เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - สำนักงานแก้ไขประวัติศาสตร์ถึงกับอึ้ง

บทที่ 16 - สำนักงานแก้ไขประวัติศาสตร์ถึงกับอึ้ง

บทที่ 16 - สำนักงานแก้ไขประวัติศาสตร์ถึงกับอึ้ง


สำนักงานแก้ไขประวัติศาสตร์?

ถ้าเป็นเมื่อวาน ได้ยินชื่อนี้เขาคงนึกว่าเป็นหน่วยงานโบราณคดีที่ไหนสักแห่ง

แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์แม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์ป่วยไข้ และอีกฝ่ายระบุพิกัดถนนสายเก่าได้แม่นยำขนาดนี้ ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า...

องค์กรผู้มีพลังพิเศษของทางการมาเยือนแล้ว

การที่องค์กรอย่างลัทธิเทพธัญญาโภคทรัพย์ที่มีพลังวิเศษไม่สามารถครองเมืองได้ แสดงว่าต้องมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าคอยกดหัวและรักษาความสงบอยู่

สำหรับการมาเยือนของเจ้าหน้าที่รัฐ เจียงเหยียนไม่ได้ตื่นตระหนก หรือจะพูดให้ถูกคือ...

ปลากินเบ็ดแล้ว

ก็เขาโดนดึงเข้าไปในพื้นที่รอยต่อโดยบังเอิญ จู่ๆ หายไปแล้วโผล่มา ย่อมต้องทิ้งร่องรอยไว้ และเพื่อไม่ให้ความสามารถของตัวอ่อนเทพอสูรหลุดรอดไปเข้าหูผู้หญิงคนนั้น เขาถึงยอมแบกแขนแม่ทัพกวางและธงมังกรกลับโรงแรมแบบโจ่งแจ้ง

มณฑลเจียงหนานมีระบบกล้องวงจรปิด "เนตรสวรรค์" ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ในอำเภอเล็กๆ แบบนี้ถ้าเจียงเหยียนจะหลบกล้องก็ทำได้ไม่ยาก แต่เขาไม่ทำ กลับเลือกเดินโชว์ตัวให้กล้องจับ

ก็เพื่อให้ตัวเองไปโผล่ในสายตาของทางการ

แบบนี้ ผู้หญิงลึกลับจากลัทธิเทพธัญญาโภคทรัพย์จะลงมือกับเขาก็ต้องคิดหนักหน่อย

จริงๆ วิธี "ยืมดาบฆ่าคน" แบบนี้ก็ไม่ได้ฉลาดล้ำลึกอะไร แต่มันเป็นวิธีรอดตายของคนตัวเล็กๆ เพราะการนั่งรอความตายไม่ใช่สไตล์ของเขา

อีกเหตุผลหนึ่งคือ เจียงเหยียนอยากรู้ข้อมูลของโลกเหนือธรรมชาติ

เขาไม่เคยสัมผัสโลกเบื้องหลังมาตลอดยี่สิบกว่าปี ขืนดุ่มๆ ไปหาเองคงคว้าน้ำเหลว หรือไม่ก็เจอองค์กรชั่วร้ายแบบลัทธิเทพธัญญาโภคทรัพย์ กลายเป็นหมูวิ่งชนเขียง

ไม่ว่าจะยุคไหน หน่วยงานรัฐย่อมกุมทรัพยากร บุคลากร และข้อมูลไว้มากที่สุด

เขาไม่ใช่พวกต่อต้านสังคม ประวัติดีขาวสะอาด ขนาดลัทธิเทพธัญญาโภคทรัพย์ยังสนใจในพลังวิญญาณของเขา ชวนไปเป็นหัวหน้านักบวช แสดงว่าเขาต้องเป็นอัจฉริยะในด้านนี้

องค์กรที่ไม่โง่จนเกินไป ย่อมต้องเข้าหาเขาเพื่อดึงตัวหรือสังเกตการณ์

ถึงตอนนั้นก็มีโอกาสได้ตักตวงผลประโยชน์

ส่วนถ้าเขาบังคับให้เข้าร่วม...

ขอให้ช่วย ไม่เท่ากับฉันต้องเข้าร่วม

ตรรกะง่ายๆ

ขอดูท่าทีก่อน ต่อให้เข้าร่วมจริงๆ ก็ไม่เสียหาย มีแบ็คดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ส่วนเรื่องโดนกดขี่หรือกลั่นแกล้งไม่ต้องห่วง ด้วยพรสวรรค์ตัวอ่อนเทพอสูร ขอเวลาให้เขาหน่อย เขาจะมีทายาทนับไม่ถ้วน นั่นแหละคือกองกำลังที่แท้จริง

เวทีของเขา คือแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์ทั้งสาย!

แต่เจียงเหยียนฝึกวิชาเพ่งกสิณนรกเพลิงทีปังกรจนดึกดื่น ทั้งผู้หญิงลัทธิเทพธัญญาโภคทรัพย์และเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่โผล่มาสักที ดันมีแต่เจ้าแม่แห่งขุนเขาบ้ากามโผล่มาแทน

นึกว่ารอดสายตาไปได้แล้ว กะว่าจะเลิกสนใจทางการ

ไม่นึกว่าจะมาตอนนี้!

ดูจากการที่เคาะประตูขออนุญาตเข้าห้อง แสดงว่าทางการมีท่าทีเป็นมิตรกับผู้มีพลังพิเศษอิสระพอสมควร

แต่เพื่อกันเหนียวว่าไม่ใช่ปีศาจปลอมตัวมา เขาเลยส่องตาแมวดูก่อน เห็นแต่ “ภูเขาสีดำ” ลูกย่อมๆ

นั่นคือผู้ชายสูงเกือบสองเมตร ไว้เคราครึ้ม หน้าตาดุดัน ตาโตเหมือนระฆังทองแดง ใส่ชุดบัณฑิตสมัยราชวงศ์หมิง งานตัดเย็บประณีต ผ้าเนื้อดี ขนาดตัวใหญ่บึ้กขนาดนั้นเสื้อยังไม่ปริ แสดงว่าเป็นงานสั่งตัดพิเศษ

แต่นอกจากความล่ำบึ้ก จุดที่สะดุดตาที่สุดคือ... เขามีมือที่เรียวยาว ขาวเนียน ไร้รอยด้าน ซึ่งขัดกับหน้าตาอย่างแรง ถ้าถ่ายรูปลงเน็ตคงเป็นขวัญใจพวกคลั่งมือแน่ๆ

ภาพรวมให้ความรู้สึกเหมือน...

ขุนศึกทุ่งหญ้านอกด่านที่พยายามใส่ชุดชาวฮั่นมานั่งท่องกลอนวาดภาพ

พอสัมผัสได้ว่าเจียงเหยียนมองอยู่ เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าเคร่งขรึมพยายามฉีกยิ้มเป็นมิตรให้กล้องตาแมว เพื่อบอกว่าไม่ได้มาร้าย

ข้างๆ เขา มีสาวน้อยใส่ชุดฮั่นฝูสมัยราชวงศ์หมิงสีแดงสลับขาว เสื้อตัวบนสีขาวนวลคอตั้ง กระโปรงจีบรอบสีแดงเหมือนย้อมด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น เวลาเดินจะเห็นลายปักดิ้นเงินวูบวาบเหมือนทางช้างเผือกตกลงมาบนโลกมนุษย์

เครื่องหน้าจิ้มลิ้ม นัยน์ตาสีแดงเข้ม ผมยาวสีแดงเกล้าเป็นมวยคู่ ดูน่ารักซุกซน ปลายผมผูกกระดิ่งใบเล็กที่มีลวดลายยันต์เขียนด้วยชาดเต็มไปหมด ต่างหูก็เป็นลายยันต์แบบเดียวกัน ผิวขาวจนเกือบจะเรืองแสงได้

ดวงตาสีแดงของเธอหลุบต่ำ สีหน้าเรียบเฉย แฝงความห่างเหินอันเงียบงัน ราวกับไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ดึงดูดความสนใจเธอได้

ตะเกียงชีวิตของพวกเขาไม่ชัดเจนเหมือนเจ้าแม่แห่งขุนเขา ดูเบลอๆ เห็นแค่เปลวไฟลุกโชนลางๆ ซึ่งแกร่งกว่าเจ้าแม่แห่งขุนเขาไม่รู้กี่เท่า

ฟันธงว่าไม่ใช่คนธรรมดา

แอ๊ด ประตูเปิดออก

เจียงเหยียนยืนอยู่หน้าประตู มองคนทั้งสองแล้วชิงถามก่อน “สำนักงานแก้ไขประวัติศาสตร์คืออะไร? มีอะไรพิสูจน์ตัวตนไหม?”

บุกมาถึงที่แล้ว ไม่ต้องอ้อมค้อม เข้าประเด็นเลยดีกว่า

“สำนักงานแก้ไขประวัติศาสตร์ เป็นหน่วยงานเหนือธรรมชาติสังกัดสหพันธ์เทียนเซี่ย รับผิดชอบแก้ไขประวัติศาสตร์ที่ป่วยไข้ และกวาดล้างสิ่งมีชีวิตจากแดนวิปริตที่หลุดออกมาจากแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์สู่โลกปัจจุบัน

ผมชื่อปาเลี่ย นี่คือผู้ช่วยของผม จ้าวอิ่นม่าน นี่คือบัตรประจำตัวของเรา คุณสามารถโทรเช็คกับทางตำรวจได้”

ปาเลี่ยหยิบบัตรประจำตัวสองใบออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้

เจียงเหยียนรับมา ลูบดูนิดหน่อยก็รู้ว่างานดี บนปกปักดิ้นทองคำว่า “สำนักงานแก้ไขประวัติศาสตร์” ตัวเบ้อเริ่ม หน้าแรกเขียนข้อความไว้บรรทัดหนึ่ง ทำเอาเขาชะงักไปนิด

[เส้นทางแห่งการแก้ไขประวัติศาสตร์นั้นเดียวดาย ความหวังฝากไว้ที่พวกคุณ โลกใบนี้เป็นของพวกคุณ อนาคตเป็นของดวงตะวันดวงใหม่]

ข้อความสั้นๆ แต่แฝงความคาดหวังอันหนักอึ้ง

พลิกไปหน้าต่อไป เป็นรูปถ่ายของทั้งคู่และตราประทับของสหพันธ์เทียนเซี่ย ปาเลี่ยเป็นหัวหน้าสาขาอำเภอผานอัน

ระดับหัวหน้ามาเองเลยเหรอ!

เจียงเหยียนพยักหน้า ถามว่า “คุณปาเลี่ย คุณจ้าวอิ่นม่าน มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?”

ปาเลี่ยไม่ได้พูดอะไร แต่เปิดอัลบั้มรูปในมือถือ เลื่อนสองสามที แล้วหันหน้าจอให้เจียงเหยียนดู

“นี่มัน...”

เจียงเหยียนทำหน้าตกใจ เพราะรูปในนั้นคือถนนสายเก่า แต่ในรูป ถนนที่เคยคึกคักกลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว

เหมือนกับตอนที่เขาออกจากพื้นที่รอยต่อหลังการต่อสู้ของแม่ทัพกวางกับองครักษ์หนูยักษ์เปี๊ยบ

มันพังไปตอนไหนเนี่ย?

ปาเลี่ยเห็นปฏิกิริยาของเจียงเหยียนก็รู้ทันที พูดขึ้นว่า

“เมื่อชั่วโมงก่อน ถนนสายเก่าจู่ๆ ก็ถล่มลงมา โชคดีที่เป็นตอนดึก แถมไม่ใช่ย่านที่อยู่อาศัย เลยไม่มีคนเจ็บคนตาย

แต่พวกเราเจอคลื่นพลังของแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์ที่ปะทะกับโลกปัจจุบันในนั้น เลยรีบเช็คกล้องวงจรปิดบนคลาวด์ เห็นว่าคุณเจียงหายตัวไปตอนบ่ายโมงสิบเจ็ดนาที หายไปสิบวินาทีแล้วโผล่กลับมา พร้อมกับธงมังกรและแขนยักษ์ ถ้าเดาไม่ผิด คุณน่าจะเป็นผู้ท่องประวัติศาสตร์สินะครับ

ขอบอกก่อนนะครับว่า เราไม่ได้มาหาเรื่อง แต่จะมาขอบคุณที่คุณช่วยชาวอำเภอผานอันให้รอดพ้นจากการรุกรานของสิ่งมีชีวิตแดนวิปริต แค่อยากรู้รายละเอียดข้างใน หลังจากนี้จะทำเรื่องขอเงินรางวัลให้คุณ ประมาณหนึ่งล้านหยวน แล้วถ้าคุณยินดีส่งมอบชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิตแดนวิปริตให้เรา จำนวนเงินจะมากกว่านี้อีก

ไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าเอาไปปล่อยให้คนธรรมดาก็พอ สอบสวนเสร็จขอเลขบัญชีด้วยนะครับ”

เจียงเหยียนพยักหน้า ตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่รอยต่อให้ฟังหมดเปลือก ทั้งเรื่องลัทธิเทพธัญญาโภคทรัพย์ แม่ทัพกวางแห่งราชสำนักสลายสังขาร และการที่เขาโดนทหารม้าวัชรวราหีไล่ล่าจนหนีไปซ่อนในห้องใต้ดินแล้วปลุกพลังตื่นขึ้น จนฆ่าศัตรูได้

เพียงแต่เขาปกปิดเรื่องตัวอ่อนเทพอสูรไว้ เปลี่ยนเป็นความสามารถในการอัญเชิญสัตว์เลี้ยงวิญญาณแทน

ปาเลี่ยจดบันทึกยิกๆ พอได้ยินชื่อลัทธิเทพธัญญาโภคทรัพย์ก็ขมวดคิ้ว บ่นพึมพำว่า “พวกสวะนั่นอีกแล้ว” พอรู้ว่าเจียงเหยียนน่าจะเป็นผู้มีกายจิตวิญญาณกำเนิด สายตาก็ฉายแววชื่นชม

แต่พอได้ยินตอนที่เขาปลุกพลัง...

“เดี๋ยวนะ!”

แก๊ก! ปากกาในมือปาเลี่ยหักคามือ หมึกเลอะนิ้ว รอยยิ้มมุมปากแข็งค้าง

จ้าวอิ่นม่านที่ทำหน้านิ่งไม่สนโลกมาตลอด ก็เงยหน้าขึ้นมองเจียงเหยียนเป็นครั้งแรก

ปาเลี่ยคอแห้งผาก พยายามข่มความตื่นเต้น ถามเสียงสั่นเครือว่า

“คุณหมายความว่า คุณเข้าสู่แดนวิปริตทางประวัติศาสตร์ครั้งแรก ก็ฆ่ากองทหารม้าวัชรวราหีไปสิบตัว ยืมมีดฆ่าคนจัดการองครักษ์หนูยักษ์ระดับรากฐานวิถี แล้วยังแย่งธงมังกรกับแขนข้างหนึ่งของแม่ทัพกวางระดับรากฐานวิถีขั้นสูงสุดมาได้งั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ” เจียงเหยียนพยักหน้า

พอได้รับคำยืนยัน ปาเลี่ยก็โยนภารกิจสืบสวนทิ้งไปเลย จ้องเจียงเหยียนตาเขม็ง ถามด้วยความลุ้นระทึกว่า

“หลังจบภารกิจ คุณได้รับการประเมินระดับไหน?”

“ก.ไก่ ระดับสูง” เจียงเหยียนตอบ

สิ้นเสียง เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงข้างหูปาเลี่ย สมองขาวโพลน เหลือแค่ความคิดเดียว

นี่มันว่าที่ตัวพ่อในอนาคตชัดๆ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - สำนักงานแก้ไขประวัติศาสตร์ถึงกับอึ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว