เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 เล่นใหญ่กันทั้งเผ่า

บทที่ 3 เล่นใหญ่กันทั้งเผ่า

บทที่ 3 เล่นใหญ่กันทั้งเผ่า


บทที่ 3 เล่นใหญ่กันทั้งเผ่า

เหล่าอมนุษย์เผ่าแกะทำงานกันอย่างคล่องแคล่วว่องไว ผู้บาดเจ็บถูกลำเลียงเข้าสู่ที่พักทีละคู่ หมอยาฝีมือดีประจำเผ่ารีบพอกสมุนไพรหนาเตอะลงบนบาดแผลของพวกเขา

ภายนอก ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังคงไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง สายลมหนาวพัดกรรโชกบาดลึกถึงกระดูก

เซียนทนลูกตื๊อของอานิไม่ไหวจึงยอมเดินตามนางเข้าไปในบ้าน

เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องก็ไม่พบดอริงเกอร์ คาดว่าคงถูกจัดแจงไปทำหน้าที่หุงหาอาหารเป็นแน่

เป็นดังคาด ไม่นานนักดอริงเกอร์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยกะลามะพร้าวใบเล็กสี่ใบ ดูเหมือนนางจะรู้สึกกระดากอายเล็กน้อยที่จะเผชิญหน้ากับเซียน นางจึงรีบยกอาหารมาวางให้อย่างนอบน้อม ก่อนจะโค้งคำนับและถอยฉากออกไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

อานิผู้มีความหน้าหนาเป็นทุนเดิมไม่ได้สังเกตถึงท่าทีผิดปกติของผู้เป็นแม่ นางทรุดตัวลงนั่งร่วมวงทานอาหารอย่างไม่ทุกข์ร้อน

"อาซี! พวกเรามีเนื้อย่างกินกันด้วยล่ะ!"

ใช่แล้ว... เซียนและอานิแลกเปลี่ยนชื่อแซ่กันเรียบร้อย และเซียนก็ยินดีที่จะใช้ชื่อเล่นว่า 'อาซี' มากกว่าชื่อแปลกๆ อย่าง 'เอินเอิน' หรือ 'อาเอิน'

หลังจากไม่ได้ตกถึงท้องมาเนิ่นนานประกอบกับร่างกายที่ตรากตรำอย่างหนัก เซียนจึงไม่ใส่ใจในรสชาติอาหารนัก นางเพียงแต่หยิบถ้วยกะลาขึ้นมาทานเงียบๆ

ระหว่างนั้น หัวหน้าเผ่ามูดาได้เข้ามาไต่ถามเซียนว่าทานอิ่มนอนหลับสบายดีหรือไม่ มีสิ่งใดขาดเหลืออีกหรือเปล่า แน่นอนว่าเซียนตอบปฏิเสธและกำชับให้เขาไปพักผ่อนเช่นกัน

ค่ำคืนนั้น แถบมานาของเซียนฟื้นฟูกลับมาจนเต็มเปี่ยม

นางนำเสบียงออกมาจากมิติเก็บของ กองพะเนินจนกินพื้นที่ไปกว่าครึ่งบ้านของอานิ อาศัยจังหวะที่เหล่าอมนุษย์กำลังหลับสนิท เซียนจึงย่องลุกขึ้นและเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ

นางไม่ต้องการให้แผนการเดินทางต้องล่าช้าเพราะปัจจัยที่ไม่คาดคิด และนางก็ไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตนเองว่าจะดูแลชนเผ่าที่มีประชากรมากมายขนาดนี้ได้

ทันทีที่เท้าของเซียนก้าวพ้นประตู อานิที่นอนอยู่ภายในบ้านก็ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที

นางเดินจากมาได้ไม่ไกล จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังระงมไล่หลังมา

"อาซี!"

"ฮือๆๆ... อาซีไม่เอาข้าแล้ว..."

