เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 130 – ดาวเฟยหลิน

ตอนที่ 130 – ดาวเฟยหลิน

ตอนที่ 130 – ดาวเฟยหลิน


ตอนที่ 130 – ดาวเฟยหลิน

 

[คั่นหนังสือ : ชื่อตอนขอทับศัพท์นะครับ 菲林 ลองค้นดูมันคือ ฟิลม์กล้องถ่ายรูป ซึ่งต้นฉบับอังกฤษแปลว่า ต่ำต้อย หมดปัญญาคิดชื่อครับ ฮ่าฮ่า!]

“นี่หรือเส้นทางที่ทหารเก่าใช้ที่ท่านกล่าวถึง?” สีหน้าของถังเทียนหมองคล้ำขณะที่มองไปยังทหารอย่างหงุดหงิด

เขาเปียกโชกและเหนื่อยล้าลอยอยู่ในน้ำราวกับท่อนไม้

ถังเทียนมิคาดคิดว่ายามเมื่อเขาก้าวเข้าไปภายในประตูดาราสิ่งที่รอเขาอยู่จะเป็นกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก เขาแทบมิมีเวลาตอบสนองทันและเขาก็ลอยออกไปไกลภายในความงุนงงอยู่กลางอากาศ

มันคือน้ำตก!

จากควาสูงมากกว่าสามสิบเมตรเขาหล่นลงไปในแม่น้ำ แม้กระทั่งร่างที่ทนทานถังเทียนยังคงกระอักเลือดออกมาเต็มปาก กระดูกของเขาเจ็บปวดรวดร้าวและจิตใจพลันว่างเปล่า

แต่นั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

ขณะที่เขาตีลังกาหมุนวนไปมามันไม่รอให้เขาตอบสนองได้ทันเขาก็ถูกพัดไปโดยแม่น้ำ มันเป็นน้ำตกอีกอันหนึ่ง สูงกว่าสามสิบเมตรอีกครา ถังเทียนผู้น่าสงสารในช่วงเวลาที่ถูกกระแทกด้วยกระแสน้ำเขาแทบจะหมดสติไป

ฝันร้ายแทบไม่มีที่สิ้นสุด

ถังเทียนร่วงหล่นทั้งหมดหกครา มิใช่เพียงแค่นั้น เขากระแทกกับหินตลอดเส้นทางและได้รับบาดเจ็บ แม้กระทั่งอวัยวะภายในก็บาดเจ็บหลายแห่ง

เขาแทบไม่มีแม้กระทั่งแรงที่จะลุกขึ้นยืนในตอนนี้

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไปจนเขามิทันที่จะตอบสนอง

ถ้าเพียงจ้องมองแล้วสังหารคนได้ ร่างของทหารคงท่วมไปด้วยโลหิตและตายเป็นร้อยรอบแล้ว

บนใบหน้าทหารเปิดเผยสีหน้าอับอายที่หาดูได้ยาก แม้กระทั่งตัวเขาเองยังรู้สึกอับอายเล็กน้อยกับเหตุการณ์นี้ แต่ด้วยความรวดเร็วเขาก็แก้ตัว “เจ้าจะต้องรู้ว่ามันเป็นไปได้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ภายในประตูดารา แต่มันเป็นคราแรกที่ข้าพบเจอการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้”

ทหารรู้สึกอับจนปัญญา

ด้านนอกประตูดาราภายในเมืองไตรวิญญาณมันเป็นเช่นเดิมเหมือนกับอดีต ตำแหน่งและการปรากฏมิได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งทำให้เขารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มายังสถานที่เก่าในอดีต ผู้ใดจะรู้ว่าภายในประตูดารามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้

ถังเทียนมองไปยังท้องฟ้าอย่างพูดไม่ออก “นี่เป็นดาวอะไรกัน?”

ทหารพลันถามกลับ “เจ้าคิดว่าข้ารู้อย่างงั้นหรือ?”

