เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 128 – คิดวิธีการ

ตอนที่ 128 – คิดวิธีการ

ตอนที่ 128 – คิดวิธีการ


ตอนที่ 128 – คิดวิธีการ

 

ฮู่… ฮู่...

เสียงที่ถังเทียนได้ยินทั้งมีเพียงเสียงหอบหายใจของเขา รูปปั้นทองแดงแกว่งไปมาอยู่เบื้องหน้าสายตาของเขา การต่อสู้อย่างต่อเนื่องทำให้จิตใจของเขาถึงกับเหนื่อยล้า แต่เขาก็มิได้ยอมแพ้

เขาเบิกตาที่แดงก่ำออกกว้าง เอียงตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยและจ้องเขม็งรูปปั้นทองแดงฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ท้อถอย

รอบที่ 122

รูปปั้นทองแดงหมายเลขหนึ่งมีเรี่ยวแรงยอดเยี่ยมยิ่งและฝีมือการต่อสู้ระยะประชิด แต่มันจะมีผลเสียหากมันมีรูปปั้นทองแดงตัวอื่นอยู่รอบๆ...

รูปปั้นทองแดงหมายเลขเก้ามิมีความสามารถอื่นนอกจากำลังและน้ำหนัก และมีการตอบสนองที่ช้าอย่างยิ่ง

แฝดสามประหลาดที่มีหลายมือหมายเลขสี่ ห้า และหก ต้องไม่ยอมให้พวกมันทั้งสามได้อยู่ในตำแหน่งแตกต่างกันสามตำแหน่ง วิธีที่ดีที่สุดคือล่อพวกมันให้อยู่ในแนวเส้นเดียว เรื่องนี้จำเป็นต้องคิดวิธีการ...

รูปปั้นหมายเลขสิบเอ็ดเป็นตัวปัญหาที่สุด ด้วยสุดยอดวิชากระบี่และการโจมตีที่แม่นยำเป็นพิเศษ เนื่องจากมันสามารถมองหาช่องโหว่ท่ามกลางความสับสนและโจมตีอย่างรุนแรง ถังเทียนพ่ายแพ้ต่อกระบี่ของเจ้าตัวนี้อยู่หลายครา แต่ถังเทียนก็ค้นพบเช่นเดียวกันว่าถ้าเขาสามารถประชิดตัวได้และต่อสู้ระยะประชิด ฤทธิ์เดชของหมายเลข 11 ก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว

……

สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์และการเรียนรู้ของถังเทียนได้รับจากการสู้อย่างต่อเนื่อง 122 รอบ

[ฝ่ามืออนุสรณ์] ทรงพลังแต่ความเร็วของการโจมตีช้า เหมาะสมสำหรับปิดฉากการต่อสู้ แต่มิใช่สำหรับการต่อสู้ที่รวดเร็ววุ่นวายเช่นนี้ เมื่อใช้ควบคู่กับปราณมังกรสวรรค์แล้วถือได้ว่ามันสามารถที่จะส่งร่างอันผอมแห้งของหมายเลข 11 กระเด็นไปได้เลย...

[ถานถุ่ย] มีความปราดเปรียวสูง ขาเปรียบดั่งขวานเหล็ก มีความโดดเด่นมาก เมื่อควบคู่กับปราณกายากระเรียนแล้ว มันกลายเป็นคมกริบ...แถมยังมีเพิ่มทั้งสองและใช้ออกหมัดสั่นสะเทือนเพื่อรบกวนอีกฝ่าย ระดับความยากของการผสานงานวิชาทั้งสองสูงอย่างมาก แต่ถ้าเขาสามารถกระทำมันได้มันก็ค่อนข้างที่จะน่ากลัว...

[วังวนโปรยปราย] เป็นการโจมตีพื้นที่เล็กๆในการต่อสู้ มีประโยชน์อย่างยิ่ง ถึงแม้จะไม่รุนแรงแต่มันก็รวดเร็ว วังวนอันมากมายมันมีประโยชน์อย่างมากในการรบกวนการต่อสู้ แต่ข้อเสียของมันคือเป็นการโจมตีที่ไม่รุนแรงพอ มันสามารถเพียงใช้สกัดกั้นตอนที่จนตรอกเท่านั้น… การโจมตีปิดฉากคงจะต้องใช้ฝ่ามืออนุสรณ์ การผสมผสานวิชานี้สามารถที่จะลองดู...

[อาภรณ์ไร้มลทิน] มีการพัฒนาที่ยอดเยี่ยม แต่มันยังคงบกพร่องอยู่...

ถังเทียนชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อสีภายในใจเขา ภายในท้องของเขาเดือดพล่านไปด้วยความโกรธ แต่เขารู้ว่าความสามารถยังบกพร่องอยู่ และเพียงความกล้าหาญมิได้ช่วยให้เขาเอาชนะสารเลวพวกนี้ได้

เขาจำเป็นต้องครุ่นคิดบางอย่าง… เขามิยอมแพ้และพยายามหาวิธีการที่ดีที่สุด

ส่วนใหญ่วิธีการต่างล้มเหลว แต่บางวิธีการก็ทำให้เขามองเห็นความหวัง

อีกครา!

ถังเทียนกัดฟันขณะที่ขาของเขาเตะออกอย่างรุนแรง ร่างของเขาราวกับศรอันเกรี้ยวกราด พุ่งตรงไปยังรูปปั้นทองแดง

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รอบที่ 156

ถังเทียนเลียริมฝีปากของเขา ภายในการต่อสู้ก่อนหน้านี้เขาจัดการล่อแฝดสามอันประหลาดหลายมือมาเป็นแนวเส้นเดียวได้สำเร็จและใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เข้าประชิดตัวหมายเลข 11 ได้แล้ว การโจมตีของฝ่ามืออนุสรณ์พร้อมด้วยปราณมังกรสวรรค์ได้ส่งเหล่าร่างพวกนี้กระเด็นออกไป

น่าเสียดายเขามาติดขัดกับหมายเลข 1 และความพยายามของเขาต่างสูญเปล่าในที่สุด

อันที่จริงวังวนโปรยปรายมีประโยชน์มาก ถ้ามือของเขารวดเร็วพอและสร้างวังวนมากขึ้นกว่านี้ เพื่อก่อเกิดเป็นทะเลที่เต็มไปด้วยวังวนและหยุดชะงักร่างของอีกฝ่าย ตราบเท่าที่ฝ่ายตรงข้ามเปิดเผยช่องว่าง ฝ่ามืออนุสรณ์จะเป็นการยุติการต่อสู้

ภายในการต่อสู้อันวุ่นวายประเภทนี้ มิว่าวิชาที่เขาเก่งกาจอันใด มันทั้งหมดก็กลายเป็นไร้ประโยชน์ จุดสำคัญคือการใช้จุดเด่นจากร่างฝ่ายตรงข้าม

การใช้วังวนโปรยปรายเพื่อหยุดชะงักร่างของอีกฝ่าย เพื่อให้ร่างของอีกฝ่ายเป็นดั่งโล่ป้องกันที่ดี

จำต้องร่นเวลาเมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้

หื้ม… ร่างของหมายเลข 9 ถือเป็นโล่ที่สมบูรณ์แบบเลย…

คลื่นของการสั่นสะเทือน ถ้าเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เช่นนั้นผลของการรบกวนก็คงจะมากขึ้นกว่าเดิมสินะ…

อีกครา!

