เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 156: บัตรแขกพิเศษระดับเพชรของสมาคมการค้าไป่ชวน!

บทที่ 156: บัตรแขกพิเศษระดับเพชรของสมาคมการค้าไป่ชวน!

บทที่ 156: บัตรแขกพิเศษระดับเพชรของสมาคมการค้าไป่ชวน!


บทที่ 156: บัตรแขกพิเศษระดับเพชรของสมาคมการค้าไป่ชวน!

โอสถทะลวงปราณเทวะเม็ดนี้ ในฐานะผู้ประเมินของสมาคมการค้าแล้ว เจี่ยผิงจะไม่คุ้นตาได้อย่างไร!

มันเพิ่งจะถูกประมูลออกไปจากการประมูลประจำเดือนของพวกเขาเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่พริบตาเดียว เขากลับได้มาเห็นมันอีกครั้ง

นี่มันหมายความว่า...กลุ่มคนจากนิกายโลหิตอสูรที่ประมูลโอสถทะลวงปราณเทวะไปก่อนหน้านี้ ถูกบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเขาสังหารไปแล้วอย่างนั้นหรือ?!

ยิ่งไปกว่านั้น การต่อสู้ครั้งใหญ่สะท้านฟ้าของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน...ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับคนผู้นี้ด้วยก็เป็นได้!

หากเขาไม่ใช่ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้เก็บตัวคนนั้น อย่างน้อยก็ต้องเป็นคนที่ยอดฝีมือผู้นั้นไว้วางใจอย่างยิ่งเป็นแน่ มิเช่นนั้นแล้ว คงไม่นำโอสถทะลวงปราณเทวะเม็ดนี้มามอบให้กับชายสวมหมวกปีกกว้างคนนี้หรอก

"ท่านรอข้าอยู่ที่นี่สักครู่ เดี๋ยวข้าไปแล้วจะรีบกลับมา"

น้ำเสียงของเจี่ยผิงเต็มไปด้วยความเคารพและระมัดระวังอย่างที่สุด ก่อนจะรีบผลุนผลันออกจากห้องส่วนตัวไป

ของล้ำค่าระดับนี้ เจี่ยผิงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะประเมินมันได้อีกต่อไปแล้ว จำเป็นต้องไปเชิญผู้ประเมินที่มีตำแหน่งสูงกว่านี้มาเท่านั้น

ครู่ต่อมา เมื่อคนทั้งสองปรากฏตัวขึ้นในห้องส่วนตัวอีกครั้ง ลู่เย่ก็พลันเงยหน้าขึ้นมอง

นอกเหนือจากเจี่ยผิงแล้ว คนที่มาด้วยอีกคนหนึ่ง กลับเป็นหัวหน้าผู้จัดงานประมูลของสมาคมการค้า...สตรีที่ชื่อว่าหรูเสวี่ยนั่นเอง

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง หรูเสวี่ยก็เดินตรงมายังข้างกายของลู่เย่ที่สวมหมวกปีกกว้างอยู่ พลางสูดลมหายใจเข้าจมูกรั้นเล็กๆ ของตนอย่างเงียบเชียบ...

ใช่เขาแน่!

หัวใจของหรูเสวี่ยสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อทอดสายตามองโอสถทะลวงปราณเทวะเม็ดนั้น ที่ทำให้นางตกตะลึงไม่ใช่เพราะตัวยาเม็ดนี้ แต่เป็นเพราะ...ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้เก็บตัวที่กำลังเป็นข่าวลือเล่าขานกันไปทั่วทั้งเมืองต่างหาก

บัดนี้ คนผู้นั้นกำลังยืนอยู่ไม่ไกลจากนางเลย!

นางอยากจะ...กระชากหมวกบนศีรษะของเขาออกนัก เพื่อที่จะได้เห็นว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใครกัน

แต่หรูเสวี่ยก็รู้ดีเช่นกันว่า ความคิดที่อยากจะสืบเสาะหาความจริงเกี่ยวกับยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้เก็บตัวตนนี้มันอันตรายเพียงใด นางจึงรีบสะกดข่มความคิดนั้นลงไป ก่อนจะเผยอรอยยิ้มอันแสนหวานออกมา

"แขกผู้มีเกียรติ ท่านต้องการจะประเมินยาเม็ดนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ?"

