เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 171: ปรมาจารย์ขั้นที่ห้า!

บทที่ 171: ปรมาจารย์ขั้นที่ห้า!

บทที่ 171: ปรมาจารย์ขั้นที่ห้า!


บทที่ 171: ปรมาจารย์ขั้นที่ห้า!

อันที่จริงแล้ว สาเหตุที่เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนักในตอนแรก ก็เป็นเพราะตอนนั้นที่กล่าวชมว่าพรสวรรค์ของเจียงหลิงเยว่ไม่เลว สาเหตุหลักก็มาจากของกำนัลที่ตระกูลเจียงมอบให้ต่างหาก

พูดง่ายๆก็คือในความเป็นจริงแล้ว พรสวรรค์ของนางยังไม่ถึงมาตรฐานที่จะทำให้ผู้อาวุโสโจวเฉียงผู้นี้จะใจอ่อนรับเป็นศิษย์สายตรงได้

ถึงอย่างนั้น พรสวรรค์ของคุณหนูรองตระกูลเจียงผู้นั้น แม้จะบอกว่าดีเลิศก็คงไม่ได้ แต่ทว่าก็ยังพอมีหวังอยู่บ้างที่จะทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ได้สำเร็จ…ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงได้ให้คำมั่นสัญญาเช่นนั้นออกไป

กระทั่งบัดนี้ เมื่อได้ยินข่าวว่าในเมืองเมฆาใบไม้มีปรมาจารย์ยุทธ์ผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น แถมฝีมืออาจไม่ด้อยไปกว่าชิงซวนจื่อ โจวเฉียงที่เพิ่งออกจากการบำเพ็ญตบะได้ไม่นาน พลันนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ในทันใด

นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อสองปีครึ่งก่อนให้ลุล่วงเสียที อีกทั้งยังถือเป็นการตอบแทนบุญคุณของกำนัลที่ตระกูลเจียงเคยมอบให้ในคราวนั้นอีกด้วย

“ยังมีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ? เช่นนั้นผู้อาวุโสโจว ตระกูลเจียงที่เป็นตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์นั้นก็นับว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ของเมืองเมฆาใบไม้ ข่าวคราวน่าจะว่องไวกว่าใครเพื่อน…ท่านลองไปสอบถามพวกเขาดูก็ได้ เผื่อว่าพวกเขาจะพอรู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับปรมาจารย์ที่เก็บตัวผู้นั้นบ้าง” เมื่อได้ฟังดังนั้น เฮ่อจวินจึงเอ่ยขึ้น

“ท่านประมุขโปรดวางใจ ข้าน้อยจดจำไว้ในใจแล้ว” โจวเฉียงพยักหน้ารับ

เพียงครู่ต่อมา โจวเฉียงก็เดินออกจากโถงประชุมใหญ่ของนิกาย ก่อนจะยกมือไพล่หลังแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองเมฆาใบไม้ทันที

….

ณ กระท่อมไม้ร้าง

การทะลวงระดับของลู่เย่ได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว และในขณะที่พลังงานมหาศาลถาโถมเข้าปะทะครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดปราการของปรมาจารย์ขั้นที่ห้าก็เริ่มสั่นคลอน ก่อนจะถูกทะลวงทลายลงราวกับเขื่อนแตก!

ในชั่วพริบตา! รอบกระท่อมไม้พลันเกิดลมหมุนขนาดเล็กขึ้น จนทำให้ต้นหญ้าใบไม้โดยรอบสั่นไหวอย่างรุนแรง เศษหินเศษกรวดปลิวกระจายว่อน!

“ทะลวงระดับได้แล้ว! พรสวรรค์ของนายท่าน...นี่มันจะวิปริตไปหน่อยแล้วนะ”

ด้านนอกกระท่อม ร่างอรชรของยูหลัวที่นอนเอกเขนกอยู่บนกิ่งไม้ พลันดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที

“ในดินแดนตอนเหนือที่ขาดแคลนทรัพยากร กลับมีปรมาจารย์ยุทธ์ที่หนุ่มแน่นถึงเพียงนี้ปรากฏตัวขึ้นได้ แถมพลังต่อสู้ยังแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่ออีกต่างหาก แบบนี้มันต้องเรียกว่าอะไรนะ...หน่อไม้ดีที่เกิดจากกอไผ่ที่เลวอย่างนั้นรึ?”

ที่ยูหลัวกล่าวเช่นนี้ ก็ใช่ว่าจะพูดไปเรื่อยเปื่อย เพราะทั่วทั้งดินแดนตอนเหนืออันกว้างใหญ่นี้ มีเหมืองผลึกปราณอยู่เพียงสองสามแห่งเท่านั้น แถมยังล้วนเป็นเหมืองขนาดเล็กที่ให้ผลผลิตไม่สูงนัก ซึ่งสามนิกายใหญ่ต่างก็จับจองเป็นเจ้าของกันไปนิกายละแห่ง

เรื่องนี้เองที่ส่งผลให้ทรัพยากรผลึกปราณที่หมุนเวียนอยู่ในแดนเหนือมีน้อยเสียจนน่าใจหาย

และในสภาวการณ์เช่นนี้ การที่ลู่เย่สามารถบ่มเพาะพลังจนมาถึงขอบเขตนี้ได้ด้วยวัยเพียงยี่สิบต้นๆ ต่อให้ไปอยู่ในแคว้นเมฆาที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในราชวงศ์ต้าจิ่ง ก็ยังถูกนับว่าเป็นอัจฉริยะได้เลยทีเดียว

ครู่ต่อมา ลู่เย่ที่ทะลวงระดับสำเร็จแล้วก็เดินออกจากกระท่อมไม้

ยูหลัวรู้สึกสงสัยอยู่บางอย่าง จึงเอ่ยถามขึ้น

“นายท่าน ท่านอยู่ขอบเขตไหนกันแน่? ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าท่านเหมือนอยู่ระดับปรมาจารย์ขั้นที่สี่หรือห้า? ท่านซ่อนระดับพลังที่แท้จริงเอาไว้ใช่หรือไม่?”

หากอิงจากคลื่นพลังที่เล็ดลอดออกมาในชั่วพริบตาที่ลู่เย่ทะลวงระดับ ยูหลัวรู้สึกว่าเขาน่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในช่วงระดับนั้น

แต่ทว่า การที่สามารถสังหารอินอู๋หยาได้ด้วยพลังของตัวเองเพียงลำพัง อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะต้องมีระดับพลังเทียบเท่ากับอินอู๋หยาที่อยู่ปรมาจารย์ขั้นที่เจ็ดไม่ใช่หรือ?

เมื่อได้ฟัง ลู่เย่ก็เพียงยิ้มบางๆ

“ก็อยู่ในช่วงที่เจ้าสัมผัสได้นั่นแหละ”

“โกหกอีกแล้ว โกหกอีกแล้ว” ใบหน้าของยูหลัวฉายแววไม่เชื่ออย่างเต็มเปี่ยม

“ท่านแอบซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้แน่ๆ...แต่ว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะการท่องยุทธภพ ยิ่งมีไพ่ตายเก็บไว้ก็ยิ่งมีหนทางให้เดินมากขึ้น”

“ท่านไม่ต้องบอกข้าก็ได้ว่าท่านอยู่ขอบเขตไหน เมื่อครู่ข้าก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง แล้วก็เรื่องวิชาพลังเหนือธรรมชาติกับกายาเทวะของท่าน ต่อให้ตายข้ายูหลัวก็ไม่มีวันแพร่งพรายเด็ดขาด!” ยูหลัวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด

เมื่อมองดูสีหน้าเคร่งขรึมของยูหลัว ลู่เย่ก็แย้มยิ้มออกมา

“เด็กดีจริงๆ”

ยูหลัว: “….???”

เด็กดีจริงๆ?

นี่เขาเห็นนางเป็นเด็กน้อยให้หลอกล่องั้นรึ?!

….

ในขณะเดียวกัน ในใจของลู่เย่ก็ได้วางแผนการใหม่ขึ้นมาแล้ว

ลำดับต่อไป เขายังสามารถใช้โอกาสในการ ‘สุ่มแบบเจาะจง’ ด้วยเงินหนึ่งล้านตำลึงได้อีกหนึ่งครั้ง…และในครั้งนี้ เขาตั้งใจว่าจะมุ่งเป้าไปที่การสุ่มแบบเจาะจง ‘วิชายุทธ์และวิชาพลังเหนือธรรมชาติ’!

ไพ่ตายไม่พอใช้หรือ? ถ้าอย่างนั้นก็แค่หาไพ่ตายเพิ่มมาอีกสักใบก็สิ้นเรื่อง

หลังจากได้ประจักษ์ถึงวิชาเนตรอสูร รวมถึงวิชาพลังเหนือธรรมชาติดาบปราณไร้ลักษณ์ทะลวงกายาสวรรค์ของตนเองแล้ว ก็ทำให้ลู่เย่เกิดความละโมบในวิชาล้ำค่าอันทรงพลังที่สามารถเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของตนเองได้อย่างมหาศาลเช่นนี้ขึ้นมา

ส่วนในด้านกายาพิเศษนั้น เนื่องด้วยในโลกหล้ามีกายาพิเศษนับหมื่นนับพันชนิด หากสุ่มได้กายาพิเศษระดับทั่วไปอย่าง ‘กายาเพลิง’ มาอีก…ในตอนนี้เขาก็ไม่มีเงินที่จะใช้หลอมรวมมันได้อยู่ดี ซึ่งนั่นก็หมายความว่าจะไม่ได้รับการพัฒนาใดๆ เพิ่มเติม

“ข้าจำได้ว่า ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากดินแดนโกลาหลเท่าใดนัก”

“เจ้าหายหน้าไปนานขนาดนี้ ไม่กลัวว่านิกายยูหลัวของเจ้าจะถูกคนอื่นลอบกัดเอาหรือ?”

“พวกมันกล้าหรือ!” ยูหลัวเบิกตาขึ้นทันที พร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัววูบหนึ่งออกมา

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยูหลัวก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้น...เราแวะไปดูกันหน่อยดีไหม? ในคลังสมบัติของข้า อันที่จริงก็มีทรัพยากรเก็บไว้อยู่บ้างเหมือนกัน เดี๋ยวจะโดนใครแอบมาขโมยไปเสียก่อน”

“ในเมื่อเป็นทางผ่านอยู่แล้ว จะแวะไปดูเสียหน่อยก็ไม่เสียหาย อีกอย่างข้าเองก็ค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับดินแดนโกลาหลในตำนานนี่อยู่เหมือนกัน” ลู่เย่กล่าว

“ตกลง ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะ” ยูหลัวกล่าวจบก็เดินนำหน้าไปทันที

…..

เมืองเมฆาใบไม้, ตระกูลเจียง

การมาเยือนตระกูลเจียงอย่างกะทันหันของผู้อาวุโสขอบเขตเหนือสวรรค์จากนิกายอู๋เซี่ยง ส่งผลให้ผู้คนทั้งตระกูลต่างพากันเคลื่อนไหวอย่างสับสนวุ่นวายในทันที

ภายในห้องโถงใหญ่ เจียงเหลียนซานสั่งให้คนรับใช้นำชาชั้นเลิศมาถวาย พลางกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ผู้อาวุโสโจวให้เกียรติมาเยือนถึงที่ ข้าน้อยเสียมารยาทที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ”

“มิต้องมากพิธี ที่ข้ามาในครั้งนี้ ก็เพื่อมาทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อสองปีครึ่งก่อนให้เป็นจริง” ผู้อาวุโสโจวเฉียงแห่งนิกายอู๋เซี่ยงกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“นับว่าเป็นวาสนาของหลิงเยว่โดยแท้ ข้าต้องขอขอบคุณผู้อาวุโสโจวล่วงหน้าแทนบุตรสาวตัวน้อยของข้าก่อนเลย แล้วนี่ก็เป็นเพียงน้ำใจเล็กๆ น้อยๆจากตระกูลเจียงของข้า หวังว่าผู้อาวุโสโจวจะไม่ปฏิเสธ”

กล่าวจบ เจียงเหลียนซานก็ตบมือเบาๆ…พลันก็มีสาวใช้ผู้หนึ่งถือถาดเดินเข้ามาอยู่เบื้องหน้าผู้อาวุโสโจวในทันที

โจวเฉียงปรายตามองอย่างไม่ใส่ใจนัก ทว่ารอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าชราภาพของเขาทันควัน

“ประมุขเจียงเกรงใจเกินไปแล้ว”

ในถาดนั้น วางไว้ด้วยสมุนไพรวิญญาณระดับสามถึงสองต้น ซึ่งมีมูลค่ามิใช่น้อย และยังเป็นของที่ส่งผลดีต่อผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์พอดีอีกด้วย

หลังจากเก็บสมุนไพรวิญญาณทั้งสองต้นไปอย่างแนบเนียนแล้ว ท่าทีของโจวเฉียงก็ดูเป็นมิตรขึ้น

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญประมุขเจียงให้คุณหนูรองเจียงมาที่นี่เถิด”

เพียงไม่นาน เจียงหลิงเยว่ที่ได้รับข่าวก็รีบร้อนเดินทางมาถึง ก่อนจะทำความเคารพคนทั้งสอง

“หลิงเยว่คารวะท่านพ่อ คารวะผู้อาวุโสโจวเจ้าค่ะ”

ทันทีที่ได้ทราบว่าผู้อาวุโสจากนิกายอู๋เซี่ยงมาถึงแล้ว ในใจของเจียงหลิงเยว่ก็แทบจะเบิกบานจนยิ้มไม่หุบ

นางจะต้องตั้งใจฝึกฝน! รอจนกว่านางจะทะลวงสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ที่นิกายอู๋เซี่ยงได้เมื่อใด... นางจะรีบกลับมาให้พี่หญิงถอนหมั้นทันที!

ส่วนเรื่องสถานการณ์ตอนนี้อาจจะเปลี่ยนไปบ้างแล้วนั้น….ไม่เป็นไร เพราะตอนนั้นก็ตกลงกันไว้อย่างดิบดีแล้วนี่!

“ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หนึ่งรึ?” ผู้อาวุโสโจวกวาดตามองอยู่สองครา ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

ความก้าวหน้าระดับนี้ ก็ยังนับว่าพอใช้ได้อยู่ แม้ว่าจะเทียบกับเหล่าอัจฉริยะแห่งแดนเหนือไม่ได้เลยก็ตาม…แต่ก็ถือว่ามีศักยภาพที่น่าจับตามองอยู่ไม่น้อย

“ที่ข้ามาในครั้งนี้ ก็เพื่อจะมารับเจ้าไปยังนิกายอู๋เซี่ยง”

“ถ้าเจ้ายังมีเรื่องใดที่ต้องจัดการ…หลังจากจัดการธุระเสร็จแล้ว ก็จงตามข้าขึ้นเขาอู๋เซี่ยงไปฝึกฝนเสีย”

“นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” ผู้อาวุโสโจวกล่าวต่อ

“เกี่ยวกับเรื่องปรมาจารย์ที่เก็บตัวในเมืองเมฆาใบไม้ที่เล่าลือกันอย่างหนาหูเมื่อหลายวันก่อน ไม่ทราบว่าประมุขเจียงพอจะทราบรายละเอียดบ้างหรือไม่?”

เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเหลียนซานก็ได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น

“ท่านผู้นั้น นับเป็นปริศนาแห่งเมืองเมฆาใบไม้ของพวกเราโดยแท้ ไม่มีผู้ใดทราบเลยว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใคร หรือพำนักอยู่ที่ใด...”

เจียงหลิงเยว่ไม่ได้ตั้งใจฟังบทสนทนาที่ตามมาเลยแม้แต่น้อย เพราะในหูของนางได้ยินเพียงแค่ว่าผู้อาวุโสแห่งนิกายอู๋เซี่ยงจะพานางขึ้นเขาไปฝึกฝน

แต่ว่า...ตอนนี้ลู่เย่ยังออกไปข้างนอก และยังไม่กลับมาเลย

เจียงหลิงเยว่อยากจะพบหน้าลู่เย่ด้วยตนเอง อยากจะบอกลากับเขาสักคำ แล้วหลังจากนั้นค่อยเดินทางไปยังเขาอู๋เซี่ยง

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 171: ปรมาจารย์ขั้นที่ห้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว