- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 36 เงื่อนไขการแลกเปลี่ยน
บทที่ 36 เงื่อนไขการแลกเปลี่ยน
บทที่ 36 เงื่อนไขการแลกเปลี่ยน
บทที่ 36 เงื่อนไขการแลกเปลี่ยน
เมื่อถึงเวลานัดหมาย เซี่ยชิงตรวจสอบจนแน่ใจว่าในรัศมีสองร้อยเมตรไม่มีใครสอดแนม จึงแบกถังน้ำขนาดกว่าร้อยลิตรเข้าไปในป่ากันชนทางทิศตะวันตก ตาน้ำพุบนเขาของเธอผลิตน้ำได้ประมาณสามร้อยลิตรต่อวัน ในอีกสี่เดือนข้างหน้า ลั่วเพ่ยต้องใช้น้ำเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำที่ผลิตได้ นี่คือการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เธอออกจากเขตปลอดภัยมา
หลังจากส่งมอบถังน้ำช่วยชีวิตให้เว่ยเฉิงต้ง เซี่ยชิงกระซิบเสียงเบา "พรุ่งนี้เวลาเดิมนะคะ"
"ลำบากเธอแล้ว" เว่ยเฉิงต้งแทบจะบูชาเซี่ยชิงเป็นพระโพธิสัตว์ เขารับถังน้ำไปแล้วถามอย่างระมัดระวัง "หัวหน้าหยางของเราอยากคุยเรื่องรักษาอาการบาดเจ็บของพี่ลั่วกับเธอ สะดวกไหม?"
ตอนเห็นเฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่ที่ดินหมายเลข 1 หลังฟ้ามืด เซี่ยชิงก็เดาได้ว่าหยางจิ้นน่าจะมา และเดาว่าเขาต้องอยากเจอเธอแน่นอน เธอจึงพยักหน้าตอบรับเรียบๆ "ได้ค่ะ"
เห็นเซี่ยชิงทำท่าจะเดินตามกลับไปที่ที่ดินหมายเลข 1 เว่ยเฉิงต้งรีบพูดต่อ "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว จะให้เธอเดินไปเดินมาอีกทำไม หัวหน้าหยางรออยู่ทางนั้นแล้ว"
พูดจบ เว่ยเฉิงต้งก็หันไปทำสัญญาณมือ แล้วเรียกเบาๆ "ลูกพี่"
เซี่ยชิงได้ยินเสียงลมหายใจคนในป่ากันชนที่ดินหมายเลข 1 มานานแล้ว เดิมทีนึกว่าเป็นคนมาช่วยยกน้ำ ไม่คิดว่าจะเป็นหยางจิ้น หัวหน้าทีมชิงหลง
เมื่อเห็นหยางจิ้น หัวหน้าทีมชิงหลงที่แม้จะสวมชุดป้องกันลายพรางแต่ก็ยังดูหุ่นดีสมาร์ทเดินออกมาจากป่ากันชนท่ามกลางแสงจันทร์ ในหัวของเซี่ยชิงก็มีความคิดเดียวผุดขึ้นมา:
ลูกพี่ของชาวบ้านกับลูกพี่ของเธอ... ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่างกันคนละขั้วจริงๆ
"ถึงหัวหน้าเราจะเป็นคนพูดน้อย แต่แกนิสัยดีจริงๆ นะ" เว่ยเฉิงต้งกลัวเซี่ยชิงจะตกใจกับใบหน้าเย็นชาของหัวหน้า เลยย้ำให้มั่นใจก่อนจะแบกถังน้ำเดินจากไป
หยางจิ้นต้องดีอยู่แล้ว ถ้าเขาพาทีมชิงหลงมาที่ฐานฮุยซาน ทีมซู่เฟิงที่ผูกขาดอำนาจอยู่ฝ่ายเดียวคงยิ่งเหิมเกริม และชีวิตของเซี่ยชิงก็คงลำบากกว่านี้
หยางจิ้นคือบุคคลชั้นแนวหน้าของฐานฮุยซาน ส่วนเซี่ยชิงเป็นแค่คนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก แม้ครั้งนี้เธอจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในการแลกเปลี่ยน แต่เธอก็มีจุดประสงค์ของตัวเอง ไม่ใช่การทำบุญให้เปล่า ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าทำตัวหยิ่งยโสต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นเมื่อหยางจิ้นเดินเข้ามาใกล้ เซี่ยชิงจึงเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อน "หัวหน้าหยาง ฉันเซี่ยชิง เจ้าของที่ดินหมายเลข 3 มนุษย์วิวัฒนาการสายพละกำลังระดับสี่ค่ะ"
หัวหน้าทีมผู้นำคนเข้าสู่ฐานฮุยซานมาห้าปีกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยชิงได้คุยกับเขา ส่วนเรื่องที่หยางจิ้นและถานจวินเจี๋ยมาช่วยเคลียร์ต้นไม้วิวัฒนาการธาตุเชียงในป่ากันชนตะวันตก แล้วเห็นเธอตีกับลูกพี่แกะ เซี่ยชิงเลือกที่จะลบความทรงจำนั้นทิ้งไปเองโดยอัตโนมัติ
หยางจิ้นที่สวมแว่นมองกลางคืนจ้องมองเซี่ยชิงอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง ก่อนจะถอดแว่นออกและแนะนำตัวตามมารยาท "ผมหยางจิ้น หัวหน้าทีมชิงหลง เข้าไปคุยในที่ดินของคุณได้ไหม? พี่ลั่วต้องรักษาตัว ที่ดินหมายเลข 1 ไม่มีที่คุยสะดวกๆ"
เธอไม่ชอบให้ใครเข้ามาในอาณาเขตของตัวเองจริงๆ แต่ในเมื่อต้องเจรจาธุรกิจกับทีมชิงหลง ความปลอดภัยย่อมสำคัญที่สุด
"ได้ค่ะ เชิญทางนี้หัวหน้าหยาง ทางเดินบนเขาเดินยากหน่อย สวมแว่นไว้เถอะค่ะ" อุปกรณ์ไฮเทคอย่างแว่นมองกลางคืน เซี่ยชิงไม่มีปัญญาซื้อหรอก เธอมีแค่กล้องมองกลางคืนแบบถือธรรมดาๆ อันเดียว แต่ใต้แสงจันทร์สลัวเวลาตีสาม มนุษย์วิวัฒนาการสายการมองเห็นอย่างเซี่ยชิงเดินป่าได้สบายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย
จะให้พาไปคุยที่บ้านคงเป็นไปไม่ได้ เซี่ยชิงพาหยางจิ้นไปที่บ้านร้างในป่ากันชนฝั่งตะวันตก ซึ่งยังมีสภาพห้องห้องหนึ่งค่อนข้างสมบูรณ์
คำว่า "ค่อนข้างสมบูรณ์" หมายความว่าห้องนี้ยังมีผนังและหลังคาครบ เซี่ยชิงอุดหน้าต่างปิดตายไว้ ใช้เป็นหนึ่งในที่หลบภัยยามฉุกเฉิน
เธอเชิญหยางจิ้นเข้าห้อง แล้วใช้แผ่นไม้ปิดประตูกั้นทางเข้าที่แคบและเตี้ยจนต้องก้มหัวเข้า ก่อกองไฟให้ความสว่าง พอหันมาจะเชิญหยางจิ้นนั่งบนตอไม้ใหญ่ที่เป็นที่นั่งเพียงอย่างเดียวในห้อง ก็เห็นเขาไปนั่งบนก้อนหินอีกฝั่งเรียบร้อยแล้ว
ใบหน้าของเขาภายใต้แสงไฟดูดีกว่าตอนอยู่กลางแดดเสียอีก และที่หายากยิ่งกว่าคือ เซี่ยชิงสัมผัสได้ถึงความสงบราวกับท้องฟ้าจากตัวเขา ความสงบแบบนี้หาได้ยากยิ่งท่ามกลางความโกลาหลและวิกฤตการณ์หลังการวิวัฒนาการครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตบนดาวบลูสตาร์ มิน่าเล่า ทังลู่ที่หยิ่งยโสถึงได้ตามตื๊อเขาไม่เลิก
ไม่ใช่แค่ทังลู่และสาวๆ ในฐานฮุยซานที่ชอบหยางจิ้น แม้แต่ "หงส์เพลิง" เติ้งอวี้เฟิ่ง หัวหน้าทีมหญิงแกร่งแห่งทีมเลี่ยหั่วผู้โด่งดังจากฐานฮุยอี (ฐานหลักเมืองฮุย) ก็ยังหมายตาเขา
ตอนที่หงส์เพลิงมาเยือนฐานฮุยซาน ทังลู่ที่ไม่เจียมตัววิ่งไปหาเรื่อง เลยโดนเจ้าแม่เหยียบจมดินแถมด่ากราด กลายเป็นเรื่องตลกขบขันที่คนทั้งฐานฮุยซานสะใจกันถ้วนหน้า
เซี่ยชิงนั่งลงบนตอไม้ อธิบายให้หยางจิ้นฟังว่าทำไมต้องมาคุยที่นี่ "ฉันเลี้ยงแกะวิวัฒนาการที่หวงถิ่นมากไว้ตัวนึงค่ะ ถ้าพาคุณไปคุยที่บ้าน มันคงอาละวาดบ้านแตกแน่"
ได้ยินคนอื่นเรียก "คุณ" หยางจิ้นไม่รู้สึกอะไร แต่พอได้ยินเซี่ยชิงเรียกเขาแบบนี้ หยางจิ้นรู้สึกอยากจับคำคำนี้ฉีกเป็นชิ้นๆ ไม่ให้เธอเก็บมาใช้ได้อีก
แม้ในใจจะคิดไปไกล แต่สีหน้าของหยางจิ้นยังคงราบเรียบ เขาเข้าประเด็นทันที "คุณอยากได้อาวุธแบบไหน?"
เนื่องจากความรู้เรื่องอาวุธมีน้อย เซี่ยชิงจึงขอคำแนะนำจากหยางจิ้นอย่างถ่อมตัว "เป้าหมายของฉันคือป้องกันตัวเองและที่ดินค่ะ คุณคิดว่าอาวุธแบบไหนเหมาะคะ? ที่ดินของฉันมีพื้นที่เจ็ดพันห้าร้อยหมู่ แบ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูก หมู่บ้านสามแห่ง และอ่างเก็บน้ำ รวมสามพันหมู่ ป่ากันชนบนเนินเขาฝั่งตะวันตกและตะวันออกอีกสี่พันห้าร้อยหมู่ ในที่ดินมีแค่ฉันกับแกะวิวัฒนาการหนึ่งตัว และในอนาคตก็ไม่คิดจะรับคนเพิ่ม"
ได้ยินว่าเธอไม่คิดจะรับคนเพิ่ม หยางจิ้นไม่แปลกใจเลย เขามองเธอผ่านกองไฟด้วยสายตาสงบนิ่ง "ค่าพลังการต่อสู้ของแกะคุณเป็นยังไง สื่อสารกับคนรู้เรื่องไหม ปฏิบัติตามคำสั่งได้หรือเปล่า?"
เซี่ยชิงตอบเสียงอ่อย "มันวิวัฒนาการสายพละกำลัง ระดับไม่ด้อยกว่ามนุษย์วิวัฒนาการสายพละกำลังระดับห้า เรื่องเกี่ยวกับของกินมันฉลาดใช้ได้ ฟังคำสั่งง่ายๆ รู้เรื่อง แต่จะทำตามไหม... ขึ้นอยู่กับอารมณ์มันค่ะ"
สัตว์วิวัฒนาการที่ต้องเอาของกินล่อถึงจะยอมทำงาน พึ่งพาให้ดูแลงานใหญ่ไม่ได้
หยางจิ้นเสนอทางเลือกให้ทันที "การปกป้องที่ดินมีสามทางเลือก หนึ่งคือล้อมรั้วลวดหนามไฟฟ้าทั่วทั้งที่ดิน สองคือผมจะส่งหน่วยย่อยสิบคนจากทีมชิงหลงมาประจำการรอบที่ดินหมายเลข 3 คอยสกัดกั้นอันตรายทั้งหมด สามคือส่งหน่วยย่อยสิบคนมาประจำการที่ที่ดินหมายเลข 1 คอยฟังคำสั่งคุณตลอดเวลา ทางเลือกแรกอุปกรณ์และการติดตั้งทางเราจัดการให้ ส่วนสองทางเลือกหลังมีระยะเวลาคุ้มครองหนึ่งปี"
การล้อมรั้วไฟฟ้าฟังดูน่าสนใจ แต่ค่าบำรุงรักษาในระยะยาวสูงเกินไป แถมยังสะดุดตาเกินไป เซี่ยชิงตัดสินใจทันที "ฉันเลือกทางเลือกที่สามค่ะ"
เป็นการเลือกที่คาดการณ์ไว้แล้ว หยางจิ้นเสนอแพ็คเกจที่เหมาะสมที่สุดให้เธอต่อ "เพื่อความปลอดภัยของคุณ ทางเราจะมอบปืนพกหนึ่งกระบอก ปืนไรเฟิลอัตโนมัติหนึ่งกระบอก และปืนซุ่มยิงระยะไกลหนึ่งกระบอก พร้อมกระสุนชนิดละสามร้อยนัด นอกจากนี้ยังมีชุดป้องกันคุณภาพดีที่สุดสามชุด สองชุดสำหรับคุณ อีกชุดสำหรับสุนัขวิวัฒนาการ ซึ่งแกะก็น่าจะใส่ได้"
ชุดป้องกันสำหรับแกะเป็นสิ่งที่หยางจิ้นเพิ่มเข้าไปเอง เพราะเห็นว่าเซี่ยชิงให้ความสำคัญกับแกะของเธอมาก ไม่ว่าแกะวิวัฒนาการตัวนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ สิ่งที่เธอต้องการคือเพื่อนร่วมทางที่ไม่ต้องกังวลว่าจะหักหลังหรือลอบกัด
สำหรับเหตุผลที่เซี่ยชิงเลือกสัตว์วิวัฒนาการเป็นเพื่อนแทนที่จะเป็นมนุษย์ หยางจิ้นเข้าใจดี เพราะต่อให้สัตว์วิวัฒนาการไปไกลแค่ไหน สมองของพวกมันก็ไม่มีทางซับซ้อนและเข้าใจยากเท่ามนุษย์