เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 สลัดชื่อเสีย เริ่มฝึกทำอาหารเที่ยง !

บทที่ 6 สลัดชื่อเสีย เริ่มฝึกทำอาหารเที่ยง !

บทที่ 6 สลัดชื่อเสีย เริ่มฝึกทำอาหารเที่ยง !


บทที่ 6 สลัดชื่อเสีย เริ่มฝึกทำอาหารเที่ยง !

แม้จะได้ยินคำสัญญาเต็มปากเต็มคำจากปากพ่อแท้ ๆ อย่างเหอต้าชิง

แต่เหออวี่จู้ (หรือที่ใคร ๆ เรียกติดปากว่า เสี่ยวสั่วจู้-ผู้โง่เขลา)

กลับไม่ได้นำมาใส่ใจนัก

เพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่าพ่อคนนี้ ต่อให้พูดว่าจะส่งเงินจากเป่าติ้งมาให้ทุกเดือน

แต่เอาเข้าจริง...ใช่ว่าจะง่ายอย่างคำพูดที่สวยหรู

ไหนจะต้องเจอกับนังแม่ม่ายไป๋หน้าเนื้อใจเสือ แถมยังมีลูกติดอีกสี่ห้าคน ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ของขวัญจากสวรรค์

ในชาติก่อน เหอต้าชิงก็ใช่ว่าจะสุขสมตามฝัน สุดท้ายเมื่อแม่ม่ายไป๋ตาย ยังไม่ทันได้เผาศพ ลูกติดนั่นก็ร่วมมือกันโยนเขาออกจากบ้านราวกับเศษขยะ ไร้ที่ไป ต้องกลับมาขอพึ่งลูกชายคนนี้อีกครั้ง

ตอนนั้น ตัวเขาเองก็ดันเผลอหลงเชื่อคนง่าย โดนอี้จงไห่ล้างสมองเข้าไปเต็ม ๆ “ในโลกนี้ ไม่มีพ่อแม่ที่ไม่ดี มีแต่ลูกที่อกตัญญู”

เฮอะ ! พูดซะสวย สุดท้ายก็กลายเป็นไอ้คนโง่ผู้น่าสงสาร คนที่ใครก็จูงจมูกได้ง่าย ๆ

“พ่อ...การที่พ่อเลือกไปเป่าติ้งกับแม่ม่ายไป๋คนนั้น มันไม่ใช่เรื่องฉลาดหรอก”

“ยังไงสักวัน พ่อก็จะต้องเสียใจที่เลือกแบบนี้แน่”

เหออวี่จู้เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบแต่แฝงความรู้ลึก ไม่ลืมที่จะทิ้งคำแนะนำแบบผู้มองเห็นอนาคต “ถ้าพ่อยังเชื่อผมอยู่บ้าง แม้สักนิด ก็ขอให้คิดให้รอบคอบเถอะ”

“ต่อให้ต้องไปเป่าติ้งจริง อย่างน้อยก็อย่าโอนทะเบียนบ้านตามไปด้วย”

“อีกไม่นาน ประเทศต้องตั้งรัฐบาลท้องถิ่นขึ้นแน่ และแน่นอนว่าปักกิ่ง ในฐานะเมืองหลวง จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว”

“อนาคตอันใกล้นี้ ทะเบียนบ้านในปักกิ่งจะมีค่ายิ่งกว่าทองคำเสียอีก”

คำพูดที่ตรงไปตรงมานั้น ทำเอาเหอต้าชิงชะงักนิ่ง สายตาที่เคยมองลูกชายว่า "โง่และซื่อ" ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไป หรือว่าที่ผ่านมาตัวเองไม่เคยเข้าใจลูกชายคนนี้เลย ?

“เสี่ยวสั่วจู้...”

“ไอ้หยา ! พ่อยังจะเรียกผมว่าเสี่ยวสั่วจู้อีกเหรอ ?” เหออวี่จู้โพล่งขึ้นมาทันควัน สีหน้ารำคาญปนตัดพ้อ “พ่อรู้ไหม ตั้งแต่พ่อเรียกผมแบบนั้น ทุกคนในซื่อเหอหยวนก็พากันเรียกตามหมด !”

“โตขึ้นใครจะเอาผมเป็นลูกเขยล่ะ ? จะมีเมียสักคน คนอื่นก็จะหัวเราะลับหลังว่าผม ‘เสี่ยวสั่วจู้’”

“ผมมีชื่อมีนามนะ ! จะเรียกชื่อผมดี ๆ มันยากตรงไหน ?”

เด็กชายที่ถูกตราหน้าว่า ‘โง่’ มาทั้งชีวิต ในชาตินี้ขอเป็นคนเริ่มเปลี่ยนโชคชะตาด้วยตัวเอง จะไม่ยอมเป็นคนโง่งมอีกต่อไป !

“ฮ่า ๆ ๆ โอเค ๆ พ่อผิดเอง”

“ตั้งแต่นี้ไปจะเรียกจู้เอ๋อก็แล้วกันนะ”

เหอต้าชิงหัวเราะแห้ง ๆ พลางยกมือยอมรับผิด ไม่ลืมที่จะสั่งเสียเบา “พ่อไปแล้ว...ฝากดูแลน้องสาวด้วยนะ อย่าให้ต้องเลิกเรียนกลางคันล่ะ”

น่าประหลาดใจที่ผู้เป็นพ่อคนนี้กลับเอ็นดูน้องสาวยิ่งกว่าเขาเสียอีก ของกินดี ๆ ล้วนยกให้เธอ ไม่ต่างจากไข่ในหิน

เหออวี่จู้ถอนหายใจ แต่ก็ยิ้มให้เบา “ไม่ต้องห่วง ผมจะให้เธอเรียนจนจบมหา’ลัยเลยด้วยซ้ำ”

“ถ้าพ่อยังลังเล...ก็ไม่ต้องไปก็ได้นะ ?”

