เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 - ลานบ้านรวม

บทที่ 49 - ลานบ้านรวม

บทที่ 49 - ลานบ้านรวม


บทที่ 49 - ลานบ้านรวม

โจวหย่งเฉียงตามหาจนถึงตลาดสดฉงเหวินเหมิน ก็ได้เห็นฉากที่หลี่เจ๋อโต้เถียงกับพ่อค้าผักพอดี แค่ชั่วครู่เดียว แตงกวาราคาชั่งละห้าหยวนก็ขึ้นไปเป็นหกหยวน ถุย เจ้าเด็กนี่มันเหี้ยมจริงๆ

พ่อค้าผักพวกนี้ไม่รู้ แต่โจวหย่งเฉียงรู้ดีว่าแตงกวาเหล่านี้บ้านตระกูลหลี่เป็นคนปลูกเองแท้ๆ เป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อยแต่ได้กำไรงามอย่างแท้จริง

ตอนแรกโจวหย่งเฉียงคิดว่าพ่อค้าผักจะรวมตัวกันต่อต้านการขึ้นราคา ใครจะคิดว่าจะมีฉากที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น คุมเชิงกันอยู่ไม่ถึงไม่กี่นาที พ่อค้าผักพวกนี้ก็แตกคอกันเอง

ไม่เพียงแต่จะแย่งกันซื้อแตงกวาของวันนี้ ยังสั่งจองแตงกวาของครั้งต่อไปอีกด้วย หลี่เจ๋อรับเงินจนมืออ่อน โจวหย่งเฉียงคาดคะเนว่าน่าจะมีเป็นพันหยวน

ตอนแรก โจวหย่งเฉียงยังรู้สึกว่าพ่อค้าผักพวกนี้โง่เขลา แต่พอครุ่นคิดอย่างละเอียดก็รู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล พ่อค้าผักที่เขาเคยเจอนั้นฉลาดกว่าลิงเสียอีก จะทำธุรกิจขาดทุนได้อย่างไร

การที่พ่อค้าผักแย่งกันซื้อแตงกวาอย่างกระตือรือร้นเช่นนี้ บ่งบอกได้เพียงว่ามีผลประโยชน์ให้กอบโกย ราคาที่พวกเขาขายออกไปนั้นสูงกว่า

เงินเดือนของโจวหย่งเฉียงแค่ร้อยกว่าหยวน รายได้วันเดียวของหลี่เจ๋อเทียบเท่ากับเงินเดือนของเขาเกือบครึ่งปี (ปี 1988 เงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของพนักงานในปักกิ่งคือ 2,000 หยวน เทียบเป็นรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 167 หยวน)

โจวหย่งเฉียงแอบพยักหน้าในใจ เพื่อนคนนี้ควรค่าแก่การคบหา

เมื่อเห็นว่าหลี่เจ๋อไม่ยุ่งแล้ว โจวหย่งเฉียงก็ยิ้มแย้มเดินเข้าไป “ลุงหลี่ น้องหลี่”

หลี่เจ๋อก็เห็นอีกฝ่ายเช่นกัน “พี่โจว มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

“มาได้สักพักแล้วครับ เห็นพวกท่านกำลังยุ่งอยู่ ผมก็เลยไม่เข้ามารบกวน แผงค้าของท่านนี่ดีจริงๆ นะครับ พอเข้าตลาดสดมาก็เห็นเลย”

“เฮ้ ข้าจะมีแผงค้าอะไรกันล่ะ เป็นของเพื่อนที่แบ่งให้เช่าต่อน่ะครับ พี่โจวครับ วันนี้ท่านตั้งใจมาหาผมโดยเฉพาะเลยเหรอครับ”

“ใช่แล้วครับ ครั้งที่แล้วท่านฝากข้าหาบ้านให้ ตอนนี้มีเบาะแสแล้ว มีเวลาก็จะพาท่านไปดู”

หลี่เจ๋อไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำงานรวดเร็วขนาดนี้ “ผักขายหมดแล้วครับ ตอนบ่ายมีเวลาเหลือเฟือ เผลอแป๊บเดียวก็จะเที่ยงแล้ว เราไปกินไปคุยกันเถอะครับ”

คณะคนสี่คนออกจากตลาดสด หลี่เจ๋อเดินอยู่ตรงกลาง เหล่าหลี่กับจ้าวเถี่ยจู้คอยประกบอยู่ข้างหน้าข้างหลัง พอออกจากตลาดก็เห็นร้านซุปแกะเฒ่าเว่ย

จ้าวเถี่ยจู้กลืนน้ำลายเอื๊อก “พี่เจ๋อครับ ตอนเที่ยงกินซุปเครื่องในแกะกันไหมครับ”

รถแทรกเตอร์ขับจากหมู่บ้านต้ายิงมาถึงฉงเหวินเหมินใช้เวลาสามชั่วโมงกว่า จ้าวเถี่ยจู้ตากลมหนาวมาตลอดทาง ก็อยากจะดื่มอะไรร้อนๆ ให้เหงื่อออกบ้าง

“ได้เลย เพิ่มผ้าขี้ริ้วแกะให้เจ้าจานหนึ่ง” เรื่องอาหารการกิน หลี่เจ๋อไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียว คนขับรถเป็นคนที่เหนื่อยที่สุดในกลุ่มนี้ ขอเพียงแค่เป็นสิ่งที่จ้าวเถี่ยจู้อยากกิน หลี่เจ๋อก็จะจัดให้

ทั้งสองคนคุยเล่นกันพลางเดินเข้าร้านซุปแกะ ลูกจ้างหน้าปรุเดินเข้ามาต้อนรับ “เถ้าแก่ทั้งหลาย เชิญข้างในครับ ข้างในอุ่น ร้านเรามีซุปเครื่องในแกะ, ซุปเนื้อแกะ, กับแกล้ม, แพนเค้ก...”

ร้านเล็กๆ นี้ก็ไม่มีอะไรให้เลือกมากนัก หลี่เจ๋อพูดตรงๆ เลยว่า “ซุปเครื่องในแกะสี่ชาม จานหนึ่งเพิ่มผ้าขี้ริ้วแกะ กับแกล้มหนึ่งจาน แพนเค้กสองชั่ง เร็วหน่อย”

“ได้เลยครับ!” ลูกจ้างหน้าปรุหันหลัง ตะโกนบอกหลังครัว “ซุปเครื่องในแกะสี่ชาม...”

สี่คนหาที่นั่งชิดกำแพง หลี่เจ๋อถามว่า “พี่โจวครับ บ้านที่ท่านหาให้อยู่ที่ไหนเหรอครับ”

“รู้จักตรอกซูโจวไหมครับ” โจวหย่งเฉียงถามหนึ่งประโยค เมื่อเห็นหลี่เจ๋อไม่มีปฏิกิริยา ก็เดาว่าอีกฝ่ายคงจะไม่คุ้นเคยกับแถวนี้ “จากตลาดสดเดินไปทางเหนือหนึ่งกิโลเมตร ขี่จักรยานก็ไม่กี่นาที นั่งรถรางสาย 103 ป้ายเดียวก็ถึง สะดวกมากครับ”

เหล่าหลี่ถามว่า “ค่าเช่าเท่าไหร่”

“หาไว้สองที่ครับ ที่หนึ่งเป็นห้องสองห้องในลานบ้านรวม ค่าเช่าเดือนละ 18 หยวน อีกที่หนึ่งเป็นบ้านลานเดี่ยวห้าห้อง ค่าเช่าเดือนละ 75 หยวน”

“75 หยวนแพงเกินไป เราดูที่ 18 หยวนก็พอ” เหล่าหลี่เคยชินกับความยากจน ถึงแม้ในมือจะมีเงิน ก็ไม่คุ้นเคยกับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

“ไม่มีปัญหาครับ ขอเพียงแค่ท่านพักอาศัยได้ก็พอ” โจวหย่งเฉียงก็ไม่เกลี้ยกล่อม รอให้เห็นบ้านในลานบ้านรวมแล้ว ตระกูลหลี่ขอเพียงแค่มีคนฉลาดสักคน ก็คงจะไม่เช่าอยู่ที่นั่น

ว่าไปแล้ว ถ้าบ้านตระกูลหลี่ไปอยู่ที่ลานบ้านรวมจริงๆ คงจะมีเรื่องสนุกให้ดูแน่

เจ้าขายแตงกวาหนึ่งลูกเทียบเท่ากับเงินเดือนหนึ่งวันของคนอื่น เขาจะไปทำงานหาพระแสงอะไรกัน นั่งยองๆ อยู่หน้าประตูบ้านเจ้า ‘เก็บ’ แตงกวาทุกวันก็ได้แล้ว

ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่ ลูกจ้างก็ยกซุปเครื่องในแกะมาสองชาม ซุปร้อนๆ โรยหน้าด้วยต้นหอม ข้างบนลอยไปด้วยไขมัน มองดูแล้วน่ากิน

หลี่เจ๋อกล่าวว่า “พี่โจวครับ เรากินข้าวกันก่อนเถอะ กินเสร็จแล้วค่อยไปดูบ้าน”

เหล่าหลี่ซดซุปแกะไปอึกหนึ่ง เคี้ยวปากขมุบขมิบ “อืม อร่อย ซุปเนื้อแกะที่เจ้าจิ่วกังทำครั้งที่แล้วก็ไม่เลว แต่เทียบกับของร้านเขาแล้วยังขาดไปหน่อย”

หลี่เจ๋อยิ้ม “เขาก็หากินกับทางนี้อยู่แล้ว แน่นอนว่าต้องมีเคล็ดลับอยู่บ้าง”

“ก็จริงของเจ้า” เหล่าหลี่คีบแพนเค้กชิ้นหนึ่ง กินแพนเค้กคำหนึ่ง ซดซุปแกะคำหนึ่ง อร่อยอย่างบอกไม่ถูก

หลี่เจ๋อก็กินอย่างมีความสุข ร้านเล็กๆ ริมถนนบางร้านก็มีรสชาติกว่าภัตตาคารใหญ่ๆ เสียอีก

กินข้าวเสร็จ คณะคนสี่คนก็ออกจากร้านซุปแกะ เดินไปคุยไป โดยพื้นฐานแล้วโจวหย่งเฉียงเป็นคนแนะนำสถานการณ์ในตรอก คนอื่นๆ ก็ฟังอยู่ข้างๆ

โจวหย่งเฉียงชี้ไปทางแยกขวา “เลี้ยวขวาเป็นตรอกเรือนไม้ บ้านข้าอยู่บ้านเลขที่ 5” เขาเป็นคนรักหน้าตา ไม่กล้าพูดว่าบ้านตัวเองอยู่ในลานบ้านรวม

เลี้ยวไปสองโค้ง ในซอยมีเด็กชายวัยรุ่นสองคนใช้ก้านผักกาดขาวแช่แข็งเตะเล่นเหมือนลูกขนไก่ ข้างหน้าไปอีกหลายสิบเมตรเป็นซุ้มประตู บนบานประตูไม้ที่สีลอกกระดำกระด่างมีป้าย ‘ลานบ้านอนามัยดีเด่น’ แขวนอยู่ มองเข้าไปในลานแวบหนึ่ง ราวตากผ้าที่พาดระเกะระกะ ทางเดินอิฐสีเขียวถูกขี้เถ้าถ่านย้อมเป็นสีน้ำตาลดำ

เดินเข้าไปข้างใน ทางเดินที่ไม่กว้างอยู่แล้วก็ตั้งเตาถ่านไว้ กำแพงทิศตะวันตกสร้างบ้านต่อเติมผิดกฎหมายมุงด้วยหลังคายางมะตอย หญิงชราสามคนยืนซักผ้าคุยกันอยู่ข้างอ่างน้ำ ส่งสายตาระแวดระวังมายังหลี่เจ๋อและอีกสามคน

คุณป้าคนหนึ่งเชิดคางขึ้น “เฮ้ พวกเจ้าสองสามคนมาหาใคร”

“ข้าคือโจวหย่งเฉียงจากตรอกเรือนไม้ มาหาอาจารย์หม่าดูบ้าน”

“เดินเข้าไปข้างใน สองห้องทางทิศตะวันออกนั่นแหละ ระวังหน่อย อย่าไปเหยียบถ่านของบ้านข้าล่ะ”

“ไม่หรอกครับ” โจวหย่งเฉียงรับคำ แล้วนำทางเดินเข้าไปข้างใน “ลุงหลี่ครับ ทางนี้”

หลี่เจ๋อเริ่มคิดจะถอยแล้ว เขาไม่เพียงแต่จะหาที่พัก แต่ยังหาโกดังเก็บผักด้วย ที่นี่ไม่เพียงแต่จะรก คนยังพลุกพล่านอีกด้วย ไม่เหมาะกับการเช่าระยะยาว

“พี่โจวครับ ที่นี่ไม่ต้องดูแล้วล่ะครับ เปลี่ยนไปดูที่ต่อไปเถอะ”

เหล่าหลี่ไม่พูดอะไร เขาเพิ่งจะเคยมาที่ลานบ้านรวมเป็นครั้งแรก มันแตกต่างจากที่เขาคิดอยู่บ้าง...

สี่คนเดินออกจากซอย เลี้ยวเข้าตรอกซูโจวที่อยู่ข้างๆ เดินไปทางทิศตะวันออกจนถึงลานบ้านที่ติดถนน โจวหย่งเฉียงชี้ไปที่ประตูใหญ่สีชาด “น้องหลี่ครับ ที่นี่เป็นบ้านบรรพบุรุษของเพื่อนข้า ถ้าไม่ใช่เพราะสนิทกับข้าล่ะก็ ไม่ให้เช่าเด็ดขาด ดูหน้าประตูสิครับโอ่อ่าขนาดไหน หน้าประตยังมีสิงโตสองตัวเฝ้าอยู่ด้วย”

หลี่เจ๋อยิ้มๆ ไม่พูดอะไร โอ่อ่าหรือไมโอ่อ่าไม่สำคัญ อยู่สบาย สะดวกก็พอแล้ว

โจวหย่งเฉียงเดินไปข้างหน้า จับห่วงประตู “โครม โครม” เคาะประตู

ไม่นานนัก ข้างในก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ประตูใหญ่สีชาด ‘เอี๊ยด’ เปิดออกครึ่งบาน หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งโผล่ออกมาจากประตู สวมเสื้อโค้ทผ้าวูลสีแดง กางเกงยีนส์สีน้ำเงินรัดรูปขาเรียวยาว

โจวหย่งเฉียงเหลือบมองผู้หญิงคนนั้นแวบหนึ่ง ก้มหัวลงเล็กน้อย “พี่สะใภ้วันนี้อยู่บ้านเหรอครับ ท่านจี้บอกท่านแล้วใช่ไหมครับว่า ข้าจะพาเพื่อนมาดูบ้าน”

ผู้หญิงคนนั้นเหลือบมองหลี่เจ๋อและอีกสองคนแวบหนึ่ง “พวกท่านเป็นญาติของเฉี่ยวเหมยเหรอคะ”

หลี่เจ๋อตอบว่า “พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันครับ”

“เข้ามาสิคะ ข้ากับเฉี่ยวเหมยเป็นเพื่อนรักกัน ได้ยินเขาบ่นถึงเรื่องในหมู่บ้านอยู่ไม่น้อยเลย” ผู้หญิงคนนั้นนำทุกคนเข้าประตู แล้วพูดกับโจวหย่งเฉียงว่า “เจ้าพาพวกเขาไปดูบ้านก่อนนะ ข้าจะไปเรียกหงปิน”

“พี่สะใภ้ ท่านยุ่งเถอะครับ ที่นี่ให้ข้าจัดการเอง” โจวหย่งเฉียงมองส่งผู้หญิงคนนั้นเข้าประตูห้อยบุปผาไป ถึงได้หันมาพูดกับหลี่เจ๋อ “ทางเหนือของประตูห้อยบุปผาเป็นลานด้านหลัง พวกเขาพักอาศัยเอง ลานด้านหน้าให้เช่า ปิดประตูห้อยบุปผาก็เป็นลานเล็กๆ ส่วนตัวแล้ว น้องหลี่ครับ ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง”

“ไม่ต้องพูดเลย” หลี่เจ๋อชูนิ้วโป้งให้ คนปักกิ่งส่วนใหญ่พักอยู่ในลานบ้านรวม จะพักอยู่ในลานเดี่ยวได้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา ปิดประตูแล้วไม่ว่าจะทำธุรกิจ, พักอาศัยเอง, หรือต้อนรับเพื่อนฝูงก็เหมาะสมทั้งนั้น

“มา พี่ๆ ทั้งหลายดูนี่สิครับ ทางทิศตะวันออกของประตูใหญ่เมื่อก่อนเป็นห้องคนเฝ้าประตู ตอนนี้เปลี่ยนเป็นห้องน้ำแล้ว ห้องน้ำนี่ไม่เหมือนกันนะ ข้าจะพาพวกท่านไปเปิดหูเปิดตา” โจวหย่งเฉียงผลักบานประตูไม้ของห้องน้ำ กระเบื้องเคลือบสีขาวสะท้อนแสงแดดจนแสบตา “ท่านดูสิครับห้องน้ำนี่สะอาดขนาดไหน ใช้เสร็จแล้วก็ใช้น้ำราดทีเดียว ไม่มีกลิ่นเลยสักนิด ดีกว่าส้วมหลุมเยอะเลย”

หลี่เจ๋อประหลาดใจอยู่บ้าง “นี่ดัดแปลงขึ้นมาใหม่เหรอครับ ถูกกฎระเบียบไหม”

“ตรอกซูโจวของเราอยู่ติดกับย่านสถานทูตตงเจียวหมินเซี่ยง มีร้านขายอาหารรองของรัฐ, ร้านค้ามิตรภาพ, โรงแรม ที่ต้องต้อนรับแขกต่างชาติและชาวจีนโพ้นทะเลที่กลับประเทศ ปีที่แล้วก็เลยทำการปรับปรุงระบบประปาและห้องน้ำเสร็จแล้ว เอกสารยื่นขอก็ข้าเป็นคนช่วยทำเอง” โจวหย่งเฉียงเผยสีหน้าอิจฉา “ในปักกิ่งมีตรอกเยอะขนาดนี้ ที่จะดัดแปลงห้องน้ำได้ก็มีไม่มากหรอกครับ ตรอกของพวกเราเช้าตรู่ก็ต้องไปต่อคิวที่ห้องน้ำสาธารณะ ฤดูร้อนยังดีหน่อย พอถึงฤดูหนาวก็หนาวจนตัวสั่นเลย ถ้าท่านเช่าบ้านหลังนี้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย เรื่องเข้าห้องน้ำรับรองว่าจะไม่ลำบากแน่นอน”

หลี่เจ๋อพยักหน้า ไม่ต้องต่อคิวเข้าห้องน้ำสาธารณะ ถือเป็นข้อดีจริงๆ

“เฮ้ ของนี่แปลกใหม่ดีนะ เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก” จ้าวเถี่ยจู้เข้าไปในห้องน้ำ มองไปทางไหนก็รู้สึกสงสัย ไม่ทันได้ระวังก็กดปุ่มชักโครก “ซู่” สายน้ำสายหนึ่งพุ่งออกมาทำเอาเขาตกใจ

“แม่เจ้าโว้ย!” จ้าวเถี่ยจู้กระโดดโลดเต้นออกจากห้องน้ำ ทำเอาหลายคนหัวเราะกันลั่น

จบบทที่ บทที่ 49 - ลานบ้านรวม

คัดลอกลิงก์แล้ว