- หน้าแรก
- ลู่จิ้น จอมราชันย์โลงมรณะ
- บทที่ 21 ไข่มุกวิญญาณเม็ดที่แปด
บทที่ 21 ไข่มุกวิญญาณเม็ดที่แปด
บทที่ 21 ไข่มุกวิญญาณเม็ดที่แปด
บทที่ 21 ไข่มุกวิญญาณเม็ดที่แปด
ในสถานการณ์เช่นนี้จะให้เปิดเผยตัวตนออกไปได้อย่างไร!
"ลู่จิ้น!"
"เจ้าคิดว่าลอบโจมตีข้าได้ แล้วจะเป็นคู่มือของข้าได้อย่างนั้นรึ! ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นถึงความห่างชั้นที่ไม่อาจก้าวข้ามระหว่างเรา!"
หยางเตียนเฟิงกัดฟันกรอด สิ้นเสียงคำราม ปราณวิญญาณสีขาวสายหนึ่งก็ระเบิดออกมาจากร่าง ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ในชั่วพริบตา
ชั่วอึดใจถัดมา ปราณวิญญาณสีขาวเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิตแดงฉาน แผ่กลิ่นอายอันมืดมนและน่าสะพรึงกลัวออกมา ครอบคลุมร่างของหลิ่วรูเยียนเข้าไปด้วยในทันที
ในขณะเดียวกัน ยันต์สื่อสารแผ่นหนึ่งก็ถูกส่งออกไป
'หือ? ซ่อนตัวอย่างนั้นรึ?'
ดวงตาของลู่จิ้นหม่นแสงลง หยางเตียนเฟิงไม่ได้กำลังจะโจมตีเขา แต่กำลังใช้อาวุธวิเศษประเภทป้องกันเพื่อคุ้มกันตัวเองต่างหาก!
"ฮึ!" หยางเตียนเฟิงแค่นเสียงเย็นชา
"ลู่จิ้น นี่คือสุดยอดศาสตราป้องกัน 'เกราะโลหิตเต่าเสวียน' ต่อให้เป็นท่านอาจารย์ของข้า ผู้อาวุโสปีกโลหิต ก็ยังไม่อาจทำลายมันได้! ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะทำอะไรข้าได้!"
เมื่อเรียกเกราะโลหิตเต่าเสวียนออกมาแล้ว หยางเตียนเฟิงก็ดูจะมั่นใจจนไร้ความเกรงกลัว ถึงขั้นนั่งขัดสมาธิลงและเริ่มโคจรพลังรักษาอาการบาดเจ็บโดยไม่สนใจสิ่งใด
"ศิษย์พี่ นี่มัน..."
หลิ่วรูเยียนเห็นท่าทีของหยางเตียนเฟิงเช่นนั้น ภายในใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความกังวล
"วางใจเถิด การป้องกันที่แม้แต่ท่านอาจารย์ของข้ายังเจาะไม่เข้า มันไม่มีทางทำลายได้จนวันตาย!"
หลิ่วรูเยียนได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า "ข้าเชื่อศิษย์พี่!"
กล่าวจบ นางก็นั่งขัดสมาธิลงและเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บเช่นกัน
จากการถูกลู่จิ้นลอบโจมตี ทั้งสองได้รับบาดเจ็บไม่น้อย จำเป็นต้องรีบรักษาโดยด่วน
และสาเหตุที่หยางเตียนเฟิงสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้ นอกจากการป้องกันที่แข็งแกร่งแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งคือ เขาได้ส่งยันต์สื่อสารไปหาศิษย์พี่หญิงของเขาเรียบร้อยแล้ว
ศิษย์พี่หญิงผู้นั้นเป็นยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิตเช่นกัน มีระดับพลังแก่กล้าถึงขอบเขตแก่นแท้ทองคำ ขั้นหก สาเหตุที่พวกเขามาที่นี่ ก็เพราะศิษย์พี่หญิงต้องการล่าสัตว์อสูร แล้วใช้อำนาจจากเนิ่นสัตว์อสูรพิเศษเพื่อทะลวงระดับพลัง
และสถานที่ที่ศิษย์พี่หญิงอยู่ ก็ห่างจากที่นี่ไม่ไกลนัก!
'โอ้? อย่างนั้นรึ?'
ลู่จิ้นสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากเกราะโลหิตเต่าเสวียน ในใจก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย พลังป้องกันนี้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ต่อให้ไม่ลงมือ เขาก็รู้ดีว่าด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ ไม่สามารถทำลายมันได้
ทว่าในเวลานี้ เขาพลันนึกอยากทดสอบความสามารถของโลงศพฝังสวรรค์ดู เพราะก่อนหน้านี้จักรพรรดินีชิงเหลียนเคยกล่าวไว้ว่า ทักษะลับบางอย่างของโลงศพฝังสวรรค์ต้องให้เขาค้นหาด้วยตนเอง
"หยางเตียนเฟิง หลิ่วรูเยียน พวกเจ้าดีใจเร็วเกินไปแล้ว!"
วูบ!
สิ้นเสียงของลู่จิ้น แรงดูดกลืนสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากโลงศพฝังสวรรค์ เข้าปกคลุมเกราะโลหิตเต่าเสวียนเอาไว้
ตูม!
ในชั่วพริบตานั้น แสงสีโลหิตบนเกราะโลหิตเต่าเสวียนก็ระเบิดออก พลังป้องกันอันแข็งแกร่งเริ่มสั่นสะเทือน คล้ายต้องการจะสลัดพลังขุมนั้นออกไป
'พลังป้องกันนี้ช่างดุดันสมคำร่ำลือ!'
ลู่จิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเห็นได้ชัดเจนว่า แม้โลงศพฝังสวรรค์จะเป็นสมบัติแห่งฟ้าดิน แต่ในยามที่ผู้ครอบครองยังมีระดับพลังไม่เพียงพอ ก็ยังไม่อาจแสดงอานุภาพออกมาได้แม้แต่หนึ่งในสิบส่วน
พลังป้องกันที่หยางเตียนเฟิงสำแดงออกมานั้น แข็งแกร่งกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยพบเจอ และด้วยข้อจำกัดด้านระดับพลังของเขา ทำให้แรงดูดกลืนของโลงศพฝังสวรรค์ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะกลืนกินมันได้ในทันที
แต่ทว่า...
วูบ วูบ วูบ!
แรงดูดกลืนจากโลงศพฝังสวรรค์ยังคงถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง พลังบนเกราะโลหิตเต่าเสวียนก็ปะทุขึ้นต้านทาน พลังทั้งสองสายพัวพันปะทะกันจนเกิดเสียงหวีดหวิวไม่ขาดสาย และในกระบวนการนี้ โลงศพฝังสวรรค์ก็เริ่มกัดกินพลังป้องกันนั้นทีละน้อย
"หือ? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
หยางเตียนเฟิงที่เดิมทีมั่นใจในพลังป้องกันของตนเต็มเปี่ยม แต่เมื่อเห็นแรงดูดกลืนนี้กำลังกัดกินพลังป้องกันของตนอย่างต่อเนื่อง สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าการป้องกันบนเกราะโลหิตเต่าเสวียนกำลังถูกกิน!
แม้ความเร็วจะไม่มากนัก แต่กลับมั่นคงและต่อเนื่อง อีกทั้งไม่ว่าเขาจะพยายามยื้อยุดขัดขวางอย่างไร แรงดูดกลืนนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนกำลังลงเลย!
มันคือพลังที่ไม่อาจต้านทาน แม้จะดูเล็กน้อย แต่เขากลับจนปัญญาที่จะรับมือ!
'เจ้าเด็กนี่มีวิธีการเช่นไรกันแน่ ถึงสามารถกัดกินเกราะโลหิตเต่าเสวียนของข้าได้!'
หยางเตียนเฟิงแทบจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาในทันที!
สีหน้าของหลิ่วรูเยียนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตึงเครียด นับตั้งแต่ลู่จิ้นกลับมาอย่างแข็งแกร่ง วิธีการต่างๆ ที่เขาใช้ล้วนทำให้นางคาดเดาไม่ถูกเสมอ
บัดนี้แม้แต่การป้องกันที่แข็งแกร่งระดับนี้ยังถูกกัดกิน ภายในใจของนางยิ่งทวีความหวาดหวั่น
"ศิษย์พี่ จะทำอย่างไรดี! หากถูกมันทำลายการป้องกัน เกรงว่าด้วยอาการบาดเจ็บของพวกเราในตอนนี้คงมิอาจต้านทานมันได้ เจ้าหมอนี่ลงมือโหดเหี้ยมอำมหิต พวกเราคงมีภัยถึงชีวิต..."
"วางใจเถอะ ศิษย์พี่หญิงของข้ากำลังจะมาถึงแล้ว พวกเราร่วมมือกัน ยื้อเวลาเอาไว้!"
หยางเตียนเฟิงกล่าว สิ้นเสียงเขาก็หยุดรักษาอาการบาดเจ็บ และร่วมมือกับหลิ่วรูเยียนถ่ายเทปราณวิญญาณในร่างเข้าสู่เกราะโลหิตเต่าเสวียนอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส การฝืนใช้พลังในยามนี้จึงกินแรงอย่างมาก ถึงขั้นที่หลิ่วรูเยียนกระอักเลือดออกมาอีกคำใหญ่ สภาพดูอิดโรยและทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด
"ข้าจะคอยดูว่าพวกเจ้าจะทนไปได้สักกี่น้ำ"
ลู่จิ้นแสยะยิ้มเย็น
โลงศพฝังสวรรค์ทำการกัดกินไปพร้อมกับคายพลังงานย้อนกลับมา เมื่อพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ไหลเวียนเข้าสู่ตันเถียน พลังภายในไข่มุกวิญญาณเม็ดที่เจ็ดในกายของเขาก็เริ่มสะสมตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายทั่วร่างของเขาก็ไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ
การกลืนกินเกราะโลหิตเต่าเสวียนนี้ ก็เปรียบเสมือนกระบวนการฝึกฝนของเขาเช่นกัน
'หือ?'
แต่ในระหว่างกระบวนการนี้ ลู่จิ้นสัมผัสได้ถึงพลังอีกสายหนึ่ง ที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกับแรงดูดกลืนของเขาอย่างบ้าคลั่ง
มันคือแรงดูดกลืนอีกสายหนึ่ง
'หลิ่วรูเยียน? นี่คือพลังที่เกิดจากการฝึกฝนเคล็ดวิชาเฉพาะทาง และระดับของเคล็ดวิชานี้ดูเหมือนจะสูงส่งไม่น้อย...'
ลู่จิ้นแปลกใจเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่ร่างของหลิ่วรูเยียน
พลังสายนี้แผ่ออกมาจากร่างของนาง และในขณะนี้หลิ่วรูเยียนก็กำลังร่ายกระบวนท่าตามเคล็ดวิชา ปราณวิญญาณรอบกายเคลื่อนไหวไปตามท่วงท่าของนาง เข้าต่อต้านกับพลังของเขา
เสียงหวีดหวิวจากการปะทะกันดังระงม กระบวนการทั้งหมดกินเวลานานถึงหนึ่งก้านธูป
ทันใดนั้น ภายในกายของลู่จิ้นก็เกิดคลื่นพลังสั่นไหวเบาๆ พร้อมกับที่บนท้องนภาเริ่มมีเมฆสายฟ้าก่อตัวขึ้น
ไข่มุกวิญญาณเม็ดที่แปดค่อยๆ ปรากฏขึ้น!
เปรี้ยง!
เมื่อสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สายแรกผ่าฟาดลงมา เกราะโลหิตเต่าเสวียนเกราะนั้นก็แตกสลายกลายเป็นจุณ กลับคืนสู่ความว่างเปล่าในทันที!
หยางเตียนเฟิงและหลิ่วรูเยียนกระอักเลือดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในช่วงเวลาหนึ่งก้านธูปที่ผ่านมา พวกเขาถูกทรมานอย่างแสนสาหัส ปราณวิญญาณในกายถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น ตกอยู่ในสภาพทุลักทุเลอย่างถึงที่สุด!
'ไข่มุกวิญญาณเม็ดที่แปดควบแน่นสำเร็จแล้ว!'
ลู่จิ้นหรี่ตาลง นึกไม่ถึงว่าหลังจากกลืนกินเกราะโลหิตเต่าเสวียนของอีกฝ่ายแล้ว จะสามารถควบแน่นไข่มุกวิญญาณขึ้นมาได้อีกหนึ่งเม็ด!
นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ในทางอ้อมว่าระดับของอาวุธป้องกันของหยางเตียนเฟิงนั้นสูงส่งเพียงใด
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คิดที่จะทำการเลื่อนระดับขอบเขตพลังที่นี่
หยางเตียนเฟิงเพิ่งกล่าวว่าศิษย์พี่หญิงของเขากำลังจะมาถึง หากเลือกที่จะเลื่อนระดับที่นี่ มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกขัดจังหวะ และนั่นจะนำมาซึ่งอันตรายใหญ่หลวง
ฟิ้ว!
และในขณะที่เขาคิดเช่นนั้น จู่ๆ ร่างเงาร่างหนึ่งก็ร่อนลงมาจากฟากฟ้า ความเร็วว่องไวปานสายลม สตรีในชุดแดงผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นในครรลองสายตา พร้อมกลิ่นอายพลังอันพลุ่งพล่าน
'ขอบเขตแก่นแท้ทองคำ ขั้นหก? ข้าในตอนนี้ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ หนีเอาตัวรอดเป็นยอดดี!'
ลู่จิ้นเก็บงำกลิ่นอายทั้งหมดลงในทันที แล้วพุ่งทะยานหลบหนีหายไปในความมืดมิด
"ศิษย์พี่หญิงแซ่หวัง! ช่วยข้าด้วย!"
หยางเตียนเฟิงพ่นเลือดออกมา ร้องโหยหวนราวกับภูตผี หลิ่วรูเยียนนั้นลมหายใจรยริน แทบจะสิ้นชีพไปแล้วครึ่งชีวิต!