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รอบที่ 193

ถังเทียนเบียดร่างอยู่ภายในเงาของรูปปั้นทองแดงหมายเลข 9 มือซ้ายของเขาแสร้งทำเป็นใช้ออกหมัดสั่นสะเทือนอย่างมากมาย ขณะที่นิ้วทั้งห้าของเขาในมือขวาดีดอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อและวังวนเล็กๆมากมายก็สะบัดออกจากนิ้วของเขาไปยังทุกส่วนเบื้องหลังของหมายเลข 9 อย่างต่อเนื่อง

ร่างอันบึกบึนของรูปปั้นทองแดงหมายเลข 9 โคลงเคลงไปซ้ายและขวาราวกับหุ่นเชิด

ร่างของหมายเลข 9 มันเหมือนโล่ขนาดใหญ่พิเศษและปกป้องส่วนหลังของเขาให้ปลอดภัย

ต้าจิวคำรามด้วยความโกรธอย่างต่อเนื่องโบกสะบัดหมัดพลางกระทืบเท้า แต่สำหรับถังเทียนผู้ปราดเปรียวมันก็ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

[คั่นหนังสือ : ต้าจิว ต้า/ใหญ่ จิว/เก้า  = รูปปั้นทองแดงหมายเลข 9 ]

ในทางตรงกันข้าม ถังเทียนหยิบยืมพลังของต้าจิวและใช้วังวนโปรยปรายดึงรั้งมันไว้ ในความพยายามนี้เพื่อทำให้ต้าจิวเสียสมดุลของมัน

ถังเทียนมีสมาธิอย่างมาก ใช้ออกการหยั่งรู้ที่มิมีความหวาดหวั่นของเขาอย่างเต็มที่

เขาเริ่มที่จะใช้ปะทะภายในการต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนี้ มิว่ามันจะเป็น ถานถุ่ย วังวนโปรยปราย ฝ่ามืออนุสรณ์ หรือ ดัชนีเผด็จการกราดเกรี้ยว ฯลฯ ใช้ออกวิชาได้ยังลื่นไหลราวกับสายน้ำปราศจากการติดขัดใดๆ

การหยั่งรู้และสัญชาตญาณ!

ทันใดนั้น แฝดสามอันประหลาดหลายมือก็ถูกล่อออกจากกันและยืนอยู่เป็นแถวสุดทางด้านหนึ่งและกักขังต้าจิวอยู่ภายใน ขณะที่รูปปั้นหมายเลข 1 หลุดออกจากการกีดขวางของถังเทียนก็กระโดดออกจากพื้นที่ของต้าจิว

ถังเทียนตกตะลึง นี่มัน...

รูปปั้นทองแดงตัวอื่นก็หยุดโจมตีทั้งหมด แต่ยืนนิ่งในตำแหน่งของพวกมันเอง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เหล่าอาวุธภายในมือพวกมันต่างโยนไปยังต้าจิวพร้อมกัน

ท่าทางของถังเทียนเปลี่ยนไป เขาพลันเข้าใจในทันที

ต้าจิวกุมหัวพลางนั่งยองๆ อย่างไรก็ตามตัวเขาที่บึกบันหนังสือยังคงไร้การเคลื่อนไหว

เจ้าพวกกลุ่มสารเลวนี้...

การโจมตีก็โหมกระหน่ำราวกับห่าฝน ถังเทียนหลบฉากเพื่อหาที่ปลอดภัยซึ่งท่าทางดูน่าอับอายอย่างมาก

ปราศจากสัญญาณใดๆ การโจมตีก็พลันพุ่งออกมาจากเบื้องล่างของต้าจิว มันราวกับอสรพิษภายใต้เงามืด เกิดเป็นการโจมตีที่ร้ายแรง

ถังเทียนชะงักพลางถูกแทงด้วยกระบี่

ล้มเหลว!

ยามเมื่อเขาถอยออกมาจากตำหนักสิบแปดรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ เขาขบฟันพลางแค่นเสียง ตัวบัดซบหมายเลข 11!

ข้าน่าจะปล่อยให้ต้าจิวขยับตัวได้ เพื่อมิให้พวกมันอยู่ในตำแหน่งของพวกมันได้...

หมายเลข 11 เจ้าเล่ห์มากเกินไป ข้าจะต้องหาโอกาสจัดการมันเสียแล้ว...

อีกครา!

