- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นกบฏ..ข้าจะสร้างเมืองยุคใหม่
- บทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวงบทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวงบทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวง
บทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวงบทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวงบทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวง
บทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวงบทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวงบทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวง
บทที่ 44 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ณ เมืองหลวง
"ท่านนายพัน พวกเราควรจะ..."
เจ้าหนูทหารรับใช้ที่หลบอยู่มุมหนึ่ง กระซิบถามที่ข้างหูหนานเหวินเย่ว์ พลางมองไปทางกลุ่มคนที่ถูกห้อมล้อมอยู่ไม่ไกล
หนานเหวินเย่ว์ยกมือขึ้นห้ามไม่ให้พูดต่อ "พอแล้ว เจ้าพูดให้น้อยหน่อย พวกเราแค่มาอาศัยสมทบกับกองทัพของแม่ทัพหลี่ชั่วคราว เขาจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา"
"เร็ว! รีบขยับตัว! ท่านแม่ทัพฉินนำทัพใหญ่สี่หมื่นนายมาถึงแล้ว! ทุกคนประจำตำแหน่งด่วน!"
ม้าเร็วตัวหนึ่งพุ่งผ่านประตูเมืองเข้ามาดุจลูกธนูหลุดจากแหล่ง ผู้ขี่ตะโกนแจ้งข่าวเสียงดังสนั่นก้องไปในยามราตรี
เพียงไม่นาน ประตูซีจื๋อที่เพิ่งจะสงบลงก็กลับมาเดือดพล่านอีกครั้ง
"ไอ้หนู ไป! ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านแม่ทัพฉินของข้า!"
หลี่ต้าเป่าฉีกยิ้มกว้าง ฝ่ามือใหญ่ราวกับใบลานคว้าคอเสื้อด้านหลังของเฉิงม่อ หิ้วขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกไก่ "ไปเปิดหูเปิดตาดูบารมีท่านแม่ทัพของข้าเสียหน่อย!"
พูดจบ เขาก็ลากเฉิงม่อเดินอาดๆ ตรงไปรอรับเสด็จที่หน้าประตูเมืองโดยไม่ฟังคำทักท้วง
กองทัพใหญ่เคลื่อนมาหยุดห่างจากประตูซีจื๋อเพียงไม่กี่ร้อยเมตร แล้วหยุดนิ่งไม่รุกคืบ
ฉินฮ่าวเพ่งสายตามองไป เห็นประตูเมืองเปิดอ้า ที่ใต้กำแพงเมืองมีกองทหารหลายร้อยนายยืนเข้าแถวรอรับอย่างเป็นระเบียบ ธงรบอักษร 'ฉิน' ขนาดใหญ่โบกสะบัดเด่นเป็นสง่า
"หลี่ขุย!"
ฉินฮ่าวตะโกนสั่งเสียงขรึม "นำกองกำลังของเจ้าเข้าไปลาดตระเวนเส้นทางก่อน!"
นายทหารผู้หนึ่งที่อยู่ด้านข้างรับคำสั่ง ชักม้าหันหัวกลับพุ่งตรงไปยังกองทหารของตนทันที
พริบตาเดียว กองกำลังส่วนหน้าก็แปรขบวนเป็นกระแสธารเหล็กไหล พุ่งทะยานเข้าสู่ประตูซีจื๋อเป็นชุดแรก
เมื่อรอจนแน่ใจว่ากองหน้าเข้าเมืองและยืนยันความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
ฉินฮ่าวจึงโบกมือ นำทัพใหญ่เคลื่อนเข้าสู่ประตูเมืองซีจื๋อที่เปิดรอรับอยู่
เมื่อฉินฮ่าวมาถึง ฉินอวี่ก็กระโดดลงจากหลังม้า "ท่านแม่ทัพ เราควบคุมประตูเมืองไว้ได้แล้วขอรับ! ทหารรักษาการณ์ส่วนใหญ่แตกพ่ายหนีไป เหลือเพียงทิศทางของวังหลวงเท่านั้นที่ยังเห็นการเคลื่อนไหวของธงรบอยู่"
ฉินฮ่าวพยักหน้า หันไปถามเฉินผิงที่อยู่ข้างกาย "กุนซือมองเรื่องนี้อย่างไร?"
เฉินผิงมองไปยังตัวเมืองที่ทอดตัวอยู่ไม่ไกล เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "หลิวจื่อหรานต้องซ่อนตัวอยู่ในวังหลวงแน่นอน ข้าเห็นว่าควรส่งคนไปปลอบขวัญชาวบ้านและขุนนางในเมืองให้สงบลงก่อน จากนั้นค่อยใช้กำลังทหารเข้าปิดล้อมวังหลวงด้วยสายฟ้าแลบ ตัดทางหนีทีไล่ของมัน"
"อนุมัติ"
ฉินฮ่าวหันไปสั่งฉินอวี่ "รอให้เข้าเมืองแล้ว เจ้าคุมทหารม้าเบาสามพันนายออกลาดตระเวนตามถนน ถ่ายทอดคำสั่งข้า: ผู้ใดบังอาจแตะต้องทรัพย์สินของชาวบ้านแม้แต่ชิ้นเดียว ประหาร!"
