- หน้าแรก
- ซ่อมประวัติศาสตร์ที่พังไม่หยุด
- บทที่ 7 - วัตถุโบราณแห่งประวัติศาสตร์ โอษฐ์ชำระแท่นบูชา
บทที่ 7 - วัตถุโบราณแห่งประวัติศาสตร์ โอษฐ์ชำระแท่นบูชา
บทที่ 7 - วัตถุโบราณแห่งประวัติศาสตร์ โอษฐ์ชำระแท่นบูชา
เจียงเหยียนพูดความจริงทุกประการ
ตอนอยู่ในห้องใต้ดิน เขาใช้ตัวอ่อนเทพอสูรฟักตัวทหารม้าหมูป่าตัวแรกที่ฆ่าได้ เพียงแต่ครั้งนี้สิ่งที่ได้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต
แต่เป็นทักษะวิชา
[ทายาทประเภททักษะ มุทราวัชรวราหีอัคคีทิพย์ (ขั้นต้น 90%): พระแม่วัชรวราหี หรือ ตูเจี๋ยปามู่ ผู้บรรลุธรรมอันยิ่งใหญ่ในทางพุทธวัชรยาน ครองพลังอำนาจไร้เทียมทาน กายาเปรียบดั่งดรุณีวัยสิบหก มีหนึ่งพักตร์ สองกร สองเศียร รัศมีสีแดงฉานส่องสว่างทั่วสิบทิศสามภพ ปราบปรามารร้าย บรรลุกายาแสงสายรุ้งอมตะ ครองผลแห่งความไม่ตาย
ผู้ศรัทธาต้องทำพิธีบูชาทั้งวันทั้งคืน ประกอบกับยาเปลี่ยนกระดูกอัคคีทิพย์ และต้องทนรับการแผดเผาของเปลวไฟตลอดเวลา ถึงจะฝึกปรืออัคคีทิพย์ได้สำเร็จ โดยการเผาผลาญเลือดลมของตนเพื่อควบแน่นแสงทองคุ้มกาย เพิ่มพลังป้องกันให้ตนเอง
เมื่อสังหารทหารม้าอัคคีทิพย์วัชรวราหี มีโอกาสได้รับทักษะทางประวัติศาสตร์ หรือสูตรยาเปลี่ยนกระดูกที่เกี่ยวข้อง
ผู้ท่องประวัติศาสตร์ที่ได้รับทักษะนี้ ไม่จำเป็นต้องทำพิธีบูชาพระแม่วัชรวราหี แต่ต้องปรุงยาและเริ่มฝึกฝนใหม่
ยิ่งเข้าใจในหลักธรรมลึกซึ้ง พลังยิ่งกล้าแข็ง แต่จะเพิ่มโอกาสถูกพระแม่วัชรวราหีจับจ้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การกลายพันธุ์ที่ไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อเปลี่ยนเป็นทายาท ทักษะนี้จะทำการบูชาพระแม่วัชรวราหีด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้ยาช่วย และสืบทอดความชำนาญมาเต็มเปี่ยม หากดูดซับทายาทประเภทเดียวกันมากพอ จะช่วยเพิ่มระดับความชำนาญได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงระดับปรมาจารย์และระดับเหนือมนุษย์ จะเกิดผลลัพธ์พิเศษ]
[ระดับความชำนาญ: ขั้นต้น เชี่ยวชาญ ควบคุม สมบูรณ์ ปรมาจารย์ เหนือมนุษย์]
[คำวิจารณ์: จุดไฟในความมืด ส่องสว่างดั่งวัชระ]
สกิลสายป้องกัน!
เพราะมีสกิลนี้ เจียงเหยียนถึงกล้าปะทะซึ่งหน้ากับพวกหมูป่า... ไม่สิ ทหารม้าอัคคีทิพย์วัชรวราหี
หลังจากรับการโจมตีอย่างหนัก ตรามุทราวัชรวราหีก็อ่อนแสงลง แม้มันจะไม่มีสติปัญญาที่สมบูรณ์ แต่กลับส่งความรู้สึกดีใจและเทิดทูนบูชามาให้
การปกป้องเจ้านาย คือภารกิจของพวกมัน!
