เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GOI ตอนที่ 79 โน้มน้าวหยุนจิงชวง

GOI ตอนที่ 79 โน้มน้าวหยุนจิงชวง

GOI ตอนที่ 79 โน้มน้าวหยุนจิงชวง


“ศิษย์พี่ พวกเราไปหาที่เงียบๆ คุยได้หรือไม่? ที่นี่มีคนมากมายเกินไป”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยปากพูด เมื่อเขากล่าวจบ หยุนจิงชวงหรี่ตาลง

หากไม่อาจพูดได้ในที่สาธารณะ เช่นนั้นต้องเป็นเรื่องโสมม และหยุนจิงชวงเกลียดเรื่องโสมม

“ฮึ่ม! มีเรื่องอันใดที่เจ้าไม่อาจพูดออกมาตรงๆ ? หากพูดไม่ได้ก็หันหลังกลับไป! ประตูอยู่ตรงโน้น!”

ท่าทีของเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ป๋ายเสี่ยวเฟยอดไม่ได้ที่จะก่นด่าในใจ

‘บัดซบ! ข้าแหย่ผิดรัง!’

ในห้วงวิกฤติ ป๋ายเสี่ยวเฟยหันไปมองหันเชียนเย่ที่กำลังเล่นกับเสี่ยวเอ้อด้วยสีหน้าขอความช่วยเหลือ สติปัญญาของหันเชียนเย่ไม่ทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยผิดหวัง นางเข้าใจป๋ายเสี่ยวเฟยในทันที

แต่หันเชียนเย่ยื่นหนึ่งนิ้วออกมาก่อนจะชี้ไปที่เสี่ยวเอ้อ

ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่ลังเลแม้แต่น้อยส่งสายตาตอบตกลง

ด้วยเหตุนี้ เวลาที่เสี่ยวเอ้อถูกขายจะเพิ่มอีกหนึ่งวัน...

“หยุนเกอเกอ ไปห้องส่วนตัวกันเถิด? มีหญิงสาวไม่ดีมากมายที่นี่ มันไม่สะดวกสำหรับท่านในการพูดสิ่งใดด้วยเหมือนกัน”

คำพูดของหันเชียนเย่ได้ผลลัพธ์ที่ดี สีหน้าของหยุนจิงชวงผ่อนคลายขึ้นมาทันที

“หากเรื่องที่เจ้าต้องการจะพูดคุยเป็นเรื่องไม่ดี พวกเจ้าอย่าได้หวังว่าจะได้อยู่ในสถาบันชิงหลัวต่อ เชื่อข้าเถอะ ช้ามีความสามารถพอจะทำเช่นนั้น!”

หยุนจิงชวงเอ่ยเสียงเย็นชาขณะที่เขาหันหลังเดินนำทาง หันเชียนเย่มองป๋ายเสี่ยวเฟยด้วยสีหน้าพึงพอใจก่อนจะเดินตามไป

ป๋ายเสี่ยวเฟยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามทันทีที่หันเชียนเย่หันหลังกลับ

‘รอก่อนเถอะนังหนู!’

“พูดที่นี่ได้หรือไม่?”

ภายใต้การนำของหยุนจิงชวง ป๋ายเสี่ยวเฟยและฟางเย่เดินเข้ามาในห้องเดี่ยวที่เงียบสงบกว่าภายนอกมาก

“ศิษย์พี่ ข้าอยากกล่าวล่วงหน้าก่อนว่าข้าไม่มีจุดประสงค์อื่นในสิ่งที่ข้ากำลังจะพูด และข้าเพียงต้องการทราบถึงสถานการณ์บางอย่างเท่านั้น”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยให้หยุนจิงชวงผ่อนคลายขึ้น หลังจากหยุนจิงชวงตอบรับ เขาสูดหายใจเข้าลึก

“ศิษย์พี่ ท่านต้องการเงินจำนวนมากเพื่อบริหารศาลาบุปผาหรือไม่?”

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวจบ หยุนจิงชวงตกตะลึงชั่วครู่ เป็นปฏิกิริยานี้ของเขาเองที่ทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยผ่อนคลายขึ้นได้

‘ดีแล้วที่เจ้ามีปัญหา ข้ากลัวอยู่เชียวว่าเจ้าจะรวยล้นฟ้า!’

“เช่นนั้นแล้วอย่างไร? เจ้าจะให้การสนับสนุนโดยไร้เงื่อนไขหรือ?”

หยุนจิงชวงเอ่ยเน้นย้ำคำว่า ‘ไร้เงื่อนไข’ เพราะมีคนจำนวนมากมายจากอันดับมั่งคั่งอยากจะเป็นสนับสนุนเขาหลังเขากลายมาเป็นเจ้าของศาลาบุปผา เขาได้ปฏิเสธทุกคนเนื่องเพราะพวกเขามีความคิดไม่ซื่อ!

แต่ค่าเช่าที่ของสถาบันชิงหลัวเกินตัวเขาอยู่บ้าง ถึงแม้ชาติกำเนิดของเขาจะร่ำรวย แต่เงินที่ตระกูลให้เขามาไม่ได้ไร้ขีดจำกัด เขาจึงไม่ปฏิเสธป๋ายเสี่ยวเฟยในทันที แต่หยั่งเชิงดูก่อน

“จะไร้เงื่อนไขหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของท่าน แต่ข้ายืนยันได้ว่าวิธีที่ข้าเสนอแนะจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งท่านและศิษย์พี่หญิงในอันดับบุปผา และข้าจะไม่กระทำสิ่งที่เป็นภัยต่อพวกท่าน”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังเป็นอย่างมาก หยุนจิงชวงอดไม่ได้ที่จะเผยความสนอกสนใจ

เขาเกรงกลัวว่าจะมีคนทำอันตรายต่อดรุณีในอันดับบุปผาผ่านเขา มันจะทำให้เขาสูญเสียชื่อเสียงฐานะทั้งหมดไป

“พูดต่อ”

ท่าทีของหยุนจิงชวงผ่อนคลายขึ้นมากเพราะหากป๋ายเสี่ยวเฟยไม่ได้หลอกเขา นี่จะช่วยจัดการปัญหาที่เขาเผชิญได้

“ต่อไปจะเป็นสหายของข้าพูดเพราะเขาเป็นมืออาชีพในด้านนี้”

ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ย ดันฟางเย่ไปข้างหน้า

หยุนจิงชวงจ้องฟางเย่ ฝ่ายหลังยิ้มอย่างเขินอายก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก

“มีศิษย์ปีหนึ่งมาหาพวกเราวันนี้เพราะศิษย์พี่หญิงฉินหลิงหยานตั้งเงื่อนไขในการตามเกี้ยวพาราสีนาง และสิ่งนั้นคือการได้รับคำรับรองจากหัวหน้าห้องของพวกเรา ส่วนเหตุผลที่ทำไมต้องเป็นเขา มันยาวไปสักหน่อยและเราสามารถอธิบายได้ในเวลาอื่น และเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น พวกเราได้คิดวิธีหาเงินหนึ่งวิธี”

ฟางเย่เปิดปากพูด สายตาเปล่งประกาย

หยุนจิงชวงตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อฉินหลิงหยาน แต่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปพอฟางเย่เอ่ยถึงวิธีหาเงิน

“วิธีเช่นใด?”

เมื่อเห็นหยุนจิงชวงสนใจ ฟางเย่มีความมั่นใจขึ้นเล็กน้อย

“พวกเรารู้สึกว่าหากใครก็ตามที่ต้องการจะเกี้ยวพาราสีศิษย์พี่หญิงในอันดับบุปผาอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติทั้งหมดสามอย่าง ทรัพย์สิน พลังและอำนาจ พวกเราจึงคิดสามบททดสอบโดยอ้างอิงจากคุณสมบัติพวกนั้นและมีผลประโยชน์กับพวกเรา พร้อมช่วยเหลือศิษย์พี่หญิงจากปัญหาหลายอย่าง”

หยุนจิงชวงถูกฟางเย่ควบคุมจังหวะโดยสมบูรณ์ เขาไม่มีความคิดจะเอ่ยขัดฟางเย่แม้แต่น้อย

“บททดสอบแรกนั้นง่ายมาก จ่ายค่าธรรมเนียม ยิ่งกว่านั้น ค่าธรรมเนียมจะแบ่งออกเป็นสามระดับ สิบหินชิงหลัวได้ระดับต่ำสุด ร้อยหินชิงหลัวได้ระดับกลาง พันหินชิงหลัวได้ระดับสูงสุด ระดับที่แตกต่างกันจะมีภารกิจที่ทดสอบคุณสมบัติต่างกันด้วย”

“บททดสอบที่สองคือหลักฐานของพลัง พวกเขาจะต้องสำเร็จภารกิจในอันดับชิงหลัวที่เราเป็นคนเลือกให้ และพวกเขาจะต้องมอบวัตถุดิบที่ภารกิจต้องการด้วย วัตถุดิบพวกนี้จะเป็นของพวกเราในท้ายที่สุด สามระดับจากบททดสอบแรกจะเป็นตัวตัดสินว่าภารกิจใดที่พวกเขาจะต้องทำ ผลประโยชน์ของพวกเราในบททดสอบนี้จะมากน้อยแตกต่างกันไป”

“บททดสอบที่สามคือบททดสอบแห่งอำนาจ ซึ่งพวกเราจะได้รับผลประโยชน์มากที่สุด พวกเราจะระบุของบางอย่างจากร้านๆ หนึ่ง และผู้รับการทดสอบจะต้องใช้เส้นสายของตนเพื่อให้กลุ่มคนจำนวนหนึ่งมาซื้อของจากร้านค้านั้นโดยอ้างอิงเป็นชื่อของเขา เมื่อจำนวนของผู้ซื้อครบ คนผู้นั้นจึงจะผ่านบททดสอบ ในขณะเดียวกัน พวกเราจะติดต่อเจรจากับร้านค้าในสถาบันเพื่อรับส่วนแบ่งของกำไร”

“ท้ายสุดแล้ว ผู้ที่ผ่านทั้งสามบททดสอบจะสามารถใช้ใบรับรองที่พวกเขาได้มาเพื่อทานอาหารมื้อเย็นใต้แสงเทียนกับสาวงามที่พวกเขาต้องการในอันดับบุปผา ส่วนเรื่องที่คนผู้นั้นจะสำเร็จหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวกับพวกเราเพราะทางเรามอบโอกาสให้เท่านั้น”

ฟางเย่นิ่งเงียบมองหยุนจิงชวงหลังจากเอ่ยจบ และหยุนจิงชวงจมอยู่ในห้วงภวังค์แห่งการพินิจพิเคราะห์ ฟางเย่ทำให้เขาต้องคิดหนัก

ฟางเย่เอ่ยปากพูดอีกคราเมื่อเห็นหยุนจิงชวงยังคงสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว

“แต่เพื่อให้แผนประสบความสำเร็จ มีสิ่งหนึ่งที่พวกเราต้องการให้ศิษย์พี่ช่วย คือการยินยอมจากศิษย์พี่หญิงในอันดับบุปผา!”

หลังจากพูดจบ ฟางเย่และป๋ายเสี่ยวเฟยจ้องนิ่งไปที่หยุนจิงชวง

แผนนี้จะสำเร็จได้หรือไม่อยู่ในกำมือของเขา!

จบบทที่ GOI ตอนที่ 79 โน้มน้าวหยุนจิงชวง

คัดลอกลิงก์แล้ว