เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 55 ติดตามผู้นำ!

ตอนที่ 55 ติดตามผู้นำ!

ตอนที่ 55 ติดตามผู้นำ!


ถึงแม้หมูคำรามจะรับมือยากอยู่บ้าง แต่หากเตรียมตัวให้ดีพวกมันต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ สิ่งที่ต้องทำก็แค่ป้องกันไม่ให้มันพุ่งชนได้เท่านั้น และนี่คือสถานการณ์ในปัจจุบันของเหล่าหมูทั้งหลายที่กลุ่มป๋ายเสี่ยวเฟยกำลังล่า เมื่อเผชิญหน้ากับต้นไม้ที่กีดขวางทางเดินแล้ว พวกมันทำได้เพียงคำรามกึกก้องอย่างฉุนเฉียว

ยังมีจ่าฝูงที่ถูกสังหารไปแล้ว ฝูงหมูคำรามเรียกได้ว่าเป็นลูกไก่ในกำมือ ในระหว่างกระบวนการเก็บกวาดนี้เป็ยฟางเย่รู้สึกสนุกมากที่สุด เพราะเขาสามารถใช้พวกมันเป็นเป้าฝึกยิงได้...

“พี่ฟาง เจ้ายิงให้แม่นกว่านี้หน่อยได้หรือไม่!”

“ใช่ ใช่ เจ้ายิงไม่โดนเสียจนหมูพวกนี้แทบจะตกใจกลัวตายแล้วเนี่ย!”

โม่ข่าและหวู่จื๋อพูดจาเย้ยหยันเสียจนใบหน้าฟางเย่แดงก่ำเพราะความอาย

“ใจเย็นเข้าไว้ เจ้าคือคนที่โจมตีได้แรงที่สุดในหมู่พวกเรา และไม่มีใครขัดขวางก่อนเจ้าจะยิงได้ อย่าไปฟุ้งซ่านกับเรื่องที่ไม่จำเป็น สูดลมหายใจเข้าลึกและเหนี่ยวไกหลังจากเจ้าเล็งได้แม่นยำแล้ว”

ฉิงหนานไม่อาจทนรอได้อีกต่อไป เขาวิ่งไปข้างกายฟางเย่แนะนำสั่งสอนด้วยตนเอง

ถึงแม้การที่ฟางเย่สนใจเรียนรู้จะหาได้ยาก เขาก็ยังทำตามทุกอย่างที่ฉิงหนานเอ่ย ไม่นานนักกระสุนปราณพุ่งออกมาจากปากกระบอกปืน ยิงเข้าที่หัวของหมูคำรามตัวสุดท้าย เสียงร้องโหยหวนของมันเป็นตัวบ่งบอกว่าการล่าครั้งนี้ได้จบลงแล้ว

“ข้ายิงโดนแล้ว!!! ข้ายิงโดนเป้าหมายจากระยะห่างกว่า 200 เมตร โดน!!”

ฟางเย่มีสีหน้าตื่นเต้นราวกับเด็กเล็กที่ค้นเจอลูกอมขณะที่มองไปยังศพของหมูคำราม เขาเขย่าฉิงหนานที่อยู่ด้านข้างเสียจนแทบกระอักเลือด...

“เอาล่ะ ทุกคนทำได้ดีมาก ได้เวลากลับแล้ว!”

ป๋ายเสี่ยวเฟยลุกขึ้นยืนพึงพอใจอย่างมากกับผลงานในครานี้ ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีส่วนร่วมนักในแผนการ มันคงไม่ง่ายดายเช่นนี้หากไม่มีเขาด้วย

อย่างไรก็ตามไม่มีใครขยับตัวเมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยเอ่ย พวกเขามองหน้ากันไปมาพลางรวมตัวเป็นกลุ่มก่อนจะมองไปยังป๋ายเสี่ยวเฟยด้วยสีหน้าประหลาด

“บัดซบ! พวกเจ้ามองข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!? ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่เล่นข้างหลัง!”

ทั้งเก้ายังคงจ้องเขาอย่างนิ่งเงียบไม่ตอบสนองต่อมุกตลกของป๋ายเสี่ยวเฟย ในขณะนี้เอง...

“พี่ใหญ่เฟย!”

ผ่านไปไม่นานกลุ่มชายหนุ่มทำตามแผนที่วางไว้ ส่งเสียงเรียกขานเขาว่า ‘พี่ใหญ่เฟย’ โดยพร้อมเพรียง ป๋ายเสี่ยวเฟยอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก

‘อะไรวะ!? อะไรของพวกมัน? คิดจะเกาะข้ากินรึ? ข้าไม่มีปัญญาเลี้ยง! แค่หมาตัวเดียวก็ทำข้าจนแล้ว!!!’

โชคดีที่ไม่มีใครได้ยินสิ่งที่ป๋ายเสี่ยวเฟยคิด ไม่งั้นเขาคงไม่อาจรอดพ้นไปจากการถูกอัดได้

“เอ่อ... พวกเจ้าทั้งหมด...”

“ไม่มีอะไร พวกเราแค่อยากแสดงความเคารพที่กว้างใหญ่ราวมหาสมุทร พวกเราอยากให้ท่านรู้ว่าพวกเราจะติดตามท่านในอนาคต! ในสถาบันชิงหลัวหากท่านบอกให้เราไปเหนือเราจะไม่มีทางไปใต้ และเราจะปล้นทุกคนที่ท่านต้องการให้เราปล้น!”

โม่ข่าเอ่ยแทนทุกคน แต่ข้อความของเขาออกจะ...

“ไม่เพียงแค่สถาบันชิงหลัว ต่อให้พวกเราจบการศึกษาไปแล้ว แค่พี่ใหญ่เฟยเรียกขาน พวกเราจะไปหาท่านทันที!”

ครานี้ผู้กล่าวคือฟางเย่ สุ้มเสียงของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก

ในเวลาเดียวกัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนอื่นเองก็มีความรู้สึกเช่นนี้ การล่าเมื่อครู่ทำให้พวกเขาเปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก ต่อให้ป๋ายเสี่ยวเฟยติดอยู่ในระดับกลางไปชั่วชีวิต อนาคตของเขาก็ยังไร้ขีดจำกัด

ไม่เพียงแค่นั้น ไม่มีใครกล่าวไว้ว่าการแข็งแกร่งขึ้นต้องทำด้วยตนเอง ติดตามผู้นำมากความสามารถก็เป็นทางลัดที่ดีเช่นกัน! ไม่ว่าศิษย์นักเรียนห้องคนเถื่อนจะแข็งแกร่งเพียงใดพวกเขาก็ยังมีขีดจำกัดอยู่ มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่ถูกส่งมาห้องนี้ ป๋ายเสี่ยวเฟยเป็นดั่งโอกาสยากจะพานพบสำหรับพวกเขา!

“จากที่เจ้าพูด พวกเจ้าทุกคนเต็มใจฟังทุกคำสั่งที่ข้าเอ่ย?”

นัยน์ตาของป๋ายเสี่ยวเฟยหดลงเล็กน้อยราวกับกำลังทดสอบพวกเขา

“แน่นอน พวกเราดูเหมือนกำลังล้อเล่นนักหรือ?”

ฉิงหนานกล่าวแทนทุกคน ไม่ติดกับดักของป๋ายเสี่ยวเฟยง่ายๆ น่าเสียดายยิ่งนักที่ป๋ายเสี่ยวเฟยเผยรอยยิ้มที่ทำให้พวกเขาทุกคนรู้สึกว่าสายเกินไปแล้วที่จะเสียใจ

“เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปแบกหมูคำรามทั้งสิบหกตัวกลับไป ข้าจะไปรายงานพี่หญิงเสวี่ย”

คำพูดของเขายังไม่ทันถึงหูทุกคน ป๋ายเสี่ยวเฟยก็พลันหายไปจากครรลองสายตาเสียแล้ว ความรวดเร็วนั้นไม่ด้อยไปกว่าฟางเย่และคนอื่นขณะที่วิ่งหนีหมูคำรามแม้แต่น้อย

อีกเก้าคนที่เหลือเหม่อลอยเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับไปมองซากศพของหมูคำรามที่นอนหมอบอยู่บนพื้น พวกเขาทั้งหมดล้วนรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาเสียดายก็แต่ไม่มีน้ำตา หมูคำรามหนึ่งตัวหนัก 250 กิโลกรัม ทั้งฝูงมีสิบหกตัวส่วนพวกเขามีเพียงเก้า... แถมพวกเขายังไม่อาจใช้อุปกรณ์เช่นแหวนมิติด้วย!

‘บัดซบ! พวกเราเลือกผู้นำผิด!’

เมื่อทั้งเก้าขนหมูคำรามทั้งสิบหกกลับไปยังค่ายพัก ดวงจันทร์ลอยลิ่วสูงบนฟ้า กองไฟขนาดใหญ่สาดแสงไปทั่วค่ายพักที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย ในเวลาเดียวกันหมูคำรามได้เริ่มถูกย่างแล้ว กลิ่นของมันกระตุ้นความอยากอาหารของชายหนุ่มทุกคน

นักเรียนหญิงหกคนต่างก็ยุ่งวุ่นวายกับการหมุนไม้เสียบ นักเรียนชายล่า นักเรียนหญิงย่าง ชายหนุ่มที่เหนื่อยล้าทุกคนรู้สึกปลื้มปิติยินดีขึ้นมาทันที

“พวกเจ้าล่าหมูคำรามสิบหกตัว?”

สีหน้าไม่อยากจะเชื่อปรากฎบนใบหน้าของเสวี่ยอิ่งขณะที่นางมองภูเขากองเนื้อขนาดย่อม ไม่ว่านางจะเคลือบแคลงเพียงใด ต่อหน้าความจริงนางไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเชื่อ

“อันใด!? ท่านไม่ได้ตามพวกเรามาหรือ!?”

ป๋ายเสี่ยวเฟยร้องเสียงหลงสีหน้าตกตะลึง

เขาคิดไว้ตลอดว่าเสวี่ยอิ่งจะแอบมองจากสักที่เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา และไม่ใช่แค่ป๋ายเสี่ยวเฟยที่คิดเช่นนี้ เมื่อนางเอ่ยถามเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดเกรงหากมีสิ่งใดเกิดขึ้นจริงๆ

‘บัดซบ! ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นจริงๆ เล่า...’

“ข้าจะตามไปทำไม? หากพวกเจ้าโง่งมถึงขนาดกล้าท้าทายสัตว์อสูรที่ไม่มีทางชนะ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ปล่อยให้เป็นอาหารในท้องของสัตว์อสูรยังดีเสียกว่า หรือไม่จริง?”

เหตุผลของเสวี่ยอิ่งทำให้ทั้งหมดถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อคิดดูดีๆ แล้วพวกเขาคงต้องไม่เสียดายชีวิตมากแน่ๆ หากกล้าสู้กับสัตว์อสูรระดับสูง ถึงอย่างไรก็วิธีพูดของนางก็ยังทำให้พวกเขาใจเสียอยู่ดี

“แต่ที่พวกเจ้าสามารถล่าหมูคำรามได้มากขนาดนี้เหนือความคาดหมายของข้าไปมาก ไหนบอกข้าว่าพวกเจ้าทำได้อย่างไร”

เสวี่ยอิ่งรู้สึกสนอกสนใจไม่น้อยกับเรื่องนี้ พวกโม่ข่าหันมามองป๋ายเสี่ยวเฟยอย่างมีความหมายโดยพร้อมเพรียง

หากต้องการถามถึงวิธีการ ไม่มีใครตอบได้นอกจากป๋ายเสี่ยวเฟย

“ข้าให้หวู่จื๋อเปลือยกายวิ่งรอบเป็นวงกลมจนกระทั่งพวกมันรู้สึกรังเกียจจนอาเจียนออกมา จากนั้นก็สังหารยามพวกมันอ่อนแรง”

ชายหนุ่มทุกคนยกเว้นหวู่จื๋อล้วนหัวเราะลั่นออกมาเมื่อได้ยินป๋ายเสี่ยวเฟยพูดจาเหลวไหลด้วยสีหน้าราบเรียบ

ก่อนที่เสวี่ยอิ่งจะทันได้บันดาลโทสะ กลิ่นหอมฉุยของเนื้อย่างพลันแตะจมูกพร้อมกับเรือนร่างของนักเรียนหญิงทั้งหก เสียงท้องร้องขีดฆ่าความคิดทั้งหมดในหัวทันที

“มาลองฝีมือพวกเรา กระทั่งซือซือยังอดไม่ได้ที่จะแอบกินคนเดียว!”

สือเฉินหยอกล้อจู๋ซือซือ ใบหน้าของฝ่ายหลังแดงซ่านเพราะความเขินอาย

“ข้าไม่ได้แอบกิน ข้าแค่ชิมรสชาติเท่านั้น!!!”

จู๋ซือซือกระทืบพื้นพลางพยายามอย่างที่สุดเพื่อแก้ตัว

“ใช่ ใช่ เจ้าแค่ชิมรสชาติไปเพียงครึ่งขาหมูเท่านั้น!”

ชีเว่ยมาพร้อมกับมีดทิ่มแทงบาดแผลอีกครา เสียงหัวเราะลั่นไปทั่วค่ายพัก

ในบางเวลา ความสุขเกิดขึ้นได้จากสิ่งเรียบง่าย...

จบบทที่ ตอนที่ 55 ติดตามผู้นำ!

คัดลอกลิงก์แล้ว