ทางฝั่งตรงข้าม แววตาของลู่เย่พลันเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงชั่ววูบในดวงตาของหรูเสวี่ย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

ในเมื่อเขากล้านำยาเม็ดนี้ออกมาอีกครั้ง ตราบใดที่สมาคมการค้าแห่งนี้ไม่ใช่คนโง่เง่า ก็ย่อมต้องมองเห็นอะไรบางอย่างอยู่แล้ว

ลู่เย่จึงโยนขวดยาไปให้หรูเสวี่ยโดยตรง พร้อมกับกล่าวว่า

"ประเมินมาได้เลย"

หรูเสวี่ยเบิกตากว้าง จ้องมองของที่ถูกโยนมาให้แบบส่งๆราวกับเป็นของไร้ค่า ก่อนจะรีบยื่นมือออกไปรับมันไว้อย่างระมัดระวังและนุ่มนวล

สมแล้วจริงๆ ที่เป็นยอดฝีมือผู้เก็บตัวซึ่งสามารถสังหารยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ถึงสองคนได้ในดาบเดียว ถึงได้โยนของล้ำค่าเช่นนี้ออกมาได้อย่างไม่ไยดี

หลังจากใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง หรูเสวี่ยก็ได้ทำการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนและยืนยันได้ว่า โอสถทะลวงปราณเทวะเม็ดนี้ คือเม็ดเดียวกับที่ถูกนำออกจากงานประมูลไปเมื่อหลายวันก่อนอย่างแน่นอน

"แขกผู้มีเกียรติ ยาเม็ดนี้ได้รับการยืนยันแล้วเจ้าค่ะ ว่าเป็นโอสถทะลวงปราณเทวะของจริง!"

พลันความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของหรูเสวี่ย นางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า

"ไม่ทราบว่าแขกผู้มีเกียรติจะพอสะดวก ไปสนทนากันที่ห้องของหรูเสวี่ยสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ?"

ลู่เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ

หลายนาทีต่อมา ทั้งสองก็ได้ย้ายมายังห้องที่ใหญ่กว่าเดิม หลังจากที่หรูเสวี่ยเดินเข้ามา นางก็กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า

"เชิญนั่งก่อนเจ้าค่ะ"

ห้องนี้กว้างขวางมาก ห้องโถงด้านนอกน่าจะคล้ายคลึงกับห้องประเมินของเจี่ยผิง ส่วนด้านในนั้น ก็น่าจะเป็นสถานที่ที่หรูเสวี่ยใช้อยู่อาศัยและหลับนอนในวันปกติ

ทันทีที่ก้าวเข้ามา กลิ่นหอมจางๆอันเป็นเอกลักษณ์ก็ลอยอบอวลไปทั่ว

หลังจากที่ลู่เย่นั่งลง หรูเสวี่ยก็กล่าวต่อ

"แขกผู้มีเกียรติ พอจะสะดวกบอกนามของท่านให้หรูเสวี่ยได้ทราบหรือไม่เจ้าคะ? เพื่อที่ข้าจะได้มีนามไว้เรียกขานท่าน"

"เฉินหนานซวน"

"ที่แท้ก็คือคุณชายเฉิน สำหรับโอสถทะลวงปราณเทวะของท่านเม็ดนี้ หรูเสวี่ยมีความเห็นว่า...ไม่ควรนำออกประมูลที่เมืองเมฆาใบไม้แล้วเจ้าค่ะ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เย่ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย

"โอ้? เหตุใดจึงพูดเช่นนั้น"

ในฐานะหัวหน้าผู้จัดงานประมูลของสมาคมการค้า แต่กลับแนะนำว่าไม่ควรนำของออกประมูล เรื่องนี้ทำให้ลู่เย่ประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

หรูเสวี่ยเรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า

"หากหรูเสวี่ยเดาไม่ผิด...คุณชายเฉินคงจะบรรลุถึงขอบเขตยอดฝีมือระดับปรมาจารย์แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?"

