เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 117 : ทำธุระกับภรรยา

บทที่ 117 : ทำธุระกับภรรยา

บทที่ 117 : ทำธุระกับภรรยา


บทที่ 117 : ทำธุระกับภรรยา

“ข้าจะจ่ายเงินให้เจ้าตอนนี้เลย”

ทั้งๆที่เป็นฝ่ายให้เงินแท้ๆ แต่เจียงชิงเกอกลับกลัวว่าลู่เย่จะไม่ตกลง นางจึงรีบหยิบเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมาจากตัว

“ตอนนี้ข้ามีติดตัวอยู่เท่านี้ก่อน เจ้าไปเป็นเพื่อนข้า แล้วหลังจากนี้ข้าจะให้ส่วนที่เหลือแก่เจ้า แบบนั้นได้หรือไม่?”

ลู่เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบ

เงินห้าร้อยตำลึง สำหรับเขาในตอนนี้แล้ว ไม่นับว่ามากมายอะไรเลย

แต่เจียงชิงเกอต้องการอะไรกันแน่ เขาก็อยากจะลองดูให้รู้เหมือนกัน

เมื่อเห็นว่าเขยใหญ่ลู่เย่จะไปด้วยกัน ท่านอาหลิวจึงเดินตามไป โดยรักษาระยะห่างไว้ที่ประมาณห้าเมตรอยู่ตลอด

ระยะห่างเท่านี้ จะไม่เป็นการรบกวนการสนทนาของคนทั้งสอง และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ก็ยังสามารถตอบสนองได้ทันท่วงที

แน่นอนว่า หากอีกฝ่ายส่งยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์มาลอบสังหารแล้วล่ะก็ ท่านอาหลิวก็รู้สึกว่าคงจะจนปัญญาเหมือนกัน

เพราะในตระกูลแห่งนี้ นอกจากบรรพบุรุษตระกูลเจียงที่เป็นยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์แล้ว ก็ไม่มีคนที่สองที่สามารถต่อกรกับบุคคลระดับนั้นได้อีก

หลังจากนั้นไม่นาน คนทั้งสามก็เดินมาถึงหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ปิดร้าน

ลู่เย่กวาดสายตามอง นี่คือร้านที่เชี่ยวชาญด้านการขายผ้าไหมแพรพรรณและเสื้อผ้าสำเร็จรูป

เมื่อเห็นคนทั้งสามมาถึง เถ้าแก่ที่กำลังจะปิดร้านก็รีบออกมาต้อนรับทันที

“คุณหนูใหญ่...”

เจียงชิงเกอพยักหน้ารับ หางตาพลันเหลือบไปมองลู่เย่ที่อยู่ข้างกาย ก่อนจะเอ่ยแนะนำด้วยตนเองว่า

“นี่คือ... สามีของข้า ลู่เย่”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถ้าแก่ก็รีบประสานมือคารวะตามทันที

“ที่แท้ก็คือท่านเขยใหญ่นี่เอง”

ความเคารพนี้ มีต้นกำเนิดมาจากเจียงชิงเกอ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เจียงชิงเกอได้บริหารจัดการกิจการในมือของนางได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ยอดขายของร้านค้าใหญ่ๆ แต่ละแห่ง ล้วนดีกว่ากิจการประเภทเดียวกันของตระกูลอื่นอยู่หลายส่วน

พวกเถ้าแก่ผู้จัดการอย่างพวกเขาก็ย่อมได้รับส่วนแบ่งเช่นกัน ถึงแม้จะไม่มาก แต่หากบริหารจัดการได้ดี ในแต่ละปีก็ถือเป็นเงินก้อนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว

และผลประโยชน์เหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นได้ภายใต้การบริหารของคุณหนูใหญ่ทั้งสิ้น

หลังจากนำคนทั้งสองเข้าไปยังห้องด้านใน เถ้าแก่ก็ได้นำสมุดบัญชีและใบสั่งซื้อสินค้าในช่วงที่ผ่านมาออกมามอบให้เจียงชิงเกอ

“คุณหนูใหญ่ นี่คือบัญชีของพวกเราในช่วงสองเดือนนี้ขอรับ และก็มีเอกสารหลักฐานการสั่งซื้อสินค้าบางส่วน เชิญท่านตรวจสอบได้เลยขอรับ”

เจียงชิงเกอพยักหน้าเล็กน้อย

ทันทีที่เข้าสู่โหมดการทำงาน ทั่วร่างของนางก็พลันแผ่กลิ่นอายแห่งความจริงจังออกมา ซึ่งแตกต่างจากท่าทีที่ดูมีความหวังอยู่บ้างตอนที่ให้นางรับเงินจากลู่เย่โดยสิ้นเชิง

ครู่ต่อมา คิ้วเรียวงามของเจียงชิงเกอก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นิ้วเรียวของนางเคาะลงไปบนจุดหนึ่งในใบสั่งซื้อสินค้า

“ราคาผ้าของตระกูลซู ทำไมถึงสูงขึ้นตั้งห้าส่วน?”

“แล้วผ้าแพรไหมธาราน้ำแข็งนี่ขาดตลาด เหตุใดถึงยังไม่รีบเติมสินค้าเข้ามาอีก? หากลูกค้ากลับไปแล้วจะทำอย่างไร?”

ลู่เย่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขณะมองดูเจียงชิงเกอที่กำลังตรวจสอบบัญชีทีละรายการอย่างละเอียด

เดิมทีเขาคิดว่า ในเมื่อเจียงชิงเกอไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ สำหรับตระกูลเจียงแล้ว นอกจากฐานะคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงแล้ว นางก็น่าจะไม่ได้รับความสำคัญในเรื่องอื่นๆอีก

คาดไม่ถึงเลยว่า ในมือนางจะยังคงกุมอำนาจบริหารจัดการกิจการของตระกูลเจียงไว้ไม่น้อย

ดูท่าแล้ว นางก็คงจะมีความสามารถอยู่บ้างเหมือนกัน

เพราะถึงอย่างไร สำหรับตระกูลหนึ่งแล้ว ในฐานะที่เป็นลูกหลานของตระกูล เจ้าอาจจะไร้ประโยชน์ กินๆนอนๆ รอรับส่วนแบ่งจากตระกูลในแต่ละปีไปวันๆก็ได้

แต่หากคิดจะบริหารกิจการของตระกูล ทั้งยังบริหารจัดการได้เป็นอย่างดีแล้วล่ะก็ หากไม่มีความสามารถอยู่บ้าง ก็ย่อมไม่อาจทำได้

และตระกูลก็คงจะไม่ยอมมอบธุรกิจอันเป็นเส้นเลือดใหญ่ ไปอยู่ในมือของคนที่ไม่เอาไหนเป็นแน่

ลู่เย่ยืนมองดูอยู่ข้างๆด้วยความสนใจ และพอมองดูเข้า ก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว

เมื่อมองดูเถ้าแก่ผู้นั้นที่ถูกตำหนิจนเหงื่อท่วมตัว ลู่เย่ก็จ้องมองไปยังเจียงชิงเกอที่มีสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับได้เห็นเงาของนางเมื่อเกือบสองปีก่อนอีกครั้ง

ในตอนนั้น ผู้หญิงคนนี้ยังไม่ได้มีปัญหาทางสมองเหมือนอย่างในตอนนี้

เวลาผ่านไปอีกสิบกว่านาที ในที่สุดเจียงชิงเกอก็พลิกสมุดบัญชีไปถึงหน้าสุดท้าย

“ปัญหาเหล่านี้ ข้าไม่หวังว่าจะได้เห็นมันอีกในครั้งหน้าที่ข้ามา”

สีหน้าของนางเย็นชาอย่างยิ่ง

ถึงแม้จะไม่มีพลังยุทธ์ แต่บารมีที่แผ่ออกมาในขณะนี้ กลับทำให้เถ้าแก่ร้านผ้าแทบจะตัวสั่นงันงก

“ขอรับ คุณหนูใหญ่ ข้ารับรองว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ขอรับ!”

เถ้าแก่ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย

การเล่นคำพรรค์นี้ ต่อหน้าคุณหนูใหญ่แล้ว ทางที่ดีที่สุดคืออย่าทำ

หลังจากมองส่งเจียงชิงเกอและลู่เย่จากไปแล้ว เถ้าแก่ร้านผ้าจึงกล้าที่จะยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก

จนกระทั่งเดินออกมาจากร้านผ้าแล้ว ทั่วร่างของเจียงชิงเกอก็ยังคงแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบที่น่าเกรงขามออกมา

นางหันหน้าไปมองลู่เย่ เมื่อเห็นว่าสายตาของคนผู้นี้ดูแปลกไปเล็กน้อย เจียงชิงเกอจึงเอ่ยถามว่า

“เจ้ากำลังมองอะไรอยู่?”

“ไม่มีอะไร แค่คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีด้านที่เข้มงวดขนาดนี้ด้วย”

เจียงชิงเกอถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

กลิ่นอายเย็นเยียบนั้นค่อยๆสลายไป สีหน้าของนางดูอ่อนโยนลงไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ข้า... ไม่มีพลังยุทธ์ หากยังต้องทำตัวอ่อนโยนกับคนใต้บังคับบัญชาอีก ข้าก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการภารกิจที่ตระกูลมอบหมายให้ได้เป็นอย่างดี”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เย่ก็พอจะเข้าใจได้

หากมีพลังยุทธ์ติดตัว ปกติแล้วจะทำดีกับลูกน้องบ้าง พอถึงช่วงเวลาสำคัญ ก็ยังสามารถแสดงบารมีออกมาได้

แต่นางแตกต่างออกไป ตัวนางเองไม่มีพลังฝีมือใดๆเลย บารมีนั้นพังทลายลงง่ายดาย แต่การจะสร้างขึ้นมาใหม่นั้นยากยิ่งนัก

“ถ้าเช่นนั้น ต่อไปเจ้าก็ทำท่าทางแบบนี้ไปเถอะ” ลู่เย่กล่าวเสียงเรียบ

“ท่าทางตอนที่เจ้าไม่ยิ้มแย้ม ดูแล้วสบายตากว่าเมื่อก่อนเยอะ”

เจียงชิงเกอ: “…...”