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ไซ่เหล่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ถังเทียนมิได้ออกมาเป็นวันแล้ว แต่เพียงทุกๆชั่วโมงมันจะมีเสียงโหยหวนและคำรามด้วยความโกรธจากสถานที่ที่ถังเทียนฝึกอยู่

สหายผู้นี้กำลังฝึกอะไรอยู่กันแน่?

แต่… อันจริงเขาก็เป็นบุรุษหนุ่มผู้เลือดร้อยล่ะนะ...

ไซ่เหล่ยเปิดเผยรอยรอยยิ้มที่มีความเข้าใจที่มุมปากของนางอย่างไม่รู้ตัว ถังเทียนบุคคลที่พิเศษที่สุดเท่าที่นางพบมาในปีนี้ เขามิเคยปกปิดความทะเยอทะยานของเขาและเขามักจะมีความมั่นใจมากเกินไปอยู่เสมอ

แม้ว่าบางครา เขาจะจองหองเกินไปอย่างที่ควร แต่นางก็ต้องขอชื่นชม ในบรรดาอัจฉริยะที่นางพบเจอ นางชื่นชอบถังเทียนมากที่สุด และอย่างน้อยที่สุดถังเทียนก็มิเคยพร่ำบ่นถึงความเหนื่อยล้าของเขา

เมื่อนึกถึงสัญญาจิตวิญญาณนักสู้ที่นางได้ตกลงกับถังเทียน นางก็รู้สึกว่ามันสามารถทำความฝันของเธอได้ โชคชะตาของนางเองได้ถูกผูกติดกับสหายผู้นี้แล้ว

“เจ้ามีความคืบหน้าอะไรบ้าง?” ทันใดนั้น เสียงของทหารก็ดังมาจากเบื้่องหลังนาง

ไซ่เหล่ยสะดุ้งด้วยความตกใจพลางหันกลับมาและพบเห็นว่าเป็นทหารก็ตกตะลึงในทันที “เจ้าไม่ได้ไปฝึกกับเขางั้นหรือ?”

“ไม่จำเป็น” ทหารส่ายหัว เมื่อนึกถึงการฝึกของถังเทียนไม่กี่วันมานี้ เขารู้สึกว่ามันมิจำเป็นที่เขาจะต้องอยู่ด้วย ในตอนแรกเขายังคงมีความคิดที่จะชี้จุดสำคัญให้ถังเทียน เนื่องจากเขาเป็นครูฝึกทหารของกองทัพกางเขนใต้ และเขามีการวิเคราะห์การต่อสู้ที่พิเศษ แต่ไม่นานเขาก็ตระหนักได้ว่า ถังเทียนมีความพยายามกับวิธีใหม่อย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าวิธีส่วนมากแค่เพียงเขาเหลือบตามองก็บอกได้เลยว่าพวกมันจะต้องล้มเหลว เขาก็มิได้เข้าไปแทรกแซง

ปล่อยให้ถังเทียนคิดหาวิธีการด้วยตัวเอง และปล่อยให้เขาหาจุดสำคัญเอง วิธีการทั้งสองนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงที่จะช่วยเหลือให้ถังเทียนได้เติบโตขึ้น ทหารรู้อย่างลึกซึ้งภายในใจว่าคุณสมบัติดังกล่าวที่มักไตร่ตรองอย่างต่อเนื่องนั้นพบเห็นได้ยากยิ่ง

ทหารหลายคนต่างเชื่อฟังคำสั่ง แต่ทั้งหลายกับมิได้ไตร่ตรองดู และในช่วงเวลาที่เขาเป็นครู่ฝึก เหล่าทหารที่รู้จักไตร่ตรองอยู่เสมอก็ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในท้ายสุด

“แล้วศาสตราวุธเครื่องกลไกเป็นเช่นไรบ้าง” สายตาของทหารมองไปยังไซ่เหล่ย

เมื่อกล่าวถึงศาสตราวุธเครื่องกลไกแล้ว ไซ่เหล่ยพลันกระปรี้กระเปร่าในทันที นางได้หมกมุ่นอยู่กับศาสตราวุธเรื่องกลไกภายในสถานที่มืดเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว ในที่สุดนางก็สามารถที่จะกล่าวได้ว่าพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง ดังนั้นเธอจึงเริ่มพูดมากในทันที

“ดีอย่างยิ่ง! สมกับเป็นกองทัพกางเขนใต้ยุคทองของเครื่องกลไก เหล่าศาสตราวุธเครื่องกลไกนี้ต่างเป็นกลไกที่สูญหายไปแล้วในปัจจุบัน มันซับซ้อนอย่างยิ่ง” ไซ่เหล่ยรู้สึกยินดี “ดูที่ข้อต่อพวกนี้สิ ข้อต่อของพวกมันซับซ้อนกว่าปัจจุบันมากแต่การทำงานของพวกมันกลับไม่ซับซ้อนเท่าข้อต่อพวกนี้”

เมื่อได้ยินคำชมเชยเหล่านี้ ทหารก็มิได้ดูมีความสุข กลับกันเขาพลันขมวดคิ้ว “ถ้างั้นในความเห็นเจ้า ศาสตราวุธเครื่องกลไกเหล่านี้สามารถประยุกต์ให้เข้ากับการต่อสู้ตอนนี้ได้หรือไม่?”

ไซ่เหล่ยครุ่นคิด “ระดับต่ำและระดับกลางของการต่อสู้ พวกมันน่าจะสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ระดับสูงแล้วพวกมันไม่เหมาะสมอีกต่อไป”

ในที่สุดท่าทางของทหารก็ดูสนใจขึ้นมา “เพราะเหตุใดกัน?”

“ศาสตราวุธเครื่องกลไกสามารถปลดปล่อยปราณแท้จริงปริมาณมากและเสริมสร้างวิชาการต่อสู้ ซึ่งหมายความว่าพวกมันจะต้องสามารถทนทานต่อปราณแท้จริงให้ได้ แต่ปราณแท้จริงขั้นสูงมันมีโอกาสเสี่ยงสูงด้วย ซึ่งวัสดุธรรมดามิสามารถที่จะทนทานไหว ข้าได้วิเคราะห์ทองแดงของกางเขนใต้แล้ว มันสามารถทนทานปราณแท้จริงเพียงขั้นแปดเท่านั้น ปราณแท้จริงที่เหนือกว่าเก้าไปแล้ว พวกมันมิสามารถจะทนทานได้” ไซ่เหล่ยกล่าวออกมาไม่หยุด

ทหารมิได้แสดงข้อคิดเห็นใด “เหล่าศาตราวุธเครื่องกลไกเป็นเพียงอุปกรณ์มาตรฐานธรรมดา สำหรับทหารธรรมดาใช้ ศาสตราวุธเครื่องกลไกที่ผู้เชี่ยวชาญใช้จะมิมีสถานการณ์ของการที่มิอาจทนทานได้ของปราณแท้จริงที่เกิดขึ้น”

“ถูกต้องแล้ว” ไซ่เหล่ยมิได้โต้เถียง นางก็กล่าวต่อ “แต่ลองดูไปยังนิกายอื่นๆแล้ว ศาสตราวุธที่พวกเขาใช้เมื่อยามที่พวกเขาอยู่ในระดับสูงเช่น สมบัติดาราขั้นเงิน จิตวิญญาณนักสู้จะทรงพลังอย่างยิ่ง มิจำเป็นต้องพูดถึงขั้นทอง จุดสำคัญที่สุดคือมันชาญฉลาดมากกว่า ความรู้เรื่องเส้นชีพจรโลหิตของวิญญาณนิลสูงอย่างยิ่ง เส้นชีพโลหิตอันน่าตกใจราวกับเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ร่างกายของพวกเขาสามารถที่จะฝึกฝนถึงขั้นที่น่าตกใจ การวิจัยจิตวิญญาณขุนพลของเผ่าเมิง แม้ว่าจิตวิญญาณขุนพลของพวกเขาจะมีร่างที่แปลกประหลาด พวกมันก็ทรงพลังนัก ลองมองไปยังนิกายหลักๆที่สำคัญในปัจจุบันนี้และเจ้าจะรู้ ระดับสูงสำหรับพวกเขาทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องทั่วไปที่ต่างพึงพาจิตวิญญาณนักสู้ของพวกเขามากขึ้น”