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
“บ้าจริง ข้าไม่ยอมนะโว้ย!”
พอมีตรามุทราวัชรวราหีคอยคุ้มกัน เจียงเหยียนผู้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็น "นักพรต" ก็ฆ่าไม่ตายสักที แถมยังมีเส้นใยสีเลือดจากโลงศพคอยปั่นป่วน ทหารม้าวัชรวราหีอีกสามตัวที่เหลือก็ใจฝ่อ โดนเก็บเรียบทีละตัว สิ้นใจตายด้วยความแค้น
“เจ้านายของปู่โลงผู้ยิ่งใหญ่ สติปัญญาของท่านอยู่เหนือความตายทั้งปวง!”
เส้นใยสีเลือ รอบโลงศพงอกออกมาเป็นแขนขาเหมือนมนุษย์กังฟู วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาเจียงเหยียนด้วยท่าทางประจบสอพลอ ทำเอาภาพลักษณ์ลึกลับน่ากลัวตอนแรกแตกกระจายไม่มีชิ้นดี
“...”
มุมปากเจียงเหยียนกระตุกยิกๆ เจ้าหมอนี่พอเกิดมา นอกจากจะแทนตัวเองว่าปู่โลงแล้ว ยังไม่ต้องรอให้เขาสั่งแผนการละเอียด มันก็งัดสารพัดวิชามารออกมาใช้เองเสร็จสรรพ
เจ้าเล่ห์เพทุบาย แถมยังหน้าด้านหน้าทน...
ไม่รู้ไปติดนิสัยใครมา
ไม่ใช่เขาแน่นอน!
เจียงเหยียนบ่นในใจ หันไปมองซากศพเกลื่อนกลาด แล้วโยนซากทหารม้าตัวหนึ่งให้วิญญาณโลงศพ ซึ่งมันก็ร้องดีใจระริกรี้
ปู่โลงยัดศพทหารม้าเข้าโลงอย่างมีความสุข เพื่อสกัดน้ำมันอัคคีทิพย์เอามาขัดเงาตัวเอง
โลงศพที่ดี ต้องหมั่นดูแลรักษา!
เพื่อพระแม่... เอ้ย เพื่อเจ้านาย ในฐานะลูกหลาน ต้องมีความกตัญญู
“เจ้านาย ข้าจะขัดเนื้อขัดตัวให้เงาวับ วันหลังท่านจะได้ลงมานอนสบายๆ!”
“ไสหัวไป!”
“รับทราบขอรับ!”
เจียงเหยียนยื่นมือออกไปเล็งซากทหารม้าอีกแปดศพที่เหลือ กระแสลมสีดำพุ่งออกมากลืนกินพวกมันเข้าไป เปลี่ยนเป็นปุ๋ยให้ตัวอ่อนเทพอสูร
ตูม!
โลกสีดำหยั่งรากลงในทะเลแห่งความโกลาหล ย่อยสลายซากศพเป็นอณูวิญญาณพื้นฐาน แล้วออกดอกออกผลบนกิ่งก้านเป็นผลไม้ที่ส่องแสงสีขาวนวล
เจ็ดผลในนั้น คือสกิลมุทราวัชรวราหีอัคคีทิพย์ระดับขั้นต้น ความชำนาญอยู่ที่ประมาณ 90%
เจียงเหยียนสั่งรวมร่างทันที
ซ้อนทับครั้งแรก หลอดความชำนาญก็พุ่งไปแตะ 99% ขาดอีกนิดเดียวก็จะทะลุระดับเชี่ยวชาญ
แต่พอซ้อนทับอันที่สอง กลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เจียงเหยียนไม่ได้ผิดหวัง ผสมต่อไปเรื่อยๆ จนถึงอันที่ห้า ตัวอักษรตรงหน้าก็เบลอไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นระดับความชำนาญขั้นเชี่ยวชาญ
หลังจากรวมเจ็ดสกิลเข้าด้วยกัน มุทราวัชรวราหีอัคคีทิพย์ก็กลายเป็นระดับเชี่ยวชาญ (20%)
วิ้ง!
วินาทีนี้ องค์ความรู้มหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในสมองเจียงเหยียน เขาเข้าใจวิธีประยุกต์ใช้มุทราวัชรวราหีได้มากขึ้น ความเร็วในการทำท่ามุทราเพิ่มขึ้นหนึ่งในสาม เรียกได้ว่าใจนึกมุทราก็มา
ส่วนพลังป้องกัน น่าจะเพิ่มขึ้นอีกครึ่งหนึ่ง
ถ้านำไปใช้จริง จะช่วยยกระดับความแกร่งของเขาได้มหาศาล
ถ้าพวกมันใช้สกิลระดับเชี่ยวชาญ เจียงเหยียนคงตายไปแล้ว
ร่างกายที่เคยอ่อนแอจากการเสียสละเลือดเนื้อเริ่มมีเรี่ยวแรงกลับคืนมา ใบหน้าเริ่มมีสีเลือดฝาด
ถ้าเป็นในเกม บนหัวคงมีไอคอน "ค่าความอึด +1" เด้งขึ้นมาแล้ว
สำหรับผู้ท่องประวัติศาสตร์ทั่วไปหรือพวกสาวกวัชรวราหี ต้องใช้เวลาบำเพ็ญเพียรยาวนาน แต่สำหรับเจียงเหยียน ขอแค่มีวัตถุดิบให้กิน ก็อัปเกรดได้สบายๆ
นี่แหละคือความน่ากลัวของตัวอ่อนเทพอสูร!
วิ้ง!
ทายาทประเภทสกิลมุทราวัชรวราหีมีจิตวิญญาณเข้มข้นขึ้น ถึงขั้นเริ่มเดินพลังเองได้ แม้ประสิทธิภาพจะไม่สูงนัก
เจียงเหยียนทึ่ง นี่มันระบบบอทเก็บเวลอัตโนมัติในเกมออนไลน์ชัดๆ
ยิ่งความชำนาญสูง สติปัญญาของทายาทประเภทสกิลก็จะยิ่งสูงขึ้น ประสิทธิภาพก็ยิ่งดี กลายเป็นวงจรบวก
แรงคนมีจำกัด แต่ลูกหลานของเขามีไม่จำกัด!
ส่วนซากศพสุดท้าย ให้กำเนิดทายาทประเภทไอเทมชิ้นใหม่
รูปร่างเหมือนก้อนขนสีดำกลมๆ ไม่มีตา ดูน่ารักพิลึก แต่ดันมีปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคม ถึงจะไม่ได้กินอะไรอยู่ มันก็เคี้ยวปากจ๊อบแจ๊บตลอดเวลา ส่งเสียงน่าขนลุก
[วัตถุโบราณแห่งประวัติศาสตร์ โอษฐ์ชำระแท่นบูชา]
[ที่มา ประวัติศาสตร์หลัก (กระแสน้ำขุ่นมัวระดับเอก)]
[ระดับ: เหนือมนุษย์ (ขั้นต่ำ)]
[คุณภาพ: ทั่วไป]
[คำอธิบาย: กำเนิดจาก "เคล็ดวิชาชำระแท่นบูชา บทความหิวโหยนิรันดร์" ด้วยพิธีกรรมพิเศษ ทำให้บนตัวทหารม้าวัชรวราหีงอกปากยักษ์ที่มีความหิวโหยไม่มีที่สิ้นสุดออกมา เพื่อยับยั้งความเร็วในการกลายพันธุ์ของตัวเอง
ใช้การกลืนกินเลือดเนื้อจำนวนมาก แลกกับพลังฟื้นฟูมหาศาล รักษาอาการบาดเจ็บได้ทุกชนิดยกเว้นอวัยวะขาดหรือบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย
มีโอกาสต่ำมากที่จะดรอปจากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์สายพันธุ์หมูที่เกี่ยวข้องกับวัชรวราหี หรือพวกที่มีความตะกละ
ใช้จิตวิญญาณและป้อนเลือดเนื้อเพื่อใช้งาน หากใช้ต่อเนื่องนานๆ จะเกิดการกลายพันธุ์เป็นหมูป่า และสูญเสียสติสัมปชัญญะ
เมื่อเปลี่ยนเป็นทายาทของตัวอ่อนเทพอสูร จะลบล้างผลข้างเคียงนี้]
“ไอเทมฮีลเลือดหายากนี่นา!”