ภายใต้หมวกปีกกว้าง ลู่เย่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

เมื่อเห็นว่าบุรุษสวมหมวกปีกกว้างไม่ได้ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หรูเสวี่ยก็รู้ดีว่าตนเองคงจะเดาถูกไปแปดส่วนแล้วเป็นแน่

เขาไม่ใช่คนของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้เก็บตัวตนนั้น แต่ทว่า...มีความเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะเป็นยอดฝีมือผู้นั้นเสียเอง!

"ที่หรูเสวี่ยคิดก็คือ ในเมื่อท่านเป็นถึงยอดฝีมือระดับปรมาจารย์แล้ว เช่นนั้นเงินตำลึงสำหรับคุณชายเฉินก็คงจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ทว่าประโยชน์ใช้สอยของมันคงจะไม่มากเท่าไหร่นัก"

"ดังนั้น หากคุณชายเฉินพอจะมีเวลาอดทนรอได้อีกสักหน่อย หรูเสวี่ยขอแนะนำให้ท่านรออีกสักสองเดือน ในตอนนั้นจะเป็นช่วงเวลาของงานมหกรรมแห่งดินแดนบูรพาของแคว้นซวนโจวพอดี ซึ่งสมาคมการค้าไป่ชวนของเราก็จะจัดงานประมูลครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นในช่วงเวลานั้นด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ"

"เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราจะสามารถช่วยท่านตั้งราคาเริ่มต้นประมูลโอสถทะลวงปราณเทวะเม็ดนี้เป็นผลึกปราณได้ ท่านเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?"

พอได้ยินคำพูดของหรูเสวี่ย หัวใจของลู่เย่ก็พลันสั่นไหวเล็กน้อย

ประมูลด้วยผลึกปราณงั้นหรือ?

ตอนนี้จำนวนผลึกปราณในมือของเขา หากนับรวมกับที่นางเซียนเมฆาสีชาดมอบให้ และอีกสองเม็ดที่บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายสามหยิน ‘อุปถัมภ์’ มา ก็มีอยู่เพียงแค่ประมาณยี่สิบเม็ดเท่านั้น

แต่ยังนับว่าโชคดีอยู่บ้าง ที่หลังจากยึดแหวนของยอดฝีมือร่างเตี้ยผอมระดับห้ากับของเจ้านิกายโลหิตอสูรมาเป็นของที่ริบได้จากการต่อสู้แล้ว เขาก็ได้ผลึกปราณมาเสริมอีกราวๆ ยี่สิบเม็ด

ถึงอย่างนั้น เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้ว ก็มีผลึกปราณอยู่แค่ประมาณสี่สิบเม็ดเท่านั้น

ในสภาวะที่ต้องฝึกฝนอย่างเต็มกำลังเช่นนี้ บางทีภายในหนึ่งถึงสองเดือนก็อาจจะใช้มันจนหมดเกลี้ยงแล้วก็เป็นได้

ซึ่งมันยังห่างไกลจากความต้องการของเขามากนัก

ยิ่งไปกว่านั้น ผลึกปราณยังมีประโยชน์ต่อเสี่ยวหลิงอีกด้วย หากเจ้าตัวเล็กสามารถเลื่อนระดับได้ ก็หมายความว่าของเหลวแก่นวิญญาณที่มันกลั่นออกมา ก็จะมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นไปอีก

ส่วนเรื่องเงินตำลึงนั้น อย่างน้อยที่สุดการสุ่มแบบเจาะจงที่ต้องใช้เงินหนึ่งล้านตำลึงก็ยังไม่มีปัญหาอะไร

ช่วงนี้ลู่เย่ยังไม่ได้ทำการสุ่มแบบเจาะจง นั่นก็เพราะเขาอยากจะลองเสี่ยงโชคดูอีกสักหน่อย เผื่อว่าจะสามารถสุ่มได้ของวิเศษอย่างผลไม้สี่เทพอีกครั้ง

ถ้าหากสุ่มได้ขึ้นมาจริงๆ มันจะทรงพลังยิ่งกว่าพรสวรรค์หรือกายาพิเศษห่วยๆ บางอย่างเสียอีก

แต่ก็ยังโชคดีที่ถึงแม้การสุ่มแบบทั่วไปสองครั้งที่ผ่านมาจะไม่ได้ผลไม้สี่เทพหรือของวิเศษอื่นใดออกมา…แต่มันก็ได้มอบยาปรมาจารย์ออกมาถึงสองเม็ด ซึ่งมีสรรพคุณเหนือกว่ายาเหนือสวรรค์อยู่มากโข ถือว่าเป็นของรางวัลปลอบใจที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่งแล้ว

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็รอจนถึงงานมหกรรมแห่งดินแดนบูรพาค่อยว่ากันอีกที"

ในตอนนั้นเอง หรูเสวี่ยก็ได้หยิบบัตรแขกพิเศษระดับเพชรที่ประดับด้วยขอบสีทองอร่ามขึ้นมา ก่อนจะยื่นให้ลู่เย่พร้อมรอยยิ้มบางเบา

"คุณชายเฉิน นี่คือบัตรแขกพิเศษระดับเพชรของสมาคมการค้าไป่ชวนของเราเจ้าค่ะ เพียงแค่ท่านถือบัตรใบนี้ ท่านก็จะได้รับสิทธิ์ในการซื้อสินค้าจากร้านค้าใดก็ได้ในเครือสมาคมของเราในราคาส่วนลดสามสิบเปอร์เซ็นต์"

"นอกเหนือจากนั้นแล้วนะเจ้าคะ หากท่านนำของมาประมูลที่นี่ พวกเราก็จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมใดๆอีกต่อไปด้วย นี่คือน้ำใจเล็กๆน้อยๆเพื่อแสดงความเคารพต่อแขกคนสำคัญของเราเจ้าค่ะ"

ในตอนแรกที่ได้ฟังสิทธิประโยชน์ของบัตรแขกพิเศษ ลู่เย่ก็ยังไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายนัก

แต่พอได้ยินประโยคหลัง เขาก็เริ่มจะสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว

ตั้งแต่นี้ไป หากนำของมาประมูลที่นี่ จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมแม้แต่อีแปะเดียวอย่างนั้นรึ?

นั่นก็เท่ากับว่าได้ใช้ทรัพยากรของสมาคมการค้าไป่ชวนช่วยประมูลของให้ฟรีๆเลยน่ะสิ

ต้องยอมรับเลยว่า การที่สามารถขยายกิจการจนมีสาขาทั่วทั้งแคว้นซวนโจวได้ สมาคมการค้าไป่ชวนแห่งนี้ย่อมต้องมีฝีมือที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ลู่เย่เข้าใจอย่างชัดเจนว่าการกระทำเช่นนี้ ย่อมเป็นการผูกมิตรกับยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย เพราะถึงอย่างไรแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจก็คือสายสัมพันธ์นั่นเอง

"ดี ข้ารับไว้…ขอบคุณมาก" หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ลู่เย่ก็ไม่ได้ปฏิเสธไมตรีจิตในครั้งนี้

อีกครู่ต่อมา หลังจากที่บุรุษสวมหมวกปีกกว้างรับบัตรแขกพิเศษไปและตกลงนัดหมายว่าจะไปพบกันที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าไป่ชวนในแดนบูรพาแล้ว เขาก็เดินจากห้องไป

เมื่อมองตามแผ่นหลังนั้น ในส่วนลึกของดวงตาหรูเสวี่ยก็พลันฉายประกายเจิดจ้าออกมาวูบหนึ่ง

"ภายใต้หมวกปีกกว้างใบนั้น...เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ?"

ในเมื่อยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้นี้ได้รับไมตรีจิตจากสมาคมการค้าไป่ชวนไปแล้ว ก็หมายความว่าโอกาสที่จะได้ติดต่อคบค้าสมาคมกันในอนาคตย่อมมีไม่น้อยอย่างแน่นอน

และหรูเสวี่ยก็เชื่อมั่นว่า ในท้ายที่สุดแล้ว นางจะต้องขุดคุ้ยตัวตนที่แท้จริงของบุรุษสวมหมวกปีกกว้างผู้นี้ออกมาให้ได้!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 156: บัตรแขกพิเศษระดับเพชรของสมาคมการค้าไป่ชวน!

คัดลอกลิงก์แล้ว