“ก็ได้ ดูเหมือนข้าจะต้องพึ่งพาเพียงตัวเองเท่านั้น” ถังเทียนปิดตาลงและกระตุ้นปราณแท้จริง เขาก็ไหลเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งอย่างไม่รู้ตัว

มันราวกับเขาหลับไหลไป เขาลอยไปบนสายน้ำปล่อยเลยตามเลย

ทหารรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาสามารถเข้าสู่สภาวะเช่นนั้นภายในสถานการณ์เช่นนี้ได้ พัฒนาการของถังเทียนทำให้เขาตกใจนัก เขาสังเกตรอบๆและความลึกของน้ำและมิพบสิ่งที่เป็นอันตราย

จากนั้นทหารก็มองไปด้านหลัง

น้ำตกที่ร่วงลงมาอย่างรุนแรงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างออกไปพวกเขาก็ยังคงรู้สึกถึงมันได้

ภายในใจของเขามีความรู้สึกปนเปไปหมด ในอดีตคู่หู่ของเขาทั้งหมดต่างตายจาก หัวหน้าก็ถูกสังหาร โลกของเขาเเปลี่ยนไปและแม้กระทั่งประตูดารายังเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ความอ้างว้างพลุ่งพล่านภายในใจเขา ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขาต่างถูกทำลายสิ้น และพวกเขาสลายไปตามลม แม้กระทั่งความทรงจำก็ยังเลือนลางมืดมน พวกมันค่อยๆฝังลึกลงไปช้าๆภายในใจของเขา

เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่...

มันช่างเป็นความรู้สึกที่แย่ยิ่งนัก...

ทหารมองไปยังถังเทียนที่ปิดตาอยู่ ทันใดนั้นเขาก็ขบคิด ถ้าเจ้าหนุ่มผู้นี้มิได้อยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาก็คงจู้จี้ขี้บ่นแล้ว เขายิ้มอย่างหมดหนทาง มันโชคดียิ่งนักที่เจ้าหนุ่มผู้นี้โง่เง่ากว่าเขานัก ตัวเขาก็คงมิเย็นชาเช่นเขา...

วันที่สอง

ถังเทียนเปิดตาขึ้นและดวงตาเปล่งประกลาย ร่างของเขาฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ เวลานี้ยามเมื่อเขาเข้าสู่สมาธิมันใช้เวลานานกว่าปกติ

เขาเหยียดร่างและเหยียบลงบนน้ำ มองไปรอบๆ เขาพลันตระหนักได้ว่ามันง่ายที่จะเดินบนน้ำในตอนนี้

“เป็นสถานที่บัดซบอะไรกัน?” เป็นไปตามที่ทหารคาดไว้ว่ายามเมื่อถังเทียนฟื้นตัวแล้วเขาจะกลายเป็นพูดมากทันที “ว้าว น้ำตกใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ? พวกเราร่วงมาจากมันงั้นหรือ? นี่ลุงพูดอะไรหน่อยสิ ทั้งหมดเป็นเพราะท่าน ท่านจะไม่รู้สึกผิดเลยบ้างหรือ?”

“เจ้าคิดว่าข้าจะรู้สึกผิดงั้นหรือ?” ทหารเยาะเย้ยพลางตอบ ภายในใจเขา เมฆหมอกเลือนหายไป เขายกคิ้วขึ้น “เจ้าโชคดียิ่งนักที่มันไม่ใช่ดาวรกร้าง ถ้าใช่แล้วล่ะก็เจ้าคงจะต้องกินดิน โอ้ใช่แล้วข้าจะต้องบอกข่าวร้ายแก่เจ้าแล้ว”

“มันไม่มีเส้นทางที่พวกเราจะกลับไปยังตำหนักจิตวิญญาณนักสู้ได้” ทหารยกแบมือของเขาและมีท่าทางไร้เดียงสา “มันเป็นไปได้ว่ายามเมื่อพวกเราก้าวเข้ามาภายในประตูดารา พวกเราได้รับผลกระทบจากตำหนักจิตวิญญาณนักสู้ ทางเข้าตำหนักจิตวิญญาณนักสู้เกิดความวุ่นวายขึ้น สำหรับสาเหตุข้าก็ไม่แน่ใจนัก มันคล้ายกับว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องระหว่างประตูดาราและกองทัพ และมันลึกซึ้งกว่าที่ข้าจะคาดคิดได้”

มันมิมีทางกลับเข้าไปภายในตำหนักจิตวิญญาณนักสู้ นั่นหมายความว่าอุโมงค์เส้นทางไปยังเมืองไตรวิญญาณถูกปิดลง

นั่นหมายความว่าพวกเขาติดอยู่ภายในดาวเคราะห์ดวงนี้

แม้ว่าทหารไม่ควรที่จะถูกตำหนิเรื่องนี้ แต่ท่าทางของเขามันช่าง...

สีหน้าของถังเทียนดำเป็นตอตะโกเขาขบฟันพลางกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นทหารเก่าหรือผู้ใดที่ทำให้บุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นเช่นนี้ไม่ควรที่จะมีท่าทางเช่นนี้”

ทหารยอมรับปราศจากข้อโต้แย้ง “เจ้ารู้ว่าพวกเราคือทหารเก่า ทหารเก่าก็มีท่าทางเช่นนี้ บุรุษหนุ่ม เจ้ายังเยาว์นัก เจ้าจะต้องรู้จักถ่อมตนและเคารพผู้อาวุโส บุรุษหนุ่ม เส้นทางเจ้ายังอีกยาวไกลนัก!”

ถังเทียนโมโหและทำท่าจะลุกขึ้นกระโจนไปยังทหาร “ท่านมันตัวบัดซบ!”

ทหารหัวร่อพลางโต้กลับ “บุรุษหนุ่ม เจ้ามิรู้หรือว่ามันน่าทึ่งเพียงใดที่สามารถผ่านตำหนักสิบแปดรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ได้ ในฐานะครูฝึกของกองทัพมันมิมีอะไรน่าสนใจไปกว่านี้แล้ว”

“บัดซบ! ข้าจะให้ท่านรู้ว่าความตายอันน่ากลัวเป็นยังไงเมื่อท่านกล้าที่จะล่วงเกินบุรุษหนุ่มเทพผู้นี้!”

“ช่างโง่เง่าที่บุรุษหนุ่มมิรู้จักขีดจำกัดของตัวเองหรือไม่ได้ผ่านค่ายทหารเกณฑ์ ข้าพบเห็นบุคคลเช่นเจ้ามามากมายนัก เพียงแค่มือเดียวข้าก็ตบเจ้าเละได้เลย”

ทั้งสองต่างทะเลาะกันอยู่บนแม่น้ำ

ทันใดนั้นก็เกิดเสียงร้องดังมาแต่ไกล

“มันมีผู้คนอยู่ที่นี้!”

“มันมีผู้คนอยู่ที่นี้!”

ทั้งสองตะโกนพร้อมกันและมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ ถ้ามันมีคนอื่นแล้วล่ะก็มันหมายความว่าพวกเขาสามารถที่จะรู้ได้ว่าพวกเขาอยู่ที่ใดกันตอนนี้

ถังเทียนและทหารวิ่งไปยังทิศทางของเสียงแทบพร้อมเพรียงกัน

“เป็นผู้ใดกัน?” ถังเทียนถามขณะเหินร่างอยู่

“เป็นสตรี!” ทหารมีหูที่ดีกว่าเขา “เป็นเสียงการต่อสู้ หนุ่มน้อยระวังตัวด้วยอย่าได้ถูกคนอื่นทุบตีเล่า”

“ลุงท่านต่างหากที่ควรจะระวังตัวเอาไว้ ท่านชราแล้วระวังฟันท่านจะร่วงได้ อย่าได้อิจฉาตัวบุรุษหนุ่มเทพนักเลย” ทหารมีท่าทางโกรธเกรี้ยวขณะที่ได้ยินถังเทียนกล่าวเช่นนั้น

“อิจฉา? ฮิฮิ ไม่มีทางเสียหรอก! สำหรับเด็กใหม่ที่เพิ่งจะผ่านค่ายทหารเกณฑ์มา ข้าแทบจะไม่ก้มมองดูเลย” ทหารตอบกลับอย่างรวดเร็ว

ทั้งสองที่โต้เถียงกันมิได้ส่งผลกระทบถึงความเร็วของพวกเขา ถังเทียนราวกับม้าป่าที่หลุดออกจากบังเหียนขณะที่ทหารเหินอย่างสงบนิ่งติดตามอยู่เบื้องหลังถังเทียน

จากที่เขาเหินบนน้ำเมื่อพวกเขามาบนฝั่งพวกเขาก็เหินขึ้นบนต้นไม้

เบื้องหน้าพวกเขาเป็นไปด้วยป่าที่หนาแน่น เต็มไปด้วยต้นไม้กลายเป็นทะเลสีเขียว ถังเทียนยกมือขึ้นราวกับนกยักษ์และเหยียบบนต้นไม้เหินร่างไป

มันใช้เวลาประมาณสิบนาทีกว่าที่เขาจะพบเป้าหมาย

มันมีส่วนพื้นที่ว่างเปล่าภายในป่าทึบ มันมีการต่อสู้ที่รุนแรงและมีซากศพอยู่ประมาณเจ็ดแปดคน ดูสับสนวุ่นวายไปหมด

มีอยู่หกคนที่คอยปกป้องสตรีสาวอยู่ สตรีผู้นั้นสวมใส่ชุดที่หรูหราสง่างามและสูงส่ง เพียงแค่มองคราเดียวก็สามารถบอกได้เลยว่านางมิใช่บุคคลสามัญธรรมดาเป็นแน่ ด้านข้างของนางมีผู้คุ้มกันเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด พวกเขาดูสงบนิ่งและดุดัน

สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือบุรุษวัยกลางคนที่ใบหน้ามีรอยแผล เขามีรังสีสังหารและโลหิตหลั่งไหลจากฝ่ามือลงไปบนพื้น

“อาปี่ลี่ ดูรอบๆซิ” เขาบอกกล่าวแก่ผู้คุ้มกันคนหนึ่ง

อาปี่ลี่พยักหน้าและเริ่มต้นสำรวจสถานที่ต่อสู้

ทันใดนั้น บุรุษวัยกลางคนก็คล้ายสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เขาหันไปพลางพึมพำ “ผู้ใดกัน? ออกมาเดี๋ยวนี้!”

ผู้คุ้มกันที่อยู่รอบๆสตรีผู้นั้นก็ห้อมล้อบนางราวกับพวกเขาพบเจอศัตรู

ใจถังเทียนเต้นแรงเขาพยายามที่จะย่างก้าวอย่างแผ่วเบาและกลั้นลมหายใจของเขา แต่เขามิคาดว่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามตรวจพบได้ ทหารพลันแทรกร่างผ่านร่างถังเทียนและกระซิบ “ระวังตัวด้วย”

ถังเทียนยกแขนทั้งสองขึ้นพลางก้าวออกไปจากป่าและเขาก็ตะโกนขึ้น “อย่าได้โจมตี ข้ามิมีเจตนาร้าย”

พวกเขาเห็นเพียงเป็นบุรุษหนุ่มผู้คุ้มกันต่างคลายการป้องกันของเขายกเว้นบุรุษวัยกลางคนโดยไม่แม้แต่หันไปเขาก็ตะโกน “ซานเฉิน!”

หนึ่งในผู้คุ้มกันผู้มีร่างผอมบางปรากฏลำแสงสีแดงภายในดวงตาของเขา “ขั้นห้า! และเขายังไม่ได้กระตุ้นเปิดเส้นชีพจรโลหิต!”

ยังไม่ได้กระตุ้นเปิดเส้นชีพจรโลหิตงั้นหรือ?

ทุกคนมีท่าทางแปลกประหลาด ผู้คุ้มกันต่างหัวร่อเล็กน้อย แม้กระทั่งบุรุษวัยกลางคนยังประหลาดใจ “ข้ามิคาดคิดเลยว่าข้าจะพบเจอบุคคลหมดจดที่ยังมิได้กระตุ้นชีพจรโลหิตของพวกเขาเอง”

มิมีผู้ใดสนใจถังเทียน ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นสตรีที่ถูกคุ้มกันอยู่ที่มองไปยังถังเทียนอย่างอยากรู้

ถังเทียนตื่นเต้น ยามเมื่อเขาได้ยินพวกเขาพูดถึง ‘เส้นชีพจรโลหิต’ ภายในความทรงจำของเขามันมีเพียงสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงกับเส้นชีพจรโลหิตคือวิญญาณนิล

เป็นไปได้หรือไม่ว่า...

ผู้คนอื่นต่างคลายการป้องกันของพวกเขาและถังเทียนก็มีสีหน้าที่ปราศจากเจตนาร้ายพลางกล่าว “ข้าขออภัยที่รบกวน ข้าหลงทางมา ข้าอยากจะถามหน่อยว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดกัน?”

“ป่าทมิฬ” หนึ่งในผู้คุ้มกันตอบ

“อื้ม และดาวดวงนี้มันคือดาวอะไรกัน?” ถังเทียนกล่าวถามอย่างตรงไปตรงมา

ทุกคนต่างหยุดกระทำทุกสิ่งที่พวกเขากำลังกระทำอยู่พลางมองถังเทียน

บุรุษวัยกลางคนกล่าวถาม “เจ้ามาจากดาวดวงใดกัน?”

ถังเทียนยักไหล่ขึ้น “ข้าก็มิรู้เหมือนกัน ยามเมื่อข้าก้าวเข้ามาภายในประตูดาราข้าก็ถูกพัดตกลงมาในแม่น้ำแล้ว จากนั้นก็ตกลงไปยังน้ำตก ข้ามิรู้เลยว่าข้าอยู่ที่ใดในตอนนี้”

“หรือว่ามันยังมีประตูดาราภายในป่าทมิฬอยู่อีกหรือ?” บุรุษวัยกลางคนพึมพำ คำพูดของถังเทียนมิมีข้อบกพร่องอันใด เขาสำรวจไปยังถังเทียนพลางกล่าว “ที่นี้คือดาวเฟยหลิน”

“ดาวเฟยหลิน...” ถังเทียนมิแน่ใจ เขามิเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย ดังนั้นเขาจึงโพล่งถามออกไปว่า “เป็นกลุ่มดาราใดกัน?”

“มิใช่กลุ่มดารา” บุรุษวัยกลางคนกล่าวอย่างเฉยชา “มันเป็นดาวของวิญญาณนิล”

เป็นจริงอย่างที่เขาคาดคิดเอาไว้ แต่ถังเทียนมิได้ภูมิใจนัก ถ้าเขามิรู้ว่ากลุ่มดาราอันใดที่เขาอยู่ในตอนนี้ เขาก็คงมิสามารถระบุได้ว่าเขาอยู่ที่ใดกัน

“ข้าขอถามหน่อยมีใครมีแผนที่ของดาวดวงนี้หรือไม่? ขายมันให้ข้าได้หรือไม่?” ถังเทียนมองไปยังพวกเขา

พวกเขาที่เหลือต่างโพล่งหัวร่อออกมา

อาปี่ลี่หัวร่อเยาะเขา “ไอ้หนู เจ้าต้องการที่จะออกไปจากดาวเฟยหลินนี่หรือ? เจ้าเลิกฝันเสียเถอะ มันมิเคยมีเด็กใหม่ที่ยังไม่ได้กระตุ้นชีพจรโลหิตแล้วจะออกไปจากดาวเฟยหลินได้!”

ถังเทียนแทบจะหัวร่อ เส้นชีพจรเกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะออกจากดาวดวงนี้?

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

 

จบบทที่ ตอนที่ 130 – ดาวเฟยหลิน

คัดลอกลิงก์แล้ว