เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 โกหกหน้าตาย!!

ตอนที่ 10 โกหกหน้าตาย!!

ตอนที่ 10 โกหกหน้าตาย!!


เทียบกับพื้นที่สำหรับนักเรียนแล้ว พื้นที่จัดการงานมีคนน้อยกว่ามาก โดยเฉพาะบริเวณของเหล่าผู้นำสถาบันที่มีพื้นที่กว้างขวางแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาคนให้ถามทาง

เป็นเหตุให้ป๋ายเสี่ยวเฟยสิ้นเปลืองพลังงานและเวลาไปอย่างมากก่อนจะเจอสถานที่ที่ป๋ายเย่บอกว่า ''เดินตรงไปและเลี้ยวขวา''

เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเคาะประตูเบาๆ

''เข้ามา''

เสียงนั้นอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ต่างจากตัวตนยากจะเข้าใกล้อย่างที่เขาคาดคิด

ป๋ายเสี่ยวเฟยโล่งอก เขาดันประตูเข้าไป

เครื่องของตกแต่งข้างในห้องเรียบง่ายเป็นอย่างมากไม่มีสิ่งไร้ประโยชน์แม้แต่น้อย ข้างหลังโต๊ะกว้างตัวหนึ่งมีผู้หญิงนั่งอยู่ ใบหน้าอ่อนโยนของนางยิ้มอ่อนเล็กน้อยเมื่อมองเห็นป๋ายเสี่ยวเฟย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาไม่อาจปกปิดความงดงามในวัยเยาว์

''คำนับท่านรองเจ้าสถาบันลั่ว ข้าอยู่ในระหว่างการสอบเข้าสถาบันชิงหลัวและข้าก็มาเพื่อผ่านบดทดสอบสุดท้าย''

ป๋ายเสี่ยวเฟยทำสีหน้าเชื่อฟังของเด็กดีอย่างหาได้ยาก

''เด็กน้อย เจ้าทำได้ดีมาก นานมาแล้วที่สถาบันชิงหลัวไม่ได้มีศิษย์ที่ทำคะแนนสอบได้ดีเช่นเจ้า กรอกรายละเอียดลงในกระดาษนี้แล้วเจ้าก็จะกลายเป็นศิษย์สถาบันชิงหลัว''

เสียงของลั่วซีเต็มไปด้วยความชื่นชม นางยื่นกระดาษให้ป๋ายเสี่ยวเฟย

''ขอรับ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกรอกรายละเอียดทั้งหมดเสร็จภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

เขาต้องขอบคุณแม่คนที่สองของเขา หากไม่ใช่เพราะนางป๋ายเสี่ยวเฟยคงไม่อาจอ่านเขียนได้เป็นแน่แท้

ลั่วซีผู้อ่อนโยนเริ่มอ่านผ่านๆ หลังจากนางได้รับมันมาสีหน้านางแข็งค้างทันที

ในชั่วพริบตานางฟ้าก็ได้กลายเป็นนางมาร!

ไม่หลงเหลือร่องรอยความอ่อนโยนบนใบหน้าเธออีกต่อไป มันถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวและเกลียดชัง

''เจ้าแซ่ป๋าย!? ''

ลั่วซีตะโกนถามเสียงดุดันกระดาษในมือนางถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สายตาแหลมคมราวกับว่าจะมองลึกไปข้างใน

''ข้าไม่ทันสังเกตแต่หน้าเจ้าทำให้ข้าอยากจะฉีกเป็นชิ้นๆ เหมือนกระดาษนั่น ไสหัวไป! หากข้ายังอยู่ในสถาบันชิงหลัวเจ้าอย่าหวังจะได้เป็นศิษย์ที่นี่! ''

ลั่วซีโกรธจนตัวนางสั่นเทิ้ม คำพูดที่ว่านางอยากจะฉีกป๋ายเสี่ยวเฟยเป็นชิ้นๆ ดูเหมือนไม่ใช่คำโกหก

ป๋ายเสี่ยวเฟยสามารถสัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวอันรุนแรงของนางจากที่ไกล แต่เมื่อเจอเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเช่นนี้กลับไม่มีสีหน้าตกใจของเขาปรากฏให้เห็น ใบหน้าป๋ายเสี่ยวเฟยเต็มไปด้วยความตื้นตันแทน

ต่างจากลั่วซีที่มีสีหน้าประหลาด

''เจ้าแสร้งเรียกร้องความสงสารหรือไร? ไม่ได้ผลกับข้า! ''

นางกล่าวเสียงเย็นชา โทสะของนางถูกขัดแต่ท่าทีต่อป๋ายเสี่ยวเฟยก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

''ท่านรองเจ้าสถาบันลั่ว! พูดตามจริงข้าก็เหมือนท่าน ข้าเกลียดแซ่ของข้าเหลือเกิน มันเป็นความอัปยศของข้า! ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวใบหน้าของเขามีความเกลียดชังอันลึกล้ำ อารมณ์ภายในดวงตาไม่ด้อยไปกว่าลั่วซีแม้แต่น้อย

''ข้าไม่เคยเจอพ่อข้ามาก่อน ส่วนแม่ข้าก็หายตัวไปหลังจากให้กำเนิดข้าได้ไม่นาน สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดคือการที่แม่บุญธรรมข้ามักจะพูดเสมอว่าข้าหน้าตาคล้ายคลึงเขา ข้าเกลียดที่ต้องใช้แซ่เดียวกับพ่อข้า! ''

''ข้าได้คิดว่าจะเปลี่ยนแซ่ข้ามาหลายคราแต่ข้าก็ทำไม่ได้''

ความโศกเศร้าพลันเปลี่ยนเป็นโทสะ หยาดน้ำตารื้นในดวงตาที่แดงก่ำ

''แต่แม่บุญธรรมของข้าไม่ยอมให้ข้าเปลี่ยน นางบอกว่ามันเป็นหลักฐานอย่างเดียวที่บ่งบอกว่าข้าเป็นลูกชายของเขา ข้าสามารถเปลี่ยนแซ่ได้ก็ต่อเมื่อข้าพบพ่อและถ่ายทอดคำพูดของแม่ให้เขา''

''เพราะเหตุนี้ข้าจึงจำต้องใช้ชีวิตด้วยแซ่อันน่าเกลียดชังจนกว่าข้าทำคำขอสุดท้ายของแม่ให้เป็นจริง...''

โทสะของป๋ายเสี่ยวเฟยแปรเปลี่ยนกลับเป็นเศร้าโศกปนอ่อนโยน เขาสามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ป๋ายเสี่ยวเฟยปาดน้ำตาจากนั้นจึงกล่าว

''ข้ามีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวที่เข้าสอบที่สถาบันชิงหลัว คือการฝึกปรือจนกลายเป็นนักเชิดหุ่นที่แข็งแกร่งเพื่อข้าจะได้สอนบทเรียนให้มัน! ''

ดวงตาเข้มแข็งเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

''ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดท่านจึงเกลียดแซ่ป๋าย รองเจ้าสถาบันลั่ว หากท่านเกลียดแซ่นี้จริงๆ ท่านยิ่งควรให้ข้าเข้าสถาบัน! ''

ช่วงเวลาที่กล่าวจบเป็นตอนเดียวกับเวลาที่มือทั้งสองของป๋ายเสี่ยวเฟยกระแทกเข้ากับโต๊ะทำงาน ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ลั่วซี

ลั่วซีผู้ยืนอยู่ค่อยๆ นั่งลงไป แววตาแหลมคมหมายจะสำรวจภายในใจของป๋ายเสี่ยวเฟย

ภายในห้องเงียบเป็นเวลานานไร้ซึ่งเสียงรบกวน

ความเงียบไม่ทำให้ป๋ายเสี่ยวเฟยลำบากใจแต่อย่างใด เพราะเพียงแค่ลั่วซีสงบลงจากความเกรี้ยวกราดมันก็เป็นชัยชนะของเขา

และเขาได้ทำสำเร็จ

ท้ายที่สุดคือลั่วซีที่ทำลายความเงียบ นางยื่นแบบฟอร์มให้ป๋ายเสี่ยวเฟย

''กรอกรายละเอียดลงไป ข้าจะคอยจับตาดูเข้าไว้ อย่าให้ข้าจับได้ว่ามีสิ่งใดที่เจ้าพูดโกหก!''

กระดาษที่ถูกส่งให้เขาแลจะแตกต่างจากอันก่อน แต่ป๋ายเสี่ยวเฟยไม่อยู่ในอารมณ์จะไปใส่ใจ เขาจำเป็นต้องแสดงอารมณ์ประหลาดใจอย่างยินดี

''ขอบคุณ ท่านรองเจ้าสถาบันลั่ว! ''

เขากล่าวย้ำเน้นทีละคำ ป๋ายเสี่ยวเฟยแสดงอารมณ์ทางสีหน้าโดยการยิ้มพลางน้ำตาคลอ

เมื่อเขาเดินออกจากห้อง ป๋ายเสี่ยวเฟยถูกจู่โจมด้วยความอยากถอนหายใจยาวแต่เขาข่มกลั้นมันไว้

ไม่ใช่เหตุผลอื่นใดนอกจากเขากลัวนางจะจับได้...

ในใจป๋ายเสี่ยวเฟยกล่าวขอบคุณทุกคนในหุบเขาวีรบุรุษ

เมื่อพวกเขาพบว่าป๋ายเสี่ยวเฟยไม่อาจโคจรปราณกำเนิดของตน กลุ่มคนที่ถูกปฏิเสธจากทวีปได้พยายามอย่างหนักในการสอน''ความรู้''มากมายหลายอย่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เขารู้สึกด้อยค่าในตัวเอง

แน่นอนว่าพวกเขาทุกคนล้วนได้ลิ้มรสเมล็ดพันธุ์ที่พวกเขาหว่านไว้...

คิดๆ ดูแล้ว หุบเขาวีรบุรุษได้เลี้ยงเขาให้กลายเป็นผู้มีความสามารถรอบด้านที่สามารถเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์!

ป๋ายเสี่ยวเฟยถือแบบฟอร์มที่มีตราประทับพลางวิ่งอย่างตื่นเต้นไปยังจุดรับสมัคร เขายังต้องไปเอาสัมภาระที่นั่น

ในระหว่างทาง เสี่ยวเอ้อผู้ ''หาย'' ไปเป็นเวลานานได้เจอเจ้านายมันอีกครั้ง มันวิ่งวนรอบป๋ายเสี่ยวเฟยอย่างกระตือรือร้น

''ไม่เลว เจ้าทำภารกิจได้ดีมาก ไว้วันหลังข้าจะพาเจ้าไปกินอาหารอร่อยๆ ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยอุ้มเสี่ยวเอ้อขึ้นมา เขาเป็นคนแรกที่มาถึงจุดรับสมัคร ศิษย์พี่ที่รับผิดชอบเป็นผู้หญิงรูปลักษณ์ธรรมดา

''ศิษย์พี่หญิงมีอะไรหรือ? แบบฟอร์มที่ข้านำมาไม่ถูกต้องตรงไหน? ''

เมื่อป๋ายเสี่ยวเฟยผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเห็นสีหน้าแปลกๆ ของศิษย์พี่หญิง เขารู้ทันทีว่ามีอะไรผิดไป

''ไม่มีอะไร มันแค่แปลกเล็กน้อย''

นางกวาดตามองที่กระดาษอีกทีจากนั้นจึงทำสีหน้ารู้แจ้งเข้าใจ

''ป๋ายเสี่ยวเฟย...อ๋อ! ข้าเข้าใจแล้ว! เจ้าไปหารองเจ้าสถาบันลั่วใช่หรือไม่? ''

สายตาของศิษย์พี่หญิงมีร่องรอยความคาดหวังหมายอยากให้สิ่งที่นางคิดไว้เป็นจริง

''ใช่ ทำไมหรือ? ''

ป๋ายเสี่ยวเฟยรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย

''งั้นก็ถูกต้องแล้ว! ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าเป็นคนแรกที่มาถึงแต่กลับถูกส่งไปเรียนห้องคนเถื่อน''

ศิษย์พี่หญิงดื่มด่ำกับความฉลาดของนางเผยให้เห็นรอยยิ้มอ่อนจาง

''เอาล่ะ ของพวกนี้เป็นของเจ้า รับไป''

หลังจากเขารับสิ่งของมาจากศิษย์พี่หญิง ป๋ายเสี่ยวเฟยถามเสียงสดใส

''ศิษย์พี่หญิง ห้องคนเถื่อนคือสิ่งใด? ''

จบบทที่ ตอนที่ 10 โกหกหน้าตาย!!

คัดลอกลิงก์แล้ว