"ข้าน้อยรับคำสั่ง!"
จากนั้นขบวนทัพก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่เมืองหลวง
เวลานี้ที่หน้าประตูซีจื๋อ เมื่อรวมกับทัพใหญ่สี่หมื่นนายที่นำมา กำลังพลรวมกันเกือบเจ็ดหมื่นนายแออัดกันอยู่อย่างหนาแน่น
เมื่อเกือกม้าศึกของฉินฮ่าวย่ำผ่านอุโมงค์ประตูเมืองซีจื๋อ กลิ่นผสมปนเประหว่างควันไฟและกลิ่นเน่าเหม็นของซากศพก็โชยปะทะใบหน้า
ภาพเบื้องหน้าเปิดกว้างขึ้นทันตา
แม้จะเป็นเวลาดึกสงัด แต่อาศัยแสงไฟอันริบหรี่และแสงจันทร์นวลผ่อง โครงร่างของเมืองหลวงชั้นนอกก็ค่อยๆ ปรากฏชัดแก่สายตาของฉินฮ่าว
ถนนกว้างขวางขนาดม้าสิบตัววิ่งเรียงหน้ากระดานได้ทอดตัวยาวเหยียดไปไกลลิบ บ้านเรือนและอาคารร้านรวงที่ปลูกสร้างเบียดเสียดกันหนาแน่น ตัดเส้นขอบฟ้าในยามราตรีดูยิ่งใหญ่อลังการกว่าเมืองชายแดนเป็นสิบเท่าร้อยเท่า
ไกลออกไปมองเห็นโครงร่างที่สูงตระหง่านยิ่งกว่า นั่นคือกำแพงเมืองชั้นใน ที่คอยปกป้องหัวใจของจักรวรรดิแห่งนี้
ความรู้สึกสะท้านใจอย่างบอกไม่ถูกถาโถมขึ้นมาในอก
นี่คือเมืองหลวง!
นี่คือสถานที่ที่ผู้มีความทะเยอทะยานนับไม่ถ้วนใฝ่ฝันถึง สถานที่ที่ขุนศึกนับหมื่นแสนยอมแลกเลือดเนื้อเพื่อได้มายืนอยู่ตรงนี้!
นี่คือศูนย์กลางความรุ่งเรืองและอำนาจของราชวงศ์ต้าเฉียนตลอดสองร้อยกว่าปี!
มันยิ่งใหญ่ หนักแน่น รุ่งโรจน์ แต่ก็แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความเสื่อมโทรมและหนักอึ้งที่ยากจะบรรยาย
"ช่าง... รุ่งเรืองงดงามจริงๆ..."
ฉินฮ่าวพึมพำเสียงเบา น้ำเสียงเจือความเหม่อลอยที่ยากจะสังเกตเห็น
นี่เป็นเพียงเมืองชั้นนอก เป็นแค่ "ขอบชายแดน" ของเมืองหลวงเท่านั้น
เขาเคยลากเส้นวาดภาพเมืองนี้บนแผนที่นับครั้งไม่ถ้วน เคยจินตนาการถึงมันในฝันนับพันครั้ง
"ท่านแม่ทัพ!"
เสียงตะโกนดังลั่นของหลี่ต้าเป่าดึงสติของฉินฮ่าวกลับมา
เขาคุมตัวเฉิงม่อที่หน้าซีดเผือด เบียดเสียดผ่านเหล่าองครักษ์ เข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าม้าของฉินฮ่าว
"หือ?"
ฉินฮ่าวละสายตาจากโครงร่างเมืองชั้นใน หันมามองชายหนุ่มสภาพดูไม่ได้ที่อยู่ข้างหลี่ต้าเป่า
อีกฝ่ายสายตาหลุกหลิก ริมฝีปากสั่นระริก ไม่เหลือคราบความถือตัวของลูกหลานขุนนางแม้แต่น้อย
"เฮอะๆ ท่านแม่ทัพ"
หลี่ต้าเป่าทำหน้าภูมิใจนำเสนอผลงาน ฝ่ามือใหญ่ตบปุบลงบนไหล่เฉิงม่ออย่างแรงจนอีกฝ่ายเซถลา "เจ้านี่เป็นของดีนะขอรับ! พ่อมมันคือเจียงเฉิงโหว 'เฉิงรุ่ย' แม่มันคือองค์หญิงใหญ่ชิงเหอ! เป็นเชื้อพระวงศ์ตัวจริงเสียงจริง แถมเป็นลูกล้างผลาญระดับท็อป! กระดูกอ่อนมาก เมื่อกี้ยังร้องห่มร้องไห้ขอยอมสวามิภักดิ์กับเราอยู่เลย!"
เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ กดเสียงต่ำลงด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์แบบพ่อค้า "ท่านแม่ทัพลองตรองดู ใช้เจ้านี่เป็นตัวอย่าง ให้พวกขุนนางในเมืองที่กำลังกลัวจนฉี่ราดกางเกงได้เห็นว่า การยอมจำนนไม่ใช่แค่รอดตาย แต่อาจจะมีผลพลอยได้ติดไม้ติดมือ? รับรองว่าพวกมันจะรีบยอมแพ้ไวยิ่งกว่ากระต่าย! ประหยัดแรงดาบแรงทวนของพวกเราไปได้โข!"
สายตาของฉินฮ่าวหยุดอยู่ที่ใบหน้าประจบสอพลอของเฉิงม่อครู่หนึ่ง ก่อนจะกวาดมองสีหน้า 'รีบชมข้าสิว่าข้าฉลาด' ของหลี่ต้าเป่า มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแทบมองไม่เห็น
"เจ้านี่นะ..."
เขาเปรยออกมาคำหนึ่ง น้ำเสียงฟังไม่ออกว่าชมเชยหรือระอา
ไม่ได้ตอบรับพฤติกรรมกึ่งลักพาตัวเชลยมาโชว์ของหลี่ต้าเป่า แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธคุณค่าที่จะใช้ประโยชน์จากมัน
เขากระตุกบังเหียนม้า สายตาทอดกลับเข้าไปในส่วนลึกของเมืองหลวง เอ่ยช้าๆ ว่า
"เข้าเมือง"
เฉินผิงควบม้าตามหลังฉินฮ่าวอยู่ครึ่งช่วงตัว สายตาอำมหิตกวาดมองเมืองยักษ์ที่กำลังหลับใหลเช่นกัน ลึกลงไปในแววตานั้น เต็มไปด้วยแผนการนับร้อยพัน
หลี่ต้าเป่าได้รับคำสั่ง "เข้าเมือง" ก็ถือว่าเจ้านายอนุญาตแล้ว จึงฉีกยิ้มกว้าง กระชากแขนเฉิงม่ออย่างแรง
"ได้ยินไหม? ตามมา! วาสนาของเจ้ามาถึงแล้ว!"
เฉิงม่อถูกกระชากจนแทบหัวทิ่ม แต่ก็ยังฝืนยิ้มที่ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ รีบวิ่งเหยาะๆ ตามหลังม้าของฉินฮ่าวไปอย่างทุลักทุเล
"หนานเหวินเย่ว์ เจ้าทำได้ดีมาก ได้ยินว่าเจ้าเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติและสั่งบุกโจมตีทันทีโดยไม่ลังเล ข้าจะจดบันทึกความชอบครั้งใหญ่ให้เจ้า!"
หนานเหวินเย่ว์ที่ยืนอยู่รอบนอกมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ รีบก้าวเข้ามาเบื้องหน้าฉินฮ่าว ตะโกนก้อง
"ขอบพระคุณท่านแม่ทัพ!"
ฉินฮ่าวพยักหน้า จากนั้นหันไปมองขุนพลข้างกาย "หลี่ต้าเป่า, เฉิงม่อ สั่งให้พวกเจ้าสองคนนำทหารห้าพันนาย ไปเกลี้ยกล่อมทหารรักษาการณ์ที่ประตูเมืองอื่นๆ อีกแปดประตูให้ยอมจำนน มีปัญหาหรือไม่?"
หลี่ต้าเป่าได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบคว้าตัวเฉิงม่อที่ยังยืนเอ๋ออยู่ ตะโกนตอบรับ
"ข้าน้อยรับประกันว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จขอรับ!"
ฉินฮ่าวพยักหน้า แล้วหันไปมองฉินอวี่กับฉินเหว่ย "พวกเจ้าสองคนนำทหารม้าเบาสามพันนายออกลาดตระเวนตามถนน จำไว้ ห้ามทำการสังหารหมู่หรือปล้นชิงเด็ดขาด!"
สุดท้ายเขามองไปที่หนานเหวินเย่ว์และหลี่ขุย "พวกเจ้าสองคนคุมทหารสองหมื่นนาย ปักหลักรักษาการณ์อยู่ที่นี่ รอคอยกองทัพใหญ่ส่วนที่เหลือเดินทางมาถึง!"
ทั้งสองสบตากัน แววตาฉายประกายความฮึกเหิม
ได้คุมทัพใหญ่อย่างอิสระ!
แม้จะเป็นแค่การเฝ้ารักษาการณ์ด้วยกำลังพลสองหมื่นนาย แต่นี่คือโอกาสสั่งสมประสบการณ์ในการบัญชาการกองทัพขนาดใหญ่
"ข้าน้อยรับประกันภารกิจสำเร็จ ยินดีทำทัณฑ์บนทางทหาร!"
ฉินฮ่าวพยักหน้า จากนั้นหันไปมองเหล่าขุนพลที่เหลือ "ทุกท่าน ตามข้าบุกเข้าวังหลวง... กำจัดทรราชข้างกายฮ่องเต้!"
"ขอรับ!"
เหล่าขุนพลตะโกนรับพร้อมเพรียง ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้
วังหลวง!!!
สำหรับพวกเขาที่เป็นกบฏ หากบุกเข้าวังหลวงได้สำเร็จ... แผ่นดินนี้ ก็ย่อมเปลี่ยนเจ้าของแล้ว!