เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ที่ดินหมายเลข 3

บทที่ 2 ที่ดินหมายเลข 3

บทที่ 2 ที่ดินหมายเลข 3


บทที่ 2 ที่ดินหมายเลข 3

เซี่ยชิงที่ก้มหน้าอยู่เล็กน้อยได้ยินเสียงบ่นของทังลู่ก็ยกมุมปากขึ้นอย่างอารมณ์ดี เธรู้อยู่แล้วว่าตระกูลทังต้องมา แต่ไม่คิดว่าคนที่มาจะเป็นคุณหนูใหญ่ทังลู่อย่างนี้

ในเมื่อทังลู่คนไร้สมองมาเอง เซี่ยชิงรู้สึกว่าโอกาสที่จะได้ที่ดินแปลงที่เล็งไว้เพิ่มขึ้นอีกสามส่วน แทบจะแบเบอร์เลยทีเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะสถานที่ไม่เอื้ออำนวย เธอคงตะโกนร้องเพลง "วันนี้เป็นวันดี" ออกไปสุดเสียงแล้ว

ผู้คนในโถงเห็นทังลู่ถึงกับลดตัวลงมายืนต่อแถวหน้าโต๊ะทำงานว่างเปล่า ก็อดไม่ได้ที่จะมองภารกิจออกไปทำไร่นอกเขตปลอดภัยที่เคยถูกมองว่า "ไปตาย" ในมุมที่ต่างออกไป

ไม่นานนัก คนต่อแถวรอรับที่ดินก็เพิ่มจากสามสิบกว่าคนเป็นร้อยกว่าคน แถวยาวเหยียดเลี้ยวคดเคี้ยวไปมาในโถงถึงสองทบ ราวกับงูยักษ์ที่ขดตัวอยู่ภายใน

ทังลู่หันกลับไปมองผู้คนที่ยื้อแย่งเบียดเสียดกันเพื่อจองที่ แล้วตวัดสายตามองค้อนทหารสองนายที่ดูเหมือนจะมาคอยรักษาความสงบ แต่ความจริงแล้วมาจับตาดูท่านลุงของเธออย่างเหยียดหยาม พลางแค่นเสียงในลำคอ

ถ้าไม่ใช่เพราะคนของกองทัพคอยจ้องตาไม่กะพริบเหมือนแมลงวันตอม เธอหรือจะต้องมาทนดมกลิ่นเหม็นเน่าที่นี่

จนกระทั่งทังเจิ้งหรงพาคนเดินออกมาจากโซนสำนักงาน ทังลู่ที่หน้าบูดบึ้งมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงก็ยืดตัวตรงและส่งยิ้มหวานอย่างว่าง่ายทันที

ทังเจิ้งหรงในชุดเรียบง่ายแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นหลานสาว เดินตรงขึ้นไปบนแท่นสูงครึ่งเมตรข้างโต๊ะทำงานแล้วเริ่มกล่าวปราศรัย

"ชาวเขตปลอดภัยทุกท่านคงทราบดี เพื่อต่อสู้กับภัยธรรมชาติ ระบบเกษตรกรรมของประเทศเราล่มสลายมาสิบปีแล้ว การขาดแคลนอาหารกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข ขอบคุณทุกคนที่ตอบรับคำเรียกร้องของรัฐบาล อาสามารับที่ดินเพื่อช่วยผลิตเสบียงอาหารให้แก่ประเทศ ขอเพียงเรารวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว เราจะสามารถเอาชนะภัยพิบัติทั้งปวง ปกป้องสถานะของมนุษยชาติบนดาวบลูสตาร์ และสร้างบ้านแปงเมืองของเราขึ้นใหม่..."

เซี่ยชิงเงยหน้าขึ้น มองชายท่าทางใจดีที่กุมอำนาจเบอร์สองของฐานฮุยซานไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยสายตาเรียบเฉย

"ผู้ที่อาสามารับที่ดินในวันนี้ จะได้รับรางวัลพิเศษจากทางฐาน ทุกคนจะได้รับเสบียงอาหารสองเดือน ที่ดินที่ได้รับจะได้รับการยกเว้นภาษีห้าปี และรัฐบาลสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ"

"เฮ้!"

สิ้นเสียงของทังเจิ้งหรง ทั่วทั้งโถงและด้านนอกก็เกิดเสียงฮือฮา แถวที่ต่ออยู่ยาวเพิ่มขึ้นอีกสองทบในพริบตา

"แต่มีสองข้อที่ต้องชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน" ทังเจิ้งหรงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "ข้อแรก ที่ดินที่ได้รับห้ามทิ้งร้าง โอน หรือขายต่อ สืบทอดได้เฉพาะลูกในไส้ของผู้ถือกรรมสิทธิ์เท่านั้น หากเจ้าของที่ดินเสียชีวิตโดยไม่มีทายาท สิทธิ์การใช้ที่ดินจะกลับคืนสู่ฐาน ข้อสอง ฐานจะประเมินผลการเพาะปลูกในที่ดินทุกปี หากไม่ผ่านเกณฑ์ติดต่อกันสามปีจะถูกยึดคืน และเจ้าของที่ดินจะไม่มีสิทธิ์สมัครงานหรือภารกิจใดๆ ในฐานฮุยซานได้อีก"

พอพูดจบสองข้อนี้ คนที่แย่งกันต่อแถวก็หายไปเกินครึ่ง คนที่ยังอยู่ในแถวก็เริ่มลังเล

ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หลังเซี่ยชิงถามเสียงดัง "นายกเทศมนตรีทัง แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าผ่านเกณฑ์ครับ?"

ทังเจิ้งหรงยิ้มตอบ "ในช่วงห้าปีแรก ขอแค่มีพื้นที่ปลูกพืชที่กินได้เพิ่มขึ้นในที่ดินปีละสองหมู่ขึ้นไป ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์"

ปีละแค่สองหมู่ ไม่ยาก! ชายคนนั้นถอนหายใจโล่งอก เส้นประสาทที่ตึงเครียดของเซี่ยชิงก็ผ่อนคลายลงบ้าง

เมื่อเห็นคนที่เดินออกไปบางส่วนกลับมาต่อแถวใหม่ ทังเจิ้งหรงก็กระหยิ่มใจในอก โบกมือใหญ่ "พิธีมอบที่ดินครั้งแรกของฐานฮุยซาน เริ่มต้น ณ บัดนี้ หลังจากได้รับที่ดินแล้ว ให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่หน้าประตูเขตปลอดภัยภายในสองชั่วโมง ทางฐานจะจัดรถไปส่ง"

สิ้นเสียงทังเจิ้งหรง ทังลู่ที่รอจนหงุดหงิดก็เร่งเจ้าหน้าที่หนุ่มหน้าขาวที่นั่งหลังโต๊ะเสียงเบา "เร็วเข้า"

เจ้าหน้าที่หนุ่มรีบหยิบหนังสือรับรองสิทธิ์การใช้ที่ดินส่งให้ทังลู่ด้วยสองมือ "คุณหนูทัง นี่ของครับ เก็บรักษาไว้ให้ดี ตามระเบียบผู้ที่มารับที่ดินคนแรกจะได้รับเสบียงเพิ่มอีกสองเดือน เชิญนำหนังสือรับรองไปรับเสบียง อุปกรณ์ และเมล็ดพันธุ์ที่โต๊ะทางขวามือครับ"

ขณะทังลู่คว้าหนังสือรับรองแล้วหันกลับไป เธอก็ตวัดสายตามองมนุษย์วิวัฒนาการที่สกปรกโสโครกคนนั้นด้วยแววตาเย้ยหยันเต็มเปี่ยม

เซี่ยชิงเห็นคำว่า "ที่ดินหมายเลข 2" บนหนังสือรับรองในมือทังลู่ชัดเจน จึงก้าวเข้าไปที่หน้าโต๊ะทำงาน

เจ้าหน้าที่หนุ่มถามโดยไม่เงยหน้า "รหัสประจำตัว ชื่อสกุล"

เซี่ยชิงย้อนถามเสียงดัง "ตามระเบียบ สามคนแรกสามารถเลือกที่ดินเองและได้รับเสบียงสองเท่า ใช่ไหมคะ?"

"สามคนแรกเลือกที่ดินเองได้ แถมได้เสบียงสองเท่า? จริงดิ?" ชายคิวที่สามร้องเสียงหลง ดึงสายตานับร้อยคู่ให้หันมามอง

พูดบ้าอะไร!

เจ้าหน้าที่หนุ่มขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้น พอสบสายตาเย็นชาของหญิงสาวตรงหน้าและเห็นป้ายเขียว เขาก็หลบตาโดยสัญชาตญาณ เหงื่อกาฬเริ่มผุดที่หน้าผาก ถ้าเขาบอกว่าไม่มีระเบียบนี้ ยัยมนุษย์วิวัฒนาการคนนี้ต้องโวยวายเรื่องที่เขาแถมเสบียงให้ทังลู่เมื่อกี้แน่ ถ้าเรื่องไปถึงหูพลตรีชี เบอร์หนึ่งของฐาน นายกฯ ทังจะเป็นยังไงเขาไม่รู้ แต่ตำแหน่งของเขาเก้าอี้หลุดแน่นอน

ลูกเมียรวมสี่ชีวิตฝากท้องไว้กับงานนี้ของเขานะ

"แกพูด..." ทังลู่ที่กำลังรับเสบียงได้ยินเซี่ยชิงพูดก็หันขวับมาด่า แต่เพิ่งอ้าปาก ท่านลุงที่เดินผ่านก็ปรายตามองเรียบๆ จนเธอหุบปากฉับด้วยความกลัว

ทังเจิ้งหรงปรามหลานสาวไร้สมอง แล้วเดินมาที่โต๊ะลงทะเบียน กวาดตามองเซี่ยชิงแวบหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยิ้มถาม "มีนโยบายส่งเสริมนี้จริงๆ นั่นแหละ แม่หนูอยากเลือกที่แปลงไหน?"

เซี่ยชิงใช้นิ้วที่เปื้อนโคลนชี้ลงบนแผนที่ไปยังที่ดินทางทิศเหนือของเขตปลอดภัย ที่มีแหล่งน้ำสีฟ้าทอดยาวพาดผ่านอย่างแน่วแน่

"ตรงนี้ค่ะ ที่ดินหมายเลข 3"

เปิดปากก็เลือกที่ดินหมายเลข 3 เลย เป็นคนของกองทัพหรือคนของทีมชิงหลงกันแน่?

ทังเจิ้งหรงยังคงใช้น้ำเสียงอ่อนโยน แต่ความหมายในคำพูดกลับชัดเจน "ที่ดินหมายเลข 3 เป็นพื้นที่เพาะปลูกวงนอกสุดที่ฐานเราเพิ่งเคลียร์พื้นที่ อยู่ห่างจากเขตปลอดภัยร้อยกว่ากิโลเมตร ไปกลับลำบากมากนะ"

เซี่ยชิงแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจเงื่อนงำในคำพูด เงยหน้าขึ้นพูดด้วยถ้อยคำปลุกใจ "ขอบคุณท่านนายกฯ ทังที่เตือนค่ะ แต่ฉันเป็นมนุษย์วิวัฒนาการ ก็ควรต้องไปอยู่ในที่ที่อันตรายและห่างไกลที่สุด เพื่อปลูกเสบียงให้ได้เยอะๆ สร้างคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติสิคะ!"

รอยยิ้มของทังเจิ้งหรงแข็งค้างไปครึ่งวินาที เขาจึงมองป้ายประจำตัวของเซี่ยชิงอย่างเป็นทางการและจำชื่อเธอไว้ "แม่หนูมีอุดมการณ์แบบนี้ ดีมาก เจ้าหน้าที่จาง ทำเรื่องให้เลย"

เจ้าหน้าที่จางโล่งอก รีบลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัวให้เซี่ยชิงและพิมพ์หนังสือรับรองสิทธิ์การใช้ที่ดินหมายเลข 3 ออกมา

เซี่ยชิงตรวจสอบความถูกต้อง แล้วไปรับเสบียงและอุปกรณ์ที่โต๊ะข้างๆ จากนั้นเดินตรงไปยังหน้าต่างฝั่งตะวันออกของโถง ใช้แต้มในบัตรประจำตัวแลกพาวเวอร์แบงค์ความจุสูงสำหรับมือถือมาสองอัน นอกเขตปลอดภัยยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จำเป็นต้องใช้พาวเวอร์แบงค์ชาร์จมือถือ

เธอหิ้วของเดินออกจากโถง ฝ่าวงล้อมฝูงชนที่จ้องมองถุงเสบียงในมือเธอตาเป็นมัน เมินเฉยต่อสายตาอำมหิตของทังลู่ที่นั่งอยู่ในรถเก๋ง ฟังเสียงประกาศซ้ำๆ ให้เจ้าของที่ดินไปรวมพลที่หน้าประตู แล้วตรงดิ่งกลับหอพักเพื่อเก็บของ

พอเปิดประตูห้องเธอก้าวเข้าไป เฝิงเหวิน มนุษย์วิวัฒนาการสายการดมกลิ่น 3 เท่าเพื่อนร่วมห้อง ก็รีบวางกระจกแต่งหน้าแล้วเอามือปิดจมูกทันที กลอกตามองบนทำท่าเหมือนจะอาเจียน

เซี่ยชิงคร้านจะสนใจเธอ ไขแม่กุญแจตัวใหญ่ที่ล็อคหีบเหล็กใต้เตียง ล้วงเอากระเป๋าสัมภาระที่จัดเตรียมไว้นานแล้วออกมา ยัดใส่ถุงผ้าใบใบใหญ่ แล้วก้มลงเก็บเครื่องนอนบนเตียงเดี่ยว

เฝิงเหวินปิดจมูกถามด้วยความตกใจ "เธอไปรับที่ดินมาจริงๆ เหรอ? บ้าไปแล้วหรือเปล่า?"

จบบทที่ บทที่ 2 ที่ดินหมายเลข 3

คัดลอกลิงก์แล้ว