เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 อาจารย์ประจำห้อง

ตอนที่ 11 อาจารย์ประจำห้อง

ตอนที่ 11 อาจารย์ประจำห้อง


ศิษย์พี่หญิงไม่ตอบคำถามของป๋ายเสี่ยวเฟย นางจงใจทำตัวลึกลับ

''โชคดีศิษย์น้อง''

เป็นคำนี้เองที่ทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยหัวชาหนึบในระหว่างเขาเดินทางไปยังห้องเรียน

'ข้าคงไม่ได้ใช้โชคลาภไปหมดระหว่างสอบใช่หรือไม่? เหตุใดเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นติดต่อกันเช่นนี้? '

ในที่สุดป๋ายเสี่ยวเฟยก็มาถึงห้องเรียนเตรียมที่ศิษย์พี่หญิงคนนั้นกล่าว เมื่อเขาก้าวเข้าประตูมีสองสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงปรากฏขึ้นข้างหน้า

ด้านหนึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างงดงามตระการตามากมายมีนักเรียนและอาจารย์เดินไปมาพลุกพล่านไปด้วยผู้คน

อีกด้านมีสิ่งก่อสร้างเก่าแก่เรียงเป็นชั้นๆ ซึ่งแมลงวันสักตัวยังไม่ปรากฏให้เห็น ไม่ต้องพูดถึงผู้คน

เป็นด้านนี้เอง ด้าน''เงียบสงบ'' ที่ป๋ายเสี่ยวเฟยต้องไปรายงานตัว

''ยิ่งสมบัติหายากมากเพียงใดมันยิ่งล้ำค่ามากขึ้นเท่านั้น ต้องเป็นเพราะพวกเขาเก่งกาจเกินไปจึงมีจำนวนน้อย ใช่มันต้องเป็นแบบนี้แน่นอน''

ป๋ายเสี่ยวเฟยเดินไปยังบริเวณไร้ผู้คนที่''เงียบสงบ''พลางปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขามองหาห้องหมายเลข 456

หลังจากผ่านความยากลำบากมากมายในที่สุดเขาก็มาถึงจุดหมาย ห้องเรียนหมายเลข 456

หากเรียกสิ่งก่อสร้างอันเงียบสงบพวกนี้ว่าพื้นที่สำหรับคนสามัญเมื่อเปรียบเทียบกับอีกฟาก ถ้าอย่างนั้นห้องเรียน 456 ก็คือสลัม มันแย่เสียจนห้องเรียนปลีกแยกออกมาจากบริเวณอื่น

ป๋ายเสี่ยวเฟยกลืนน้ำลายลงไปสูดหายใจเข้าลึกขณะมองไปยังห้องเรียนข้างหน้าเขา...

เขายอมรับชะตากรรมนี้!

'ยัยป้าแก่! เจ้าโหดร้ายเกินไปแล้ว! ข้าจะจำไว้! '

ป๋ายเสี่ยวเฟยเพิ่มลั่วซีไปยังบัญชีดำ เขาผลักประตูไปข้างหน้าอย่างแผ่วเบา... ไม่สิ เขาผลักประตูไปข้างล่างต่างหาก...

''นั่นใคร!!!! ''

เสียงสูงแหลมบาดหูดังไปทั่วบริเวณและมันดังเสียจนหูของเขารู้สึกเจ็บแปลบ

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยคืนสติกลับมาเขากวาดตามองไปยังเจ้าของเสียง เจอผู้หญิงผมสั้นสวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬกำลังจ้องมาที่เขาอย่างเกรี้ยวกราด เสื้อแขนสั้นและกางเกงแนบแน่นรัดลำตัวเผยให้เห็นถึงร่างกายสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ร่างของเธอนูนออกมาในส่วนที่ควรและยื่นออก...

แค่ก ๆ ... นี่ไม่ใช่นิยายลามก...

''เจ้าคือใคร!? รู้หรือไม่ว่าประตูข้าแพงเท่าไหน!? เจ้าชดใช้ได้หรือไม่!? ''

ผู้หญิงคนนั้นย่อตัวลงไปสำรวจ ''สมบัติ'' ของนางในระหว่างที่พูด แต่เมื่อพินิจจากสภาพกระจัดกระจายของมันแล้ว คงไม่มีหวังว่ามันจะกลับมาใช้งานได้อีก

''ข้า... ข้าเป็นนักเรียนที่มารายงานตัวที่นี่ ข้าชื่อป๋ายเสี่ยวเฟย......''

ด้วยความเกรงกลัวป๋ายเสี่ยวเฟยอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย

ทันใดนั้นนางรีบเดินเข้ามายืนข้างหน้าเขาทันที ในชั่วพริบตาใบหน้าโกรธเกรี้ยวของนางถูกแทนที่ด้วยความยินดีระคนประหลาดใจ

''เจ้าเป็นนักเรียน!? ''

''เจ้าชื่ออะไร!? ''

''อายุเท่าไหร่? ''

''มาจากที่ใด? ''

''เจ้าเก่งด้านใดบ้าง? ''

''เจ้ามีงานอดิเรกคือสิ่งใด? ''

ยิ่งกล่าวนางยิ่งขยับเข้ามาใกล้ป๋ายเสี่ยวเฟยขึ้นเรื่อยๆ หลังจากถามไปไม่รู้ตั้งกี่คำถาม ระยะห่างของพวกเขาเหลือน้อยเพียงสองนิ้ว ป๋ายเสี่ยวเฟยสามารถได้กลิ่นลมหายใจสดชื่นของนาง

''ข้าชื่อ...ป๋ายเสี่ยวเฟย''

เขากล่าวเสียงสั่นสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาจำได้เพียงคำถามแรกของนางเท่านั้น

''โฮะโฮ ดูจากสภาพเลิ่กลั่กของเจ้าแล้ว เจ้าไม่เคยใกล้ชิดกับหญิงใดขนาดนี้มาก่อน? เช่นนั้นเจ้ายังไม่เคยเสียพรหมจรรย์ใช่หรือไม่? ''

นางเขยิบตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม ป๋ายเสี่ยวเฟยขยับออกห่างในทันทีตามสัญชาตญาณแต่นางจับเขาไว้ไม่ให้ไปไหน

''อยากลิ้มลองรสชาติของผู้หญิงหรือไม่? ข้าช่วยเจ้าได้! ''

นางกล่าวพลางเลียริมฝีปาก นิ้วโป้งยื่นเข้ามายกคางของเขาขึ้น

หลังจากนั้น หนุ่ม'พรหมจรรย์'ป๋ายเสี่ยวเฟยยืนนิ่งอย่างสงบเสงี่ยม แต่เมื่อเขาไม่อาจทนได้อีกและกำลังจะยื่นมือออกไปนางก็พลันกระโดดโหยงไปข้างๆ ราวกับถูกไฟดูดกระนั้น

''ฮ่าๆๆๆๆๆ ดูทำท่าเข้าสิ!!! ''

นางเงยหน้าขึ้นฟ้าหัวเราะราวกับเพิ่งพบเจอสิ่งที่น่าขำขันที่สุดในโลก เสียงหัวเราะของนางดังไม่รู้จบโดยไม่สนใจใบหน้าเขินอายของป๋ายเสี่ยวเฟย

ครั้งนี้ป๋ายเสี่ยวเฟยแพ้ แต่เขาไม่เจ็บใจสักนิด กลับรู้สึกยินดีด้วยซ้ำ...

''มีอะไรน่าขำกับปฏิกิริยาปกติของผู้ชาย? หากข้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสาวงามในระยะประชิดต่างหากถึงควรคู่แก่การหัวร่อ''

หนึ่งในประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของหุบเขาวีรบุรุษคือการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้!

''ช่างเป็นปากที่ทั้งหวานทั้งแข็ง! ให้ข้าแนะนำตัวเองก่อน จากวันนี้จนถึงสามเดือนข้างหน้าข้าคืออาจารย์ของเจ้า แต่ข้าไม่ชอบถูกเรียกว่า'อาจารย์' ข้าชื่อเสวี่ยอิ่ง เจ้าสามารถเรียกข้าว่าพี่หญิงเสวี่ย''

เสวี่ยอิ่งวางมือไว้ที่เอวราวกับว่านางเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นี่ คางเชิดสูงขณะจ้องมองป๋ายเสี่ยวเฟย

''ข้าเข้าใจแล้วป้าเสวี่ย''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวเสี่ยวแผ่วเบา ใบหน้าพึงพอใจของเสวี่ยอิ่งพลันแข็งค้าง

ในวินาทีต่อมาความเร็วของนางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นางขยับมาอยู่ตรงหน้าป๋ายเสี่ยวเฟยในชั่วพริบตา ในมือมีมีดสั้นจ่อไปที่คอหอยของเขา รังสีสังหารพวยพุ่งออกมาจู่โจมป๋ายเสี่ยวเฟย

''เจ้าพูดว่ากระไร? ข้าได้ยินไม่ถนัด ช่วงนี้หูของข้าไม่ดีนัก''

เสวี่ยอิ่งมีสีหน้ามืดมน ท่าทีของนางชัดเจนในสิ่งที่ต้องการ

''เช่นนั้นหรือ? ''

ดวงตาทั้งคู่หดเล็กในขณะที่เขาสูดหายใจเข้าลึก เขาเอาปากแนบแน่นหูของเสวี่ยอิ่งและตะโกนเสียงดังที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

''ข้าเข้าใจแล้วป้าเสวี่ย!!!! ''

เสียงตะโกนดังสนั่นจู่โจมเสวี่ยอิ่ง สมองนางชาหนึบในบัดดล

เมื่อนางได้สติกลับคืน ป๋ายเสี่ยวเฟยได้นั่งลงกับพื้นไปแล้วเขาจ้องนางอย่างสำรวมราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่ฝีมือเขา

''อาจารย์ท่านทำความสะอาดอยู่หรือ? ให้ข้าช่วยไหม? ข้าเก่งมากนะ! ''

ความเปลี่ยนแปลงของเขาทำให้เสวี่ยอิ่งสับสน

'เป็นไปได้หรือไม่ว่าเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงภาพหลอน? '

'ถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุใดหูของข้าจึงได้เจ็บนัก? '

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยเห็นเสวี่ยอิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เป็นเวลานานเขาหยิบไม้กวาดที่นางโยนทิ้งด้วยสีหน้าจริงจังเขาปลดปล่อยนางจาก 'หน้าที่สำคัญ'ของการทำความสะอาด

''หยุด! ''

ในที่สุดเสวี่ยอิ่งก็สามารถแยกแยะว่าอะไรคือเรื่องจริง นางเขม่นป๋ายเสี่ยวเฟยอย่างโกรธเกรี้ยว

''อะไรหรืออาจารย์? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยเงยหน้าขึ้นมองเสวี่ยอิ่ง สีหน้าเขาไร้เดียงสาทำให้นางพูดไม่ออกทันที

''เจ้า...ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือว่าข้าไม่อนุญาตให้เจ้าเรียกข้าว่าอาจารย์! ''

หลังจากเสวี่ยอิ่งข่มกลั้นโทสะอยู่นาน บทสนทนาของพวกเขากลับไปจุดแรก ด้วยเหตุนี้เองเรื่อง'ป้าเสวี่ย'จึงไม่ถูกหยิบยกมาพูดถึงอีก

''สำหรับเรื่องนั้นคงไม่ได้ พ่อแม่บุญธรรมของข้าสอนข้าว่าข้าต้องเคารพนบนอบผู้สูงอายุ ข้าไม่อาจปฏิบัติอย่างไร้กาลเทศะได้''

ป๋ายเสี่ยวเฟยจงใจกล่าวเน้น'ผู้สูงอายุ' ใบหน้าของเขาฉงนไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ใด

''เจ้าสิสูงอายุ! ครอบครัวของเจ้าก็มีแต่ผู้สูงอายุ! อายุข้าเพียงยี่สิบสี่เท่านั้น! ไม่ใช่ผู้สูงอายุ! ''

ทั้งหน้าของเสวี่ยอิ่งแดงก่ำไปด้วยโทสะนางตะโกนพลางกระโดดโหยงขึ้นไป

''แต่ข้าอายุสิบหก ท่านแก่กว่าข้าแปดปี ข้าว่าแปดปีเป็นช่วงเวลาที่มากพอที่จะให้ท่านเป็นผู้สูงอายุสำหรับข้า? ''

สีหน้าป๋ายเสี่ยวเฟยยังคงไร้เดียงสาเช่นเดิม สิ่งที่เขากล่าวถูกต้องทุกประการไม่ว่าใครจะมองอย่างไร

คำพูดของเขายังโน้มน้าวแม้ตัวแต่เสวี่ยอิ่ง

หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ นางส่ายหัวขับไล่ความเกรงใจที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดต่อป๋ายเสี่ยวเฟยออกจากใจ

ด้วยเสียงมืดครึ้มนัยน์ตาแหลมคมปานมีด นางใช้ไพ่ตายของนาง

''ข้าถามเจ้าอย่าง เจ้ายังอยากเรียนที่นี่หรือไม่!? ''

จบบทที่ ตอนที่ 11 อาจารย์ประจำห้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว