- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 30 หมั่นโถวแป้งข้าวโพดผสมผลเอล์ม
บทที่ 30 หมั่นโถวแป้งข้าวโพดผสมผลเอล์ม
บทที่ 30 หมั่นโถวแป้งข้าวโพดผสมผลเอล์ม
บทที่ 30 หมั่นโถวแป้งข้าวโพดผสมผลเอล์ม
หลังจากเดินลาดตระเวนครบรอบ ถานจวินเจี๋ยก็สั่งให้ลูกน้องกลับค่ายไปก่อน ส่วนเขาหิ้วตะกร้าผักเดินเข้าไปในที่ดินหมายเลข 1 สมาชิกทีมชิงหลงที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้กระโดดลงมาทำความวันทยหัตถ์ "อาจารย์ถาน"
ทีมชิงหลงเป็นทีมที่รวมตัวกันจากนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร A ซึ่งก่อนเกิดภัยพิบัติ ถานจวินเจี๋ยเคยเป็นครูฝึกอยู่ที่นั่น สมาชิกหลักของทีมชิงหลงล้วนเป็นลูกศิษย์ที่เขาเคยสอนมาทั้งสิ้น
"ผักนิดหน่อย" ถานจวินเจี๋ยส่งตะกร้าให้ลูกศิษย์ตรวจสอบอย่างละเอียดตามกฎของทีมชิงหลง ก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนเก่าอย่างลั่วเพ่ย
ลั่วเพ่ยเพิ่งพาคนมาอยู่ที่ดินหมายเลข 1 ได้แค่สองวัน แต่สภาพบ้านก็เปลี่ยนไปจากตอนที่เจ้าของคนเก่าอยู่ราวฟ้ากับเหว ข้าวของระเกะระกะในลานบ้านถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยง พื้นดินไม่มีหญ้าขึ้นสักต้น ดูโล่งตาไปหมด
ลั่วเพ่ยที่ใช้ผ้ากอซปิดตา นอนอาบแดดอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ ได้ยินเสียงฝีเท้าก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง "เดินครบรอบเร็วจัง?"
"ก็มีแค่สิบแปลง" ถานจวินเจี๋ยวางตะกร้าไว้ข้างตัวลั่วเพ่ย แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่ลูกน้องยกมาให้
ถานจวินเจี๋ยกับลั่วเพ่ยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่สนิทกัน หลังการวิวัฒนาการครั้งใหญ่ ถานจวินเจี๋ยวิวัฒนาการสายความเร็วระดับสี่ ส่วนลั่วเพ่ยวิวัฒนาการสายการมองเห็นระดับสิบ เมื่อระดับพลังต่างกัน เส้นทางชีวิตก็เปลี่ยนไป แต่มิตรภาพที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาสิบปีไม่เคยเปลี่ยน
ลั่วเพ่ยฝืนทนเจ็บไม่แสดงอาการ ถานจวินเจี๋ยเองก็เก็บความเจ็บปวดในใจไว้มิดชิด "นี่โหระพาวิวัฒนาการกับยอดเซียงชุนที่เซี่ยชิงจากที่ดินหมายเลข 3 ฝากมาให้ ปริมาณธาตุเชียงในโหระพาอยู่ที่ 1.3 ส่วนยอดเซียงชุนน่าจะต่ำกว่านั้น"
ลั่วเพ่ยคลำเปิดฝาตะกร้า ได้กลิ่นยอดเซียงชุนแล้วก็ถอนหายใจ "ตอนเคลียร์ป่าวิวัฒนาการแถบนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองข้ามพืชกินได้ที่มีค่าธาตุเชียงต่ำขนาดนี้ นี่น่าจะเพิ่งงอกปีนี้ใช่ไหม?"
ถานจวินเจี๋ยอธิบาย "ไม่ใช่ป่าที่พวกนายเคลียร์หรอก เป็นป่าบนเนินเขาทางเหนือขึ้นไปจากที่ดินหมายเลข 3 ฉันเอาลูกหมูป่าไฟเขียวตัวหนึ่งไปแลกเนินเขานั้นกับเซี่ยชิง หยางจิ้นไม่ได้บอกนายเหรอ?"
ลั่วเพ่ยเอนตัวลงนอน "หมอนั่นมันไอ้บ้างานปากหนัก วันๆ ไม่พูดเล่นสักคำ"
ดูท่าหยางจิ้นคงไม่ได้เล่าเรื่องเซี่ยชิงให้ลั่วเพ่ยฟัง ถานจวินเจี๋ยก็ไม่พูดมาก หยิบเครื่องตรวจวัดระดับสูงออกมาวัดค่ายอดเซียงชุน แล้วก็ต้องประหลาดใจสุดขีด "ปริมาณธาตุเชียงในยอดเซียงชุนอยู่ที่ 0.25 ต่อพันส่วนเอง นายกินเยอะๆ นะ ดีต่อร่างกาย"
ลั่วเพ่ยยิ้ม "นายเอาไปให้ฉีฉีกินเถอะ เดี๋ยวฉันค่อยหาของไปแลกกับเซี่ยชิงเอง ฉันจำยัยหนูนั่นได้ เป็นเด็กดีทีเดียว"
ถานฉี ลูกสาวของถานจวินเจี๋ย ตรวจพบวิวัฒนาการสายความเร็วสามเท่า เธอยังเด็ก ยังมีโอกาสวิวัฒนาการได้อีก การกินอาหารปลอดภัยเยอะๆ จะช่วยเรื่องการเจริญเติบโต
ถานจวินเจี๋ยเก็บเครื่องตรวจวัด "ส่วนของฉีฉีฉันจะเอาของไปแลกกับเซี่ยชิงเอง เธอไม่ได้เอายอดเซียงชุนไปแลกกับเจ้าของที่ดินคนอื่น นายอย่าไปพูดถึงเรื่องนี้ในช่องสื่อสารรวมนะ"
ลั่วเพ่ยแค่นเสียง "คิดว่าฉันปากโป้งเหมือนนายหรือไง? เออ ถ้าเธออยากได้ของที่นายไม่มี ก็บอกฉันได้นะ"
ถ้าจะแลกยอดเซียงชุนให้ลูกสาว ถานจวินเจี๋ยคงใช้ของหลวงไม่ได้ แม้ลั่วเพ่ยจะออกจากเขตปลอดภัยมาแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นสมาชิกหลักของทีมชิงหลง การหาของย่อมสะดวกกว่าถานจวินเจี๋ย
ถานจวินเจี๋ยไม่เกรงใจเพื่อน "ไม่บอกนายจะให้บอกใคร? ว่าแต่คนตระกูลทังที่อยู่ทางตะวันออกในที่ดินหมายเลข 2 มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหมสองวันนี้?"
"ไม่มี แล้วก็ไม่กล้ามีด้วย ถึงฉันจะตาบอด แต่ก็ยังมีแรงบี้มดตายสักตัวสองตัวแหละน่า"
เสียงของเพื่อนเก่าราบเรียบ แต่ถานจวินเจี๋ยสัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่แฝงอยู่ "หยางจิ้นกับเซี่ยอวี้กำลังวิ่งเต้นหาทางรักษา นายไม่มีทางตาบอดหรอก ว่างๆ ก็ศึกษากฎหมายที่ดินไว้บ้าง ในข้อมูลบอกว่าเจ็ดคนในที่ดินหมายเลข 2 เป็นคนธรรมดา แต่ในนั้นต้องมีนักดักฟังมือดีแฝงตัวอยู่แน่ นายต้องระวังตัว อย่าไปหลงกลพวกมัน"
ลั่วเพ่ยพยักหน้า "ทางฉันนายไม่ต้องห่วง"
ถานจวินเจี๋ยอยากให้เพื่อนผ่อนคลายบ้าง เลยยิ้มพูดว่า "นายลองไปมาหาสู่กับเซี่ยชิงดูสิ เธอเลี้ยงแกะวิวัฒนาการสายพละกำลังไว้ตัวนึง ชื่อลูกพี่แกะ นิสัยเสียเอาเรื่อง แต่ก็น่ารักดี"
เวลาอยู่กับเพื่อนเก่า ถานจวินเจี๋ยก็พูดมากไม่แพ้ซูหมิง
ลั่วเพ่ยหัวเราะออกมา "ลูกพี่แกะ ชื่อเข้าท่าดีนี่"
ลั่วเพ่ยไม่ได้ไปรบกวนเซี่ยชิง เขาเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บเงียบๆ ในที่ดินของตัวเอง ส่วนเซี่ยชิงก็ยุ่งอยู่กับงานในที่ดินของเธอเช่นกัน
ห้าวันต่อมา อุณหภูมิสูงขึ้นอีกครั้ง ตาของมันฝรั่งวิวัฒนาการเริ่มเห็นชัดขึ้น เซี่ยชิงหั่นมันฝรั่งแบ่งตามตา คลุกขี้เถ้าจนทั่วรอยตัด แล้วผึ่งลมครึ่งวันก่อนนำลงปลูก
มันฝรั่งชอบดินแบบเดียวกับมันเทศ เซี่ยชิงเลยปลูกไว้ข้างแปลงมันเทศ
หลังจากปลูกมันฝรั่งเสร็จ ผลเอล์มที่ที่ดินหมายเลข 6 ก็กินได้แล้ว เซี่ยชิงเอาโหระพาวิวัฒนาการหนึ่งชั่งไปแลกผลเอล์มมาสามชั่ง ตรวจสอบแล้วเป็นอาหารไฟเหลืองจริงๆ เธอเอาผลเอล์มผสมแป้งข้าวโพดและแป้งสาลี ทำหมั่นโถวผลเอล์มรูปร่างบิดเบี้ยวออกมาหม้อหนึ่ง รสชาติอร่อยเหาะจนแทบกลืนลิ้นตัวเอง และเพื่อปกป้องหมั่นโถวนี้ เธอถึงกับต้องวางมวยกับลูกพี่แกะจนกำแพงบ้านที่เพิ่งก่อเสร็จพังไปแถบหนึ่ง
หมั่นโถวอร่อยมากจนเซี่ยชิงเลิกถอนหญ้า เลิกซ่อมบ้าน พาลูกพี่แกะที่กำลังฮึดฮัดไปหาต้นเอล์ม
ในที่ดินของเธอมีต้นเอล์มอยู่ไม่กี่ต้น
เริ่มจากเนินเขาฝั่งตะวันตก เซี่ยชิงหักกิ่งเอล์มที่เต็มไปด้วยผลยื่นให้ลูกพี่แกะ "ลูกพี่ ลองชิมหน่อยไหม?"
พอลูกพี่แกะสะบัดหน้าหนีอย่างไม่ไยดี เซี่ยชิงไม่ต้องตรวจก็รู้ว่าผลเอล์มต้นนี้กินไม่ได้
ทิ้ง ไปต้นต่อไป
เดินหาอยู่ชั่วโมงกว่า จากเนินเขาฝั่งตะวันตกไปฝั่งเหนือ แล้วเลยไปถึงเนินเขาสูงในที่ดินใหม่ หักกิ่งเอล์มมาเป็นสิบกิ่ง
ต้นเอล์มทุกต้นในที่ดินของเธอล้วนกินไม่ได้ สายตาดูแคลนของลูกพี่แกะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
เซี่ยชิงไม่ได้ผิดหวังอะไรมาก เพราะนี่คือเรื่องปกติ ถ้าพืชกินได้หาง่ายขนาดนั้น คงไม่มีคนอดตายมากมายขนาดนี้
เซี่ยชิงเก็บยอดเซียงชุนให้ลูกพี่แกะกินใต้ต้นไม้ ส่วนตัวเองเดินไปดูต้นกล้าหอมในสวนผักร้างบนเนินเขาสูง
เนื่องจากตรงนี้เป็นที่ดินของเธอแล้ว เซี่ยชิงจึงไม่เสี่ยงย้ายต้นกล้าหอม แต่เลือกถางหญ้ารอบๆ และล้อมรั้วให้พวกมันเติบโตอยู่ที่เดิม
เป็นไปตามคาด ต้นกล้าหอมไฟเหลืองทั้งสองแปลงมีต้นอ่อนเส้นเล็กๆ เหมือนเข็มงอกเพิ่มขึ้นมาอีกเพียบ เซี่ยชิงนั่งยองๆ ถอนหญ้าไปนับต้นกล้าไปอย่างมีความสุข
นับไปนับมา เซี่ยชิงเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ
ทำไมต้นกล้าหอมพวกนี้หน้าตาเหมือนกล้ากุยช่ายที่แลกมาจากฉีฟู่เปี๊ยบเลย?
ด้วยสายตาวิวัฒนาการอันยอดเยี่ยม เซี่ยชิงสังเกตเทียบ "ต้นกล้าหอม" ในแปลงทั้งสองอย่างละเอียด และหลังจากเด็ดมาชิม ในที่สุดเธอก็ยืนยันได้ว่าในแปลงผักสองแปลงบนเนินเขาสูงนี้ไม่ได้มีแต่ต้นหอม แต่มีทั้งต้นหอมและกุยช่ายปนกันอยู่
โชคสองชั้นจริงๆ เซี่ยชิงคาบใบต้นหอมไว้ในปาก รดน้ำพุให้ต้นกล้าพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
ฮัมเพลงไปได้สักพัก เซี่ยชิงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาจากทางศูนย์ขยายพันธุ์หมูป่า