เขาก็รู้สึกว่าควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด
พอหลิวฮุ่ยเจวียนเดินออกไปแล้ว อี้จงไห่จึงหันหน้ามาทางเจี่ยตงซวี พลางเอ่ยถามขึ้นว่า “นายคิดจะจัดการเจ้าโง่ยังไง ?”
“ถึงฉันจะไม่กลัวพวกมัน แต่เหอต้าชิงน่ะมีสัมพันธ์กับท่านประธานหลัวไม่ใช่เล่น ฉันไม่อยากไปก่อศัตรูเพราะเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ให้เสียเรื่องใหญ่หรอก”
“มันไม่คุ้มกัน !”
เหออวี่จู้ไม่ได้เป็นคนของโรงงานเหล็ก แต่เป็นแค่พ่อครัวในร้านอาหารเฟิงเจ๋อหยวน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสายงานของพวกเขาเลย จะเล่นงานมันได้ก็มีแต่ในเรือนสี่ประสานนี้เท่านั้น หรือไม่ก็ต้องไปกดดันพ่อมัน เหอต้าชิง
แต่เหอต้าชิงกลับเป็นคนในโรงงานเหล็ก ซ้ำยังมีสายสัมพันธ์ดีกับหลัวต้ง ต้องไม่ลืมว่า เหอต้าชิงถูกหลัวต้งเชิญตัวมาทำงานด้วยตัวเองเลยเชียวนะ ให้มาทำกับข้าวพิเศษเลี้ยงแขกโดยเฉพาะ
หลายปีที่ผ่านมา ด้วยฝีมือปลายจวักของเหอต้าชิง ทำให้การเจรจาธุรกิจของหลัวต้งลื่นไหลไปหลายครั้ง
ในยุคสมัยนี้ แม้ผู้คนจำนวนมากจะยังต้องห่วงปากท้อง แต่ก็ยังมี “กลุ่มคนส่วนน้อย” ที่ไม่เพียงแต่อยากอิ่ม ยังอยากกินดี กินหรู กินอาหารชั้นเลิศอีกด้วย หลัวต้งและลูกค้าของเขาก็อยู่ในกลุ่มนั้นล่ะ !
เจี่ยตงซวีหัวเราะเหี้ยม ๆ แล้วพูดว่า “อาจารย์ ฉันได้ยินเรื่องหนึ่งมา ไม่รู้ว่าท่านได้ยินหรือยัง ?”
“ได้ข่าวว่าเหอต้าชิงน่ะ ไปพัวพันกับแม่ม่ายคนหนึ่งที่เป็นคนเป่าติ้ง ตอนนี้เหมือนกำลังจะหนีตามกันไปด้วยนะ !”
“ถ้าเรื่องนี้จริงขึ้นมา เจ้าโง่ก็จะไม่มีพ่อคอยหนุนหลังอีกต่อไป !”
“ไม่มีใครคอยอุ้มชู บ้านนี้มันก็ไม่ใช่อะไรแล้ว เป็นแค่ลูกเป็ดขี้เหร่ที่ใคร ๆ ก็รังแกได้ !”
“ต่อให้เป็นคนของเฟิงเจ๋อหยวนแล้วไง ? ไม่มีผู้ใหญ่หนุนหลัง ก็แค่เด็กหัวโตธรรมดาคนหนึ่ง !”
อี้จงไห่ถึงกับเลิกคิ้ว เรื่องนี้ เขาก็เคยได้ยินอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ด้วยนิสัยที่รอบคอบของเขา ไม่ชอบเล่นเกมที่ไม่มั่นใจ ไม่เคยออกศึกหากยังไม่พร้อมเต็มที่
หากเรื่องนี้ไม่จริง แล้วเขาไปหาเรื่องเหอต้าชิงเข้า นอกจากจะไม่สำเร็จ ยังอาจโดนลากไปเปื้อนโคลนด้วยอีกต่างหาก กับคนอย่างเหอต้าชิง ถ้าจะเล่น ต้องแน่ใจว่าสำเร็จเท่านั้น ไม่อย่างนั้นไม่แตะ
“ฉันน่ะยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้หรอกนะ”
“แต่การที่เหอต้าชิงจะทิ้งงานดี ๆ อย่างการเป็นพ่อครัวในโรงงานเหล็ก หนีไปอยู่กับแม่ม่ายในถิ่นกันดารแบบเป่าติ้งเนี่ย ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อ”
“แต่เรื่องที่พวกมันทำไว้เมื่อคืน ก็ใช่ว่าจะปล่อยผ่านได้—เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน รอโอกาสเมื่อไหร่ ค่อยคิดบัญชีคืนให้หมดทีเดียว !”
“ถ้าเหอต้าชิงมันหนีไปจริงล่ะก็ ยิ่งดีเลย !”
“ในตรอกเหอหยวนนี้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันซึ่งเป็นช่างกลระดับสูงของโรงงานเหล็ก จะเอาเด็กเปรตตัวเดียวไม่อยู่ ถ้าเป็นงั้นล่ะก็มันน่าขันเกินไปแล้ว !”
อี้จงไห่ยืดอกอย่างภูมิใจ ประโยคที่พูดออกมานั้น แม้จะดูโอ่อ่า แต่ก็พอมีเหตุผลอยู่บ้าง เขาไม่ใช่แค่ช่างกลธรรมดา แต่เป็นช่างกลระดับสูงของโรงงานเหล็ก ตำแหน่งที่มีอำนาจไม่น้อยในละแวกนี้
และสิ่งที่ทำให้เขามั่นใจยิ่งกว่าอะไร ก็คือ ‘หญิงชราหูหนวก’ ที่อยู่ในตรอกเหอหยวน จนทุกวันนี้ก็เคยมีประโยคเด็ดจากหญิงชราหูหนวกที่ว่า: ตอนที่เจี่ยจางซื่อยังเป็นสาว ก้าวเท้าเข้ามาในตรอกเหอหยวนแห่งนี้ หญิงชราหูหนวกก็คือ “ผู้อาวุโสสูงสุด” ของที่นี่แล้ว
ตราบใดที่อี้จงไห่ยังเลี้ยงดูหญิงชราหูหนวกไว้ ก็ไม่มีใครในตรอกนี้กล้ายุ่งกับเขาแน่นอน
แต่อย่างเดียวที่เขาไม่รู้คือ เหออวี่จู้ตอนนี้... ไม่ใช่แค่ “เด็กเปรตหัวโต” อีกต่อไปแล้ว
เพราะเหออวี่จู้ในตอนนี้ คือคนที่ได้มีโอกาส “มีชีวิตอีกครั้ง” ผ่านความเป็นความตายมาหนึ่งครา ทำให้เขาเข้าใจชีวิตลึกซึ้งยิ่งขึ้น
จะว่าไปแล้ว บนเส้นทางของชีวิต ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ชีวิตเมื่อผ่านประตูแห่งความตายมาได้ โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไปในสายตาเขา
ประสบการณ์ชีวิตและความเก๋าเกมของเขา ย่อมมากกว่าอี้จงไห่ในตอนนี้หลายช่วงตัว
และที่สำคัญที่สุด คือเขารู้จัก “นิสัยของคนในตรอกเหอหยวน” นี้ดียิ่งกว่าพวกมันรู้จักตัวเองเสียอีก
“ได้ครับ อาจารย์ ผมจะฟังท่าน”
“อย่างไรก็ต้องทำให้เจ้าโง่มันอยู่ไม่สุขแน่ !”
เจี่ยตงซวีพูดด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความคิดร้ายกาจที่กำลังรอเวลาปะทุออกมา...อี้จงไห่ฟังแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเกินเลยตรงไหน กลับรู้สึกดีด้วยซ้ำ ศิษย์ของเขายอมลุกขึ้นสู้เพื่ออาจารย์ แสดงว่ารู้จักคุณคน มีความกตัญญู
“ไม่ต้องห่วง คนดีแก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย !”
“แค่นายตั้งใจเรียนจากฉัน รีบเลื่อนระดับขึ้นมาให้ได้เร็วที่สุด วันหนึ่งนายจะได้ล้างแค้นแบบสาสมแน่นอน !”
“ตอนนั้น ทั้งนายกับฉันเป็นช่างกลระดับสูงกันทั้งคู่ ไม่ว่าใครหน้าไหนในตรอกแห่งนี้ ก็ไม่มีใครกล้าแตะเราได้ง่าย ๆ แน่นอน !”
อี้จงไห่ยังไม่วายวาดภาพอนาคตให้ศิษย์ดู เจี่ยตงซวีฟังแล้วตาเป็นประกาย รีบขอบคุณไม่หยุด พร้อมกับสาดคำเยินยอใส่อาจารย์ไม่ยั้ง มือก็กระดกสุราเข้าปาก
อีกไม่นาน หลิวฮุ่ยเจวียนก็ยกอาหารสองจานขึ้นโต๊ะ จานหนึ่งผัดไข่กับต้นหอม อีกจานผัดหมูกับพริกเขียว มีถั่วลิสงคั่วหนึ่งจาน กับยำผักเย็นอีกหนึ่งถ้วย
บอกได้คำเดียวว่าในตรอกเหอหนวยแห่งนี้ อาหารระดับนี้ ถือว่า “สุดยอด” แล้ว
บ้านคนธรรมดาไม่สามารถกินได้บ่อย ๆ แน่นอน
เห็นอาหารโต๊ะนี้ เจี่ยตงซวีก็ยิ้มแฉ่ง วันนี้ได้กินเนื้อแล้ว ! ทุกวันต้องกินเจจนปากจะด้านไปหมด
แต่พอพวกเขาดื่มเหล้ากันไปได้ไม่กี่จอก เจี่ยตงซวีกำลังเคี้ยวเนื้อด้วยใบหน้าปลื้มใจ จู่ ๆ กลิ่นหอมก็โชยมาจากทางบ้านตระกูลเหอ !
กลิ่นเข้มข้น หอมยั่วน้ำลาย แค่ได้กลิ่น น้ำลายก็ไหลไม่หยุดแล้ว เนื้อในปากที่เคี้ยวอยู่ ยังกับกลายเป็นเศษฟางไปเสียอย่างนั้น
“ไอ้แก่บ้านเหอนี่มันช่างเลวจริง ๆ !”
“ทำอาหารดี ๆ กินกัน ไม่เคยแม้แต่จะคิดเอาไปให้หญิงชราหูหนวกชิมสักคำ !”
“ต้นแบบเป็นยังไง ลูกก็ไม่ต่างกัน ไอ่โง่นั่นไม่มีวันมีอนาคตหรอก !”
อี้จงไห่ที่เพิ่งจะคีบเนื้อเข้าปาก แต่พอได้กลิ่นอาหารจากบ้านข้าง ๆ ถึงกับสะอึก วางตะเกียบกระแทกโต๊ะอย่างหงุดหงิด
เจี่ยตงซวีเห็นอาจารย์โมโห ก็รีบผสมโรง
“ใช่เลย ! ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็ลำบากกันทั้งนั้น !”
“บ้านพวกมันดีซะเหลือเกิน กินเนื้อกันไม่หยุด”
“เหอต้าชิงก็หิ้วข้าวกล่องกลับมาทุกวัน เจ้าโง่ก็เอามาอีกคน”
“แค่สามคน แต่กินข้าวกล่องกันตั้งสี่ห้ากล่อง ไม่กลัวท้องแตกตายหรือไง !”
หลิวฮุ่ยเจวียนนั่งข้าง ๆ ฟังคำพูดบิดเบี้ยวของสองอาจารย์ศิษย์ ก็ได้แต่เงียบ ไม่ออกความเห็น ยุคสมัยนี้ใครมีอะไรก็เก็บไว้กินเองกันทั้งนั้น
จะให้แบ่ง ? ฝันไปเถอะ แม้แต่บ้านของพวกเขาเอง ยังต้องซื้อตามโควตา มีเงินก็ใช่ว่าจะใช้ได้ตามใจ
แต่เธอไม่มีสิทธิ์พูดอะไรในบ้านนี้ แม้ใจจะไม่เห็นด้วย แต่ใบหน้าก็ยังเฉย ได้แต่กินเงียบ ๆ ไม่สนใจสองพ่อลูกจำแลงตรงหน้า
หลังจากบ่นไปพักหนึ่ง สุดท้ายก็กลับมากินต่ออยู่ดี ถึงจะไม่หอมเท่าอาหารข้างบ้าน แต่ก็ยังเป็น “ไข่กับเนื้อ” อยู่ดี
…
ในขณะเดียวกัน เหออวี้จู่ก็กำลังจัดจานอาหารที่ทำเสร็จอย่างประณีต
ทันใดนั้น เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
【ติ๊ง ! ยินดีด้วย ! ทักษะการทำอาหารเพิ่มขึ้นอีกระดับ ! ได้รับรางวัลขยายพื้นที่คลังพิเศษ เพิ่มขึ้นอีก 1 ลูกบาศก์เมตร ! 】