เขาแกล้งพูดยั่ว แต่พ่อกลับเพียงยิ้มแห้ง ๆ ลูบจมูกตัวเองเบา ๆ

“โอเค ไปนอนได้แล้ว เปิดประตูไว้ให้ฉันด้วย ฉันจะออกไปเดินเล่นย่อยอาหารสักหน่อย”

หลังจากที่เหอต้าชิงพูดจบ เขาก็ยืนขึ้นและเดินออกไปข้างนอกทันที

ทั้งสองต่างรู้เรื่องนี้ดี แต่เหออวี่จู้ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะหยุดพ่อของเขาไว้

ในเมื่อเรื่องนี้เป็นการตกลงยินยอมร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้อีกต่อไป

ทั้งที่รู้ว่าแม่ม่ายไป๋คนนั้นอาจเป่าหูเหอต้าชิง แต่ในเมื่อเหอต้าชิงตัดสินใจว่าจะไป ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจเขาได้ และเหออวี่จู้ก็ไม่อยากพูดให้เปลืองน้ำลายไปมากกว่านี้

พ่อจะตัดสินใจยังไงก็แล้วเเต่ แต่ที่แน่ๆต้องรีบโอนบ้านและซื้อจักรยาน

ขั้นตอนต่อไป คือควรให้เขาเอาเงินมาให้เร็วที่สุด แล้วจะไปไหนก็ไป

และแล้วคำคืนนี้ผ่านไปอย่างเงียบ ๆ …

รุ่งเช้า เหออวี่จู้ตื่นแต่เช้า ล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย ก็ตรงไปยัง "เฟิงเจ๋อหยวน" ร้านอาหารประจำที่เขาฝึกงานอยู่

ส่วนเหอต้าชิงก็ทำอาหารเช้าให้ลูกสาว กินเสร็จจึงจูงมือลูกไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลของโรงงานรีดเหล็ก แล้วจึงไปทำงานต่อ

เมื่อคืนเขาก็เพิ่งตกลงกับแม่ม่ายไป๋ว่า จะออกเดินทางในวันที่ 10 เดือนนี้

และแน่นอน ว่าเมื่อคืน...ก็เป็นคืนที่นังแม่ม่ายไป๋จัดเต็มทุกวิชา มัดใจให้แน่นยิ่งกว่าเถาวัลย์เกาะต้นไม้ใหญ่

เช้าวันใหม่ในครัวของเฟิงเจ๋อหยวน

เหออวี่จู้ยังคงเป็นคนแรกที่เข้ามาในห้องครัว เขายกถังน้ำขึ้น ล้างมันฝรั่งอย่างไม่บ่นสักคำ

ระหว่างที่มือขัดมันฝรั่งไปเรื่อย ๆ

เสียงระบบจากในหัวก็แจ้ง "ค่าประสบการณ์ +1" อย่างต่อเนื่อง

เขาเช็กดูแล้ว วันนี้คงได้เลเวล 5 แน่ ๆ และถ้าได้ขึ้นเตาในสัปดาห์หน้า อาจพุ่งถึงระดับ 6 หรือ 7 ด้วยซ้ำ

ทั้งความทรงจำจากชาติที่แล้ว รวมกับระบบในชาตินี้ ยิ่งทำให้เขามั่นใจสุด ๆ ว่าจะเป็นยอดพ่อครัวที่ไม่มีใครเทียบได้แน่นอน

“จู้เอ๋อ มานี่หน่อย” เสียงเรียกจากหลี่เว่ยกั๋ว หัวหน้าพ่อครัวดังขึ้น

“ครับ อาจารย์เรียกผมมีอะไรครับ ?”

“วันนี้มื้อเที่ยงของพนักงาน ให้แกลองทำดู”

“มีแค่สองเมนู ไข่เจียวมะเขือเทศกับมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ด ไหวไหม ?”

แม้จะบอกว่าอาทิตย์หน้าจะได้ขึ้นเตา

แต่พ่อครัวใหญ่ก็มีกฎลับที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

และการให้ลูกน้องลองทำมื้อเที่ยงของพนักงาน ก็ถือเป็นการ ‘อุ่นเครื่อง’ ให้ได้ลองใช้เตาจริงก่อน

“รับรองฝีมือได้เลยครับ !”

เหออวี่จู้ยิ้มมั่นใจ “เมื่อคืนผมยังไปลองผัดพริกหยวกหมูอยู่เลยครับ พ่อผมนั่งดูอยู่ด้วย ยังบอกว่าใช้ได้อยู่เลย”

หลี่เว่ยกั๋วพยักหน้าอย่างพอใจ ถ้าเหอต้าชิงยังกล้ารับรอง แบบนี้ก็สบายใจได้ระดับหนึ่งแล้ว และคาดว่ามื้อนี้ของพนักงานดูท่าจะ ‘อร่อยผิดคาด’ แน่นอน !

จบบทที่ บทที่ 6 สลัดชื่อเสีย เริ่มฝึกทำอาหารเที่ยง !

คัดลอกลิงก์แล้ว