“พึงพาจิตวิญญาณนักสู้มากขึ้นงั้นหรือ?” ทหารคล้ายจมอยู่ในความคิด

“ใช่แล้ว” ไซ่เหล่ยรู้สึกชินชาแล้ว “จิตวิญญาณนักสู้ของสมบัติ การกระตุ้นเส้นชีพจรโลหิตแทบจะใกล้เคียงกับการเชื่อมต่อจิตวิญญาณนักสู้ และแม้กระทั่งมากยิ่งกว่าสำหรับจิตวิญญาณขุนพลที่ได้วิจัยมา สาเหตุเพราะมิว่ามันจะเป็นพลังของร่างกายหรือเครื่องกลไก มันจะมีขีดจำกัดเสมอ มีเพียงพลังของจิตวิญญาณนักสู้เท่านั้นที่มีความยืดหยุ่นที่ยอดเยี่ยม”

“ข้าเข้าใจแล้ว” ทหารพลันตระหนักรู้แจ้ง “ผสานเครื่องกลไกกับจิตวิญญาณนักสู้สินะ”

“ใช่แล้ว แต่ตอนนี้ข้ากลับพบว่าปัญหามันไม่ใช่เรียบง่ายเช่นนั้น” ไซ่เหล่ยหัวร่ออย่างขมขื่น “ข้าจำเป็นต้องแจกแจงวิชาเหล่านี้ัอย่างเต็มที่ก่อนที่มันจะเป็นไปได้ นี่มันเป็นรูปแบบงานขนาดใหญ่มาก”

“ไม่ต้องรีบร้อนไป ทำตามสบายใจเจ้าเถอะ” ในทางตรงกันข้ามทหารดูเหมือนค่อนข้างอดกลั้นอยู่ เขาพลันนึกอีกเรื่องหนึ่งออกพลางกล่าวว่า “โอ้ ใช่แล้ว มันมีเรื่องที่ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า”

“เรื่องอะไร?” ไซ่เหล่ยกล่าวถาม

“ได้โปรดช่วยเปลี่ยนโฉมเครื่องกลไกกระจอกเทศใหม่ที” ทหารอธิบายต่อ “วัตถุโบราณของกองทัพกางเขนใต้มันดูสะดุดตาเกินไป ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถเปลี่ยนโฉมมันเป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับในปัจจุบันนี้ เพื่อที่จะได้มิมีผู้ใดสามารถเชื่อมโยงเกี่ยวกับกองทัพกางเขนใต้ได้”

ไซ่เหล่ยก็เข้าใจและรู้สึกตื่นเต้นในทันที “นี่เป็นเรื่องง่ายมาก ฮ่าฮ่า ให้ข้าคิดก่อนรูปแบบไหนที่ควรจะเปลี่ยนโฉมมันดี? มันจะต้องเด่นสะดุดตามีแสงแวววับ! ข้าคิดออกแล้ว…”

ไซ่เหล่ยพึมพำกับตัวเองและจากนั้นก็เมินทหารอย่างสิ้นเชิงพลางจดจ่ออยู่กับงานของนางต่อ

ทหารก็ไม่ได้รบกวนนาง ภายในสายตาของเขา เหล่าช่างกลไกต่างเป็นเช่นนี้เสมอ

ทันใดนั้นเขาก็ชะงัก

ดวงตาของทหารสว่างวาบด้วยความตกใจ วูบ เขาสลายหายไปอย่างฉับพลัน

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 128 – คิดวิธีการ

คัดลอกลิงก์แล้ว