- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 25 เหล่าเจ้าของที่ดิน
บทที่ 25 เหล่าเจ้าของที่ดิน
บทที่ 25 เหล่าเจ้าของที่ดิน
บทที่ 25 เหล่าเจ้าของที่ดิน
บนเนินเขาในเขตที่ดินใหม่มีบ้านชาวนาที่ถูกทิ้งร้างอยู่ห้าหลัง ครั้งแรกที่เซี่ยชิงขึ้นมาเธอแค่ค้นดูผ่านๆ แต่วันนี้เธอตั้งใจจะค้นแบบปูพรมทุกซอกทุกมุม
กำแพงหินที่พังถล่ม ซากบ้านเรือน ทั้งหมดถูกรื้อออกและตรวจสอบอย่างละเอียด
เครื่องมือการเกษตรที่ขึ้นสนิมด้ามไม้หัก? เอา ขัดสนิมลับคมหน่อยก็น่าจะยังใช้ได้
กะละมังแสตนเลสบุบๆ? เอา เคาะให้เข้ารูปก็ยังใส่อาหารได้ รั่วเหรอ? ปะเอาสิ
เครื่องครัวพังๆ? เอา ต่อให้ซ่อมไม่ได้ก็แกะชิ้นส่วนไว้เป็นอะไหล่
ผ้าที่ยังไม่ขึ้นราเปื่อยยุ่ย? เอา ต้มฆ่าเชื้อแล้วเอามาทำไม้ถูพื้น
ตะขาบวิวัฒนาการที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา? เอา! ตากแห้งแลกแต้มได้
หนอนเนื้อวิวัฒนาการ? เผาทิ้ง!
...
หลังจากเคลียร์บ้านทั้งห้าหลังเสร็จ กองวัสดุที่จะขนกลับกองสูงท่วมหัวเธอเสียอีก เซี่ยชิงรู้สึกประสบความสำเร็จอย่างล้นเหลือ
สิ่งที่ทำให้เซี่ยชิงตื่นเต้นที่สุดคือ เธอพบต้นกล้าต้นหอมสามกอในแปลงผักที่ถูกกำแพงหินถล่มทับไว้ มีมากกว่าสามสิบต้น และดูเหมือนว่าจะงอกเพิ่มขึ้นมาได้อีก!
ต้นหอม สมกับเป็นผักสามัญประจำบ้านจริงๆ
เซี่ยชิงจัดการแพ็คของเสร็จ ก็รีบล้างมือตรวจสอบปริมาณธาตุเชียงของต้นหอมทันที ผลคือไฟเหลืองสองกอ ไฟแดงหนึ่งกอ แค่นี้ก็เพียงพอจะทำให้เธอดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว
เซี่ยชิงอยากจะถอดหน้ากากป้องกันแล้วลิ้มรสชาติที่ห่างหายไปนานเดี๋ยวนี้เลย
แต่ความมีเหตุผลยังมีชัยเหนืออารมณ์ เซี่ยชิงปักรั้วล้อมกอต้นหอมไฟเหลืองทั้งสองจุดเพื่อป้องกันไว้ รดน้ำพุและฉีดสเปรย์ไล่แมลงอย่างดี
หวังว่าอีกสักพักพออุณหภูมิสูงขึ้น บนเนินเขาสูงและนาขั้นบันไดจะมีผักชนิดอื่นงอกขึ้นมาอีก
เซี่ยชิงกวักมือเรียกลูกพี่แกะที่กำลังเคี้ยวเอื้องอยู่ใต้ต้นเซียงชุน ยัดบิสกิตอัดแท่งให้มันนิดหน่อย แล้วให้มันช่วยแบกกระสอบสองใบที่หนักรวมกันกว่าร้อยชั่ง
"ลูกพี่เก่งที่สุดเลย ถ้าไม่มีลูกพี่ ฉันคงขนของพวกนี้กลับไปไม่ไหวแน่ๆ" เซี่ยชิงค้นพบว่าลูกพี่แกะไม่ได้แค่ตะกละ แต่ยังบ้ายอ เพื่อให้มันยอมทำงานให้มากขึ้น เซี่ยชิงจึงขยันสรรหาคำหวานมาป้อยอมันทุกวัน
ลูกพี่แกะเริ่มหลงระเริงไปกับคำเยินยอของเซี่ยชิง ปรายตามองเซี่ยชิงด้วยสายตาเย่อหยิ่ง ก่อนจะยอมแบกกระสอบเดินกลับ สีหน้าท่าทางเหมือนจะบอกว่าถ้าไม่มีมันสักตัว บ้านนี้คงแตกสาแหรกขาดไปแล้ว
เซี่ยชิงกลั้นขำ แบกกระสอบใบใหญ่ที่สุด มือหนึ่งหิ้วยอดเซียงชุนและโหระพา อีกมือกระชับมีดสปาร์ตา เดินตามหลังลูกพี่แกะ คอยระวังภัยจากสัตว์วิวัฒนาการที่จะเข้ามาโจมตีเธอและลูกพี่
ขณะที่หนึ่งคนหนึ่งแกะเดินผ่านแนวกันไฟระหว่างที่ดินใหม่และที่ดินเดิม ทีมตรวจสอบอันตรายก็เดินมาจากแนวกันไฟทางทิศเหนือของที่ดินหมายเลข 4 พอดี
ลูกพี่แกะสลัดกระสอบทิ้งทันที แล้วมายืนบังหน้าเซี่ยชิง ตั้งท่าพร้อมโจมตี
ทีมผู้กองถาน...
เซี่ยชิงชูมีดสปาร์ตาในมือโบกไปมาเพื่อทักทายทีมตรวจสอบ
ระยะห่างขนาดนี้ ถ้าตะโกนผ่านหน้ากากป้องกันคงเหนื่อยแย่
ซูหมิง มนุษย์วิวัฒนาการสายการมองเห็นที่เดินนำหน้าโบกมือตอบอย่างกระตือรือร้น พอเดินมาถึงจุดแบ่งเขตระหว่างที่ดินหมายเลข 4 และ 3 พวกเขาก็ไม่ได้เดินเข้ามาในแนวกันไฟระหว่างที่ดินสองแปลงของเซี่ยชิง แต่เลี้ยวไปเดินตรวจตราตามแนวรั้วลวดหนามของศูนย์ขยายพันธุ์หมูป่าแทน
พอไล่คนพวกนั้นไปได้ ลูกพี่แกะก็เก็บท่าทีคุกคาม หรี่ตามองเซี่ยชิง
เซี่ยชิงรีบหยอดคำหวานกรอกหูทันที "ลูกพี่นี่เก่งจริงๆ เห็นคนมาก็รู้จักปกป้องฉัน ปกป้องที่ดินของเรา ถ้าไม่มีนาย ฉันจะทำยังไงเนี่ย?"
ลูกพี่แกะเชิดหน้า เหลือบมองกระสอบบนพื้น
เซี่ยชิงรีบยกกระสอบขึ้นหลังมัน แล้วอวยต่อ "ลูกพี่ยอดเยี่ยมมาก ยังจำเสบียงของเราได้อีก ฟ้าจะมืดแล้ว เรากลับบ้านกินข้าวกันเถอะเนอะ?"
รอจนหนึ่งคนหนึ่งแกะเดินหายเข้าไปในป่ากันชน เฉาเสียนอวิ๋น มนุษย์วิวัฒนาการสายการได้ยินถึงเอ่ยขึ้น "ไปไกลแล้ว"
ซูหมิงถอนหายใจด้วยความทึ่ง "พี่ชิงโคตรเจ๋ง ถึงขั้นให้แกะช่วยขนของได้"
"ไม่ใช่แค่นั้น" หู่จื่อเสริม "ที่ดินสามสิบหมู่ที่เธอเพิ่งพลิกหน้าดิน ก็ใช้แกะลากไถทั้งนั้น"
ทุกคน...
นับถือ!
แกะตัวนี้มีประโยชน์กว่าสุนัขทหารของพวกเขาซะอีก!
