- หน้าแรก
- เห็นๆ อยู่ว่าเป็นภัยพิบัติที่สี่ แต่ไหงดันถูกเรียกว่านักบุญ
- บทที่ 21 - ควบคุมแรงโน้มถ่วง
บทที่ 21 - ควบคุมแรงโน้มถ่วง
บทที่ 21 - ควบคุมแรงโน้มถ่วง
“แต่สามัญสำนึกบอกผมว่า พวกมนุษย์สังเคราะห์มันก็แค่สินค้าตำหนิที่มนุษย์สร้างขึ้น อย่างมากก็เป็นได้แค่ของเล่นคนรวย ถ้าพวกมันมีความคิดและร่างกายเหมือนคนปกติจริงๆ สถาบันชีววิทยาคงผูกขาดแรงงานราคาถูกใต้ดินไปนานแล้ว!”
รองผู้กำกับจ้องตาไป๋ชิวหลินเขม็ง แต่ไป๋ชิวหลินตอบกลับอย่างใจเย็น
“นั่นคือสามัญสำนึกครับ แต่สถาบันวิจัยเรื่องการสร้างมนุษย์มาเป็นร้อยปี มันก็ต้องมีเคสหลุดๆ ออกมาบ้าง”
“ผมเช็กข้อมูลภายในบริษัทแล้ว ตัวทดลองรหัส [เหลียงซิ่นเฉิง] คือของขวัญที่ประธานสภารุ่นแรกนำลงมาจากศูนย์กลาง ถ้ามันเป็นแค่มนุษย์สังเคราะห์ดาดๆ ผมนึกไม่ออกเลยว่าทำไมท่านประธานถึงต้องหิ้วลงมาด้วย แล้วทำไมบริษัทถึงยอมผลาญงบวิจัยมันมาเกือบ 20 ปี เพื่ออะไร?”
พูดถึงตรงนี้ เขาหันมาสบตารองผู้กำกับ ยิ้มมุมปาก
“คุณตำรวจได้ลงไปดูที่เกิดเหตุในเหมืองหรือยังครับ?”
รองผู้กำกับไม่ตอบตรงๆ
“สาเหตุการตายของหัวหน้าคนงานสองคนไม่มีอะไรซับซ้อน โดนมีดทานอาหารแทงจุดตายทีเดียวจอด”
“สาเหตุการตายไม่ซับซ้อน แต่ก่อนตาย สองคนนั้นกะจะลงมือฆ่าคนนะครับ”
ไป๋ชิวหลินส่ายหน้าเหมือนไม่ยี่หระ เห็นชัดว่าเขาไม่ได้ลงไปดูในเหมืองเอง
“ผู้ชายตัวโตสองคน ถืออาวุธครบมือ ทำงานใช้แรงงานมาตลอด เรื่องพละกำลังไม่ต้องพูดถึง แต่กลับโดนมนุษย์สังเคราะห์ตัวคนเดียวใช้มีดทานอาหารอันเล็กๆ สวนกลับตายคาที่ในมีดเดียว... แค่นี้ยังบอกอะไรไม่ได้อีกเหรอครับ?”
รองผู้กำกับนิ่งคิด มองศพตาเหลือกของผู้จัดการเซี่ยและรอยเลือดที่ถูกลากมาบนพื้น เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของฆาตกร
คุยจบ ไป๋ชิวหลินก็หมดความสนใจ เขาเดินทอดน่องออกไปทางประตู
“ผมแนะนำว่าครั้งหน้าถ้าคุณเจอเจ้านาย รีบรายงานให้เขาแก้ระดับความอันตรายของตัวทดลองนั่นซะ... ไม่งั้น ใครจะรู้ว่าต่อจากนี้มันจะสร้างเรื่องปวดหัวอะไรให้อีก?”
ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสงสัย ก่อนจะเดินออกจากบ้านพัก
เหมืองถ่านหินยังคงคละคลุ้งไปด้วยฝุ่น เสียงเครื่องจักรและเสียงตะโกนของคนงานยังดังต่อเนื่อง
ต่อให้มีคนตายสองสามศพ ทุนนิยมก็ไม่เคยหยุดหมุนเพื่อไว้อาลัยให้ใคร
ไป๋ชิวหลินขึ้นไปนั่งเอนหลังสบายใจเฉิบในรถออฟโรดประจำตำแหน่ง สั่งคนขับรถ
“ส่งรายงานวันนี้ให้ท่านผู้จัดการโดยตรง แล้วก็ทำเรื่องเบิกงบในนามส่วนตัวของผม บริจาคให้นักบวชพเนจรของลัทธิแสงสนธยาด้วย ถือเป็นค่าตอบแทนที่เทศนาให้ฟังเมื่อคืน”
คนขับรถลังเล
“ข้ามหน้าข้ามตาท่าน ผอ. แบบนี้ จะดีเหรอครับ...”
ไป๋ชิวหลินลืมตา ยิ้มตาหยี
“ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมสั่ง ผมจะฟ้องท่านผู้จัดการ แต่ถ้าทำตาม คุณก็อาจจะโดนท่าน ผอ. เล่นงาน... เป็นโจทย์ที่น่าสนใจนะ คุณจะเลือกข้อไหน?”
...
เขตชุมชนแรงงานที่ 2 เขตเย่ากวง
ในร้านตัดผมซอมซ่อ ลูกค้ากระเป๋าหนักสองคนเหมาปิดร้านทั้งคืน
ช่างตัดผมตาโตรับเงินปึกใหญ่ รีบส่งกุญแจให้ชายหนุ่มทันที รับประกันว่าเชิญใช้ของในร้านได้ตามสบาย ต่อให้พรุ่งนี้ร้านเหลือแต่ประตูเขาก็ไม่ว่า!
พอล็อกประตู ปิดม่านเรียบร้อย เฟิงจือนั่งหมุนเก้าอี้เล่น มองหลี่เหวยที่กำลังง่วนอยู่กับการผสมน้ำยาย้อมผม
“ผมฉันก็ย้อมเขียวไปแล้ว ทำไมต้องย้อมใหม่อีก?”
หลี่เหวยผสมสีอย่างชำนาญ สมัยเรียนมหาลัยเขาเคยไปเป็นลูกมือร้านตัดผมญาติอยู่พักหนึ่ง
“พวกตำรวจต้องสืบรู้เรื่องที่เหมืองแล้ว หัวสีเขียวเน่าๆ ของเธอต้องโดนเพ่งเล็งแน่ ไม่ใช่แค่สีผม ทรงผมก็ต้องเปลี่ยน ตอนเหมาร้านฉันสืบมาแล้วว่าเจ้าของร้านมีจ็อบเสริมรับแต่งหน้าแปลงโฉมให้พวกหนีคดี ในร้านน่าจะมีของดีซ่อนอยู่”
พูดจบก็จับหัวเฟิงจือที่หมุนไปมาล็อกไว้ แล้วป้ายน้ำยาสีดำลงไป
มองตัวเองในกระจกที่คิ้วขมวดมุ่น เฟิงจือเตะขาเก้าอี้แก้เซ็ง พยายามไม่นึกถึงสารเคมีอันตรายในน้ำยาย้อม
“ฉันเห็นนะว่าตอนมา นายแวะถามอะไรคนข้างทางด้วย? แถมยังจ่ายเงินอีก!”
เธอเน้นคำว่า “เงิน” เสียงหนักแน่น
“เราต้องหาตัวตนที่สมเหตุสมผลเพื่อเข้าไปในโบสถ์ ปลอมบัตรแบบเดิมไม่ได้แล้ว ฉันเลยหาช่องทางอื่น พรุ่งนี้เราจะกลายเป็นลูกชายลูกสาวของแม่ม่ายในชุมชนที่ 9 มีทั้งบัตรประชาชน และประวัติการอยู่อาศัยจริง เพื่อนบ้านแถวนั้นเห็นเราโตมากับตา!”
เฟิงจือตาโต เลิกสนใจหัวดำๆ ของตัวเอง
“นายไปหาช่องทางแบบนี้มาจากไหน?”
หลี่เหวยยิ้มมุมปาก
“มีเงินน่ะผีโม่แป้งก็ยังได้ ข่าวแค่นี้จิ๊บจ๊อย ยิ่งคนแถวนี้ร้อนเงินอยู่ด้วย”
เฟิงจือเบ้ปาก ไม่ได้สงสัย แต่หมั่นไส้ที่ตัวเองจนกว่าหลี่เหวย
แต่เธอก็รู้ว่าเงินนั่นหลี่เหวยหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง (จากการปล้น) เธอเลยไม่คิดจะไปยุ่งย่าม
“งั้นตั้งแต่ตอนนี้ ฉันจะสอนฟิสิกส์ให้นาย 626!”
เหมือนอยากจะเอาชนะในเรื่องที่ตัวเองถนัด เฟิงจือจ้องหน้าหล่อวัวตายควายล้มของหลี่เหวยในกระจก
หลี่เหวยป้ายน้ำยาไปด้วย ตอบส่งๆ
“ไหนลองว่ามาซิ”
เฟิงจือทำหน้าเข้ม
“เรียนวิทยาศาสตร์ต้องสำรวม! ไม่ใช่นั่งฟังนิทานก่อนนอน!”
“ต่อให้นายมีกุญแจ มีความทรงจำเกี่ยวกับสูตรฟิสิกส์ แต่ไม่ได้แปลว่าจะเข้าใจแก่นแท้ของมันได้ง่ายๆ จะเป็นส่วนหนึ่งของกฎธรรมชาติ ต่อให้เป็นอัจฉริยะก็ต้องทุ่มเท!”
“อีกอย่าง ตอนนี้ฉันถือเป็นอาจารย์ของนาย! ครูขอสั่งให้นักเรียนแสดงความเคารพหน่อย!”
เห็นเธอจริงจัง หลี่เหวยก็เลิกทำหน้ากวน ถือน้ำยาย้อมผม พยักหน้าให้เฟิงจือในกระจกอย่างเคร่งขรึม
“ครับอาจารย์ ผมจะตั้งใจเรียน!”
เฟิงจือพยักหน้าอย่างพอใจ แต่ยังไม่ทันไร ก็โดนหลี่เหวยจับหัวล็อกแล้วป้ายน้ำยาต่อ
“ก่อนอื่น นายต้องเข้าใจก่อนว่าแรงโน้มถ่วงคืออะไร ตำนานเล่าว่านักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ค้นพบแรงโน้มถ่วงจากการตั้งคำถามว่า ทำไมแอปเปิลถึงตกลงพื้น ไม่ลอยขึ้นฟ้า?”
หลี่เหวยฟังเฟิงจือเล่าเรื่องนิวตันกับแอปเปิลที่ใครๆ ก็รู้ แต่ทันใดนั้น หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมา!
[ได้รับรางวัลภารกิจ — สกิลอาชีพนักฟิสิกส์: ควบคุมแรงโน้มถ่วง (ระดับต้น)]
เห็นหลี่เหวยชะงักมือ เฟิงจือย่นจมูก
“ตั้งใจหน่อย! ตั้งใจฟัง 626! ไม่งั้นจะเรียนรู้เรื่องได้ไง?”
หลี่เหวยไม่ตอบ เขากระพริบตา ยื่นมือที่เปื้อนน้ำยาย้อมผมไปทางหวีที่วางอยู่บนโต๊ะ
วินาทีต่อมา กฎเหล็กบางอย่างของธรรมชาติก็ถูกปลดล็อก หวีอันนั้นลอยขึ้นสู่อากาศอย่างเงียบเชียบ!
เฟิงจืออ้าปากค้าง ตาแทบถลนออกมานอกเบ้า!
[จบแล้ว]