เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 เรียนภาษาต่างประเทศ , อวี่สุ่ยหิวเนื้อ !

บทที่ 20 เรียนภาษาต่างประเทศ , อวี่สุ่ยหิวเนื้อ !

บทที่ 20 เรียนภาษาต่างประเทศ , อวี่สุ่ยหิวเนื้อ !


บทที่ 20 เรียนภาษาต่างประเทศ , อวี่สุ่ยหิวเนื้อ !

ห้องสมุดที่นี่เงียบสงบมาก มีแค่เสียงกระดาษพลิกไปมาเบา ๆ ทุกคนก็พยายามรักษามารยาท ไม่เหมือนในยุคหลังๆ ที่ห้องสมุดกลายเป็นเหมือนตลาดสด มีเสียงวุ่นวาย เด็กวิ่งเล่นกันเสียงดังไม่หยุด ผู้ปกครองหลายคนก็ไม่สนใจลูก ปล่อยให้เด็ก ๆ วิ่งเล่นและส่งเสียงดังตามใจชอบ

ในยุคนี้ คนส่วนใหญ่กลับมีสมาธิกับการอ่านหนังสือมากกว่า เหออวี่จู้จัดการให้อวี่สุ่ยนั่งอยู่ในที่สบาย ส่วนเขาก็เปิดหนังสือคู่มือท่าไม้ตายปิกวกออกมาอ่านทันที

พอพลิกหน้าไปเรื่อยๆ เสียงจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างต่อเนื่อง

【ติ๊ง! ปลดล็อกทักษะใหม่ “ปิกวก”】

【ปิกวก +1 คะแนนประสบการณ์】

【ปิกวก +1 คะแนนประสบการณ์】

【ปิกวก +1 คะแนนประสบการณ์】

...

เหออวี่จู้อ่านอย่างตั้งใจ ไม่รีบเปลี่ยนไปอ่านเล่มอื่น ตั้งใจว่าจะเพิ่มเลเวลทักษะนี้ให้ถึงระดับ 2 ก่อน

แสงแดดลอดผ่านหน้าต่าง สาดส่องบนโต๊ะอ่านหนังสือ ตกกระทบอยู่บนหน้ากระดาษ เสียงพลิกหนังสือเบา ๆ กลายเป็นเสียงแห่งประสบการณ์ในหูเขา

ในหัวของเขา ความเข้าใจในทักษะปิกวกค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ

หลายคนในยุคหลังมักพูดว่า “กังฟูจีนล้มหายตายจากไปแล้ว” แต่แท้จริงแล้ว กังฟูไม่เคยสูญสลาย สิ่งที่เผยแพร่ออกมาข้างนอก มักเป็นแค่ท่าทางแสดงให้ดูสวยงาม คนที่ฝึกจริงจังไม่เคยเปิดเผยของจริงออกมา

เพราะกังฟูที่แท้จริงไม่ใช่แค่ท่าทางสวยงาม แต่เป็นทักษะการ “ฆ่าคน” ที่แท้จริง ผู้ฝึกจึงไม่ใช้มันในเรื่องไร้สาระ ถ้าใช้เมื่อไหร่ ก็หมายถึงชีวิตและความเป็นตายจริงจัง

แต่ในสังคมที่มีกฎหมายเข้มงวด ไม่มีใครอยากเจ็บตัวหรือโดนฆ่าเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นวิชากังฟูแท้จริงจึงเก็บเป็นความลับสุดยอด อาจจะเป็นคุณตาคุณยายที่ถือหอบหิ้วตะกร้าผักในตลาด หรือเป็นสาวสวยที่เต้นอยู่บนเวที แต่พอลงจากเวทีแล้ว อาจเป็นนักสู้ผู้แข็งแกร่งที่สามารถใช้สองขาฆ่าคนได้

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหออวี่จู้จดจ่ออยู่กับภาพประกอบท่าปิกวกจนจบเล่ม ถึงจะลุกขึ้นตรงหลัง พร้อมถอนหายใจยาว

แล้วก็เปิดหน้าจอระบบดู พบว่าเลเวลทักษะปิกวกเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 2 แล้ว

【เจ้าของระบบ: เหออวี่จู้】

【อายุ: 16 ปี】

【อาชีพ: พ่อครัว】

【ทักษะ: ทำอาหาร 5 (821/3000), งานบ้าน 2 (10/300), ปิกวก 2 (2/300)】

【พื้นที่เก็บของ: 5 ลูกบาศก์เมตร】

“ดีมาก ๆ !”

“มีทักษะใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง พอกลับบ้านแล้ว ก็จะฝึกท่าต่อสู้เช้าเย็น เพื่อเก็บเลเวลเพิ่ม”

“ถ้าได้เลเวล 5 เมื่อไหร่ พื้นที่เก็บของในระบบก็จะขยายออกไปอีก”

“คราวนั้นก็จะเก็บของได้เยอะขึ้นอีกเยอะเลย”

เวลาภายในระบบจะหยุดนิ่งตลอด แม้จะเก็บของมีชีวิตไม่ได้ แต่ของที่ไม่อยากให้คนอื่นเห็น อย่างของเก่าโบราณหรือทองคำ ก็สามารถเก็บไว้ในนั้นได้สบาย ๆ

ถ้าอนาคตมีโอกาส เขาก็อยากสะสมของพวกนี้ไว้ แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะทุ่มเวลาให้กับเรื่องสะสมของเก่าเหล่านี้มากนัก ถ้ามีก็ดี ถ้าไม่มี ก็ไม่เป็นไร

เพราะเขาเชื่อว่าด้วยระบบนี้ ชีวิตของเขาจะไม่ลำบากอย่างที่เคยเป็นอีกแล้ว

“อืม ?”

เหออวี่จู้เหลือบไปเห็นอวี่สุ่ย  เด็กน้อยนั้นกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ หลับสนิทไปแล้ว

ชัดเจนเลยว่า อวี่สุ่ยนี่เป็นคนที่แค่เห็นหนังสือก็หลับได้ง่าย ๆ แต่ตอนนี้ยังเด็กอยู่ พอขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จริง ๆ เขาจะเริ่มจับตามองความก้าวหน้าในเรื่องการเรียนของเธออย่างจริงจัง ห้ามปล่อยให้เธอหย่อนยาน ชาตินี้ เขาไม่ได้แค่เปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเองเท่านั้น แต่จะทำให้อวี่สุ่ยมีชะตาชีวิตเปลี่ยนตามไปด้วย อย่างน้อยก็ต้องสอบติดมหาวิทยาลัยสักแห่งแม้จะไม่ถึงขั้นมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง มหาวิทยาลัยซือหมู่หรือเป่ยต้า แต่ก็ต้องเป็นมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าแน่นอน

เหออวี่จู้ขยับร่างกายให้คล่องตัวขึ้น แล้วก็เปิดหนังสือคู่มือการฝึกฝนปาจี้ออกมาอ่านอย่างตั้งใจอีกครั้ง

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในหน้าจอระบบก็มีสัญลักษณ์เด้งขึ้น ปลดล็อกทักษะใหม่อีกอัน ซึ่งเลเวลก็ทะลุไปถึงระดับ 2 แล้วเหมือนกัน

เขามองเวลาที่นาฬิกาบนผนังห้องสมุด ตอนนี้แค่สิบโมงเท่านั้น

ในยุคนี้ ไม่มีใครถือโทรศัพท์มือถือในมือ นาฬิกาข้อมือยังถือเป็นของหรูราคาแพง ดังนั้น ในสถานที่สาธารณะต่าง ๆ จึงมักจะติดตั้งนาฬิกาไว้ให้คนดูเวลาได้สะดวก

“อ้อ ต้องหาโอกาสไปซื้อซักเรือนแล้วล่ะ”

“ไม่มีมือถือ ทำให้ดูเวลาได้ไม่สะดวกเลยจริง ๆ”

“แต่นาฬิกาข้อมือก็ราคาแพงเหมือนกันนะ”

“เงินเก็บที่มีก็แค่ห้าร้อย ยังต้องวางแผนใช้ให้รอบคอบ”

ตอนแรกเขาคิดว่าเงินเก็บห้าร้อยกว่านี้คงพอใช้ไปได้พักใหญ่ แต่พอมองจริง ๆ แล้ว ดูเหมือนจะไม่พอซะแล้ว

เรื่องตกปลา น่าจะต้องนำมาเป็นหนึ่งในแผนชีวิตแล้วล่ะ คนอื่นตกปลาเพื่อลดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร แต่เขาไม่เหมือนใคร เพราะมีระบบช่วยเหลือ ตกปลาเมื่อไหร่ ต้องได้ผลตอบแทนที่ดีกว่านั้นแน่นอน

เมื่อได้ปลา ก็สามารถนำไปขายในตลาด แลกเป็นเงินเพิ่มอีกทางหนึ่งได้

อวี่สุ่ยยังหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ ยังพอมีเวลาอีกหน่อย เหออวี่จู้จึงไม่ได้ปลุกเธอ เขาเอาหนังสือสองเล่มที่อ่านจบแล้วกลับไปวางไว้ที่เดิม จากนั้นก็หยิบหนังสือเรียนภาษาต่างประเทศมาอีกสองเล่ม เล่มหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษระดับเบื้องต้น อีกเล่มเป็นภาษารัสเซียระดับเบื้องต้น

ไม่ว่าอนาคตจะทำอะไร สองภาษานี้ล้วนมีประโยชน์มาก ที่ร้านเฟิงเจ๋อหยวนเองก็มีคนรัสเซียและชาวต่างชาติเข้าออกอยู่เป็นประจำ บางทีอาจจะได้ใช้จริงเมื่อไหร่ก็ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ารัสเซียแตกแยกในอนาคต เขาอาจจะได้รับประโยชน์โดยไม่คาดคิดก็ได้

สรุปแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร การเรียนรู้ไว้ก่อน ย่อมไม่มีทางเสียหายแน่

ยิ่งทักษะเยอะยิ่งดี อย่างน้อยก็ได้ขยายพื้นที่เก็บของในระบบไปในตัวด้วย

เขานั่งกลับไปที่เดิม เห็นอวี่สุ่ยยังนอนหลับอยู่ก็ยิ้มเบา ๆ  ไม่คิดจะรบกวนเธอ เขาอยู่เงียบ ๆ ต่อไป

เวลาผ่านไปรวดเร็วราวสายน้ำ หนังสือเรียนภาษาทั้งสองเล่ม หนาและยาวกว่าหนังสือปิกวกและปาจี้หลายเท่า  แต่เขาก็ไม่ได้อ่านจนจบเล่ม แต่อ่านแค่เพิ่มเลเวลทักษะขึ้นมาก่อน พออ่านทักษะภาษาอังกฤษเสร็จ ก็หยิบหนังสือภาษารัสเซียมาอ่านต่อ

จนเวลาล่วงเลยมาถึงสิบเอ็ดโมงครึ่ง อวี่สุ่ยก็ลืมตาตื่นขึ้น เธอขยี้ตาเบา ๆ ด้วยความงัวเงีย เงยหน้าขึ้นมองเหออวี่จู้ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา ๆ ว่า “พี่ชาย ยังอ่านไม่จบอีกเหรอ ?”

“เมื่อไหร่เราจะไปกินข้าวข้างนอก ? ฉันหิวแล้วนะ !”

ตอนนี้อวี่สุ่ยกลายเป็นเจ้าหมูน้อยขี้เกียจอย่างแท้จริง กินนอน นอนกินไม่หยุดเลย

เหออวี่จู้จึงกันไปมองนาฬิกา ก็เห็นว่าเวลาใกล้เที่ยงพอดี จึงวางหนังสือลงทันที คว้าหนังสือสองเล่ม แล้วพาอวี่สุ่ยลุกขึ้น เดินออกไปที่ทางออก

ที่หน้าประตู เมื่อเขาทำเรื่องยืมหนังสือเสร็จสรรพ ก็พาอวี่สุ่ยออกจากห้องสมุดไป

“อวี่สุ่ยอยากกินอะไรอร่อย ๆ ดีล่ะ ?” เหออวี่จู้วางอวี่สุ่ยไว้บนแฮนด์หน้าของจักรยาน แล้วก้มถาม

เด็กน้อยเอียงคอคิดอยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดี แต่อย่างเดียวที่รู้แน่ ๆ คือ อยากกินของอร่อย  ๆ

อะไรอร่อยที่สุดล่ะ? แน่นอนว่าต้องเป็นเนื้อ !

เธอจึงพูดออกมาว่า “พี่ชาย ฉันอยากกินเนื้อ ๆ !”

ได้ยินแบบนี้ เหออวี่จู้ก็รู้ทันที สมแล้วที่เป็นเจ้าหมูจอมตะกละของเขา

“ดี ! ไปกันเลย พี่จะพาไปกินเนื้อกัน !”

พูดจบ เขาก็ถีบจักรยานขึ้นขี่อย่างรวดเร็ว พาอวี่สุ่ยนั่งอยู่ข้างหน้า ตรงไปที่ตลาดตงอัน เพื่อกินหม้อไฟร้อน ๆ อย่างจุใจ !

จบบทที่ บทที่ 20 เรียนภาษาต่างประเทศ , อวี่สุ่ยหิวเนื้อ !

คัดลอกลิงก์แล้ว