นี่หมายความว่า ตอนที่นางยิ้มมันดูไม่สบายตาอย่างนั้นรึ?

….

ขณะเดียวกัน ณ อีกด้านหนึ่ง...

เจียงหลิงเยว่ที่กำลังหลับใหลอย่างสะลึมสะลือ พลันรู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางจึงรีบลุกจากเตียงด้วยดวงตาที่ยังคงปรือปรอย

หลังจากทำธุระเสร็จสิ้น นางก็แหงนหน้ามองท้องฟ้ายามราตรี แล้วก็พลันรู้สึกคิดถึงลู่เย่ขึ้นมาจับใจ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหลิงเยว่ก็หยิบเสื้อคลุมมาสวมทับ แล้วเดินออกจากเรือนของตนเองทันที

นางรีบมุ่งหน้าไปยังลานชั้นนอก แล้วแอบย่องเข้าไปในเรือนน้อยที่ลู่เย่เคยพักอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้

ทันทีที่ผลักประตูห้องของลู่เย่เข้าไป เจียงหลิงเยว่ก็ตั้งท่าจะกระโจนลงไปบนเตียงทันที

แต่แล้วนางก็พบว่า บนเตียงไม้นั้น...ดูเหมือนจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป

“เอ๊ะ... จำได้ว่าตอนที่ข้ากลับไปครั้งก่อน เหมือนจะพับผ้าห่มไว้ลวกๆเองนี่นา แล้วมันจะเรียบร้อยขนาดนี้ได้ยังไงกัน?”

เจียงหลิงเยว่ครุ่นคิดอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่าตนเองจำไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ในตอนนั้นจะมีแก่ใจไปสนใจได้อย่างไรว่าผ้าห่มถูกพับไว้ในสภาพไหน

นางเลิกคิดเรื่องหยุมหยิมเหล่านั้น ถอดเสื้อคลุมนอกออกอีกครั้ง แล้วรีบมุดเข้าไปในผ้าห่มอย่างรวดเร็ว

พลันได้กลิ่นอายจางๆ ที่ดูเหมือนจะยังคงหลงเหลืออยู่บนผ้าห่ม ดวงตาทั้งสองข้างของเจียงหลิงเยว่ก็โค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

“เจ้าลู่เย่ตัวเหม็น! ข้ามานอนในห้องของเจ้าอีกแล้วนะ!”

“เจ้าลู่เย่ตัวเหม็น เมื่อไหร่เจ้าจะกลับมาเสียที...ข้าคิดถึงเจ้าจะแย่อยู่แล้ว”

ความง่วงงุนเข้าจู่โจม เจียงหลิงเยว่พึมพำออกมาแผ่วเบา ก่อนจะนอนหลับใหลไปบนเตียงอย่างสบายใจ

….

บนท้องถนน...

หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่ง เจียงหลิงเยว่ก็พลันเอ่ยขึ้นว่า

“ห้องของเจ้า... มีคนคอยทำความสะอาดอยู่ตลอด”

“เเละคืนนี้ก็ดึกมากแล้ว หากเจ้าไม่ชอบที่นั่น พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปจัดเตรียมเรือนหลังใหม่ให้เจ้า”

“เจ้าอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิ ข้ายังติดเงินเจ้าอยู่อีกสี่ร้อยตำลึงไม่ใช่หรือ? ที่ข้าพูดนี่ก็เพราะอยากจะให้เงินเจ้า...”

ลู่เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อสองปีก่อนเขาไม่ได้ใส่ใจเลยว่าจะต้องพักที่ไหน และเมื่อมาถึงระดับพลังเช่นในตอนนี้แล้ว เขาก็ยิ่งไม่ใส่ใจเข้าไปใหญ่

พรุ่งนี้ก็ถือโอกาสอยู่ที่ตระกูลเจียงเพื่อไปดูอาการของแม่นางน้อยเจียงหลิงเยว่เสียหน่อยก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ถูกนางต่อว่า ว่ากลับมาแล้วยังไม่ไปหา

“เรือนหลังใหม่ไม่จำเป็นหรอก...ไปกันเถอะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ในใจของเจียงชิงเกอก็พลันรู้สึกยินดีขึ้นมาเล็กน้อย

นี่...แสดงว่าเขาตกลงแล้วใช่ไหม?

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 117 : ทำธุระกับภรรยา

คัดลอกลิงก์แล้ว