"อาซีใจร้ายที่สุด... ฮือๆ..."

"ทำไมถึงไม่ยอมให้ข้าไปด้วย! ฮือออ..."

คิ้วของเซียนกระตุกยิกๆ เมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้น นางจำใจหันหลังกลับไปมอง เมื่อสบเข้ากับดวงตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองมาตาแป๋ว ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่ารอยยิ้มขมขื่นอันไร้ทางสู้ของท่านประธานบริษัทนั้นเป็นอย่างไร

ท่านผู้เฒ่าหัวหน้าเผ่า... ท่านไปหัดแสดงบทบาทเมียหลวงถูกผัวทิ้งได้สมจริงขนาดนี้มาจากไหนกัน?!

นอกจากท่านผู้เฒ่าแล้ว ดวงตาของอมนุษย์ตนอื่นๆ ก็เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาเช่นกัน

เด็กน้อยเผ่าแกะตนหนึ่งร้องไห้จ้าพร้อมกับวิ่งเข้ามาโผกอดต้นขาของเซียนเอาไว้แน่น "พี่สาว... ฮือๆๆ... ได้โปรดพาพวกเราไปด้วยเถอะนะ..."

เซียน: ...เผ่าของพวกเจ้านี่มันเป็นบ้าอะไรกันไปหมดเนี่ย????!!

เมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับตาไม่กะพริบ ต่อให้เซียนจะพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแค่ไหน แต่นางก็ไม่อาจต้านทานลูกแกะตัวน้อยที่แสนนุ่มนิ่มและน่าเอ็นดูได้

นางช้อนตัวเจ้าแกะน้อยขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินย้อนกลับไป

อานิและหัวหน้าเผ่ามูดาเห็นนางเดินกลับมาก็ลุ้นตัวโก่ง 'ตื่นเต้นชะมัด จะทำยังไงดี?! นางจะพาพวกเราไปด้วยไหม? เมื่อกี้เล่นใหญ่เกินเบอร์ไปหรือเปล่า? เป็นความผิดของนังหนูอานินั่นแหละ ยัยเด็กบ้า! การแสดงของนางดูปลอมจะตายไป! (เป็นความผิดของตาเฒ่าซุ่มซ่ามมูดาต่างหาก! มีแค่ข้าคนเดียวที่ร้องไห้ออกมาจริงๆ นะ!)'

เมื่อเซียนเดินเข้ามาใกล้ อานิและมูดาก็รีบกรูเข้าไปรุมล้อมนางอย่างกระตือรือร้น

เซียนจนปัญญา จึงตัดสินใจพูดออกไปตามตรง "ข้าไม่ได้วางแผนจะไปใช้ชีวิตสุขสบาย บางทีพรุ่งนี้ หรืออาจจะเป็นวินาทีถัดไป ข้าอาจจะตายในที่ที่ไม่มีใครรู้จักก็ได้ มันไม่เหมาะหรอกที่พวกเจ้าจะติดตามข้าไป"

ก่อนที่หัวหน้าเผ่ามูดาจะได้เอ่ยปาก อานิก็โพล่งขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด "ไหนท่านสัญญากับข้าแล้วว่าจะไม่รนหาที่ตายอีกไง!"

ตอนแรกมูดาไม่เข้าใจความหมายของเซียน แต่พอได้ยินสิ่งที่อานิพูด เขาก็พอจะจับใจความได้ลางๆ

"ท่านครับ ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังตามหาสิ่งใด หรือต้องการคำตอบแบบไหน" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมราวกับผู้อาวุโสสั่งสอนบุตรหลาน "แต่ข้ารู้ว่าคำตอบนั้นไม่มีวันปรากฏขึ้นหลังความตาย และสิ่งที่คนเราไขว่คว้านั้นไม่มีทางหาเจอได้บนสวรรค์"

"เพียงแค่ท่านช่วยชีวิตคนทั้งเผ่าของข้าเอาไว้ ชีวิตของพวกเราก็เป็นของท่านแล้ว หากท่านประสงค์จะรนหาที่ตาย ก็จงให้พวกเราใช้ชีวิตนี้เบิกทางให้ท่านเถิด!"

หัวหน้าเผ่ามูดาทรุดตัวลงคุกเข่า และสมาชิกในเผ่าที่เหลือก็ทำตามทันที

ในขณะที่อานิปีนป่ายขึ้นไปบนตัวเซียน ร้องโวยวายว่านางห้ามคืนคำเด็ดขาด

【ติ๊ง—ตรวจพบโฮสต์ได้รับแต้มไถ่ถอน 50 แต้ม แปลงเป็นค่าประสบการณ์ 50,000 ระดับเพิ่มขึ้นเป็น lv.38】

【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัลตามระยะ: ป้ายคำสั่งเจ้าเมือง * 1】

【ตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของโฮสต์ ต้องการใช้ป้ายคำสั่งเจ้าเมืองหรือไม่?】

"ป้ายคำสั่งเจ้าเมืองมีไว้ทำอะไร?"

【การใช้ป้ายคำสั่งเจ้าเมืองจะช่วยให้คุณสามารถก่อตั้งอาณาเขตได้ทันที อาณาเขตจะได้รับการคุ้มครองในช่วงมือใหม่ ซึ่งมอนสเตอร์จะไม่สามารถบุกรุกเข้ามาได้ จนกว่าจะถึงคลื่นสัตว์ร้ายระลอกถัดไป】

ตอนนี้เซียนปวดหัวแทบระเบิด ไม่อยากจะเสวนากับระบบ และไม่อยากจะตอบโต้อะไรกับมูดาทั้งนั้น

นางยืนนิ่งงันด้วยความชาหนึบ

เหล่าอมนุษย์เผ่าแกะยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น ไม่พูดจา ไม่เร่งเร้า แม้ทุกคนจะก้มหน้าลงต่ำ แต่ความคาดหวังในแววตานั้นกลับเปี่ยมล้นจนแทบจะทะลักออกมา

"ลุกขึ้นเถอะ พวกเจ้าตามข้ามาได้สักพัก แล้วข้าจะพยายามหาที่ทางลงหลักปักฐานให้พวกเจ้า"

เซียนไม่ได้ตกปากรับคำอย่างเต็มร้อย มันเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวเท่านั้น นางไม่อาจทิ้งให้พวกเขาตายอยู่ที่นี่โดยไร้ทางสู้ได้จริงๆ

หัวหน้าเผ่ามูดาดีใจจนเนื้อเต้น โขกศีรษะคำนับเซียนรัวๆ "ท่านผู้มีเมตตา! เผ่าแกะขอสาบานว่าจะเชื่อฟังทุกคำสั่งของท่านตราบจนวันตาย!"

เซียนหลุบตาลงพลางพึมพำในลำคอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินเพียงลำพัง "เมตตากับผีน่ะสิ..."

วันรุ่งขึ้น ชนเผ่าแกะต่างพากันเก็บข้าวของสัมภาระด้วยความเบิกบานใจ

เซียนและหัวหน้าเผ่ามูดาเดินสนทนากันไปเรื่อยๆ ในบริเวณใกล้เคียง

"ป่ามอนสเตอร์ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย ทุกๆ สองสามวันจะมีมอนสเตอร์กลุ่มเล็กๆ บุกเข้ามาในเผ่า" หัวหน้าเผ่ามูดาถอนหายใจ "แต่มันไม่มีทางเลือกอื่น หากอยู่นอกป่าเราจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร"

อาณาเขตของมนุษย์ในละแวกใกล้เคียงมีจำนวนน้อยนิด ทรัพยากรที่ผลิตได้ก็เพียงพอแค่เลี้ยงปากท้องตัวเอง ไม่มีเหลือเฟือมาค้าขายแลกเปลี่ยนกับพวกอมนุษย์ ส่วนพวกที่มีทรัพยากรเหลือใช้ก็คงไม่ดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลมายังดินแดนกันดารเช่นนี้เพื่อแสวงหากำไรอันน้อยนิดหรอก

เผ่าแกะอาศัยอยู่ในป่า พอจะประทังชีวิตได้ด้วยการล่าสัตว์ เพาะปลูกเล็กๆ น้อยๆ และเก็บของป่า แต่เมื่อก้าวขาออกไปแล้ว การจะกลับเข้ามาใหม่ย่อมเป็นเรื่องยุ่งยาก

พื้นที่ภายในป่ามอนสเตอร์ล้วนถูกจับจองแบ่งเขตกันอย่างชัดเจน หนึ่งเผ่าต่อหนึ่งจุด

ยกตัวอย่างเช่น หากเผ่าแกะจากไปตอนนี้ การจะเดินผ่านเผ่าอื่นสักครั้งสองครั้งคงไม่เป็นไร แต่หากวันหน้าต้องการกลับเข้ามาล่าสัตว์ในป่า พวกเขาจะต้องเดินทางผ่านอาณาเขตของผู้อื่นเพื่อกลับมายังจุดเดิม ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ลำบากและไม่สะดวกอย่างยิ่ง

เซียนรับฟังอย่างตั้งใจ พยักหน้าตอบรับเป็นระยะ เมื่อเห็นหัวหน้าเผ่ามูดาจมดิ่งอยู่ในความทรงจำอันแสนเศร้า นางจึงรู้สึกอึดอัดที่จะเอ่ยถามเรื่องอื่นต่อ

ทว่าวินาทีถัดมา หัวหน้าเผ่ามูดาที่เมื่อครู่ยังทำหน้าเคร่งเครียด กลับมีสีหน้าแจ่มใสขึ้นมาในพริบตา

เขาเปลี่ยนเรื่องคุยพร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาหยี

"แต่ตอนนี้ดียิ่งนัก! เผ่าแกะได้ติดตามท่าน! แถมท่านยังมีป้ายคำสั่งเจ้าเมือง เผ่าแกะได้รับพรจากเทพเจ้าสัตว์ป่าจริงๆ ด้วย! พวกเราต้องมีชีวิตที่ดีมากแน่ๆ เมื่อออกไปข้างนอก ฮี่ฮี่~"

เซียนถึงกับพูดไม่ออก นางเบือนหน้าหนีเขาไปอีกทาง เพิ่งจะเมื่อวานนี้เองที่อานิบอกว่าเทพเจ้าสัตว์ป่าไม่ต้องการให้เผ่าแกะมีชีวิตรอด

บริเวณหน้าถ้ำน้อยใหญ่ที่เรียงราย เหล่าอมนุษย์เผ่าแกะแบกห่อหนังสัตว์สัมภาระของตน พยายามเก็บอาการดีใจเอาไว้และรอคอยคำสั่งออกเดินทางจากเซียน

ด้วยความที่ไม่ถนัดรับมือกับความคาดหวังของผู้อื่น เซียนจึงเอ่ยคำสั่งออกมาเรียบๆ เพียงคำเดียว "ไปกันเถอะ"

"เย้!"

เสียงเล็กแหลมดังขึ้นอย่างตื่นเต้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ที่รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กตามฝีเท้าของเซียนไป

อมนุษย์ตนอื่นๆ มองดูเหล่าลูกสัตว์ตัวน้อยที่กลับมาร่าเริงซุกซนอีกครั้งด้วยความโล่งใจ หลังจากปล่อยอารมณ์ซาบซึ้งอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็รีบเร่งฝีเท้าไล่ตามชีวิตใหม่ที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่แสงตะวัน

จบบทที่ บทที่ 3 เล่นใหญ่กันทั้งเผ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว