- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 237 : คนจากแดนซ่อนเร้นวิญญาณมาถึงเขาอินหมาง และความแค้นกับปรมาจารย์ลึกลับ
บทที่ 237 : คนจากแดนซ่อนเร้นวิญญาณมาถึงเขาอินหมาง และความแค้นกับปรมาจารย์ลึกลับ
บทที่ 237 : คนจากแดนซ่อนเร้นวิญญาณมาถึงเขาอินหมาง และความแค้นกับปรมาจารย์ลึกลับ
บทที่ 237 : คนจากแดนซ่อนเร้นวิญญาณมาถึงเขาอินหมาง และความแค้นกับปรมาจารย์ลึกลับ
ลำธารคดเคี้ยว ณ ที่ไกล หญิงสาวใบหน้าแดงระเรื่อ พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นนางก็กระโดดลงสู่ลำธารโดยไม่ลังเล
พร้อมกับที่สายน้ำเย็นยะเยือกไหลผ่าน นักบุญหญิงซีเหอก็รู้สึกว่าความร้อนรุ่มทั่วร่างค่อยๆสงบลง
โชคดีที่ เพื่อที่จะบรรลุผลในการควบคุมนักบุญหญิงซีเหอ ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก
เพื่อที่เมื่อส่งไปแล้ว จะไม่เหมือนท่อนไม้ หญิงสาวหน้าแมงมุมได้วางยาพิษใคร่ให้นักบุญหญิงซีเหอ แต่ในสัดส่วนที่น้อยมาก
ส่วนใหญ่เป็นผลของยาสลายกระดูกที่ออกฤทธิ์
พร้อมกับที่สายน้ำไหลผ่าน และการกดข่มอย่างสุดกำลังของนักบุญหญิงซีเหอ ในที่สุดก็ค่อยๆผ่านพ้นไปได้
อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนั้น กลับมีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นบนร่างกายของนักบุญหญิงซีเหอ
สองขาหนีบเข้าหากันเล็กน้อย ใบหน้าของนักบุญหญิงซีเหอแดงระเรื่อ ทันใดนั้น...ก็สั่นสะท้าน ราวกับประสบกับอะไรบางอย่าง
“อืม...”
เสียงสั่นเครือที่ไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป แฝงไปด้วยความอ่อนหวาน ก็หลุดออกมาจากปากของนักบุญหญิงซีเหอผู้ซึ่งปกติแล้วจะเย็นชา
น่าเสียดายที่บริเวณนี้รัศมีหลายสิบลี้ มีเพียงนักบุญหญิงซีเหออยู่คนเดียว ไม่มีใครได้ยิน
“นักบุญเช่นข้า...จะส่งเสียงที่น่าอายเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร?!”
นักบุญหญิงซีเหอกัดฟันสีเงิน หากไม่ใช่เพราะหญิงสาวหน้าแมงมุมคนนั้นตายไปแล้ว...นางจะต้องฆ่าผู้หญิงคนนั้นอีกสิบครั้ง!
….
ณ อีกด้านหนึ่ง
ใต้เขาอินหมาง นับตั้งแต่เฒ่าอินหมางตายไป เขาอินหมางก็ค่อยๆเงียบสงบลง
นอกจากจะมีผู้ฝึกยุทธ์มาเป็นครั้งคราว เพราะการต่อสู้ครั้งใหญ่ในตอนนั้น เพื่อมาสัมผัสกับดาบสะท้านฟ้า…ก็ไม่มีคนอื่นอีก
ดังนั้น รอบๆเขาอินหมาง จึงมีกลิ่นอายแห่งความตายอบอวลอยู่
วันนี้ ก็มีเงาร่างคนหนึ่ง สวมชุดดำ เดินมาอย่างสบายๆจากที่ไกล และก้าวเข้าสู่เส้นทางขึ้นเขาอินหมาง
เบื้องหน้าของเขาไม่ไกล ยังมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดอีกคนหนึ่ง
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวข้างหลัง ก็หันกลับไปมอง และอดไม่ได้ที่จะถามว่า
“สหาย ท่านก็ดูมาที่เขาอินหมางเพื่อสัมผัสกับวิถีดาบของปรมาจารย์ลึกลับท่านนั้นงั้นรึ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายในชุดดำก็หยุดฝีเท้า พลางกล่าวอย่างเรียบง่าย
“ฮึ ปรมาจารย์ลึกลับ...เขาแข็งแกร่งมากงั้นรึ?”
“แน่นอน การต่อสู้ในครั้งนั้น ตอนนี้ในแดนเหนือใครบ้างจะไม่รู้?” ผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดกล่าว
“ดูท่าท่านคงจะเป็นคนต่างถิ่น หรือปกติไม่ค่อยได้ออกมาเดินเล่น ปรมาจารย์ลึกลับตอนนี้ในแดนเหนือของเรา ชื่อเสียงแทบจะไม่ด้อยไปกว่านิกายอู๋เซี่ยงที่เป็นนิกายชั้นหนึ่งแล้ว…หากข้าสามารถโดดเด่นเช่นนี้ได้ พ่อแม่ข้าในปรโลก เกรงว่าคงจะสบายใจ เฮ้อ...”
ชื่อเสียงของคนคนหนึ่ง ไม่ด้อยไปกว่ากองกำลังชั้นหนึ่งที่มีปรมาจารย์ยุทธ!
ซึ่งสำหรับผู้ฝึกยุทธ์เก้าในสิบส่วนในโลกแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่กล้าที่จะคิด
“นิกายอู๋เซี่ยง? ไม่เคยได้ยิน”
ไม่คาดคิดว่า ประโยคต่อไปของชายในชุดดำ จะน่ากลัวยิ่งกว่า
ไม่...ไม่เคยได้ยินงั้นรึ?!
คราวนี้ ถึงคราวที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดต้องประหลาดใจ นิกายอู๋เซี่ยงในแดนเหนือ ก็เป็นถึงกองกำลังชั้นหนึ่ง ในนิกายมีบรรพบุรุษระดับปรมาจารย์
เเต่คนผู้นี้ไม่เคยได้ยิน?
“สหาย ท่านไม่ใช่คนแดนเหนืองั้นรึ? นิกายอู๋เซี่ยงมีบรรพบุรุษปรมาจารย์ยุทธนะ!”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดกล่าว
“ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดเช่นนี้ ในแดนเหนือทั้งหมดก็มีไม่มาก”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายในชุดดำก็หัวเราะอย่างดูแคลน
นิกายที่มีบรรพบุรุษปรมาจารย์ยุทธ...ไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่เคยได้ยิน
เพราะว่า กองกำลังเช่นนี้ ยังไม่คู่ควรที่จะถูกส่งเข้าไปในแดนซ่อนเร้นวิญญาณของพวกเขา
“ข้ามาที่เขาอินหมาง...เพื่อให้เขามารับโทษตาย หากเจ้ามีเวลา ไม่สู้ช่วยข้ากระจายคำพูดของข้าออกไป”
หลังจากที่ทิ้งประโยคนี้ไว้อย่างเรียบเฉย ชายในชุดดำก็ประสานมือไว้ข้างหลัง และเดินขึ้นไปยังยอดเขาอินหมางที่เงียบสงบอย่างช้าๆ
“ข้าคือ...คนจากนิกายของเฒ่าอินหมางที่ถูกเขาสังหารไปก่อนหน้านี้”
“...?!!”
เมื่อครู่เขา...ได้ยินอะไร?!
จะให้ปรมาจารย์ลึกลับผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแดนเหนือ มาที่เขาอินหมางเพื่อรับโทษตายงั้นรึ?!
ในวินาทีนี้ ในใจของผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ด ก็ผุดประโยคหนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
นับว่า...ปากดีไม่น้อย!
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินประโยคหลัง ในใจของผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดก็ตกใจ
คนจากนิกายของเฒ่าอินหมางงั้นรึ?!
หรือว่า...นี่คือการมาเพื่อล้างแค้นจริงๆ?!
สำหรับปรมาจารย์ลึกลับ ในใจ​ผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดคนนี้ก็มีความเคารพอยู่บ้าง
“ในเมื่อเจ้าต้องการให้ข้าช่วยกระจาย ข้าก็จะช่วยเจ้าทำให้ความปรารถนานี้สำเร็จ”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดก็ไม่มีใจที่จะขึ้นเขาต่อ และรีบหันหลังกลับ มุ่งหน้าไปยังเมืองเล็กที่ใกล้เขาอินหมางที่สุด
เมื่อข่าวนี้ ถูกผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นพูดออกไปในเมืองเล็ก ก็เกิดคลื่นความวุ่นวายขึ้นในทันที และเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
หากเป็นเพียงแค่ประโยคแรก หลายคนอาจจะยังคิดว่า ชายในชุดดำคนนั้นมาเพื่อสร้างเรื่อง
แต่เมื่อเพิ่มคำว่า “คนจากนิกายของเฒ่าอินหมาง” เข้าไป...ทุกอย่างก็แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
เฒ่าอินหมางตายไปนานแล้ว ไม่เคยมีใครกล้าที่จะมาแก้แค้นให้เขา
ณ ตอนนี้กลับมีคนจากนิกายปรากฏตัวขึ้น และประกาศว่าจะแก้แค้นให้ปรมาจารย์ลึกลับ และ สถานที่ก็คือเขาอินหมางในตอนนั้น...ไม่เหมือนของปลอม!
ก็เพราะมีเงื่อนไขข้างต้น ข่าวนี้จึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
….
นิกายอู๋เซี่ยง
ที่นี่อยู่ใกล้เขาอินหมาง กว่าเมืองเมฆาใบไม้
เมื่อข่าวมาถึงที่นี่ เจียงหลิงเยว่ที่เพิ่งจะเรียนวิชาปรุงยาขั้นพื้นฐานวันแรกกับซูหลิวอิงเสร็จ
เมื่อได้ยินข่าวที่น่าตกตะลึงนี้จากปากของศิษย์พี่อวี๋อวี่ เจียงหลิงเยว่ก็ตกใจไปทั้งคน
วิถีดาบของนาง ในตอนนั้นก็ยังเรียนรู้จากหินบันทึกภาพของชายในชุดดำคนนั้น โดยธรรมชาติแล้วก็จะเอนเอียงไปทางชายในชุดดำ
“ยังมีเรื่องแบบนี้อีกรึ?!”
อวี๋อวี่พยักหน้า พลางกล่าว
“ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วแล้ว เหตุผลหลักก็คือคนผู้นั้นบอกว่าตนเองเป็นคนจากนิกายของเฒ่าอินหมาง...ฐานะนี้ คงจะไม่มีใครไปปลอมแปลง ก่อนหน้านี้พวกเราก็ไม่เคยรู้เลยว่า เฒ่าอินหมาง ที่แท้ก็ยังมีนิกายสืบทอด”
“น่าเสียดายที่ข้าเพิ่งจะเริ่มเรียนปรุงยากับผู้จัดการซู มิฉะนั้นแล้ว ข้าจะต้องไปดูที่เกิดเหตุให้ได้” เจียงหลิงเยว่รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
นางเพิ่งจะเริ่มเรียนวิถีแห่งโอสถกับซูหลิวอิง หากตอนนี้ออกจากนิกาย เพียงเพื่อที่จะไปดูการต่อสู้เพื่อล้างแค้น เกรงว่าจะทำให้ผู้จัดการซูไม่พอใจ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจียงหลิงเยว่ก็คิดว่าช่างมันเถอะ วิถีแห่งโอสถสำคัญกว่า!
….
ณ นิกายอัสนีคราม
นับตั้งแต่ที่ประตูนิกายของนิกายอัสนีครามปิดลง ภายนอกก็ไม่มีศิษย์เดินไปมานานแล้ว ชื่อเสียงก็ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว
แต่ว่าเครือข่ายข่าวกรองที่นิกายวางไว้ ก็ยังคงทำงานอยู่
ซึ่งเทียบเท่ากับหูคู่หนึ่ง โดยธรรมชาติแล้วก็จะไม่ทำลายทิ้งเอง
“ประมุข มีคนอ้างว่าเป็นคนจากนิกายของเฒ่าอินหมาง เมื่อไม่นานมานี้ได้ขึ้นไปบนเขาอินหมาง เเละได้ท้าทายปรมาจารย์ลึกลับที่สังหารเฒ่าอินหมางในตอนนั้นแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น ประมุขนิกายอัสนีคราม ชิงซวนจื่อ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็แววตาเป็นประกาย
นิกายของเฒ่าอินหมาง...คือสถานที่ในตำนานแห่งนั้นงั้นรึ?!
……..