- หน้าแรก
- จอมตะกละผู้ไร้เทียมทานแห่งห้วงอวกาศ
- บทที่ 7 การทดสอบธาตุพลัง
บทที่ 7 การทดสอบธาตุพลัง
บทที่ 7 การทดสอบธาตุพลัง
บทที่ 7 การทดสอบธาตุพลัง
จากประสบการณ์ความสำเร็จเรื่องมันฝรั่ง โม่หยางและโม่ฉูจึงเริ่มแวะเวียนไปที่ตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าทุกๆ สองสามวัน แต่ละครั้งพวกเขามักจะกว้านซื้อเศษขยะเหลือทิ้งที่คนอื่นมองข้ามและดูถูก ช่วงแรกผู้คนต่างพากันประหลาดใจ แต่เมื่อนานวันเข้า ทุกคนก็เริ่มชินชาไปเอง
มีหลายคนที่เห็นแก่ชื่อเสียงของโม่หยาง ต่างพากันทำตามและกว้านซื้อของพวกนั้นไปบ้างเป็นจำนวนมาก ทว่าประเด็นสำคัญคือ พวกเขาไม่รู้เลยว่าของพวกนี้เอาไปทำอะไรได้ ครั้นจะไปสืบข่าวจากโม่หยางก็ไม่ได้ความ แถมไม่มีข่าวลือวงในใดๆ เล็ดลอดออกมา สุดท้ายก็ได้แต่ก้มหน้ารับกรรม คิดเสียว่าตัวเองโชคร้ายที่ซื้อของไร้ประโยชน์มา
โดยไม่สนใจความสับสนและความกลัดกลุ้มของคนอื่น โม่ฉูในตอนนี้กำลังมีความสุขสุดๆ!
หลังจากตระเวน 'เก็บของดีราคาถูก' มาหลายรอบ เธอก็ค้นพบวัตถุดิบทำอาหารได้หลายอย่าง ประกอบกับชุดเครื่องครัวที่โม่หยางสั่งทำพิเศษให้เธอผ่านเครือข่ายดวงดาว ตอนนี้เธอจึงสามารถปรุงเมนูง่ายๆ ได้แล้ว
แม้รสชาติจะยังขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง แต่อย่างน้อยเธอก็หลุดพ้นจากฝันร้ายของ 'อาหารรสชาติมรณะ' อย่างเจ้านมใสได้สำเร็จ นี่มันเรื่องน่ายินดีที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองชัดๆ!
เมื่อเห็นสุขภาพของโม่ฉูดีขึ้นวันต่อวัน โม่หยางเองก็พลอยดีใจไปด้วย เขาถึงกับเจียดเวลาพาเธอไปตรวจร่างกายที่สถาบันวิจัยทางการแพทย์
ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมทำให้ด็อกเตอร์เฉินและคนอื่นๆ ตกตะลึง!
ตามหลักแล้ว ร่างกายที่เปราะบางของโม่ฉูควรจะทานได้เพียงแค่นมใสเท่านั้น แต่นมใสเพียงอย่างเดียวไม่สามารถให้พลังงานที่ร่างกายต้องการได้ครบถ้วน นานวันเข้า ร่างกายของเธอควรจะค่อยๆ อ่อนแอลง แต่รายงานผลการตรวจกลับตบหน้าพวกเขาด้วยความจริงอันน่าทึ่ง!
ร่างกายของโม่ฉูไม่เพียงแต่ไม่ทรุดโทรมลงอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่กลับฟื้นฟูขึ้นจนเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า ด้วยความเร็วระดับนี้ อีกไม่นานร่างกายของโม่ฉูก็คงแข็งแรงไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป
เมื่อได้ยินข่าวดีนี้ ในที่สุดโม่หยางก็วางใจลงได้เสียที และนั่นทำให้เขานึกถึงเรื่องสำคัญที่มองข้ามไปนานเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้... นั่นคือการทดสอบพลังธาตุ
โดยปกติแล้ว พลเมืองของสหพันธ์จะถูกพ่อแม่ส่งตัวไปยังสถาบันที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ารับการทดสอบพลังธาตุตั้งแต่อายุหนึ่งถึงสองขวบ ทว่าโม่ฉูประสบอุบัติเหตุหลังจากลืมตาดูโลกได้ไม่นานและนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามาตลอด จึงพลาดโอกาสนี้ไปโดยปริยาย
"พี่คะ หนูจะไหวเหรอ?" เมื่อนึกถึงการทดสอบพลังธาตุในอีกสองวันข้างหน้า โม่ฉูก็อดรู้สึกกังวลไม่ได้
พลังธาตุไม่ใช่ผักกาดขาวตามท้องตลาดที่ใครๆ ก็มีกันได้ ประชากรเกือบร้อยล้านคนในสหพันธ์ มีเพียงราวๆ หนึ่งล้านคนเท่านั้นที่สามารถปลุกพลังธาตุขึ้นมาได้ อัตราส่วนคือหนึ่งในพัน! ยากพอๆ กับการสอบเอ็นทรานซ์ในสมัยก่อนเลยทีเดียว!
"ไม่เป็นไรหรอก ถือซะว่าไปเล่นสนุกๆ ก็แล้วกัน" โม่หยางค่อนข้างปล่อยวางกับเรื่องนี้ สำหรับเขาแล้ว การที่โม่ฉูฟื้นขึ้นมาได้ก็นับเป็นของขวัญล้ำค่าจากสวรรค์แล้ว เรื่องอื่นไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก
ถึงกระนั้น ในคืนก่อนวันทดสอบ โม่ฉูก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอยู่ดี!
ต้องเข้าใจก่อนว่า หลังจากผ่านไปหนึ่งพันปี ทรัพยากรของโลกถูกประกาศว่าหมดเกลี้ยง ทรัพยากรกว่าร้อยละเก้าสิบของสหพันธ์ในตอนนี้ ได้มาจากพืชปีศาจและสัตว์อสูรที่อยู่รายล้อม สถานที่ที่พวกมันรวมตัวกันอยู่นั้นถูกเรียกว่า "เขตแดนปีศาจ" ณ ที่แห่งนั้น อาวุธเทคโนโลยีชั้นสูงของสหพันธ์ล้วนไร้ประโยชน์ สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือพลังธาตุเท่านั้น!
พูดง่ายๆ ก็คือ มีเพียงผู้ที่ครอบครองพลังธาตุเท่านั้น ถึงจะกุมชะตาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้อย่างแท้จริง!
คำพูดของหูชิงอาจจะไม่เข้าหูนัก แต่มีประโยคหนึ่งที่เธอพูดถูกเผง... โม่ฉูในตอนนี้เป็นตัวถ่วงจริงๆ และเธอกำลังฉุดรั้งความก้าวหน้าของโม่หยาง! หากไม่ใช่เพราะเธอ ด้วยฝีมือระดับโม่หยาง เขาคงก้าวไปสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้เพื่อแสดงพรสวรรค์นานแล้ว ไม่ใช่ต้องมาจมปลักอยู่ในเขตสิบสองแบบนี้
ดังนั้นเธอจำเป็นต้องเร่งพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวตามพี่ชายให้ทันโดยเร็วที่สุด!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
โม่ฉูยกข้าวต้มเปล่าสองชามออกมา พร้อมกับผัดกะหล่ำปลีอีกหนึ่งจาน กลิ่นหอมสดชื่นจางๆ อบอวลไปทั่วห้อง ชวนให้น้ำลายสอเสียจริง
จะว่าไปแล้ว อาหารการกินของสหพันธ์นี่ก็แปลกประหลาดจริงๆ
ยกตัวอย่างเช่นข้าวเจ้าพวกนี้ ตอนที่โม่ฉูลองดมดูครั้งแรกเธอนึกว่าเป็นข้าวโพดเสียอีก ใครจะไปรู้ว่าพอหุงสุกแล้วกลับส่งกลิ่นหอมเหมือนข้าวสวย ทว่าเมื่อเทียบกับข้าวบนโลกมนุษย์ ข้าวสายพันธุ์ของสหพันธ์มีขนาดใหญ่กว่ามาก แต่ละเม็ดแทบจะเท่าเล็บมือเลยทีเดียว
โม่หยางเองก็เริ่มติดใจรสมือของน้องสาวเข้าให้แล้ว ทุกครั้งที่ได้กิน ไม่เพียงแต่อิ่มท้องและถูกปาก แต่ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจนั้นทำให้เขามีความสุขไปได้ทั้งวัน
หลังจากทานเสร็จ ทั้งสองก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังศูนย์ทดสอบ
ที่นั่นไม่ได้พลุกพล่านอย่างที่โม่ฉูจินตนาการไว้ ในทางตรงกันข้าม มันกลับดูเงียบเหงาเสียด้วยซ้ำ ภายในโถงกว้างขวางสว่างไสวมีผู้คนอยู่เพียงประปราย ส่วนใหญ่เป็นพ่อแม่ที่อุ้มเด็กวัยขวบสองขวบ คนรุ่นราวคราวเดียวกับโม่ฉูแทบจะหาไม่เจอ
"สวัสดีครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ?" หุ่นยนต์อัจฉริยะกลางโถงสแกนข้อมูลของผู้มาเยือนแปลกหน้าแล้วเอ่ยถาม
โม่หยางพาโม่ฉูเดินเข้าไป แล้วกดเลือกหัวข้อ "ทดสอบพลังธาตุ" บนหน้าจอแสง
หน้าจอแสงแสดงแบบฟอร์มขึ้นมาทันที หลังจากโม่หยางกรอกข้อมูลพื้นฐานของโม่ฉูและกดยืนยัน หุ่นยนต์อัจฉริยะก็ใช้เวลาประมวลผลหนึ่งนาที ก่อนจะแจ้งขั้นตอนต่อไป "กรุณาไปที่ห้องหมายเลข 5 เพื่อทำการทดสอบครับ"
ห้องหมายเลข 5 อยู่ไม่ไกลนัก
โม่ฉูสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเข้าไปในห้อง ภายในนั้นว่างเปล่า มีเพียงลูกแก้วทรงกลมลอยเด่นอยู่กลางห้อง
ลูกแก้วทดสอบที่ใสกระจ่างนั้น ช่างงดงามเหลือเกินในสายตาของโม่ฉู
แถบแสงหลากสีไหลเวียนอยู่บนพื้นผิว ราวกับมีสายรุ้งพาดผ่าน ทั้งบริสุทธิ์และเข้มข้น สีสันผสมผสานกลมกลืน บางครั้งก็ระเบิดเฉดสีใหม่ๆ ออกมา ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
โม่หยางที่เฝ้าดูผ่านจอมอนิเตอร์ด้านนอกอดกังวลไม่ได้ โม่ฉูตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกหรือเปล่า? ทำไมถึงยืนจ้องลูกแก้วทดสอบตาค้างไม่ขยับแบบนั้น?
โชคดีที่โม่ฉูได้สติกลับมาอย่างรวดเร็วและรีบเดินเข้าไปหา
เธอเข้าใจขั้นตอนดีอยู่แล้ว จึงค่อยๆ วางมือลงบนลูกแก้วทดสอบ ณ จุดสัมผัส แสงนวลจางๆ สาดส่องลงมา โม่ฉูรีบหลับตาลง รวบรวมสมาธิ ยังไม่ทันที่พลังมหาศาลที่เธออุตส่าห์สะสมไว้จะได้ระเบิดออกมา เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นเสียก่อน "การทดสอบเสร็จสิ้น"
โม่ฉูลืมตาโพลง เร็วขนาดนี้เลยเหรอ!
เสียงระบบยังคงดังต่อ "ผลการทดสอบ: ธาตุน้ำ ระดับหนึ่ง"
ว่ากันตามตรง ธาตุน้ำน่าจะเป็นธาตุที่มีพลังทำลายล้างน้อยที่สุดในบรรดาธาตุทั้งหมด นอกจากจะมีประโยชน์แค่ช่วยสร้างแหล่งน้ำในเขตแดนปีศาจแล้ว ก็แทบไม่มีประโยชน์อื่นใดอีก จนมักถูกค่อนขอดว่าเป็นธาตุ 'ซี่โครงไก่' (มีก็ไร้ค่า ทิ้งก็น่าเสียดาย)
ทว่าสำหรับโม่ฉูผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว และพี่ชายจอมเห่อน้องอย่างโม่หยาง พลังทำลายล้างจะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวมันปะไร แค่สามารถปลุกพลังธาตุขึ้นมาได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้วไม่ใช่เหรอ?
ในวินาทีนี้ ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า มีแสงสีขาวจางๆ แผ่ออกมาจากลูกแก้วทดสอบในห้องหมายเลข 5 อย่างเงียบเชียบ แต่เพียงแค่พริบตาเดียว มันก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย...