เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ปรับเปลี่ยนธรรมเนียม พลิกวิถีชีวิต !

บทที่ 10 ปรับเปลี่ยนธรรมเนียม พลิกวิถีชีวิต !

บทที่ 10 ปรับเปลี่ยนธรรมเนียม พลิกวิถีชีวิต !


บทที่ 10 ปรับเปลี่ยนธรรมเนียม พลิกวิถีชีวิต !

หลังจากเก็บสมุดบัญชีไว้เรียบร้อย

เหออวี่จู้ก็จัดการกับอาหารที่เหลือจนหมด พออิ่มหนำสำราญก็ล้างจานเก็บครัวตามระเบียบ ค่าประสบการณ์ด้านงานบ้านก็พุ่งขึ้นอีกนิด

แล้วเขาก็กลับเข้าไปนั่งพักในห้องแต่ยังไม่ทันได้นั่งเต็มก้น เสียงพ่อก็ดังขึ้นมาจากมุมหนึ่งของห้อง

“พรุ่งนี้แกไปบอกอาจารย์ของแกด้วย ว่าจะลาหยุดวันมะรืนนี้”

“พ่อจะพาไปซื้อจักรยาน แล้วก็โอนบ้านให้แกเลย”

เหออวี่จู้เงยหน้ามองพ่อแบบงง ๆ “อะไรนะพ่อ ? ไม่ใช่ว่าจะรอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก่อนเหรอ ?”

“แม่ม่ายไป๋เขาไม่อยากรอแล้วสิ พอฉันพาแกไปธุระเสร็จ ก็จะไปอาศัยญาติเขาอยู่ แกคิดดู อยู่บ้านคนอื่นทุกวัน มันจะดีได้ไง ? ฉันก็เลยว่าจะไปเร็ว ๆ นี้ล่ะ”

เหออวี่จู้ถอนหายใจยาว แม่ม่ายไป๋นั่นกลัวพ่อเขาจะเปลี่ยนใจจนตัวสั่น เลยรีบเร่งทุกอย่างให้เสร็จสิ้น แต่ถ้าพ่อเขาตามไปถึงเป่าติ้งเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การกลับมาอีกทีก็สายเกินแก้แล้ว

“พ่อแน่ใจแล้วเหรอว่าจะไปจริง ๆ ?”

“เรื่องของพ่อ แกไม่ต้องมายุ่ง แค่ดูแลตัวเองกับน้องให้ดีก็พอ พอพ่อไปถึงโน่นแล้ว จะส่งเงินมาให้ทุกเดือนแน่นอน”

เห็นพ่อพูดตัดบทแบบไม่เปิดช่องให้ต่อรอง เหออวี่จู้ก็ไม่เซ้าซี้อีกต่อไป “งั้นก็แล้วแต่พ่อแล้วกัน ขอแค่พ่ออย่ามาเสียใจทีหลังก็พอ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะขอลางานไว้ให้”

พูดจบ เหอต้าชิงก็ยกแก้วชาดื่มอีกสองคำ แล้วออกจากบ้านไปทันที

ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องแอบไปหากันอีกแล้ว จะไปหานางแม่ม่ายไป๋ ก็ไม่ต้องหลบหลีกอะไรอีก

วันต่อมาเหออวี่จู้ตื่นแต่เช้า อาบน้ำล้างหน้าแต่งตัวเรียบร้อย เดินตรงไปยังร้านอาหารเฟิงเจ๋อหยวนตามปกติ พอเห็นอาจารย์หลี่เว่ยกั๋วเดินเข้ามา เขาก็รีบเดินไปหาแล้วพูดขึ้นว่า “อาจารย์ ผมมีเรื่องจะรบกวนหน่อยครับ ออกไปคุยข้างนอกแป๊บนึง”

พอออกมายืนกันข้างนอก เหออวี่จู้ก็เล่าความจริงแบบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม “ผมจะขอลางานวันพรุ่งนี้ครับ พ่อผมกำลังจะย้ายไปอยู่ที่เป่าติ้งกับแม่ม้ายคนหนึ่ง ก่อนเขาไป เขาจะซื้อจักรยานให้ผม แล้วก็จะโอนบ้านให้ผมด้วย ผมต้องไปจัดการเรื่องพวกนี้ครับ”

พอพูดจบ หน้าของหลี่เว่ยกั๋วก็ถมึงทึงขึ้นมาทันที “พ่อแกจะทิ้งแกกับน้องไปเฉย ๆ แบบนี้เลยเหรอ ? ไอ้สารเลว ! อย่างนี้ยังจะเรียกตัวเองว่าพ่ออีกเหรอ ? ! ลูกสาวก็ยังเล็กอยู่แท้ ๆ เขาทำได้ลงคอ !”

แต่ถึงจะโกรธแค่ไหน ในฐานะอาจารย์ก็ยังต้องรักษากิริยาต่อหน้าศิษย์ เลยได้แต่กลืนความโกรธไว้ กำหมัดแน่น พ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมา

เหออวี่จู้กลับหัวเราะออกมาอย่างเบาใจ

“ฝนจะตกก็ห้ามไม่ได้ ผู้หญิงจะไปแต่งงานใหม่ก็เหมือนกันนั่นแหละครับ”

“ถึงเขาไม่อยู่ ผมก็ดูแลตัวเองกับน้องได้แน่นอนครับ”

คำพูดนี้ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับแทงใจดำหลี่เว่ยกั๋วเข้าอย่างจัง เหออวี่จู้อายุแค่สิบหก กลับต้องกลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ใครจะไม่สงสารได้ลงกันล่ะ ?

“ลาหยุดได้ ! ไม่ต้องห่วง ! ต่อให้ไม่มีพ่อแก แกก็ยังมีอาจารย์อย่างฉันอยู่ ! อย่างที่เขาว่าไว้ หนึ่งวันเป็นอาจารย์ ก็เหมือนเป็นพ่อไปตลอดชีวิต อาจารย์ไม่ใช่คนมีอะไรมากมาย แต่ถ้าฉันมีกิน แกสองพี่น้องก็ไม่มีวันอด”

คำพูดหนักแน่น มั่นคง ไม่มีคำไหนที่หลี่เว่ยกั๋วพูดออกมาแล้วไม่จริงใจ

“ขอบคุณครับอาจารย์ ไม่ต้องห่วงครับ พ่อผมให้เงินมาไว้ห้าร้อยแล้ว ยังรวมเงินเดือนที่ผมทำงานมาอีกสามปี เงินก้อนนี้ก็เพียงพอให้ผมกับน้องอยู่ได้จนกว่าผมจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว”

“ดีมาก ! มีอะไรลำบากก็มาบอกอาจารย์ แต่อย่าทนเก็บไว้คนเดียวล่ะ !”

ตอนนั้นเอง ในใจหลี่เว่ยกั๋วก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ถ้าหากเขาช่วยให้เหออวี่จู้ได้เลื่อนเป็นพ่อครัวใหญ่ไวขึ้น ก็จะช่วยบรรเทาภาระทางบ้านของเขาได้ไม่น้อย

เขาจึงตัดสินใจ ถ้าเหออวี่จู้ขึ้นเตาเมื่อไหร่ เขาจะสอนเทคนิคการทำอาหารเสฉวนให้ทันที !

วันต่อมา เหออวี่จู้ก็ออกไปกับพ่อ ซื้อจักรยานยี่ห้อ "หย่งจิ่ว" ราคา 160 หยวนจากร้านสหกรณ์ ซึ่งพนักงานยังเตือนว่า “อย่าลืมไปลงทะเบียนที่โรงพักให้ตีแผ่นเหล็กด้วยล่ะ ไม่งั้นโดนจับตรวจกลางถนนเอาได้ !”

เขาก็พยักหน้ารับ จากนั้นก็พาพ่อไปที่โรงพัก ลงทะเบียนตามขั้นตอน

ระหว่างทาง เหอต้าชิงยังอดสงสัยไม่ได้ว่า “เฮ้ย แล้วแกเรียนขี่จักรยานมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ?”

เหออวี่จู้ก็ตอบไปแบบไม่สะทกสะท้าน “ตอนอยู่เฟิงเจ๋อหยวนครับ ผมเอาจักรยานของอาจารย์ฝึกซ้อมทุกวันเลย”

ได้ยินแบบนั้น เหอต้าชิงก็ไม่ติดใจอะไรอีก ถือว่าเข้าใจได้อยู่

หลังจากทำเรื่องที่โรงพักเสร็จ สองพ่อลูกก็ตรงไปที่สำนักงานการจัดการทหาร เพื่อโอนบ้านในทะเบียนให้เสร็จสิ้น สมุดบ้านเล่มเก่า ขีดฆ่าชื่อพ่อทิ้ง เปลี่ยนเป็นชื่อเหออวี่จู้แทน

และตั้งแต่บัดนั้น บ้านสองหลังในชุมชนซื่อเหอหยวน จึงกลายเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อย เห็นว่าใกล้เที่ยง สองพ่อลูกจึงแวะกินข้าวที่ร้านอาหารข้างทาง สั่งกับข้าวมาอย่างละหนึ่งอย่าง เนื้อหนึ่ง ผักหนึ่ง

หลังจากอิ่มหนำ เหอต้าชิงก็พูดขึ้นว่า “แกกลับบ้านไปก่อนได้เลยนะ พ่อมีธุระนิดหน่อย”

เหออวี่จู้เหล่ตามอง แล้วแอบด่าในใจ

ธุระบ้าอะไรล่ะ ! ก็แค่จะไปหาแม่ม่ายไป๋คนงามนั่นอีกล่ะสิ !

จบบทที่ บทที่ 10 ปรับเปลี่ยนธรรมเนียม พลิกวิถีชีวิต !

คัดลอกลิงก์แล้ว