ถานจวินเจี๋ยที่ไม่ค่อยร่วมวงสนทนาไร้สาระถามเฉาเสียนอวิ๋น "เธอเรียกแกะว่าอะไร?"
"ลูกพี่... ลูกพี่แกะครับ" เฉาเสียนอวิ๋นยิ้มเจ้าเล่ห์ "อยากลากพี่จิ้นมาได้ยินกับหูจริงๆ"
ลูกทีมชิงหลงก็เรียกหัวหน้าทีมของพวกเขาว่า "ลูกพี่" หรือ "ลูกพี่หยาง" เหมือนกัน
ถานจวินเจี๋ยตอบกลับอย่างอารมณ์ดี "มันคนละหยางกัน" (หมายเหตุ: คำว่า "แกะ" และแซ่ "หยาง" ในภาษาจีนออกเสียงเหมือนกัน)
"ใช่ครับ" เฉาเสียนอวิ๋นหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม
ซูหมิงหันมาถาม "พี่เฉา ขำอะไรของพี่?"
"ไม่ใช่เรื่องของนาย นำทางไปดีๆ"
"ชิ!" ซูหมิงพ่นลมหายใจ เดินไปถึงแนวกันไฟทิศเหนือของกำแพงลวดหนามแล้วเลี้ยวขวา เข้าสู่แนวกันไฟทิศเหนือของที่ดินใหม่เซี่ยชิง มุ่งหน้าสู่ป่ากันชน
เซี่ยชิงกลับถึงบ้าน รีบเสียบสายชาร์จโทรศัพท์อย่างมีความหวัง พอหน้าจอสว่างวาบ เธอก็ดีใจจนแทบจะบินได้ ในที่สุดก็มีไฟใช้แล้ว!
ที่ตื่นเต้นไม่แพ้กันคือเจ้าของที่ดินหมายเลข 4, 5 และ 6 ที่เพิ่งติดตั้งโซลาร์เซลล์และได้รับวิทยุสื่อสาร
หลังจากเสียบปลั๊กฟังประกาศจากฐานจบ เซี่ยชิงก็เปิดวิทยุสื่อสารที่ชาร์จไฟเต็มแล้ว ปรับคลื่นความถี่ไปที่ช่อง 439.500 สำหรับพูดคุยส่วนตัวระหว่างเจ้าของที่ดิน ก็ได้ยินเสียงห้าวๆ ดังออกมาตามคาด
"พี่น้องที่ดินหมายเลข 3, 4, 5, 6 อยู่ไหม อยู่ไหม?"
"อยู่ครับ อยู่ครับ"
หูที่ว่องไวของเซี่ยชิงจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของจ้าวเจ๋อจากที่ดินหมายเลข 4
คนถามดีใจทันที "โอ๊ยแม่เจ้า ผ่านมาครึ่งเดือน นอกจากเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชุดลายพราง ในที่สุดก็ได้ยินเสียงคนนอกที่ดินสักที ผมที่ดินหมายเลข 6 ควนชิ่งเวย พี่น้องอยู่แปลงไหนกันบ้าง?"
จ้าวเจ๋อตอบ "ผมเบอร์ 4 จ้าวเจ๋อ"
"ผมเบอร์ 5 ฉีฟู่"
ได้ยินเสียงนี้ เซี่ยชิงเลิกคิ้วนิดหน่อย ฉีฟู่ก็เคยอยู่ทีมก่อสร้างเหมือนกัน แต่อยู่คนละหน่วยกับเซี่ยชิง เซี่ยชิงรู้ข่าวว่าเขาได้เป็นเจ้าของที่ดิน แต่ไม่คิดว่าจะอยู่ใกล้กันขนาดนี้
ควนชิ่งเวยจากที่ดินหมายเลข 6 เริ่มแบ่งปันข่าวสาร "พี่น้องได้ยินข่าวไหม คนที่ดินหมายเลข 1 ตายเรียบ โชคดีที่ที่ดินผมคนเยอะ อุปกรณ์ครบ เลยรอดมาได้"
เซี่ยชิงยิ้มโดยไม่มีเสียง ควนชิ่งเวยทำแบบนี้ทั้งเพื่อแชร์ข่าวและเพื่อขู่คนรอบข้างไปในตัวว่าอย่ามาแหยมกับเขา คนที่รอดมาถึงปีที่สิบแห่งภัยพิบัติ ไม่มีใครธรรมดาสักคนจริงๆ
"อะไรนะ?" คนจากที่ดินหมายเลข 4 และ 5 อุทานพร้อมกัน
ควนชิ่งเวยถอนหายใจ "ผมฟังจากทหารน้องชายที่มาติดตั้งโซลาร์เซลล์ กำลังอยากถามทุกคนอยู่พอดีว่ารู้ไหมว่าพวกเขาตายยังไง"
ช่องสัญญาณเงียบไปครู่หนึ่ง เซี่ยชิงก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยอีกเสียงแทรกเข้ามา "โดนหนอนบุ้งวิวัฒนาการที่มีพิษร้ายแรงกัดตาย"
ควนชิ่งเวยได้ยินเสียงคนมาใหม่ รีบถาม "พี่ชายอยู่แปลงไหนครับ?"
"ที่ดินหมายเลข 2 ทังหวาย"
ช่องสัญญาณเงียบกริบไปอีกอึดใจ ควนชิ่งเวยถึงถามต่อ "ผมจำได้ว่าที่ดินหมายเลข 2 ไม่มีป่ากันชน พี่ทังมีวิทยุสื่อสารส่วนตัวเหรอครับ?"
เมื่อกี้ยังเรียกพี่น้อง พอรู้ว่าเป็นที่ดินหมายเลข 2 ควนชิ่งเวยรีบเปลี่ยนสรรพนามเป็นพี่ทันที
ทังหวายตอบกลับอย่างอวดรวย "อืม ตอนออกมาเก็บของไม่ทันระวัง หยิบติดมือมาอันนึง"
ช่องสัญญาณเงียบไปอีกพักหนึ่ง ก็มีเสียงแปลกหน้าพูดขึ้นมาเนิบๆ ประโยคหนึ่ง:
"ฉันก็หยิบติดมือมาอันนึงเหมือนกัน ที่ดินหมายเลข 7 จางซาน"
เซี่ยชิง...
ชื่อนี้ เอาจริงดิ? (หมายเหตุ: จางซาน เป็นชื่อสมมติยอดฮิตทำนอง นาย ก. หรือ นายสมชาย)
เป็นควนชิ่งเวยที่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง "พี่ซานชาร์จวิทยุยังไงครับ? ผมควนชิ่งเวย ที่ดินหมายเลข 6 เราอยู่ติดกัน ผมมีโซลาร์เซลล์ พี่มาขอชาร์จไฟได้นะ"
เซี่ยชิงเขี่ยกองไฟไปขำไป "ลูกพี่ได้ยินไหม ที่ดินหมายเลข 6 เพิ่งติดแผงโซลาร์เซลล์ปุ๊บ ก็เริ่มทำธุรกิจปั๊บเลย"
ลูกพี่แกะไม่ตอบ หรี่ตาจ้องวิทยุสื่อสารเขม็ง
เซี่ยชิงเตือนเสียงเข้ม "อันนี้ห้ามกัด ห้ามเตะเด็ดขาด ไม่งั้นงดขนม ไล่ออกไปนอนนอกบ้าน!"
ลูกพี่แกะยังคงจ้องวิทยุสื่อสาร ส่วนเซี่ยชิงก็จ้องลูกพี่แกะ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ
ขณะที่หนึ่งคนหนึ่งแกะกำลังจ้องตากัน เสียงเนิบๆ ของจางซานก็ดังมาจากวิทยุสื่อสาร "ฉันก็มีแผงโซลาร์เซลล์ พี่น้องทุกคนได้เมล็ดพันธุ์อะไรกันมาบ้าง? มาแลกกันไหม?"
พอได้ยินเรื่องเมล็ดพันธุ์ เซี่ยชิงก็เลิกสนใจลูกพี่แกะทันที หูผึ่งรอฟังอย่างตั้งใจ