เจียงเหยียนดีใจหน้าบาน ถึงราคาที่ต้องจ่ายจะสูง แต่ถ้าใช้ดีๆ ก็พลิกเกมได้เลย
“คำว่าระดับกระแสน้ำขุ่นมัวนี่โผล่มาบ่อยมาก น่าจะเป็นระดับของพื้นที่รอยต่อแห่งนี้ แบ่งเป็นเอก โท ตรี จัตวา ก็คงบอกระดับความอันตราย
ในเมื่อมีระดับเหนือมนุษย์ขั้นต่ำ ก็ต้องมีขั้นกลางและขั้นสูง น่าจะเป็นคุณภาพและความหายากของไอเทม
ไม่รู้ว่า... วัตถุโบราณระดับเหนือมนุษย์ จะดรอปเฉพาะในจุดที่ประวัติศาสตร์ป่วยระดับกระแสน้ำขุ่นมัวขึ้นไปหรือเปล่านะ?”
เจียงเหยียนครุ่นคิด ส่วนระดับที่สูงกว่ากระแสน้ำขุ่นมัวยังคงเป็นปริศนา
แม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์ไม่ตอบคำถามเขา ทำให้เขาขาดความรู้ที่เป็นระบบเกี่ยวกับโลกประวัติศาสตร์ป่วยไข้นี้
“ต้องหาทางหาความรู้พื้นฐานบ้างแล้ว”
ความคิดเจียงเหยียนแล่นไปไกล โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องเคล็ดวิชาชำระแท่นบูชาและการกลายพันธุ์เป็นหมูป่า ทำให้เขานึกถึงคนรู้จักในตำนานคนหนึ่งที่คุมทหารสวรรค์แสนนายที่แม่น้ำสวรรค์...
“หรือว่าเขาจะอยู่ที่ก้นบึ้งของแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์ด้วย?”
เจียงเหยียนรู้สึกสังหรณ์ใจว่าต้นตอของความป่วยไข้พวกนี้ ซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้
ข้างๆ กัน ปู่โลงที่กำลังขัดเงาตัวเองอย่างชำนาญ มองออกไปที่การต่อสู้ระหว่างแม่ทัพกวางกับองครักษ์หนูยักษ์ แล้วพูดอย่างเริงร่าว่า
“เจ้านาย ดีจังเลย พวกนั้นดูจะไม่มีเวลามาสนใจเราแล้ว”
ต่างจากพวกทหารม้าวัชรวราหี แม่ทัพกวางกับองครักษ์หนูยักษ์ถึงจะมีระดับสูงกว่าแค่ขั้นเดียว แต่พลังห่างชั้นกันแบบคนละเรื่อง
เจียงเหยียนจะไปสู้ซึ่งหน้า... แทบเป็นไปไม่ได้!
ทางที่ดีที่สุด คือรอให้จบภารกิจ แล้วกลับโลกเดิม
แต่ทว่า เจียงเหยียนมองไปที่การต่อสู้นั้น แล้วพูดเสียงเย็นเยียบว่า
“เจ้าโลง แกรู้อะไรไหม สถานะของผู้ล่ากับผู้ถูกล่ามันไม่ตายตัวหรอกนะ ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม...”
“มันสลับกันได้เสมอ!”
[จบแล้ว]