- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 8 สกิลระดับห้า เปิดใช้งานพื้นที่มิติ !
บทที่ 8 สกิลระดับห้า เปิดใช้งานพื้นที่มิติ !
บทที่ 8 สกิลระดับห้า เปิดใช้งานพื้นที่มิติ !
บทที่ 8 สกิลระดับห้า เปิดใช้งานพื้นที่มิติ !
หลี่เว่ยกั๋วพิงพนักเก้าอี้ เอนหลังอย่างสบายอารมณ์ ฟังเสียงชื่นชมจากลูกน้องแต่ละคน ใบหน้าของเขายิ้มจนแทบจะบานเป็นดอกไม้
คนเป็นพ่อยังอยากเห็นลูกเป็นมังกร เขาเป็นอาจารย์ ก็ย่อมอยากเห็นศิษย์ก้าวไกลกว่า เหนือกว่าตัวเขาเองเสียอีก
ตอนนี้พอได้ยินพวกเขาชื่นชมกันสนั่น เจ้าตัวก็ยิ้มจนหุบไม่ลง “เอาล่ะ ๆ กินข้าวให้เสร็จ เดี๋ยวยังมีงานต้องทำอีกเยอะ”
“เรื่องให้อวี่จู้ขึ้นเตา ฉันจะไปขอคำอนุมัติจากเจ้าของร้านก่อน”
“พวกแกน่ะ อย่าเพิ่งดีใจกันไปใหญ่ รีบกินข้าวก่อน เดี๋ยวเย็นหมดแล้วไม่อร่อย”
หลี่เว่ยกั๋วสั่งกำชับ ทุกคนก็พากันเงียบเสียง ก้มหน้าก้มตาจัดการมื้อกลางวันกันอย่างจริงจัง
เหออวี่จู้ก็เช่นกัน กินเงียบ ๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เพราะเขารู้ดีว่าตราบใดที่งานของเขาทำออกมาดี ไม่ต้องพูดอะไร อาจารย์อย่างหลี่เว่ยกั๋วก็จะเป็นคนผลักดันเขาเอง
นี่แหละคือ "อาจารย์" ในยุคนี้ต่างจากยุคหลัง ที่อาจารย์ไม่กล้ารับศิษย์ เพราะกลัวศิษย์เก่งกว่า แย่งอาชีพตัวเอง
เหมือนในชาติก่อน ตอนเขารับเสี่ยวผ่าง (เจ้าอ้วนน้อย) เป็นศิษย์ เพราะเห็นว่าฐานะทางบ้านอีกฝ่ายยากจน แต่สุดท้ายเขากลับโดนหักหลัง
ตอนนั้นเถียนเจียเฉิงเปิดร้านอาหารใหม่ และชวนเขาไปเป็นหัวหน้าพ่อครัว
เขาเลยเมตตาไม่พาเจ้าหม่าฮัว ศิษย์โตไปด้วย แต่พาเสี่ยวผ่างไปแทน
แต่ใครจะคิดว่าเสี่ยวผ่างจะไปจับมือกับเถียนเจียเฉิงและภรรยาของเขา ร่วมกันหักหลังเขา อาจารย์ที่เมตตาที่สุดของมัน
แม้สุดท้ายพวกนั้นจะจบไม่สวย แต่ก็ถือว่าเป็นบทเรียนที่หนักสำหรับเขาไม่น้อย
ไม่เหมือนยุคนี้ อาจารย์กับศิษย์ ผูกพันกันดั่งพ่อลูก เชื่อใจ ศรัทธา และรักใคร่จริงใจต่อกัน
…
หลังจากอิ่มแปล้ เหออวี่จู้ก็ออกไปเดินเล่น สูดอากาศ กะให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย แล้วก็กลับมาที่หลังครัว เริ่มต้นทำงานอีกครั้ง
“มันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ด” เป็นเมนูที่มีคนสั่งมากที่สุด แน่นอนว่าวัตถุดิบที่เตรียมไว้ตั้งแต่เช้า ก็คงไม่พอแน่นอน เขาจึงเลยเริ่มล้างมันฝรั่งใหม่ เพื่อเตรียมไว้เติมในครั้งถัดไป
แม้เมื่อเช้าจะโดนชมมาเพียบ แต่เหออวี่จู้กลับไม่มีท่าทีเย่อหยิ่งแม้แต่น้อย
ยิ่งถูกชม เขาก็ยิ่งยึดหลัก "ถ่อมตัวในการใช้ชีวิต มั่นใจในการลงมือทำ"
“พี่หวัง เดี๋ยวเรื่องมันฝรั่งผมจัดการเอง พี่ไปเตรียมเครื่องอื่นเถอะครับ”
เขายิ้มให้หวังเฉียงที่กำลังทำงานอยู่ข้าง ๆ
ทุกคนในครัวไม่ค่อยชอบทำมันฝรั่ง เพราะต้องล้าง ต้องปอก ต้องหั่นเป็นเส้น ๆ เสียเวลาสุด ๆ
“ได้เลย งั้นฝากด้วยนะ นายจะได้ขึ้นเตาแล้ว ยังไงฉันก็อิจฉาอยู่ดีแหละ” หวังเฉียงพูดแบบแฝงอารมณ์อิจฉานิด ๆ
เขาแก่กว่าเหออวี่จู้ปีหนึ่ง แต่เข้ามาทีหลัง ยังต้องเป็นลูกมืออีกปี ถึงจะมีสิทธิ์ขึ้นเตาใหญ่เหมือนกัน
“ปีเดียวแป๊บเดียวเองครับ พี่ดูผมสิ สามปีผ่านไปไวเหมือนโกหก”
ใช่ การเป็น‘ลูกมือ 3 ปี’ คือกฎเหล็ก ต่อให้มีฝีมือมากแค่ไหน ก็เปลี่ยนกฎนี้ไม่ได้ แม้แต่หลี่เว่ยกั๋วเอง ก็ไม่เคยคิดจะละเมิดกฎนี้
เหออวี่จู้เริ่มลงมือขัดมันฝรั่งต่อ ขณะเดียวกัน เสียงระบบในหัวของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【ติ๊ง! สกิลทำอาหารเลเวล 5 เปิดใช้งานฟังก์ชัน “พื้นที่มิติ”】
【พื้นที่เริ่มต้น: 5 ลูกบาศก์เมตร】
【หมายเหตุ: 1. ทุกสกิลเมื่ออัปถึงเลเวล 5 จะขยายพื้นที่มิติได้ / 2. สกิลเมื่อถึงระดับหนึ่ง ก็ขยายพื้นที่ได้เช่นกัน】
ทำเอาเหออวี่จู้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความยินดีล้นใจ
โชคดีที่ตอนนั้นเขากำลังงุดหัวทำงาน ไม่มีใครเห็นสีหน้าที่กำลังเปี่ยมสุขของเขา ไม่งั้นคงคิดว่าเขาแอบนึกถึงหญิงงามหรือเรื่องดีอะไรอยู่แน่ ๆ
เขาอยากลองใช้ฟังก์ชันใหม่นี่ใจจะขาด แต่เพราะยังอยู่ที่ทำงาน จึงต้องอดใจไว้ก่อน…รอเลิกงาน แล้วค่อยกลับไปลองที่บ้าน
แต่สุดท้ายเขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบเปิดดูหน้าข้อมูลของระบบ
【ผู้ใช้งาน: เหออวี่จู้】
【อายุ: 16 ปี】
【อาชีพ: พ่อครัว】
【สกิล: ทำอาหาร LV.5 (1/3000), งานบ้าน LV.1 (10/100)】
【พื้นที่มิติ: 5 ลบ.ม.】
เพียงแค่เห็นตัวเลขในแถบค่าประสบการณ์ เหออวี่จู้ก็หน้าเจื่อน เลเวล 5 ต้องใช้ถึง 3,000 แต้ม ตอนเลเวล 1 ยังใช้แค่ 100 แต้มเอง
ชัดเจนเลยว่า ยิ่งเลเวลสูง ก็ยิ่งไต่ยาก
ช่วงแรก ๆ แค่ล้างผัก หั่นหมู ก็ได้แต้มแล้ว แต่ตอนนี้ต้องล้างมันฝรั่งตั้ง 4-5 ลูก ถึงจะได้หนึ่งแต้ม
นั่นก็แปลว่า ระบบไม่อยากให้เขาหมกมุ่นอยู่แค่สกิลเดียว มันกำลังผลักดันให้เขาเป็น “สายอเนกประสงค์” เป็นคนที่ "ทำได้ทุกอย่าง"
เขาเริ่มคิดแล้วว่า หลังจากนี้ต้องพัฒนาอีกหลายทักษะ ไม่ใช่แค่ทำอาหาร
และตอนที่ได้ทำอาหารมื้อเที่ยง เขาก็สังเกตว่า “เลเวล 4” ของเขา ก็ใกล้เคียงกับฝีมือสูงสุดในชาติที่แล้วแล้ว พอได้ “เลเวล 5” ก็คงเทียบเท่าหรือเก่งกว่าตัวเองในอดีตด้วยซ้ำ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกสะเทือนใจนิด ๆ ชาติก่อนทั้งชีวิตกว่าจะมาถึงจุดนั้นได้ไม่ง่ายเลย แต่ชาตินี้ใช้เวลาแค่ 2 วัน ก็เกินกว่าชาติที่แล้วแล้ว
แต่เขาไม่ใช่คนที่มานั่งเสียเวลาเสียดายอดีต
เขาสูดลมหายใจลึก แววตาแน่วแน่
“การเปลี่ยนโชคชะตา ไม่ใช่แค่หนีจากคำดูถูก ไม่ใช่แค่ลบชื่อคนโง่งม หรือเอาคืนพวกเดนมนุษย์เหล่านั้น
แต่ต้องเปลี่ยนทั้งชีวิตของฉันไปทั้งหมด...พ่อครัวไม่ใช่จุดหมายสุดท้ายของฉันเด็ดขาด ! ”
เขาหันสายตาไปมองโลกเบื้องหน้าที่กว้างใหญ่ไพศาล และเต็มไปด้วยโอกาส
ประเทศกำลังเริ่มเข้าสู่การพัฒนาโดยเฉพาะโรงงานเหล็กที่เขารู้จักดี
ในชาติที่แล้ว เขาเคยได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลสำคัญคนนั้น แม้ชายผู้นั้นจะไม่เคยบอกว่าตนเป็นใคร แต่เหออวี่จู้ย่อมรู้ดีว่าเขาจะต้องเป็น “คนระดับสูง”แน่นอน
ดังนั้นในชาตินี้ เขาจะไม่ลืมบุญคุณนั้น ยิ่งเมื่อมีระบบอยู่ในมือ บางทีเขาอาจจะช่วยดันให้คนผู้นั้น…ไม่ตกอยู่ในชะตากรรมอันโหดร้ายเหมือนในอดีตก็ได้