เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GOI ตอนที่ 78 ข้าเป็นชายแท้!

GOI ตอนที่ 78 ข้าเป็นชายแท้!

GOI ตอนที่ 78 ข้าเป็นชายแท้!


“ไม่ ไม่! ศิษย์พี่หญิง ท่านเข้าใจผิด! พวกเรากำลังหาศิษย์พี่หยุนเพื่อเจรจาบางอย่าง มันเป็นผลดีกับเขาด้วย พวกเราไม่มีความคิดร้ายอย่างที่ท่านเอ่ย!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยืนยันด้วยความซื่อสัตย์จริงใจที่ยิ่งกว่าหวู่จื๋อเสียอีก

“ฮึ่ม! ฝันไปเถอะว่าข้าจะเชื่อคำพูดเหลวไหลของเจ้า รีบไปซะตอนที่ข้ายังอารมณ์ดี! มิเช่นนั้นข้าจะตะโกนว่า เจ้าลวนลามข้า! ถึงเวลานั้นแม้แต่ซากศพก็ไม่มีให้เจ้าฝัง!”

‘อะไรวะ? นี่คือตอนที่เจ้าอารมณ์ดี? หากอารมณ์ไม่ดีเจ้าไม่กินคนเลยหรือ?’

ป๋ายเสี่ยวเฟยบ่นพึมพำในใจ แน่นอนว่าเขาไม่กล้าเอ่ยคำพวกนี้ออกไป

“ศิษย์พี่หญิง ข้ายืนยันได้ว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ข้าขอสาบานต่อสวรรค์ว่าหากมีสิ่งใดที่ข้าพูดปด ท่านสามารถจัดการข้าได้ตามที่ท่านอยาก!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยจะไม่ยอมแพ้จนกว่าเขาจะได้เจอหยุนจิงชวง เขาเผยความสามารถทางการแสดงระดับออสการ์ให้เห็น

“มิผิด ทำกับพวกเราตามที่ท่านต้องการ!”

ฟางเย่ที่อยู่ข้างๆ เอ่ยตาม กระบวนการทางความคิดของเขาสับสนวุ่นวาย และเขาเกรงกลัวเป็นอย่างมากว่าหันเชียนเย่จะตะโกนออกมาจริงๆ...

เขายังไม่อยากตายเร็วเช่นนี้!

“ฮ่ง! ฮ่ง!”

เสี่ยวเอ้อที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่นอยหน้า มันเห่าสองคราก่อนจะเลียนแบบท่วงท่าที่พวกป๋ายเสี่ยวเฟยสาบานเมื่อครู่

ไม่ว่าเขาจะฉลาดเฉลียวเพียงใด แต่ป๋ายเสี่ยวเฟยร้อยไม่คิดพันไม่คิดว่าหันเชียนเย่ผู้นั้นที่เขาแทบไม่อาจรับมือได้ จะถูกทะลวงฝ่าด่านป้องกันได้อย่างง่ายดายเมื่อนางเห็นเสี่ยวเอ้อ!

“ว๊าย! ช่างเป็นสุนัขที่น่ารักอะไรขนาดนี้!!!”

หันเชียนเย่ร้องเสียงหลงด้วยความประหลาดระคนดีใจก่อนจะกระโจนเข้าหาสุนัขฮัสกี้ใช้ใบหน้าขาวเนียนของนางลูบเข้ากับหน้ามัน

“อืม~~ ขนนุ่มดีแท้ จะหาหุ่นเชิดน่าอภิรมย์แบบเจ้าได้ที่ไหนอีก?”

หันเชียนเย่ที่มีท่าทีจริงจังเมื่อครู่ ในบัดนี้เมื่อนางมีเสี่ยวเอ้ออยู่ในอ้อมกอด สายตาของนางเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน นางเมินเฉิยตัวตนของพวกป๋ายเสี่ยวเฟยเป็นที่เรียบร้อย

ป๋ายเสี่ยวเฟยกลืนน้ำลายลงไปไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ทั้งเขาและฟางเย่ยกมือกลางอากาศเหม่อมองไปที่หันเชียนเย่

“หืม ในเมื่อเจ้ามีสุนัขน่ารักเป็นหุ่นเชิด เจ้าคงไม่ใช่คนเลวร้าย”

หลังจากกอดฟัดรัดจูบเสี่ยวเอ้อจนพอใจ หันเชียนเย่เงยศีรษะกล่าวคำที่แทบทำให้ทั้งสองกระอักโลหิต

‘ตรรกะอะไรวะ!?’

‘เอาเถอะ ขอแค่พวกเราเข้าไปได้...’

ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะหันไปหาหันเชียนเย่

“เอ่อ... ศิษย์พี่หญิง ท่านหมายความว่าพวกเราเข้าไปได้แล้ว?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยถามเสียงอ่อน หันเชียนเย่เผยสีหน้าครุ่นคิด

“ฮืมม... เจ้าเข้าไปได้ แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะให้หุ่นเชิดของเจ้าอยู่กับข้าหนึ่ง... ไม่! สองวัน!”

ตอนแรกหันเชียนเย่ชูหนึ่งนิ้ว แต่นางเพิ่มอีกหนึ่งเมื่อรู้สึกว่ามันไม่เพียงพอ

เสี่ยวเอ้อยังคงอยู่ในอ้อมกอดของนาง เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ มันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา สายตาอ้อนวอนถูกส่งไปยังป๋ายเสี่ยวเฟย

น่าเสียดายที่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่สนใจเสี่ยวเอ้อแม้แต่น้อย

“ตกลง!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยยอมรับด้วยความเร็วดุจสายฟ้าราวกับเจรจาธุรกิจที่จะทำกำไรให้เขามหาศาล...

‘อนิจจา ชะตาลิขิตให้ข้ามีมันเป็นเจ้านาย!!’

สุนัขฮัสกี้ถอนหายใจอย่างมีอารมณ์กับความโชคร้ายของตนพลางยอมรับชะตากรรม และพยายามอย่างหนักเพื่อประจบสอพลอเจ้านายคนใหม่ในอีกสองวัน...

หลังจากขายเสี่ยวเอ้อ ป๋ายเสี่ยวเฟยและฟางเย่ประสบความสำเร็จได้เข้าไปในศาลาบุปผาดั่งใจหวังภายใต้การนำทางของหันเชียนเย่ ทั้งคู่ตกตะลึงเหม่อมองค้างเมื่อเข้าไปข้างใน

หากมีสรวงสวรรค์อยู่บนโลก เช่นนั้นสวรรค์ของผู้ชายทุกคนต้องเป็นที่นี่!

สิ่งที่ปรากฎขึ้นในครรลองจักษุคือสาวงามระดับล่มเมืองมีให้เห็นทุกซอกทุกมุม! หิมะขาวหลากชนิดส่องแสงเจิดจรัสจนทั้งคู่ไม่อาจลืมตาขึ้น และยังมีเสียงหัวเราะน่าฟังที่ดังขึ้นลงชักชวนจินตนาการของสองหนุ่มให้คิดต่างๆ นานาไปไกล

“ฮึ่ม! ข้ารู้อยู่แล้วเชียวว่าพวกเจ้าทั้งสองมีความคิดไม่ดี! เช็ดน้ำลายของเจ้าเสีย!!”

น้ำเสียงเหยียดหยามสุดขีดของหันเชียนเย่ดังกังวานปลุกเตือนให้ทั้งป๋ายเสี่ยวเฟยและฟางเย่สะดุ้งตื่นจากฝัน หากไม่ใช่ว่าสุนัขฮัสกี้ยังอยู่ในอ้อมแขน นางไล่พวกเขาไปนานแล้ว...

“รอที่นี่ เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เดินไปที่อื่น และเจ้าไม่อาจพูดคุยสนทนากับใคร! ข้าจะไปหาหยุนเกอเกอเพื่อพวกเจ้า!”

หันเชียนเย่กอดเสี่ยวเอ้อพลางวิ่งจากไป ในขณะเดียวกัน พวกเขาได้กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของดรุณีมากหน้าหลายตาในศาลาบุปผา...

พูดให้เข้าใจง่าย ทั้งสองเป็นดั่งพระถังซัมจั๋งและเหล่าลูกศิษย์ในอาณาจักรอิสตรี...

“พี่ใหญ่เฟย ทำไมข้ารู้สึกหนาวเยือกแปลกๆ ?”

ฟางเย่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ลำคอสั่นพั่บๆ

“ข้าไม่รู้ บางทีอาจเป็นสัญชาตญาณของเจ้า...”

ป๋ายเสี่ยวเฟยตอบ เขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีกว่านัก...

ปัจจุบัน กลุ่มดรุณีน้อยงามหยาดเยิ้มล้อมรอบทั้งสองเอาไว้ ทุกคนล้วนสวมใส่อาภรณ์วับๆ แวมๆ ปกปิดบางส่วนไม่มิด

“เอ๋ ศิษย์น้องตัวน้อย เจ้าทำอะไรอยู่หรือ?”

“ร่างกายพวกเขาดูนุ่มนิ่มน่าจับ ดีกว่าคนในสถาบันพวกนั้นที่เอาแต่โอ้อวดเยอะ”

“ศิษย์น้องตัวน้อย เจ้ามีคนรักหรือยัง?”

“ศิษย์น้องตัวน้อย เจ้าคิดอย่างไรกับข้า? ข้ายังโสดนะ!”

“พวกเจ้าฝันไปเถิดถ้าอยากอยู่ในอันดับชิงหลัวด้วยสารรูปแบบนั้น”

เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นมา ทำให้ศิษย์พี่หญิงที่ล้อมรอบป๋ายเสี่ยวเฟยและฟางเย่รีบแยกย้ายหายไปราวกับหวาดกลัวว่ารูปโฉมของตนจะถูกจดจำ

ทั้งสองถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะมองไปยังทิศทางของเสียง

สองหนุ่มเห็นใบหน้าที่พวกเขามิอาจลืมเลือนได้ชั่วชีวิต

ผิวขาวนวลละมุนลไม รูปร่างหน้าตาสมส่วนไร้ที่ติ ผมยาวพลิ้วไหวตามสายลม... และที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือเสื้อคลุมยาวสีชมพูปลดปล่อยความตุ้งติ้งถึงขีดสุด

หากพวกเขาไม่ได้เตรียมใจตั้งแต่นานนม คงไม่มีใครคิดว่าสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าคือเพศชาย!

ไม่จำเป็นต้องถาม คนผู้นี้คือร่างชายใจหญิงที่หันเชียนเย่และเสวี่ยอิ่งเอ่ยถึง!

“ข้าคงไม่ได้ทำให้พวกเจ้ารู้สึกแย่ ใช่หรือไม่?”

หยุนจิงชวงสะบัดพัดในมือเบาๆ ทุกท่วงท่าอิริยาบถของเขาประณีตมีความเป็นกุลสตรีเสียยิ่งกว่าผู้หญิง

“ไม่สักนิด! ศิษย์พี่ ท่านช่วยพวกเราไว้!”

ขณะที่เขาพูด ป๋ายเสี่ยวเฟยปาดเหงื่อเย็นเยียบบนหน้าผากก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก

“เช่นนั้นก็ดี กลุ่มคนพวกนี้ต้องการจะฉวยโอกาสที่ศิษย์พี่ปีสี่จบการศึกษาเพื่อจะได้เข้าไปในอันดับบุปผาและใช้สถานะนั้นหาสามีร่ำรวย ดีแล้วที่พวกเจ้าไม่ต้องเกี่ยวข้องกับพวกนาง”

น้ำเสียงของหยุนจิงชวงแฝงความชื่นชมขณะกล่าว

ถึงแม้ดรุณีน้อยพวกนี้จะ ‘ใจแตก’ ไปบ้าง แต่หยุนจิงชวงก็ยังยอมรับว่าพวกนางมีโฉมลักษณ์ที่ไม่ธรรมดา อย่างน้อยที่สุด เสน่ห์ของพวกนางจะไม่เป็นปัญหาต่อการมัดใจชายสามัญ

“คารวะศิษย์พี่ ข้าคือป๋ายเสี่ยวเฟย เขาคือเพื่อนร่วมห้องของข้า ฟางเย่”

หลังจากปรับเปลี่ยนสภาวะในใจ ป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ยอย่างใจเย็น หาได้ยากที่เขาจะสุภาพเช่นนี้

“ป๋ายเสี่ยวเฟย? เหตุใดชื่อนี้คุ้นหูนัก?”

หยุนจิงชวงเผยสีหน้าครุ่นคิดพลางกล่าว เหงื่อเย็นเยียบหนึ่งหยดผุดขึ้นมาบนหน้าผาก

หากมีใครคุ้นชื่อของเขาในเวลานี้ ไม่มีทางที่จะเป็นในแง่ดี...

“ศิษย์พี่ ท่านพบเจอผู้คนมากมายทุกวัน เป็นปกติที่ท่านจะได้ยินชื่อที่คล้ายคลึง ข้าเป็นเพียงศิษย์ใหม่ไร้ชื่อ แล้วท่านจะเคยได้ยินชื่อของข้าได้อย่างไร?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยรีบเปลี่ยนบทสนทนาเพราะเขาเกรงกลัวว่าหยุนจิงชวงจะนึกถึง ‘ชื่อเสียง’ ของเขาออก

“เชียนเย่บอกว่าเจ้าตามหาตัวข้า พูดมาเจ้ามีธุระอันใด”

หยุนจิงชวงยิ้มพลางเอ่ย ทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยและฟางเย่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าเหม่อมองอย่างโง่งมด้วยไม่ทราบสาเหตุ พวกเขาหวาดกลัวถึงกับต้องรีบหยิกต้นขาของตัวเอง

‘ข้าเป็นชายแท้!’

‘จริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์!’

‘ข้าบอกว่าข้าเป็นชายแท้!!!’

จบบทที่ GOI ตอนที่ 78 ข้าเป็นชายแท้!

คัดลอกลิงก์แล้ว